เข้าสู่ระบบบทที่ 14 ผลการสอบและหอโอสถ1
นักเรียนแพทย์โอสถที่เดินทางไปสอบยังเมืองหลวงเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ได้ยื่นขอเข้าสอบกับสำนักแพทย์โอสถหลวง โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการสอบ เนื่องจากเป็นการสอบนอกเหนือจากการสอบประจำปีที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนทุกคนเข้าสอบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
“เอาล่ะ การสอบแพทย์โอสถขั้นต้นมีทั้งหมดสามรอบ รอบแรกเป็นการสอบรายชื่อสมุนไพร” ผู้คุมสอบชี้แจงการสอบครั้งนี้ และมองไปยังผู้เข้าสอบทั้ง 10 คน ที่ฟังด้วยท่าทีสงบไม่ได้ดูว้าวุ่นอันใดก็พูดต่อ
“เขียนชื่อสมุนไพรพร้อมสรรพคุณ 100 ชนิดภายในเวลา 1 ชั่วยาม” เมื่อผู้คุมสอบพูดจบก็พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่นำกระดาษและอุปกรณ์การเขียนเข้ามาทันที
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว ผู้คุมสอบก็ให้เวลาผู้เข้าสอบทุกคนเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ด้วยตนเอง ทุกคนขยับมือฝนหมึกจนคาดว่าเพียงพอดีแล้ว ก็สงบนิ่งหลังตรง เพื่อรอสัญญาณการเริ่มสอบ
“เริ่มได้!!!!” เมื่อสิ้นเสียงผู้คุมสอบทุกคนก็ขยับพู่กันขยับมือเขียนสิ่งที่อยู่ในหัวทันที แต่ละคนไม่มองไปที่ใดมีแต่ก้มหน้าเขียนอย่างรวดเร็ว
ผู้คุมสอบครานี้มีทั้งหมด 8 คนด้วยกัน ทุกคนล้วนเป็นแพทย์โอสถขั้นกลางขึ้นไป โดยมีขั้นสูงแค่ 2 คนเท่านั้น และทั้งสองคนก็เป็นหมอหลวงในพระราชวังที่ถูกหัวหน้าหมอหลวงส่งมาเฝ้าสังเกตการณ์การสอบครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากไม่เคยมีการยื่นขอสอบนอกรอบเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว และยิ่งเป็นนักเรียนแพทย์ที่มาจากเมืองหยาง ยิ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
เวลา 1 ชั่วยามผ่านพ้นไปก็ถึงเวลาของการตรวจคำตอบ ซึ่งทางสำนักแพทย์ต้องใช้เวลาในการตรวจครึ่งชั่วยาม เมื่อผลการสอบรอบแรกออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ
“ทุกคน...ผ่าน!!!!” ผู้เข้าสอบหันหน้ามองกันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“รอบที่สอง เป็นการสอบถามตอบเกี่ยวกับสมุนไพร รอบนี้ผู้เข้าสอบจะได้พูดคุยกับแพทย์โอสถขั้นกลางและขั้นสูง ซึ่งจะมีแพทย์ 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ท่านที่จะเข้าร่วมการทดสอบให้กับทุกคน มีเวลาคนละ 1 เค่อเท่านั้น”
และแล้วก็สอบรอบนี้ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีใครสอบตกแม้แต่คนเดียว แพทย์โอสถจากวังหลวงมีความพึงพอใจอยู่หลายส่วน หากรายงานขึ้นไปเบื้องบน อาจจะมีการสนับสนุนให้มีการเรียนแพทย์มากยิ่งขึ้น เพราะแพทย์ในแคว้นซ่งมีน้อยนิดไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำไป
“เอาล่ะ มาถึงรอบสุดท้าย” ผู้คุมสอบส่งสัญญาณแก่เจ้าหน้าที่ ก่อนที่โต๊ะจะถูกยกเข้ามา 10 ตัว บนโต๊ะมีตะกร้าใส่สมุนไพรจำนวนหนึ่งอยู่ ฉากกั้นก็ถูกยกมาเช่นกัน ทำให้ผู้สอบแต่ละคนไม่สามารถมองเห็นกันได้
“เบื้องหน้าผู้เข้าสอบทุกคนคือสมุนไพรหลากหลายชนิด หยิบสมุนไพรให้ตรงกับรายชื่อบนตะกร้าใบเล็กทั้ง 10 ใบ พร้อมเขียนบอกสรรพคุณภายในเวลาครึ่งชั่วยาม” ผู้คุมสอบอธิบายการสอบครั้งนี้ และเว้นระยะเวลาให้ทุกคนเตรียมความพร้อม
“เริ่มได้!!!” สัญญาณเริ่มการสอบไม่ได้มีผลกับกลุ่มคนที่สอบมากนัก ทุกคนยังคงสุขุมไม่ลนลานหรือตื่นตระหนกไปกับการสอบที่ถูกกำหนดด้วยระยะเวลา
สมุนไพรแต่ละตัวถูกผู้เข้าสอบจัดเรียงลงในตะกร้าที่เตรียมไว้ให้ พร้อมกับกระดาษเขียนสรรพคุณทางยาไม่ว่าจะเป็นคุณหรือโทษ จนเวลาหมดลงทุกคนก็หยุดมือทันที และยืนอย่างสงบ
ผู้คุมสอบทั้งหมดเข้าตรวจสอบอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น เพราะผู้เข้าสอบทุกคนยังอยู่ครบจนรอบสุดท้ายไม่เคยมีมาก่อน แม้จะเป็นแค่แพทย์โอสถขั้นต้นก็ตามที
“ประกาศผล!!!!” ผู้คุมสอบกล่าวเสียงดังฟังชัด แต่มือที่ถือผลสอบกลับสั่นเล็กน้อย
“ยินดีด้วยกับ....” ผู้เข้าสอบวัยเยาว์ต่างบีบมือกันแน่นด้วยความลุ้นระทึก แม้จะมั่นใจมากก็ตาม เพราะพวกเขารู้จักสมุนไพรทุกชนิดที่มีในตะกร้าใบนั้น เพราะไร่ของหมู่บ้านเขาปลูกมันทุกชนิด และปลูกมากกว่าหลายร้อยชนิดด้วยซ้ำไป
“ทุกคนผ่าน!!!!! ยินดีกับแพทย์โอสถขั้นต้นทุกท่าน” ทุกคนภายในห้องทดสอบต่างยิ้มอย่างยินดีและดีใจในความสำเร็จขั้นแรก แม้แต่ผู้คุมสอบ แพทย์โอสถขั้นกลางและขั้นสูงก็รู้สึกภูมิใจแทนอาจารย์ผู้สั่งสอนนักเรียนวัยเยาว์กลุ่มนี้ อายุน้อยสุดในกลุ่มนี้เพียงอายุ 14 หนาว มากสุด 18 หนาว
‘วงการแพทย์โอสถแคว้นซ่งสั่นสะเทือนเสียแล้ว’
“คุณหนูใหญ่ขอรับมีข่าวส่งมาจากเมืองฉางและเมืองหลวงขอรับ” พ่อบ้านใหญ่จางที่ตอนนี้ดูแลความเรียบร้อยในจวนรีบเร่งเข้ามารายงาน พร้อมมอบจดหมายที่ส่งมาด้วยเหยี่ยวที่ถูกฝึกด้วยกองกำลังของตระกูล ตอนนี้ใช้งานอยู่นับสิบกว่าตัวแล้ว
“ท่านลุงอันฉีเล่าพ่อบ้านจาง” ซูเม่ยที่รับจดหมายมาก็ถามถึงบุคคลที่ควรถือจดหมายมาให้นางเอง
“หัวหน้าหูอันฉีกำลังจัดคนคุ้มกันสินค้าส่งไปยังร้านค้าต่างเมืองขอรับ ครานี้สินค้ามากกว่าเดิมเกือบสามเท่า จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ” พ่อบ้านตอบคุณหนูใหญ่ของจวนอย่างชัดเจน
“...” ซูเม่ยไม่ได้ตอบอันใดก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ กิจการร้านค้าฟู่จินของนางขยายสาขาไป 6 แล้ว ทำให้งานยุ่งมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะท่านลุงอันฉีที่ควบคุมคนงานทั้งหมด เนื่องจากหัวหน้างานส่วนต่างๆหายไปถึง 4 คนด้วยกัน
"หัวหน้าหูอันฉี แจ้งว่าจะเข้ามาพบอีก 1 ชั่วยามขอรับ”
“เช่นนั้นพ่อบ้านจางก็ฟังข่าวเป็นเพื่อนข้าเถิด” ซูเม่ยคลี่กระดาษแผ่นแรกที่ส่งมาจากเมืองหลวง คงเป็นเด็กๆที่ไปสอบแพทย์โอสถส่งมารายงานผลสอบ ซึ่งนางเองก็คาดหวังผลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเด็กๆกลุ่มนี้มีอาจารย์พิเศษเช่นนางเป็นผู้สอน ร่วมกับท่านหมอตงหยางที่เชิญมาจากโรงหมอในเมือง หมอตงหยางนับว่ามีความสามารถมากเลยทีเดียว กว่าจะเชิญมาได้นางต้องล่อลวงด้วยสมุนไพรมากมาย
‘สอบผ่านขั้นต้น 7 คน ขั้นกลาง 3 คน’
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







