Share

บทที่ 21 ความจริง3

last update Huling Na-update: 2026-01-25 21:02:42

บทที่ 21  ความจริง3

กว่าจะถึงจวนตระกูลตวนมู่ต้องเดินทางอีก  3 วัน  เมื่อมีผู้บาดเจ็บทำให้การเดินทางไม่อาจเร่งรีบป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนบาดแผล  ผ่านไป 1 วันผู้บาดเจ็บก็ฟื้นคืนสติ

“คุณชาย  คุณชาย” ชายที่เหมือนจะเป็นผู้คุ้มกันเอ่ยเรียกเจ้านายของเขา เมื่อเห็นเปลือกตาค่อยๆขยับเปิดขึ้น

“อือ...เจ้าเองหรือ..เฟยเทียน” เจ้านายหนุ่มที่เพิ่งลืมตาได้ก็เอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง  ซึ่งบุรุษผู้นั้นคือ  ‘ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิง’ นั่นเอง

“เป็นเช่นไรบ้างบาดเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่ขอรับ ” เฟยเทียนที่ครานี้จับฉลากได้ติดตามท่านอ๋องมาแสดงละครบาดเจ็บขวางขบวนเดินทางของคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ย  แต่ดันเกิดเหตุการณ์ลอบฆ่าขึ้นจริงๆ จนสะบักสะบอมทั้งนายทั้งบ่าวโดยไม่ต้องแสดงให้เหนื่อย

“ข้าไม่ได้เจ็บปวดที่ใดแล้ว...เจ้าล่ะ”

“ข้าน้อยปวดตึงๆที่บาดแผลเล็กน้อยขอรับ” เฟยเทียนยอมรับในฝีมือการแพทย์ของว่าที่ชินหวางเฟยยิ่งนัก  บาดแผลฉกรรจ์ของทั้งเขาและท่านอ๋องถูกทำให้ติดกันด้วยเส้นใยบางอย่าง  และที่สำคัญคือไม่ค่อยรู้สึกเจ็บตรงบาดแผลมากมายนัก

ชินอ๋องหนิงเฉิงกวาดสายตาสำรวจก็พบว่า ทั้งตัวเขาและองครักษ์ส่วนตัวอาศัยอยู่บนรถม้าที่บุด้วยผ้าที่นุ่มจนแทบจะไม่รู้สึกว่ารถม้ากำลังวิ่งอยู่

“เป็นรถม้าในขบวนของคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ย   นางเป็นคนช่วยชีวิตคุณชายและข้าน้อยไว้ขอรับ” ทั้งสองมองหน้ากันอย่างรู้ใจกัน  แม้จะผิดแผนในช่วงแรกแต่ก็กลับเข้าที่เข้าทางและดีกว่าเดิม 

ระหว่างที่ขบวนเดินทางหยุดพักซูเม่ยก็มาดูอาการคนเจ็บทั้งสอง   หลังจากที่ได้รับแจ้งจากคนขับรถม้าว่าคนเจ็บที่พามาฟื้นแล้ว

ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก 

หูฮุ่ยหมิ่นเป็นผู้เคาะประตูรถม้าส่งสัญญาณให้คนด้านในเปิดประตู ไม่นานนักบานไม้เล็กๆของประตูรถม้าก็เปิดออก

“คุณหนูของเรามาตรวจอาการให้พวกท่านทั้งสอง” 

“เชิญคุณหนูใหญ่ตวนมู่  แค่ก  แค่ก  แค่ก” ชินอ๋องหนิงเฉิงเป็นผู้เอ่ยตอบด้วยเสียงแหบแห้ง จนคล้ายจะดูบาดเจ็บสาหัสสลับกับอาการไอแห้ง  จนเฟยเทียนต้องรินน้ำขิงส่งให้เจ้านายจิบบรรเทาอาการ

ซูเม่ยขึ้นไปบนรถม้าคันใหญ่ที่จุได้ราว 10  คน  เมื่อนางขึ้นไปจึงไม่ได้แออัด  ดวงตากลมโตกวาดสายตาสำรวจบุรุษที่อยู่ในชุดตัวในโปร่งบางแต่เป็นผ้าไหมเนื้อดี  ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมปราบที่คมจนแทบตัดเฉือนเนื้อของนางจนพรุน

‘นี่มันบุรุษที่เจอในโรงน้ำชาเมืองหยางนิ’  ซูเม่ยคิดในใจ แม้ยามนั้นจะเห็นเพียงแววตา  เพราะครึ่งหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากาก  แต่นางมั่นใจว่าเป็นชายผู้นั้น

“ท่านทั้งสองเป็นเช่นไรบ้าง ยังมีอาการตาพร่าและชาตามร่างกายอีกหรือไม่”  ซูเม่ยแสร้งทำเป็นไม่รู้จักทั้งสอง ตรวจอาการให้ด้วยท่าทีปกติโดยไม่สนใจสายตาคมที่มองนางอย่างลึกซึ้งชวนขนลุก

“ชาแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนตายังมองไม่ค่อยชัดเจนนัก  คงต้องรบกวนแม่นางตวนมู่อีกสักพัก” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงได้ทีก็คิดแผนการยื้อเพื่อขออาศัยไปจนถึงจวนตระกูลตวนมู่

“ชีพจรท่านยังคงสับสน ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องพิษอันใด หากขับพิษออกช้าไปเพียงนิด  ท่านคงไปเยือนน้ำพุเหลืองแล้ว” ซูเม่ยอดตำหนิความไม่ระวังตัวของทั้งสอง หากนางไม่มียาถอนพิษอยู่ที่ตัวเกรงว่าทั้งสองคงไม่ได้มานั่งอยู่ต่อหน้านางเช่นนี้

“ข้าไม่อาจทราบ  แม่นางโปรดชี้แนะ”  ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเมื่อเห็นแววตาตำหนิจากหญิงสาว ก็อดรู้สึกดีไม่ได้

‘นางห่วงใยเขากระมัง’ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าซูเม่ยกำลังหงุดหงิดที่ต้องล่าช้า ทำให้เวลาที่จะเจอเจ้าก้อนแป้งน้อยต้องเลื่อนออกไปอีก

“พิษแมงมุมเลือด...พวกท่านพอจะรู้จักหรือไม่เล่า” บุรุษทั้งสองชะงักไปเล็กน้อย  เพราะไม่คิดว่าจะเป็นพิษร้ายแรงเช่นนี้  เพราะอาการแรกเริ่มเพียงอ่อนแรง  ตัดกำลังการต่อสู้  จนทั้งสองคนเร่งสังหารนักฆ่าก่อนจะไร้เรี่ยวแรงหมดสิ้นสติไป

‘พิษจากแดนใต้’ อ๋องหนุ่มและองครักษ์คนสนิทมองหน้ากันอย่างเข้าใจ  ดวงตาทั้งสองเผยความอำมหิตขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป เป็นอันรู้กันว่าพวกมันที่ทำการใหญ่เช่นนี้ต้องโดนดี

“....” ซูเม่ยที่นั่งอยู่ก็เห็นแววตาสังหารเมื่อครู่แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับนาง  ตราบใดที่นางและคนในตระกูลไม่เดือดร้อน ย่อมไม่คิดจะยื่นเท้าไปให้ใครเหยียบเล่น

“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิตทั้งคุณชายและตัวข้าเอาไว้  ขอบพระคุณยิ่งนักขอรับ”  เฟยเทียนที่นึกขึ้นได้ว่ายังมีว่าที่ชินหวางเฟยของท่านอ๋องนั่งอยู่ด้วยก็ตีเนียนแสดงละครเป็นข้ารับใช้คุณชายสูงศักดิ์ต่อไป

“ไม่ถือเป็นบุญคุณ  ตัวข้าพอมีความรู้ทางด้านนี้อยู่บ้างจะถือว่าท่านทั้งสองเป็นกรณีศึกษาก็แล้วกัน” ซูเม่ยแสร้งปัดมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำออกมาจนเหล่าหนูลองยาถึงกับคิ้วกระตุก

“...”

“พวกท่านทั้งสองพักผ่อนเถิด ข้าไม่รบกวนแล้ว”  ซูเม่ยลุกขึ้นหันหลังจะลงจากรถม้าแล้วจากไป แต่...

“....”

“อ่อ...ท่านทั้งสองต้องกินยาขับพิษและฝังเข็มร่วมด้วยอีก 7 วัน  หากไม่รังเกียจจวนตระกูลตวนมู่ก็พักเรือนรับแขกที่จวนสักหลายวันเถิด  ส่วนบาดแผลอีกสักครู่ข้าจะให้คนมาเปลี่ยนยาให้พวกท่าน”

ซูเม่ยพูดจบก็ลงจากรถม้าไป  นางพอจะรู้ว่าทั้งสองคนนั้นมีจุดประสงค์บางอย่าง แต่คืออะไรนางยังไม่อาจรู้  หากนางต้องต่อสู้กับนักฆ่าแล้วบาดเจ็บนางคงไม่มานอนรอความตายขวางถนนเป็นแน่  คงต้องจับตาดูว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่  แต่..นางไม่รู้สึกว่าเป็นจุดประสงค์ร้ายต่อจวนตระกูลตวนมู่  เพราะ...

‘แววตาเขาดูทรงอำนาจ เหมือนคนที่ต้องปกครองผู้คนจำนวนมาก’ ซึ่งแววตาเช่นนี้มีคนไม่กี่จำพวกที่จะมีได้

ไม่ขุนนาง.....ก็เชื้อพระวงศ์

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status