Masukบทที่ 26 กลับเมืองหลวง2
“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที
“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว
“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”
“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”
“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
ส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้
“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก บุรุษเช่นนี้สาวน้อยสาวใหญ่ตามโรงน้ำชาต่างใฝ่ฝันทั้งนั้น หากคุณชายหยางจริงใจต่อคุณหนูแล้วละก็...บางทีอาจจะมีข่าวดี คุณหนูจะได้ไม่มีสถานะแม่ม่ายพ่วงท้ายอย่างตอนนี้
“เปิดเมื่อไหร่ก็ไม่ต่างกัน ค่อยเปิดก็ได้หรือเจ้าจะอ่านให้ข้าฟังกันเล่าชิงชิง” ซูเม่ยหันมามองสาวใช้ที่โดนล่อลวงด้วยภาพลักษณ์บุรุษรูปงาม และคิดจะขายเจ้านายของตนเอง ก่อนจะหยอกเย้าเล็กน้อย
“บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อไม่กล้าก็มาจัดจานได้แล้ว ป่านนี้เจ้าก้อนแป้งคงใกล้ตื่นนอนกันแล้ว หากชักช้าเจ้าหยู่หลงตัวแสบเกิดอาละวาดโมโหหิวขึ้นมาล่ะก็...ยุ่งวุ่นวายน่าดู”
“เจ้าค่ะๆ” ชิงชิงรับกุลีกุจอมาช่วยคุณหนูใหญ่จัดสำรับให้เหล่าคุณหนูคุณชายตัวน้อย เพราะไม่อาจรับมือกับฤทธิ์เดชยามโมโหหิวของคุณชายน้อยหยู่หลงได้เลย
เมื่อยามค่ำคืนมาเยือน หลังจากส่งเจ้าก้อนแป้งทั้งสามเข้านอน ซูเม่ยก็หยิบจดหมายที่ตั้งไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างตั่งเตียงขึ้นมาและค่อยๆเปิดอย่างช้าๆ นางไล่สายตาอ่านอักษรที่เขียนด้วยลายมือบรรจงแต่แฝงไปด้วยความทรงพลังสมกับเป็นลายมือของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง
‘ถึง เม่ยเม่ย
เมื่อเจ้าเปิดจดหมายฉบับนี้พี่คงเดินทางจากเมืองหยางไปแล้ว พี่ขอสารภาพตามตรงว่าพี่คือ ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงจริงๆ แต่พี่ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเจ้าและตระกูลตวนมู่เลย เดิมทีตอนพบกันคราแรกที่โรงน้ำชาพี่ก็เริ่มสนใจเจ้าแล้ว เมื่อนานเข้าได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของเจ้า พี่ก็ยิ่งรู้สึกชอบเจ้าเข้าจริงๆ และเมื่อได้มาสัมผัสกับชีวิตของเจ้าพี่ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าความรู้สึกนี้มันคือ...ความรัก แม้พี่จะมีบางอย่างที่ไม่อาจจะสารภาพกับเจ้าได้ในตอนนี้ แต่ทุกอย่างที่ทำพี่ทำเพื่อเจ้ากับบุตรทั้งสามคน จากกันคราวนี้พี่จะสะสางปัญหาที่กำลังจะมาถึงตัวเจ้า และจะส่งจดหมายมาบ่อยๆ แม้เจ้าจะไม่ตอบกลับก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วง
โอวหยางหนิงเฉิง’
“ใครเขาจะห่วงท่านกัน” ซูเม่ยพับจดหมายอย่างกระแทกกระทั้นก่อนจะโยนใส่ลิ้นชักที่โต๊ะข้างเตียงและล้มตัวลงนอนตามอารมณ์ที่คุกรุ่น โดยที่ไม่รู้ตัวว่าบุรุษผู้นั้นกำลังมีอิทธิพลกับความรู้สึกของตัวเอง
ทางด้านชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงก็จากไปด้วยอารมณ์ไม่คงที่นักทั้งอาลัยอาวรณ์ กังวลใจ และหวาดหวั่นกับความไม่พอใจที่เม่ยเม่ยมีต่อเขา ก่อนจากมานอกจากจดหมายฉบับนั้นเขายังแอบเข้าไปลาบุตรทั้งสามคนด้วย กว่าเขาจะกลับมาเมืองหยางอีกก็ไม่รู้ว่าจะนานเพียงใด
“ท่านอ๋องพะยะค่ะ ด้านหน้ามีขบวนส่งสินค้าของตระกูลจิน” เฟยฉีที่ออกสำรวจรอบๆระหว่างหยุดพักค้างแรมกลางป่าซึ่งเป็นเส้นทางหลักไปเมืองหลวง
“ไปสืบมาว่าพวกมันขนอะไร” ชินอ๋องหนุ่มกลับมาเคร่งขรึมดังเดิม
“พะยะค่ะ”
“เฟยอวี่ไปกับเฟยฉี อย่าเข้าไปใกล้มาก” ชินอ๋องหนิงเฉิงให้องครักษ์สนิทอีกคนตามไปด้วย แต่ก็กำชับให้ระวังตัว เพราะตอนนี้พวกเขามีคนจำนวนน้อยไม่อาจปะทะได้โดยตรง
1 เค่อต่อมา เฟยอวี่และเฟยฉีก็กลับมา ทั้งสองเข้าเฝ้านายเหนือหัวของตนทันทีที่สืบได้ความมาแล้ว เฟยอวี่เป็นผู้ที่ก้าวออกมาข้างหน้าและคารวะก่อนจะรายงานตามที่ได้สืบมา
“เรียนท่านอ๋อง พวกมันขนอัญมณีมาจากแคว้นหวงพะยะค่ะ”
“แคว้นหวงอย่างนั้นหรือ...น่าแปลกยิ่งนัก เดิมทีสินค้าอัญมณีเป็นสินค้าควบคุมจะถูกขายให้ต่างแคว้นผ่านทางราชสำนักเท่านั้น ” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิด
“ใช่พะยะค่ะ เป็นกรมการค้าระหว่างแคว้นจะเป็นผู้ขายให้กับพ่อค้าในแคว้นอีกทอดหนึ่ง” เฟยฉี
“เช่นนั้น พวกมันลอบค้าขายกันเองหรือทางแคว้นหวงรู้เห็นเป็นใจด้วย” เฟยเทียนที่กำลังรินน้ำชาให้ผู้เป็นนายก็วิเคราะห์ออกมา
“หากเป็นอย่างแรกคงดี แต่ถ้าเป็นอย่างหลังเกรงว่าจะเป็นเรื่องใหญ่” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเองใช่จะไม่คิดในทางร้ายที่สุด หากเป็นแคว้นหวงคิดคดเสียเองลอบขายอัญมณีพวกนี้แลกเปลี่ยนกับบางอย่างจากพวกขุนนางกังฉินเกรงว่าสงครามคงจะเกิดในไม่ช้านี้
“เป็นไปได้หรือไม่พะยะค่ะ ที่พวกมันจ้องจะเอาข้อมูลอาวุธที่ทางตระกูลตวนมู่คิดค้นขึ้นเพื่อการแลกเปลี่ยนแบบนี้” เฟยหรง
“กลับเมืองหลวงครานี้ สืบกิจการทุกกิจการของตระกูลจินและตระกูลพันธมิตรว่ามีกิจการใดติดต่อกับแคว้นหวงบ้าง และพวกมันแลกเปลี่ยนสินค้ากับอะไร”
“พะยะค่ะ/พะยะค่ะ/พะยะค่ะ/พะยะค่ะ”
“เฟยเทียนส่งคนของเราไปดูแลว่าที่ชินหวางหวางเฟยและท่านชายท่านหญิงน้อยด้วย เลือกคนที่ฝีมือดีที่สุด 50 คน อย่าเข้าใกล้จนเกินไป รอบๆตัวพวกเขายังมีองครักษ์ของตระกูลอยู่”
“กระหม่อมรับพระบัญชา”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







