LOGINบทที่ 13 ข่าวดีหรือข่าวร้าย3
ลี่หยางและอู๋เยว่จวนรู้สึกวางตัวไม่ถูกอยู่บ้างเพราะเป็นเพียงชาวบ้านชาวป่า จู่ๆมีคนมาคารวะเหมือนขุนนางเศรษฐีในเมืองก็กระอักกระอ่วนไม่น้อย
“ไม่ต้องคารวะหรอกขอรับ ข้าต่างหากต้องคารวะทุกท่านที่ช่วยเหลือ” ลี่หยางที่ยังไม่ทราบอะไรหลายๆอย่างเอ่ยออกมาด้วยความเกรงใจปนเปกับความสับสน
“อ่า นายท่านอาจจะยังสับสน เชิญนายท่านกับฮูหยินพักสัก 3 ชั่วยาม ปลายยามเซิน (17.00) ข้าน้อยจะมาเรียนเชิญที่ห้องรับรองขอรับ ยามนั้นทุกข้อสงสัยในใจนายท่านและฮูหยินคงจะหมดไป” หูฮุ่ยหมิ่นที่เห็นท่าทีของทั้งสองท่านที่ยังไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ถูกก็แนะนำให้พักผ่อนเสียก่อน พร้อมมอบห่อผ้าที่คุณหนูใหญ่เตรียมไว้
‘หากพบเจอท่านพ่อท่านแม่ของข้า มอบห่อผ้านี้ให้ท่านทั้งสองแล้วพวกท่านจะเข้าใจเอง’
ลี่หยางรับห่อผ้านั้นมาอย่างสงสัย แต่ด้วยผู้มอบไม่บอกสิ่งใด เขาจึงไม่ได้ถามออกไปเช่นกัน
“ข้าน้อยให้เสี่ยวเอ้อเตรียมน้ำอุ่น เสื้อผ้า และอาหารไว้ให้ท่านทั้งสองแล้ว เชิญตามสบายขอรับ” กัวเหวินชางกล่าว ก่อนที่ทั้งหมดจะหันหลังเดินจากห้องไป เมื่อคนกลุ่มใหญ่ทยอยออกไป ห้องก็กว้างขึ้นทันตา
สามีภรรยาหันมามองหน้ากันแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด สามีพาภรรยาของเขาไปยังห้องอาบน้ำ ทั้งสองใช้เวลาในนั้นเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่ได้อาบน้ำมานานนับปีแล้ว
อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ทั้งสองก็ออกมาในชุดใหม่ที่ถูกเตรียมไว้ คราแรกก็ไม่กล้าใส่ แต่ไม่มีชุดอื่นอีกจึงจำใจใส่ชุดหรูหราราคาแพงเช่นนี้ด้วยความไม่สบายใจ
“ท่านพี่ เราเปิดห่อผ้านั้นดูดีหรือไม่ บางทีอาจจะเป็นของซูเม่ยก็ได้” อู๋เย่วจวนที่บัดนี้ปรากฎรูปโฉมที่แท้จริงด้วยไม่มีคราบสกปรกบดบัง ก็ละม้ายคล้ายบุตรสาวอย่างซูเม่ยถึง 7 ส่วน
“อืม งั้นเรามาเปิดดูพร้อมกัน” ว่าแล้วมือหนาหยาบกร้านก็ค่อยๆแกะห่อผ้าไหมอย่างช้าๆ สิ่งของที่ปรากฏในห่อผ้ามีไม่กี่อย่าง ขวดกระเบื้องต่างสี 4 ขวด กำไล และกระดาษที่พับไว้
“กะ...กำไลนั่นมัน” อู๋เย่วจวนเมื่อเห็นกำไลหยกคุ้นตาก็หยิบขึ้นมาดูทันที ก่อนจะร้องไห้ออกมา ผู้เป็นสามีดึงร่างผอมบางของภรรยามากอดด้วยท่าทีปลอบโยน
“กำไลสินเดิมของเจ้า เช่นนั้นห่อผ้านี้คงเป็นซูเม่ยที่ให้มา” เมื่อลี่หยางคิดดังนั้นจึงเปิดกระดาษที่พับไว้และเป็นอย่างที่สงสัย มันคือจดหมายที่เขียนถึงเขาและภรรยา
‘ท่านพ่อท่านแม่ เมื่อท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้แปลว่า คนของลูกที่ส่งออกไปตามหาพวกท่านพบเจอท่านทั้งสองแล้ว ลูกไม่สามารถอธิบายทุกอย่างผ่านจดหมายได้ แต่ตอนนี้ครอบครัวของเราไม่มีอะไรเหมือนเดิม ลูกพาซูเหวินและซูเจียวออกมาจากตระกูลจ้าวไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกับพวกเขาอีก ตอนนี้พวกเรา 3 คนพี่น้องอยู่ที่เมืองหยาง ฐานะดีขึ้นมาก ท่านพ่อท่านแม่โปรดตามคนของลูกกลับมา หูฮุ่ยซิ่ว หูฮุ่ยหมิ่น กัวเหวินชาง เจียงลู่คง ทั้งสี่คนเป็นคนที่ลูกไว้ใจและสามารถไว้ใจได้ ขวดทั้งหมดในห่อผ้าเป็นยา ลูกเขียนกำกับไว้ทุกขวดแล้ว ท่านพ่อท่านแม่โปรดรักษาตัวและเดินทางกลับมาหาพวกเราโดยเร็ว รักเสมอ ซูเม่ย’
ทั้งสองคนเมื่ออ่านจดหมายจบก็ปล่อยน้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะโอบกอดกันด้วยความโหยหา คิดถึง และเสียใจ ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับบุตรทั้งสามคนบ้าง ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักตระกูลจ้าวแต่รู้จักดีและดีมากจนแทบจะขาดใจเมื่อถูกกักขังไม่อาจกลับไปหาบุตรได้
“ท่านพี่ ลูกของเรา พวกเขา...”
“ชู่ว..... คนดี ไม่มีอะไร ลูกก็บอกแล้วว่าครอบครัวดีขึ้นมาก ย้ายออกจากตระกูลจ้าวแล้วด้วย ไม่เป็นไรๆ” เยว่จวนไม่ทันพูดจบสามีก็พูดดักคอเสียก่อน ไม่อยากให้ภรรยาของเขาคิดมากจนเกินไป
‘เกิดสิ่งใดกับบุตรทั้งสามคนของเขากันแน่’ ลี่หยางเองก็อดกังวลไม่ได้ ในอกมันร้อนผ่าวจนอยากไปให้ถึงเมืองหยางเสียเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เขาเชื่อหมดใจว่าซูเม่ยบุตรสาวของเขาเป็นคนเขียนจดหมาย และคนที่มาช่วยเขาก็เป็นคนของบุตรสาว แต่ความรู้สึกแปลบๆในใจ...มันยังไงกันแน่
กว่าอู๋เยว่จวนจะสงบใจได้ก็พักใหญ่ๆ ลี่หยางก็ปลอบภรรยาไม่ห่าง ก่อนทั้งสองจะมองขวดสีต่างๆที่อยู่ในห่อผ้าก็พบว่าเป็นโอสถบำรุงร่างกาย โอสถรักษาบาดแผล โอสถแก้พิษ และน้ำปรับสมดุลในร่างกาย(วารีมรกตเอง)
“เราดื่มน้ำปรับสมดุลร่างกายก่อนเถิด ค่อยทานยาบำรุงร่างกาย” ว่าแล้วทั้งสองก็ดื่มน้ำวารีมรกตไปคนละ 1 จอก
ความหอมเย็นไหลจากลำคอลงสู่ร่างกายทำให้รู้สึกร่างกายหายเมื่อยล้า และกระฉับกระเฉงขึ้นในทันที จนทั้งสองคนถึงกับแปลกใจ แต่เมื่อกินยาบำรุงก็ยิ่งตกตะลึงในความมหัศจรรย์ของยาบำรุงนี้
“ท่านพี่...หน้าของท่านพี่ดู เอ่อ...เอ่อ..” อู่เยว่จวนที่มองหน้าสามีถึงกับเอ่ยออกมาไม่ถูก หน้าแดง หูแดง อย่างเขินอาย
“หน้าพี่ทำไมเหรอ ฟอดดดดด” ลี่หยางที่เห็นแก้มแดงๆของภรรยาก็อดก้มลงฝังจมูกลงไปไม่ได้
“ท่านพี่!!! น่าอายจริงเชียว” ผู้เป็นสามีได้รับกำปั้นเล็กๆจากภรรยาไปหนึ่งที
“ไม่ล้อเจ้าแล้ว พี่ก็แปลกใจเช่นกันแต่ไม่รู้จะหาคำตอบจากที่ใด เจ้ามองตัวเองในคันฉ่องเถิด พี่เห็นคราแรกก็ยังแปลกใจยิ่งนัก ราวกับย้อนวัยไปนับ 10 ปี” ลี่หยางบอกกับภรรยา และหมุนไหล่บางของภรรยาหันไปมองคนฉ่องทองเหลืองที่อยู่ไม่ไกลกัน
อู๋เย่วจวนจับใบหน้าของตนเองด้วยความตกใจ ตอนอยู่ในกรงทาสทั้งอดอยาก ทั้งสกปรก นางเชื่อว่าสภาพของตนคงไม่เหลือเค้าโครงของความงามอีกแล้ว แต่นี่มัน....
“ท่านพี่...มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”
ลี่หยางมองภรรยาเขาอย่างหลงใหล และตกหลุมรักนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่านางจะเป็นเช่นไรเขาก็ยังรักนาง และยิ่งตอนนี้ ภรรยาของเขาเหมือนกับย้อนไปวันวาน รวมทั้งตัวเขาเองก็ย้อนไปเป็นชายหนุ่มอีกครั้งเช่นกัน
“คงต้องถามคำตอบจากบุตรสาวของเราแล้วล่ะ เย่วจวน” ลี่หยางและอู๋เย่วจวนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ และเดินทางไปหาคำตอบที่เมืองหยาง
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







