INICIAR SESIÓNแม้ว่าภาสกรจะเป็นเสมือนหัวหน้าของเมญ่าและมีสิทธิ์สั่งการทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงอย่าง
“ใช่ ห้ามร้องเด็ดขาด” เรนิตาพูดขึ้นยิ้มๆ อีกที“คุณเรย์ดื่มนี่ไหมครับ” เขมราชพูดขึ้นก่อนจะยื่นแก้วเหล้าต้มส่งให้เรนิตา“เอ่อ คือว่า…” หญิงสาวยังจำได้ดีว่าฤทธิ์ของเหล้าต้มแรงแค่ไหน เธอแทบไม่มีสติอะไรเลย และที่สำคัญเธอต้องมาเสียตัวเพราะฤทธิ์ของมันแท้ๆ“มึงนี่ยื่นเหล้าให้เมียกูต่อหน้าต่อตาเลยนะไอ้เข้ม” ภาสกรพูดขึ้นยิ้มๆ เพราะเขาไม่ได้โกรธอะไรเข้มจริงจังนัก“อ้าว ขอโทษครับพ่อเลี้ยง ก็ผมจำได้ว่าครั้งก่อนคุณเรย์ชอบ” เขมราชรีบพูดแก้ตัวทันที“ชอบจริงหรือเปล่าเรย์” ภาสกรหันมาถามหญิงสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์“ฉันบอกลาขาดกับเหล้าต้มแล้วละเข้ม เป็นไปได้ไม่อยากจะแตะแล้ว คืนนั้นแทบไม่มีสติเลย” เรนิตาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงขำขัน เพราะเมื่อเอามาเล่าอีกทีก็กลายเป็นเรื่องตลกจริงๆ ที่เมาได้ขนาดนั้น“แต่เอาจริงกินได้นะพี่ไม่ว่าหรอก” ภาสกรพูดขึ้นพร้อมกับหันไปกระซิบเรนิตาเพื่อพูดประโยคถัดไป“คืนนี้พี่จะได้เห็นเรย์ตอนเป็นแบบนั้นอีกไง” ภาสกรพูดด
“ขอบคุณมากนะคะพี่เรย์ อันที่จริงถ้าไม่ได้พี่เรย์เราสองคนก็คงไม่สมหวังแบบนี้” สร้อยพูดขึ้นด้วยความซึ้งใจ พร้อมนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่เรนิตาช่วยพูดกับพ่อเลี้ยงจนพ่อเลี้ยงยอมยกเลิกกฎที่ว่า“ใช่ครับ ถ้าไม่ได้คุณเรย์พวกผมก็ไม่รู้จะทำยังไง” เขมราชพูดสำทับอีกทาง จนภาสกรถึงกับกระแอมออกมา“แฮ่มๆ นี่จะบอกว่าฉันเป็นพ่อเลี้ยงใจร้ายขัดขวางคนรักกันอย่างนั้นเหรอ” ภาสกรพูดขึ้นพร้อมกับแกล้งทำน้ำเสียงดุๆ ลูกน้อง“หรือไม่จริงคะ” เรนิตาเป็นฝ่ายหันไปมองจิกชายหนุ่มแทน“โธ่ เรย์ พี่ก็กลับตัวกลับใจแล้วไงครับ” ภาสกรยอมรับว่าตัวเองแทบจะขึ้นชื่อว่า ‘กลัวเมีย’ อย่างสมบูรณ์แบบ และเขาก็ไม่อายด้วยที่แสดงท่าทีกลัวเมียต่อหน้าลูกน้อง“ที่จริงพวกเราต้องขอบคุณพ่อเลี้ยงด้วยนะครับ ที่เชื่อใจในพวกเราและยอมให้พวกเราคบหากัน ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมกับสร้อยจะไม่ทำเรื่องเดือดร้อนให้พ่อเลี้ยงเด็ดขาด” เขมราชรับปากอย่างจริงจัง พ่อเลี้ยงเป็นผู้มีพระคุณกับเขาและสร้อยมาก ชาตินี้เขาคงอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้พ่อเลี้ย
“หมายความว่า…” ภาสกรมองหน้าหญิงสาวด้วยใจที่เต้นระทึก“เรย์ตกลงค่ะ” ทันทีที่หญิงสาวตอบตกลง ภาสกรก็รีบดึงเธอเข้ามากอดด้วยความดีใจ“จริงนะเรย์ แต่งงานกับพี่จริงๆ นะ” ภาสกรพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เขาทำสำเร็จแล้ว เรนิตายอมรับรักเขาจริงๆ แล้ว“จะไม่สวมมันเหรอคะ” เรนิตาไม่ตอบ แต่ยื่นมือข้างซ้ายให้ชายหนุ่มเป็นคำตอบแทน“สวมครับๆ” ภาสกรรีบรับมือหญิงสาวมา ก่อนจะเริ่มสวมแหวนให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจในคราเดียวกัน“พี่รักเรย์นะครับ” ชายหนุ่มอยากจะย้ำคำว่ารักให้เธอรับรู้มันซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น“เรย์ก็รักพี่ภาคค่ะ” เรนิตาตอบกลับชายหนุ่ม เธอมั่นใจว่าจากนี้ผู้ชายที่เธอเลือกจะไม่มีวันสร้างบาดแผลในใจให้เธอเหมือนคนอื่น“พี่ดีใจมากเลยเรย์รู้ไหม” ภาสกรพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามากอดจากด้านหลังพร้อมกับมองพระอาทิตย์ที่ตอนนี้อยู่บนท้องฟ้าสีทองอร่ามให้หนุ่มสาวได้เชยชม“เรย์ก็ดีใจเหมือนกันค่ะ รู้ไห
“ก็บอกแล้วไงว่าโชคชะตาเข้าข้างพี่” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อีกครั้ง“ค่ะ เชื่อแล้ว ว่าแต่เย็นนี้เรากินอะไรกันดี” เรนิตาพูดด้วยสายตาเป็นประกาย อันที่จริงเธอแกล้งถามไปอย่างนั้นเพราะเมนูในใจของเธอก็คือหมูกระทะ ขึ้นดอยมาอยู่ที่อากาศเย็นๆ แบบนี้ การกินหมูกระทะร้อนๆ ก็จะช่วยคลายความหนาวไปได้ไม่น้อย“อยากกินหมูกระทะละสิ พี่รู้นะ” ชายหนุ่มพูดอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อครู่นี้เขาเห็นเรนิตาเอาแต่ยืนมองราคาเมนูหน้าที่พัก และจับจ้องแต่ชุดหมูกระทะอยู่อย่างนั้น“ใช่ค่ะ มาดอยก็ต้องกินหมูกระทะสิ” หญิงสาวยิ้มร่าเริงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มรู้ทัน โดยที่เธอไม่ต้องพูดอะไรเยอะแยะมากมาย“เรย์นี่ก็แปลกนะ ถ้าเป็นดาราคนอื่นคงจะห่วงหุ่นน่าดู” นี่ก็อาจจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหญิงสาวก็เป็นได้ เธอไม่เคยทำตัวเหมือนคนกลัวอาหาร แต่กลับกินอาหารทุกอย่างด้วยความเอร็ดอร่อย“ใครบอกไม่ห่วงคะ งานของเรย์ต้องใช้รูปร่างหน้าตา ที่เรย์กินๆ แบบที่พี่ภาคเห็น เดี๋ยวกลับไปเรย์ก็ต้องไปชดใช้กรรม ออกกำลังกายให้หนักแล้วก็คุมอาหารนิดหน่อย&rd
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปรับบัตรคิวก่อนนะ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับพนักงานเพื่อรับบัตรคิว ระหว่างที่เขาเข้าไปในร้านเหล่าแฟนคลับของเรนิตาก็เริ่มสังเกตเห็นว่าผู้หญิงที่สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขายาวแสนธรรมดา ดูมีออร่าและสวยมีเสน่ห์คือดาราสาวผู้โด่งดัง“พี่เรย์ใช่ไหมคะ” หนึ่งในคนที่ยืนรออยู่หน้าร้านเดินเข้ามาถามเรนิตาด้วยใบหน้าตื่นเต้น เรนิตาจึงหันไปส่งยิ้มตอบอย่างมีมารยาท“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ” เรนิตาไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มหวานด้วยความเป็นมิตร“กรี๊ดดดด ทุกคน พี่เรย์จริงๆ ด้วย พวกเราขอถ่ายรูปกับพี่หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเป็นเอฟซีพี่เรย์ แล้วก็ชอบผลงานพี่เรย์มากๆ เลย” กลุ่มเด็กสาวที่ต่อคิวหน้าทางเข้าร้านต่างพากันเดินมาหาเรนิตาด้วยความตื่นเต้น พร้อมขอสลับกันถ่ายรูปคู่หญิงสาว ซึ่งเรนิตาเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ส่วนหนึ่งเพราะเธอเองก็เคยชินกับสถานการณ์นี้แล้ว การที่เธอเข้ามาเป็นคนของประชาชน สิ่งหนึ่งที่เธอต้องรับให้ได้คือต่อแต่นี้ไปชีวิตของเธอคงไม่มีความเป็นอิสระมากมายนัก“พี่เรย์เพิ่งมาจากกรุงเทพฯ
แม้ว่าภาสกรจะเป็นเสมือนหัวหน้าของเมญ่าและมีสิทธิ์สั่งการทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงอย่างไรเรนิตาก็คือเด็กที่อยู่ในสังกัดของเมญ่า ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะให้เกียรติและขออนุญาตไว้ก่อนจะทำอะไร เช่นครั้งนี้ที่ทั้งคู่ได้ขอไปพักผ่อนที่เชียงใหม่ด้วยกัน ผู้จัดการส่วนตัวอย่างเมญ่าก็อนุญาตและจัดการเคลียร์คิวของดาราสาวให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ ส่วนหนึ่งเพราะเรนิตาหายจากวงการไปสักพักเลยทำให้ไม่ติดปัญหาอะไรมาก แต่หลังจากเที่ยวเสร็จเธอเองก็คงต้องกลับมาทำงานหนักๆ เพื่อทดแทนเวลาที่ผ่านมา“อากาศกำลังดีเลยเนอะ” ภาสกรเอ่ยขึ้น พร้อมถามหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้เปิดกระจกรถยนต์ส่วนตัวเพื่อรับอากาศเย็นๆ หลังจากที่เมื่อคืนนี้ทั้งคู่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันตั้งแต่กลางดึกภาสกรเป็นคนขอขับรถยนต์มาที่เชียงใหม่เอง ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากต้องวุ่นวายหาเช่ารถตอนที่ถึงเชียงใหม่แล้ว และอีกอย่างเขาจะได้ใช้เวลาร่วมกับเรนิตามากขึ้นด้วย“ใช่ค่ะ ที่น่านป่านนี้ก็คงหนาวมากๆ แน่เลยใช่ไหมคะ” เรนิตาจากไร่น่านฟ้ามาไม่นาน แต่แปลกที่เธอกลับรู้สึกคิดถึงและโหยหา ราวกับว่าที่นั่นเป็นสถานที่







