Masukบทที่ 26 กลับเมืองหลวง1
เรือนฝูหลง
ซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น
“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป
“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย
“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่มสังเกตเห็นท่าทางชะงักไปของนางแม้เพียงเล็กน้อยก็มีความรู้สึกใจชื้นขึ้นมาว่านางคงมีความรู้สึกต่อเขาอยู่บ้าง
เฟยเทียนที่รู้สึกเป็นส่วนเกินจึงค่อยๆถอยห่างออกไป ปล่อยให้คนทั้งสองได้คุยกันตามลำพัง
“เดินทางคราวนี้พี่คงจะไปหลายเดือน พี่ขอส่งจดหมายมาหาเจ้าได้บ้างหรือไม่” ชินอ๋องวางมาดเคร่งขรึมลง ก่อนจะเพิ่มน้ำเสียงราวกับกำลังออดอ้อนเข้าไปอีกนิด ตามที่แม่เล้าหงกล่าวแนะนำ
“ คงไม่เหมาะสมนัก ข้าเป็นเพียงสตรีม่ายและมีบุตรแล้วถึงสามคน มิใช่สตรีในห้องหอไร้เดียงสาอีกแล้ว” ซูเม่ยเอ่ยตามตรงเพราะดูแล้วชินอ๋องหนุ่มคงกำลังเกี้ยวนางอยู่เป็นแน่ และยิ่งคนผู้นี้มิใช่บุคคลธรรมดาสามัญ ยิ่งเป็นไปได้ยากนัก
“พี่ไม่เห็นว่ามีสิ่งใดไม่เหมาะสม เจ้าเองก็ยังไม่มีครอบครัว ส่วนตัวพี่เองก็ยังไม่มีใคร หากจะลอง....”
“ด้วยฐานะของพี่หนิงเฉิง ข้ายังมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นไปได้” ซูเม่ยย้ำคำว่าฐานะจนบุรุษตรงหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจในคำพูดนี้ และตงิดใจว่าเขาคงเก็บความลับไว้ไม่อยู่เสียแล้ว
‘มิใช่ว่านางทราบแล้วหรือว่าเขาเป็นใคร’
“เจ้าคงทราบแล้วกระมัง...ว่าพี่เป็นใคร” ชินอ๋องหนุ่มโยนหินถามทางไปก่อน แต่แล้ว...
“แล้วพี่หนิงเฉิงเล่าเป็นใคร เป็นคุณชายหยางหนิงเฉิง หรือ.....ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิง” ซูเม่ยเปิดประเด็นถามกลับไป จนชินอ๋องหนุ่มรู้สึกเกร็งขึ้นมากับน้ำเสียงเย็นๆของนาง
‘ชิ โกหกหลอกลวงแต่กลัวจะโดนจับได้ มันน่าโมโหยิ่งนัก’
“พี่...”
“หากยังไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นใคร ท่านก็กลับไปทบทวนตนเองดูก่อน” ซูเม่ยพูดจบก็หันหลังจะจากไป แต่แขนเรียวงามกลับโดนรั้งเอาไว้ด้วยมือหนาของบุรุษที่กำลังทำสิ่งใดไม่ถูก เมื่อเผชิญกับอารมณ์ของสตรีผู้เป็นมารดาของบุตรทั้งสาม
“เดี๋ยวก่อนเม่ยเม่ย พี่ไม่ได้ตั้งใจจะโกหก” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงพยายามจะอธิบาย แต่ก็ไม่อาจพูดความจริงได้ทั้งหมด เพราะเกรงว่าหากนางรู้ว่าเขาเป็นบุรุษผู้นั้นคงจะโกรธเกลียดเขาก็ได้ ซึ่งเขายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด รอเวลาที่นางเปิดใจให้เขาแล้วค่อยสารภาพ เขาคงจะมีความหวังมากกว่าตอนนี้
“แต่ท่านก็ไม่คิดจะพูดความจริง ท่านวางแผนที่จะเข้ามาที่จวนตระกูลตวนมู่เพื่ออะไรกันแน่” ซูเม่ยหันมาเผชิญหน้ากับชินอ๋องหนุ่มอีกครั้ง
“พี่ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย เพียงแค่อยากรู้จักกับเจ้าให้มากขึ้นเท่านั้น” ชินอ๋องหนิงเฉิงส่งสายตาเว้าวอนไปให้หญิงสาว แต่นางกลับสะบัดหน้าหนี
“รู้จักแบบใด แบบที่ขุนนางพวกนั้นกำลังจะทำงั้นหรือ”
“เจ้าทราบเรื่องนี้!!!” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงกล่าวขึ้นอย่างตกใจ สายข่าวของตระกูลตวนมู่ช่างรวดเร็วยิ่งนัก ตระกูลนี้คงมีความลับมากมายที่ซ่อนอยู่เสียแล้ว
‘นางจะทราบเรื่องที่เมืองเจียงระหว่างเขากับนางด้วยหรือไม่’ ชินอ๋องคิดอย่างกลัดกลุ้มใจ
“หากท่านแตกต่างจากพวกนั้น...ก็พิสูจน์ให้เห็น มิเช่นนั้นประตูจวนตระกูลตวนมู่คงมิอาจเปิดต้อนรับท่านได้อีก ไม่ว่าท่านจะเป็นคุณชายหยางหนิงเฉิงหรือ...ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิง” ซูเม่ยเน้นย้ำยศศักดิ์ของบุรุษที่กำลังสนทนากับนางเสียงเข้ม
“ได้ พี่จะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่าพี่ไม่ได้เป็นเช่นคนพวกนั้น แต่มีบางสิ่งที่พี่ยังไม่สามารถบอกกล่าวแก่เจ้าได้”
“ขอให้พระองค์ทำได้อย่างที่ตรัสไว้ หม่อมฉันยังไม่อยากจะลงมือด้วยตนเอง มิเช่นนั้นราชสำนักคงต้องหาขุนนางใหม่เร็วๆนี้” ซูเม่ยพูดเสร็จก็ย่อตัวทำความเคารพผู้สูงศักดิ์และหมุนตัวจากไปทันที ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้รั้งนางไว้อีก
ยามเหม่า ( 05.00-07.00 น.) ของวันถัดมาเรือนฝูหลงว่างเปล่ามีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น สาวใช้ประจำเรือนจึงนำมันไปมอบให้กับคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยที่มีชื่ออยู่บนหน้าซอง
“คุณหนูใหญ่ สาวใช้เรือนฝูหลงมาขอพบเจ้าค่ะ” ชิงชิงสาวใช้คนสนิทเดินเข้ามารายงานซูเม่ยที่กำลังเตรียมมื้อเช้าให้บุตรทั้งสามในห้องครัวเล็กที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นานสำหรับทำอาหารสำหรับเด็กๆ
“ให้นางเข้ามาได้” ซูเม่ยเอ่ยอนุญาต ขณะที่มือบางยังคงสาละวนอยู่กับการทำอาหาร
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)