Masukบทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3
“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้น
และไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่า
ส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว
“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”
กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกละเอียดคาฝ่ามือหนา ทำให้คนที่อยู่ในห้องถึงกับหวาดเสียวแทนมหาเสนาบดีคนสำคัญของแคว้นที่แกว่งเท้าเจอหนามใหญ่เข้าแล้ว
“จะจัดการเช่นไรดีพะยะค่ะ” หลี่ห่าวอู๋ที่ใช้คำพูดตามฐานันดรเมื่อคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในราชสำนัก
ป้อก ป้อก ป้อก เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะยามครุ่นคิดของชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิง ทำให้คนฟังรู้สึกกดดันจนหายใจไม่ออก โดยเฉพาะคนที่กระทำความผิด
“ปล่อยข่าวว่าท่านเจ้าเมืองบาดเจ็บสาหัส อาจจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ” ชินอ๋องหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงหนูที่มันวิ่งพล่านออกมาจากรู
“พวกมันต้องโผล่ออกมาแน่ แต่คุณหนูใหญ่....อะเอ่อ ว่าที่ชินหวางเฟยจะเสี่ยงอันตรายหรือไม่” หลี่ห่าวอู๋ที่จะเอ่ยเรียกซูเม่ยกลับต้องเปลี่ยนคำเรียกขานเป็นแบบที่เจ้านายหนุ่มพอใจ เพราะสายตาคมกริบนั้นแทบจะปาดคอเขาได้เสียแล้ว
“เจ้าคิดว่าคนของกองทัพมังกรดำจัดการได้ง่ายหรือ คนของจวนตระกูลตวนมู่ และคนของสำนักแพทย์โอสถกลางอีก ใช่ว่าพวกมันจะได้เข้าใกล้นาง” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงกล่าวเสียงเย็น แต่ทุกคนก็พยักหน้ายอมรับว่าสิ่งที่ท่านอ๋องตรัสล้วนถูกต้อง มหาเสนาบดีจินแตะย้อนเกล็ดมังกรเสียแล้ว
“สิ่งที่พวกมันต้องการคงไม่ใช่แผนพัฒนาธรรมดากระมัง” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงดูออกว่าสหายยังมีบางอย่างปิดบังอยู่ เพราะแค่แผนพัฒนาธรรมดามหาเสนาบดีคงไม่ลงมาเล่นด้วยตนเองแน่
“พะยะค่ะ ในแผนนั้นมีสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งแนบไปด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เมืองหยางเรืองอำนาจยิ่งกว่าเมืองใดในแคว้นซ่งและอาจจะมากกว่าต่างแคว้นด้วย แต่มันอาจจะขัดกับกลุ่มอำนาจเดิม”
“มันคือสิ่งใด” ชินอ๋องหนุ่มทอดพระเนตรแบบสิ่งประดิษฐ์เบื้องหน้าที่สหายกึ่งลูกน้องวางลงบนโต๊ะ มีทั้งลูกกลมๆและแท่งยาวๆ ยิ่งทำให้เขาใคร่รู้มากยิ่งขึ้น
“อาวุธสงคราม”
สิ้นเสียงของหลี่ห่าวอู๋ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ โดยเฉพาะชินอ๋องหนิงเฉิงที่ขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปม กับสิ่งที่ได้รับรู้ซึ่งเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
“มันใช้ทำอันใดขอรับ” เฟยหรงที่ค่อนข้างสนใจเรื่องอาวุธเพราะเดิมครอบครัวของเขาตีดาบเป็นอาชีพ แต่ก็ถูกผู้มีอำนาจบีบจนครอบครัวตกตาย เหลือเพียงเขาที่ระหกระเหเร่ร่อนมาพบเจอชินอ๋องผู้เป็นนายของเขาในยามนี้
“ลูกกลมๆใช้ขว้าง เมื่อกระทบพื้นมันจะเกิดไฟลูกใหญ่ บริเวณที่โดนจะแหลกเป็นจุนและมอดไหม้ในที่สุด ส่วนแท่งยาวๆนี้หน้าที่มันคล้ายธนูแต่ยิงได้ไกลกว่าและแม่นยำมากกว่า”
“มันอัศจรรย์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เฟยเทียน
“ข้าเห็นมันด้วยตาของตนเอง” หลี่ห่าวอู๋ยืนยัน หากไม่เห็นกับตาทั้งสองข้างเขาคงไม่เชื่อเช่นกัน ยามที่เห็นเจ้าสิ่งประดิษฐ์นี้คราแรก เขาก็สงสัยเช่นเหล่าองครักษ์เฟยนี่แหละ แต่เมื่อผลลัพธ์ประจักษ์แก่สายตาก็เชื่ออย่างสนิทใจ
“พวกมันรู้เรื่องนี้ได้เช่นไร” ชินอ๋องหนิงเฉิงที่นั่งฟังเรื่องอาวุธจากการเล่าของสหายและคำถามของเหล่าองครักษ์ของเขาเอ่ยถามขึ้น เพราะเรื่องเช่นนี้มักเป็นความลับรู้กันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แล้วความลับนี้รั่วมาจากที่แห่งใดระหว่างตระกูลตวนมู่ หรือทางเจ้าเมืองหยางหมาเนี่ยนเจิน
“เป็นคนของหน่วยคุ้มกันท่านเจ้าเมืองที่ขายความลับนี้ แต่สุดท้ายก็โดนฆ่าปิดปากตั้งแต่อยู่ที่เมืองหลวงแล้วพะยะค่ะ”
“เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญกับความมั่นคงของแคว้น เพราะหากพวกมันได้ไปไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะตกในมือผู้ใด ถ้าภายในแคว้นอาจจะพอทำเนา แต่หากออกนอกแคว้นคงยุ่งยากวุ่นวายจนก่อให้เกิดสงครามได้” คำพูดจากชินอ๋องทำให้ทุกคนเงียบตกในภวังค์ความคิด โดยเฉพาะหลี่ห่าวอู๋ที่ม้วนกระดาษแบบสิ่งประดิษฐ์ทั้งสองเก็บทันที ก่อนจะยื่นสิ่งนี้ให้ท่านอ๋องเป็นผู้เก็บรักษาเอาไว้
“สิ่งนี้อยู่กับท่านอ๋องย่อมปลอดภัยที่สุด”
“เปิ่นหวางคงต้องกลับเมืองหลวงเสียที”
จวนตระกูลตวนมู่ เรือนเหลียนฮวาก็วุ่นวายไม่น้อย เมื่อนางมาถึงเรือนเจ้าแฝดสามก็ใช้รถหัดเดินเด็กที่นางออกแบบเข็นมาหานางทันที
“เยว่ซินระวังลูก” ซูเม่ยเห็นบุตรสาวนำหน้ามาก่อนใครอย่างรวดเร็วก็อดหวาดเสียวกลัวบุตรสาวจะพารถล้มจนบาดเจ็บ
“หยู่หลงอย่าชนน้อง” ส่วนเจ้าตัวแสบของจวนก็ไม่น้อยหน้าพุ่งเข้าชนน้องสาวจนเซเกือบจะล้มลง
“เทียนหยูอย่าตีหยู่หลง” และเมื่อหยู่หลงแกล้งน้องสาว พี่ชายอย่างเทียนหยูก็สั่งสอนน้องชายทันที
เฮ้ออออ ซูเม่ยถอนหายใจกับความแสบสันของบุตรชายหญิงที่นิสัยต่างกันแต่ความแสบกลับพอๆกัน แม้จะคนละแบบกันก็ตาม นางมองบุตรทั้งสามด้วยความเอ็นดู แต่ก็อดคิดไปถึงเรื่องที่นางส่งคนไปสืบเกี่ยวกับบิดาของบุตร นางไม่ได้อยากพบเจอแต่ต้องการไขข้อข้องใจบางอย่าง ที่ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือมันเป็นความจริงกันแน่
‘หวังว่า...จะไม่ใช่เขาคนนั้น’
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







