INICIAR SESIÓN“ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมแค่คิดว่ามันอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่สมควร
“ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมแค่คิดว่ามันอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่สมควร ผมอยากให้คุณได้มีเวลาทบทวนหลายๆ เรื่องก่อนที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยความเป็นห่วง และลึกๆ แล้วเขาเองก็ยังคงอยากให้เรนิตาอยู่ที่นี่ต่อกับเขา“ฉันรู้นะว่าคุณไม่อยากให้ฉันกลับไป” เรนิตาพูดอย่างรู้ทัน เพราะเธอเองก็ยังไม่อยากกลับไปเช่นกัน“ใช่ ผมยอมรับว่าอยากให้คุณอยู่ที่นี่ แค่อีกสักพักก็ยังดี” ภาสกรเดินมากุมมือหญิงสาวเพื่อขอร้องเธออีกครั้ง และหวังว่าเธอจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เขามีให้“ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะไป แต่ฉันก็ไม่อยากหนีปัญหาให้พี่เมญ่าต้องแบกรับไว้คนเดียว” เรนิตามองหน้าชายหนุ่มราวกับขอร้องให้เขาเข้าใจเธอ“ผมเข้าใจว่าคุณเองมีความรับผิดชอบ และผมก็คงห้ามคุณไม่ได้” ภาสกรยิ้มจางๆ ให้หญิงสาว สิ่งที่เรนิตาเลือกจะทำนั่นคือสิ่งที่ถูก เพราะเธอไม่ควรทิ้งเมญ่าให้ลำบากคนเดียว และเขาเองก็ควรจะเข้าใจเธอในจุดนี้“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ” เรนิตายิ้มจางๆ ให้ชายหนุ่
ภาสกรกลับมารอเรนิตาที่บ้านตามที่หญิงสาวบอก และขณะนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นตามด้วยรายชื่อของคนที่เขาพอจะเดาว่าได้ว่าเป็นใคร ‘เมญ่า’ คงร้อนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากจึงทนรอชายหนุ่มให้เป็นฝ่ายติดต่อไปไม่ไหว ภาสกรตัดสินใจกดรับสายเมญ่าทันที“ครับคุณเมญ่า” ภาสกรตอบรับสายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ปลายสายกลับส่งเสียงร้อนใจกลับมาจนภาสกรรู้สึกผิด‘คุณภาคบอกเมญ่าได้หรือยังคะว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ตอนนี้นักข่าวโทร. หาเมญ่าเยอะแยะไปหมด เมญ่าไม่กล้ารับสายเลย’ เมญ่าพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างไม่ปิดบัง“ใจเย็นก่อนนะครับ เรื่องนี้ผมผิดเองที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามาสร้างปัญหา” ภาสกรพูดก่อนจะถอนหายใจด้วยความเครียด‘สรุปคุณภาครู้ใช่ไหมคะว่าใครเป็นคนปล่อยรูปบ้าๆ พวกนั้น’ เมญ่าเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ“ครับ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่กล้าทำอะไรเรย์อีกแล้วแหละ ส่วนรูปที่หลุดไปตอนนี้ฝากคุณเมญ่าทำเฉยไปก่อนได้ไหมครับ อย่าเพิ่งออกไปปฏิเสธหรือตอบโต้อะไร” ภาสกรไม่อยากให้เมญ่าต้องโกหกประชาชน เพราะรูปที่
“งั้นเหรอครับ” ภาสกรได้แต่นิ่งไป เขารู้ดีว่าคนที่เป็นต้นเหตุให้เรนิตาต้องขอพักมันคือตัวเขาเอง“ว่าแต่พ่อเลี้ยงทานอะไรมาหรือยังคะ ป้าจะได้เตรียมอาหารเย็นให้เลย” เพ็ญศรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยววันนี้ป้าเพ็ญกลับบ้านได้เลยนะ ผมอยากอยู่คนเดียว” ภาสกรไม่มีอารมณ์จะกินอะไรทั้งนั้น เขาเป็นห่วงเรนิตาและกังวลเรื่องรูปที่หลุดไป และเขาตั้งใจว่าคืนนี้จะให้เรนิตาออกมาเจอกับเขาที่บ้าน เพราะเขาไม่อยากจะปิดบังเรื่องนี้กับหญิงสาวอีก“ถ้าอย่างนั้นหิวเมื่อไหร่ก็บอกป้าได้ตลอดเลยนะคะ จะไปตามที่บ้านพักก็ได้” เพ็ญศรียิ้มด้วยความเต็มใจ“ขอบคุณครับ” ภาสกรซึ้งในน้ำใจของเพ็ญศรี ที่ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ไม่ว่าเขาจะเด็กหรือโตเพ็ญศรีก็ยังดูแลเขาเป็นอย่างดีเรนิตาออกมานั่งเล่นหน้าบ้านพักคนงานพลางคิดเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับภาสกร ทั้งหมดคือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน และเธอกำลังรู้สึกอิ่มเอมใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าสิ่งที่เธอหวงแหนมาตลอดนั่นคือควา
“เลิกพูดถึงคนอื่นแบบนั้นได้แล้ว เพราะคุณไม่ได้รู้อะไรเลย” ชายหนุ่มแทบทนไม่ไหวที่ลินดาพูดจาดูถูกเรนิตาแบบนั้น เขาได้แต่เตือนสติตัวเองว่าให้ใจเย็นกับลินดาจนวินาทีสุดท้าย“มันก็ไม่ได้ทำตัวต่างจากลี่เท่าไรเลย ตั้งใจมาอยู่ที่นี่เพื่ออ่อยคุณ ถามจริงเถอะว่าคุณดูไม่ออกเลยหรือไงภาค ทำไมถึงได้ไปหลงเสน่ห์อีดาราที่ขายเนื้อตัวตัวเองหาเงินแบบนั้น”“ลี่! อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณ” ภาสกรเสียงดังจนลินดาอดตกใจไม่ได้ เขาเองเริ่มทนไม่ไหวกับถ้อยคำว่าร้ายของลินดา ยิ่งลินดาพูดถึงเรนิตาในแง่ลบเท่าไรมันก็ยิ่งสะท้อนตัวตนของลินดามากเท่านั้น“คุณต่างหากที่อย่าทำให้ลี่หมดความอดทน คิดว่าลี่มีแค่ภาพตอนที่มันนั่งมั่วสุมกับคนงานของคุณแค่นั้นจริงๆเหรอ” ลินดาถามด้วยความเหนือกว่า และแน่นอนว่าสิ่งที่เธอกำลังจะโชว์เขาต่อไปนี้มันต้องทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าต่อรองกับเธออีกต่อไป“คุณคิดจะขู่อะไรผมอีก” ภาสกรเอ่ยถามอย่างใจเย็น แม้ลึกๆ เขาเองก็กลัว กลัวที่จะทำให้เรนิตาต้องเดือดร้อน เพราะหากลินดาหันมาเล่นงานเขา เขาคงไม่สนใจและปล่อยให้เ
“ที่จริงคุณจะหันมามองก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไรหรอก”ภาสกรพูดด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเรนิตาเขินอายมากเท่าไรเขายิ่งอยากดึงเธอเข้ามากอดให้หายมันเขี้ยวมากเท่านั้น“ฉันไม่อยากมอง เร็วๆ เลย” เรนิตาเสียงเขียวทันทีที่รู้ว่าชายหนุ่มต้องการจะพูดแกล้งให้เธออาย“โอเคๆ เสร็จแล้วครับ” ภาสกรยิ้มให้เรนิตาที่หันมามองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเข้าไปหอมเธอหนึ่งฟอดเพื่อบอกลา“ผมไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเจอกันตอนเที่ยง” ภาสกรพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกมีความสุขเอ่อล้นเรนิตายิ้มตามหลังชายหนุ่ม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเองก็ตามไม่ทัน เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร แต่มันต่างจากที่เธอเคยรู้สึกกับพายุ ครั้งนี้เธอไม่ต้องรู้สึกฝืนหรือพยายามอะไร แต่เธอกำลังปล่อยหัวใจให้เป็นไปตามธรรมชาติของมันภาสกรเข้าห้องนอนของตนเองมาด้วยรอยยิ้ม เขาไม่เคยรู้สึกมีความสุขขนาดนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่เพราะว่าเขาได้เชยชมร่างกายและได้เรนิตามาครอบครองเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเพราะว่าเรนิตาเองก็กำลั
“อา…” ภาสกรร้องออกมาด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มขยับกายเข้าออกหญิงสาวหนักสลับเบาจนเรนิตาร้องออกมาด้วยความเสียวซ่าน“อา…คุณภาค”เรนิตาร้องออกมาอย่างลืมอาย ยามที่กายของชายหนุ่มกระแทกกระทั้นเข้าหาร่างกายเธอมันทำให้เธอเสียวจนแทบจะไปแตะขอบสวรรค์ไม่ต่างจากเมื่อคืนภาสกรหยัดกายขึ้นพร้อมกับใช้มือจับที่เอวคอดของหญิงสาวเพื่อกระแทกกายเข้าหาร่างเล็กได้สะดวกและหนักหน่วงมากขึ้น ชายหนุ่มมองภาพสาวใต้ร่างที่ตอนนี้หลับตาพริ้ม ริมฝีปากแดงเจ่อ หน้าอกกระเพื่อมตามแรงกระแทกของเขาด้วยความรู้สึกโหยหา เรนิตาสวยเสียจนเขาอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว ไม่แปลกที่ชายหนุ่มทุกคนจะหมายปองและอยากได้เธอไปครอบครอง และเขากำลังเป็นผู้ชายคนนั้น คนที่ทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบจะสำลักความสุขนั้นออกมา“คุณสวย สวยเหลือเกินเรย์” ภาสกรพูดราวกับคนที่พร่ำเพ้ออยู่ ก่อนจะกระแทกร่างกายใส่หญิงสาวอย่างแรงด้วยความต้องการของตนเอง ตอนนี้เขาแทบอยากจะปลดปล่อยความต้องการออกมา แต่สมองกลับประท้วงว่ายังอยากเห็นสาวใต้ร่างร้องทรมานด้วยความเสียวซ่านอยู่“อย่าหยุดสิค







