LOGINหยางซินอวี่...บุตรีของตระกูลหยาง มีโอกาสได้พบหน้ากับองค์ฮ่องเต้แค่เพียงครั้งเดียวก็โดนเรียกตัวเข้าไปเป็นสนมในวังหลวง กลายเป็นพระสนมส้มหล่นอย่างไม่ทันตั้งตัว หากทว่าภายใต้ตำแหน่งที่นางได้รับนั้นกลับมีเรื่องยุ่ง ๆ ซ่อนอยู่ จนทำให้ชีวิตที่เคยสงบสุขกลับยุ่งเหยิง สตรีที่มิเคยได้รู้จักคำว่ารักแม้แต่ครั้งเดียว จะสามารถมอบหัวใจให้กับองค์ฮ่องเต้จนกลายเป็นรักแรกได้หรือไม่ แล้วชีวิตในวังหลวงของนางจะเป็นอย่างไรมาลุ้นไปพร้อมกันใน...พระสนมส้มหล่น
View Moreหลังจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิตของหยางซินอวี่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล...
ชีวิตสตรีสามัญชนคนหนึ่งกำลังจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นสตรีผู้ที่มีหน้ามีตาในวังหลวง ได้รับใช้ใกล้ชิดกับองค์ฮ่องเต้ในฐานะพระสนมเอก หากทว่านางกลับไม่ได้ยินดีกับตำแหน่งในครั้งนี้ เพราะนางไม่ได้มีใจปฏิพัทธิ์ต่อองค์ฮ่องเต้แม้แต่น้อย นางคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับชีวิต เมื่อต้องห่างจากครอบครัวอันเป็นที่รักเข้าไปอยู่ในวังหลวงซึ่งไม่คุ้นเคย รวมถึงผู้คนในนั้นจะดีหรือร้ายนางก็หารู้ไม่
วันนี้เป็นวันที่หยางซินอวี่รู้สึกใจหาย นั่นเพราะองค์ฮ่องเต้จะเสด็จมารับตัวนางด้วยพระองค์เอง จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเตรียมการต้อนรับ คนเป็นมารดาอย่างหยางเสี่ยวหลานก็ได้แต่พูดปลอบใจบุตรีเพียงเท่านั้น
“ท่านแม่ ข้าไม่อยากไปอยู่ในวังหลวงเลยเจ้าค่ะ”
“แม่เข้าใจเจ้า แต่มันคือโอกาสดี ๆ ของเจ้าแล้วซินอวี่ การที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อเจ้าเช่นนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เจ้าจงภูมิใจและรับใช้ฝ่าบาทให้ดีที่สุด เพียงแค่นั้นเจ้าก็จะสามารถอยู่ในวังหลวงได้อย่างสุขสบายแล้ว”
“แต่ข้าไม่ต้องการความสุขสบาย ข้าต้องการอยู่กับทุกคนที่นี่ เหม่ยเหมยกับเสี่ยวซูได้เข้ามาอยู่ในจวนแล้วแท้ ๆ แต่ข้าต้องออกไปอยู่ที่อื่น มันช่างเป็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมเสียเลยเจ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยสีหน้าเศร้า หน่วยตาคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ที่กำลังจะพังทลายลงมาในไม่ช้า
“โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ยุติธรรมเสมอไปหรอกนะ เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อนที่จะร้องไห้งอแงเมื่อใดก็ได้ เจ้าต้องอดทนให้มาก ๆ อย่าร้องไห้ต่อพระพักตร์ฝ่าบาทเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ ผ้าผืนนี้แม่ตั้งใจปักเอาไว้ให้เจ้าในวันที่ออกเรือน แม่จะมอบให้เจ้าไว้ดูเป็นต่างหน้าเวลาคิดถึงแม่อย่างใดเล่า”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะอดทนให้มาก ๆ เพื่อท่านแม่เจ้าค่ะ”
“เพื่อตัวเจ้าเองต่างหากเล่า”
หยางเสี่ยวหลานมอบผ้าสีแดงผืนขนาดกลาง ๆ ที่ใช้ด้ายสีขาวปักเป็นลวดลายหงส์สองตัวกำลังเคียงคู่กันท่ามกลางดงดอกเหมย หยางซินอวี่รับมาแล้วส่งยิ้มให้มารดา น้ำตานางไหลบ่าลงอาบสองแก้ม จากนั้นสองแม่ลูกก็กอดกันอย่างแนบแน่น
เมื่อใกล้ถึงเวลาก็มายืนรอรับเสด็จที่หน้าจวน ไม่นานรถม้าจากวังหลวงก็เคลื่อนล้อตรงเข้ามา มีทหารองครักษ์ควบม้าติดตามมาแค่สิบกว่านายเท่านั้น นั่นเพราะฮ่องเต้เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์
“ฝ่าบาทเสด็จ”
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงเหวินกงกงต่างก็นั่งคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในตอนนี้ใจดวงน้อยของหยางซินอวี่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ นางไม่รู้จะมองพระพักตร์ฮ่องเต้อย่างไรดี ยังไม่รู้แม้นิสัยใจคอของว่าที่สามีเลยสักนิด นั่นคือสิ่งที่นางเป็นกังวลมาก
“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ฮ่องเต้แห่งแคว้นซวิ่นพระนามว่า หลีซุนไฉ สวมฉลองพระองค์อย่างเรียบง่ายแต่ถึงกระนั้นยังคงดูมีสง่าราศีกว่าคนทั่วไป พระองค์เป็นบุรุษที่มีรูปกายกำยำสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาจนทำให้สตรีต่างก็อยากจะเข้ามาเป็นนางสนมรับใช้อย่างใกล้ชิดสักครั้งก็ยังดี ทว่าพระองค์เป็นฮ่องเต้ที่ไม่สนใจเรื่องพวกนั้น หากสตรีที่จะเข้ามาในชีวิตพระองค์จะต้องเป็นคนที่ถูกพระทัยเท่านั้น และหยางซินอวี่คือสตรีที่โชคดีนางนั้น
“หยางฮูหยิน แม่ทัพหยาง ข้ามารับตัวสนมของข้าแล้ว พวกท่านมีอะไรขัดข้องหรือไม่ หากมีโปรดบอกข้าตรง ๆ”
“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่บุตรีของหม่อมฉันได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าบาทเพคะ”
“กระหม่อมก็เช่นเดียวกันพ่ะย่ะค่ะ ต้องฝากน้องสาวของกระหม่อมด้วย นางอาจจะยังไม่คุ้นชินกับชีวิตในวังหลวง หากนางทำอันใดมิควร ฝ่าบาทได้โปรดเมตตานางด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเข้าใจ รับรองว่าข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุดพวกท่านอย่าได้เป็นกังวลอันใด” สายตาคมขององค์ฮ่องเต้จับจ้องมองใบหน้าสวยของพระสนมของตน ทว่านางไม่ยอมสบตาแม้แต่สักครั้ง
สตรีที่เคยปากเก่งคนนั้นหายไปไหนแล้วนะ
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“ว่าแต่...เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้าเลยงั้นหรือ” องค์ฮ่องเต้เดินมายืนอยู่ตรงหน้าหยางซินอวี่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นช้า ๆ จนได้สบพระพักตร์ คราวก่อนนางคิดแค่ว่าเขาเป็นเพียงหมอหลวง แต่คราวนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เป็นผู้ที่มีอำนาจที่สุดในดินแดนแคว้นนี้ จากที่มิเคยเกรงกลัวกลายเป็นกลัวจนแทบไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใด แม้แต่จะสบตาก็ไม่กล้า
“เอ่อ...ไม่มีเพคะ”
“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกเยอะ” คนพูดส่งยิ้มทรงเสน่ห์ให้พระสนม แววตาคมคู่นี้ฉายแววแห่งความหื่นกระหายออกมา แค่สายตาที่มองนางก็รู้สึกได้ถึงเพียงนี้ หากอยู่ด้วยกันสองต่อสองจะขนาดไหน นางได้แต่คิดในใจ
หลังจากนั้นองค์ฮ่องเต้ก็เสด็จเข้าไปในจวน นั่งดื่มชาพร้อมสนทนากันอย่างไม่ถือพระองค์ นั่นเพราะในวันนี้ตั้งใจมาในฐานะที่ตนเองเป็นเขยของตระกูลหยางนั่นเอง
“ดีแล้ว มีอะไรให้ข้าช่วยก็ให้คนส่งสารมาได้ ข้ายินดีเสมอ หวังว่าการเดินทางไปแคว้นเป่ยครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ ข้าเอาใจช่วย”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันซาบซึ้งใจเหลือเกิน แม้จะเพิ่งเคยรู้จักกันแต่ฮองเฮาก็ไม่ถือพระองค์ ดีกับหม่อมฉันเหลือเกินเพคะ”“ฟ้าคงส่งเจ้าให้มารู้จักกับข้าและได้ช่วยชีวิตฝ่าบาทเอาไว้ เจ้าคือผู้มีพระคุณของฝ่าบาทและข้า สิ่งที่พวกเราทำให้เจ้ามันเทียบไม่ได้กับคุณงามความดีของเจ้าเลยสักนิด หวังว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าและไม่ทำให้พระประสงค์ของฝ่าบาทต้องสูญเปล่านะ”“เพคะฮองเฮา หม่อมฉันขอกอดฮองเฮาสักครั้งได้หรือไม่เพคะ”“ได้สิ”เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจางลี่ก็โผเข้ากอดฮองเฮาด้วยความซาบซึ้งใจ บัดนี้ชีวิตนางได้เปลี่ยนไปแล้ว และจะต้องทำมันให้ดีที่สุด จะต้องทำให้ท่านเว่ยอ๋องยอมรับในตัวนางให้ได้ฮ่องเต้ได้ส่งเหวินกงกงให้เดินทางไปพร้อมกับจางลี่ในฐานะตัวแทนพระองค์ นี่คือภารกิจสุดท้ายหลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างจบลงด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มใจ*-*-*-*-*-*-*-*ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ออกจากวังหลวงไปยังสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทรง
ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮากำลังมุ่งตรงไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานหลวง เป็นสถานที่ซึ่งฮ่องเต้เสด็จมาเมื่อรู้สึกคิดถึงพระบิดาและพระมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว วันนี้ได้มาสักการะและเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นทุกครั้ง หากทว่ากลับมีความพิเศษกว่านั่นคือสุสานของตงเปียนหยางซินอวี่ได้เล่าเรื่องที่ตงเปียนเสียสละเพื่อให้ฮ่องเต้ได้กลับคืนมาทำหน้าที่ผู้ปกครองแคว้นอีกครั้ง ทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าผีเด็กผู้มีจิตใจงดงาม ทรงมีรับสั่งให้สร้างสุสานเพื่อเป็นการสดุดีและให้เกียรติในฐานะองค์ชายพระองค์หนึ่ง มันเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เจ้าเด็กน้อยผู้นั้นได้“ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้วนะตงเปียน ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะอยู่ที่ไหน แต่ขอให้รับรู้ไว้ว่าแม่คนนี้จะยังคงนึกถึงเจ้าเสมอ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เจ้าได้เกิดมาเป็นลูกของแม่อีกนะ”หยางซินอวี่กล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่ตรงหน้าสุสานที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตงเปียนโดยเฉพาะ แม้ว่าจะไม่มีโครงกระดูกของเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นแล้ว หากทว่ายังคงมีสร้อยคอที่ตงเปียนเคยให้หยางซินอวี่ไว้ นางเอามันไปฝังไว้ในสุสานเพื่อเป็นตัวแทนของตงเปียนนั่นเอง
“ข้าจับตัวเจ้าได้แล้ว”“ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันจะรีบเช็ดตัวให้ ฝ่าบาทจะได้บรรทมอย่างสบายตัวอย่างใดเล่าเพคะ”“ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากทำอย่างอื่นก่อน รู้หรือไม่ว่าวันนี้พี่ชายเจ้าบอกอะไรข้า” ฮ่องเต้ทรงจ้องมองดวงหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย พวงแก้มที่เคยขาวตอนนี้แดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา“บอกอะไรเพคะ”“บอกว่า...สุราพี่เพิ่งจะดื่มเข้าไปนั้น จะช่วยทำให้ข้ามอบความสุขให้แก่เจ้าได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีเหน็ดเหนื่อยเชียวล่ะ” คนพูดยังคงใช้มือโอบกอดร่างอรชรไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้นางเป็นอิสระได้เลย“วันนี้เราไม่ได้อยู่ในวังหลวง หม่อมฉันไม่มีทางยอม อีกอย่างตอนนี้ลูกก็นอนอยู่ในห้องนี้ด้วย”“แต่ลูกของเราหลับไปแล้ว วังเหล่ยรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังจะมีความสุขกันไม่งอแงแน่นอน” กล่าวจบแล้วก็ยื่นใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ที่ซอกคอระหง หยางซินอวี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่กำลังเป่ารด ได้กลิ่นสุราที่พ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจของพระองค์ นางทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นางเองก็ไม่เคยถวายงานฝ่าบาทนานแล้วเช่นกัน จึงคิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ภรรยาให้พระองค์แล้ว“
เรือนหลังเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีหนึ่งชีวิตน้อย ๆ กำลังนั่งกอดเข่าอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยกำลังเพ่งมองไปข้างหน้าด้วยแววตาอาฆาตแค้น ซิงเหยียนถูกเนรเทศออกมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีนางกำนัลรับใช้เหมือนเมื่อก่อนต้องทำเองทุกอย่าง หากจะกลับไปหาน้องสาวก็มิอาจทำได้เพราะมีทหารคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอึดอัดเจียนจะเป็นบ้าไปแล้ว“ข้าไม่มีวันยอมแพ้ ข้าจะต้องกลับไปล้างแค้นพวกเจ้าให้ได้ ฮือ ๆ”นางกรีดร้องอย่างสุดเสียง มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ เคยอยู่จุดสูงสุดมีทุกอย่างในชีวิต อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่วันนี้กลับหมดสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งเพื่อนคู่คิดก็หามีไม่หากทว่าแม้จะมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยสำนึกเลยว่ามันคือผลแห่งกรรมที่นางและบิดาของนางได้ทำเอาไว้*-*-*-*-*-*-*-*ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที หยางซินอวี่กลับมาที่บ้านเกิดของตนเองเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากบ้านไปวันนั้น ฮ่องเต้ก็เสด็จมาด้วย เป็นการเสด็จส่วนพระองค์ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก เพราะมาในฐานะเขยของสกุลหยาง ทำให้วันนี้จวนสกุลหยางคึกคักเป็นพิเศษ

















