LOGINบทที่ 21 ความจริง1
ทางด้านชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงที่ส่งคนแฝงตัวเข้าสู่ตระกูลตวนมู่ก็ทราบความเคลื่อนไหวของคนในจวนแม้ไม่รู้เบื้องลึกในบางเรื่องมากนัก แต่หากเป็นเรื่องใครมาใครไป โดยเฉพาะเรื่องของคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยที่ได้รับความสนใจจากชินอ๋องเป็นพิเศษ คนที่แฝงตัวเข้ามาจึงรายงานเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูใหญ่ผู้นั้น
“ข่าวจากจวนตระกูลตวนมู่ครานี้มี 2 ฉบับพะยะค่ะ” เฟยฉีนำสารเข้ามาส่งในห้องทรงงานของเจ้านายหนุ่มทันทีที่ได้รับสารนี้มา เพราะเรื่องเกี่ยวกับสตรีตระกูลตวนมู่มักสำคัญสำหรับนายเหนือหัวของเขาเสมอ
“ว่ามา” ชินอ๋องหนุ่มเงยหน้าจากกองเอกสาร และให้ลูกน้องคนสนิทกล่าวรายงาน
“คุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ย อะ..เอ่อ” เฟยฉีเมื่อกวาดสายตาอ่านสารฉบับแรกนั้นถึงกับพูดไม่ออกหาเสียงตนเองไม่เจอ
“อ้ำอึ้งอันใด รีบกล่าวมา!!!” ชินอ๋องที่รอฟังอยู่ร้อนรนจนแทบจะนั่งไม่ติดตะคอกเสียงใส่ลูกน้องคนสนิทให้รีบกล่าวข้อความในสารนั้นออกมา
“นางคลอดเอ่อ..บุตรฝาแฝดพะยะค่ะ” เฟยฉีกลั้นใจตอบออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวแรงพิโรธของเจ้านายหนุ่มเหลือเกิน
“....” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบหรี่ลง ความนิ่งเงียบทำให้เฟยฉีไม่อาจเดาอารมณ์ของเจ้านายของตนเองได้แล้ว ชินอ๋องหนุ่มในใจรู้สึกไม่ยินยอม หวงแหน จนอธิบายไม่ถูก มันอึดอัดไปหมดจนในอกแทบจะระเบิดออกมา
‘บุตรฝาแฝดเช่นนั้นหรือ แล้วสามีของนางเล่า จะใช่...หรือไม่’
ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีความสงสัยในตัวสตรีผู้นี้เต็มไปหมด นับตั้งแต่พบหน้านางที่เมืองหยางในร้านน้ำชา นางช่างคล้ายคลึงกับสตรีที่เขาล่วงเกินด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่เมืองเจียงโดยเฉพาะแววตาเหมือนราวกับเป็นคนเดียวกัน แม้ยามฟื้นตื่นขึ้นมาองครักษ์คนสนิทของเขาจะบอกว่า....สตรีคณิกาผู้นั้นร้องไห้จนหมดสติแต่เมื่อตรวจดูกลับพบว่านางสิ้นใจไปแล้ว เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อกลับไปค้นหาศพของนางที่ถูกนำไปทิ้งในป่า แต่แล้วก็ไม่เจอศพของนาง ร่างของนางหายไปพบเพียงร่องรอยที่บ่งบอกว่านางนั้นยังไม่ตายอย่างแน่นอน
แม้องครักษ์ทั้งสี่ของเขาจะเคยได้เห็นโฉมหน้าของคณิกาผู้นั้น แต่เมื่อเทียบกับคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยซึ่งมี ความคล้ายคลึงกันอยู่มากแต่ก็ไม่อาจเทียบกันได้ หญิงคณิกาที่เดิมทีเป็นเพียงสาวชาวบ้านกับคุณหนูตระกูลร่ำรวยย่อมมีความแตกต่าง แต่ใจของเขากลับปักใจเชื่อว่านาง...เป็นคนเดียวกัน
“ท่านอ๋อง เฟยหรงกับเฟยอวี่ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” เฟยฉีรู้สึกว่าเขารอดแล้ว เฟยหรงสหายรักมารับช่วงต่อจากเขาเถิด เขารับแรงกดดันไม่ไหวแล้ว วันนี้เจ้าเฟยเทียนรอดตัวไปเพราะต้องตามงานในราชสำนัก
สององครักษ์ที่ไปสืบตัวตนที่แท้จริงของคุณหนูใหญ่ตระกูลตวนมู่ที่เมืองเจียงเกือบ 4 เดือน เมื่อสืบจนกระจ่างแล้วก็เร่งควบม้ากลับมาแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย ม้าถูกเปลี่ยนไปถึง 3 ตัวเพื่อเร่งนำสิ่งที่ทราบมารายงานต่อนายเหนือหัวของตน
“ให้พวกเขาเข้ามา” ชินอ๋องหนิงเฉิงเมื่อรู้ว่าผู้ที่มาเป็นใครก็ละสายตาจากสิ่งที่กำลังเหม่อมอง หมุนกายกลับมารอคอยสององครักษ์ลูกน้องคนสนิท
“พะยะค่ะ” เฟยฉีตอบรับคำสั่ง ก่อนจะวางสารอีก 1 ฉบับที่ยังไม่ได้อ่าน และเดินออกจากห้องทรงงานไปตามสหายทั้งสองเข้ามา
“กระหม่อมเฟยหรง/กระหม่อมเฟยอวี่ ถวายพระพรท่านอ๋อง” ทั้งสองเมื่อเข้ามาถึงก็คำนับเคารพชินอ๋องก่อนเป็นอันดับแรก แม้จะมีท่าทีเหนื่อยล้ามากก็ตาม แต่เรื่องสำคัญเช่นนี้มิอาจรั้งรอได้
“ไม่ต้องมากพิธีรีบรายงานมา” ชินอ๋องหนิงเฉิงปัดมือไม่ต้องทำความเคารพเต็มพิธี ยามนี้เขาอยากจะทราบเรื่องที่ทั้งสองจะรายงานแก่เขามากกว่า
“แม่นางตวนมู่ซูเม่ย เดิมที...แซ่จ้าว จ้าวซูเม่ย อาศัยอยู่หมู่บ้านเจาหนานเมืองเจียง เมื่อปีก่อนบิดามารดาหายสาบสูญไปกับกองคาระวานสินค้า ต่อมาไม่กี่เดือนสกุลจ้าวสายหลักก็ขายนางให้นายหน้าคนหนึ่ง..เอ่อ...เป็นนายหน้าของหอนางโลมในตัวเมืองเจียง ” เฟยหรงเริ่มเล่าสิ่งที่สืบมาอย่างละเอียด สลับกับมองสีหน้าที่เริ่มเข้มขึ้น เมื่อแม่นางซูเม่ยถูกขายราวกับไม่ใช่ลูกหลาน แต่ก็...
“บิดาของแม่นางจ้าวซูเม่ยในตอนนั้น แท้จริงแล้วเป็นแค่บุตรบุญธรรมของบ้านสกุลจ้าวเท่านั้น จึงถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่อยมา คราแรกชาวบ้านเล่าว่าคนสกุลจ้าวจะขายทั้งสามพี่น้องไปพร้อมกัน แต่นายหน้าไม่รับเด็กต่ำกว่า 7 หนาว น้องฝาแฝดชายหญิงทั้งสองจึงไม่ถูกขายออกไปด้วย ได้แต่ใช้ชีวิตราวกับทาสในสกุลจ้าวต่อไป แต่หลังจากนั้นราว 6 เดือน สกุลจ้าวกลับเหลือเพียงลูกสะใภ้และหลานๆเท่านั้น ตาเฒ่าจ้าว ยายเฒ่าจ้าว บุตรชายและเด็กฝาแฝดได้หายตัวไป”
“แล้วจ้าวซูเม่ยได้กลับไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นหรือไม่” ชินอ๋องหนิงเฉิงได้ฟังเรื่องราวก็มีจุดที่น่าสงสัยมากมาย ทั้งเรื่องคนสกุลจ้าวที่จู่ๆหายตัวไป มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนชั่วที่โง่เขลาเช่นพวกนั้นจะไม่ทิ้งร่องรอยใดเลย นอกเสียจาก...พวกมันไม่ได้หายตัวไป
“ไม่มีใครพบเจอนางอีกตั้งแต่ถูกขายออกไป มันเหมือนจะไม่มีอะไรแปลก แต่...เมื่อคิดว่าเด็กฝาแฝดชายหญิงที่หายไปกลับอยู่กับพี่สาวที่ถูกขายออกไป กระหม่อมจึงให้เฟยอวี่สืบจากแหล่งสุดท้ายที่ทิ้งร่างนางคณิกาคนนั้นหาทางเชื่อมโยงกับจ้าวซูเม่ย” เฟยหรงรีบโบ้ยเรื่องสำคัญไปทางสหายที่แยกกันสืบความ
“เฟยอวี่เจ้ารีบรายงานที่สืบมา” เฟยอวี่ผู้ไม่ทันได้อ้าปากก็ถูกเร่งเร้าจากเจ้านาย องครักษ์หน้าทะเล้นจึงได้แต่ทำตามคำสั่ง ก่อนที่จะโดนพระบาทของท่านอ๋อง
“เรียนท่านอ๋อง คราแรกแทบจะไม่สามารถสืบหาได้เลย แต่ไม่ไกลจากภูเขาลูกนั้นมีหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดชื่อหมู่บ้านตงซาน กระหม่อมจึงลองเสี่ยงเข้าไปสอบถามจากชาวบ้านก็พบว่า...หลายเดือนก่อนมีชาวบ้านพบหญิงสาวหลงป่าจึงได้ส่งนางขึ้นเกวียนวัวกลับบ้านที่หมู่บ้าน...เจาหนาน”
“เป็น....นาง เป็นนางจริงๆ” ชินอ๋องหนิงเฉิงรู้สึกใจเต้นรัวขึ้นมา
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







