Share

บทที่ 3 เดินทาง3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-21 13:44:03

บทที่  3   เดินทาง3

เคร้ง เคร้ง  เคร้ง  เคร้ง

“หยู้ดดดดดด”  หูอันฉีส่งสัญญาณมือให้ขบวนเดินทางหยุดก่อน  เขาเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังอยู่เบื้องหน้าก่อนจะหน้าขรึมขึ้นเล็กน้อย

“แม่นางซูด้านหน้าราว 1 ลี้มีการต่อสู้  พวกเราควรเปลี่ยนเส้นทาง”  หูอันฉีกล่าวขึ้นเมื่อเห็นซูเม่ยเปิดหน้าต่างรถม้าออกมาดูเหตุการณ์ภายนอก

“เลี่ยงเถิดท่านลุงอันฉี  คนของเรามีน้อยอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง” ซูเม่ยเอ่ยตอบรับทันที 

หูอันฉีส่งสัญญาณมือให้กับลูกน้องก่อนจะเบี่ยงรถม้าออกนอกเส้นทางสายหลักเพื่ออ้อมไปอีกเส้นทางหนึ่ง  แต่ไม่ทันพ้นเส้นทางหลักเสียงฝีเท้าคนและฝีเท้าม้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ   ซึ่งไม่อาจหลบได้ทันเสียแล้ว

‘บัดซบเอ้ย  ทำไมต้องวิ่งมาทางพวกนางกัน  น่าตายนัก’ ซูเม่ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิด

“พี่ใหญ่ขอรับเกิดอันใดขึ้น”  ซูเหวินงัวเงียตื่นขึ้นมาจากนอนกลางวันเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอก

“ไม่มีอันใดมากหรอก  แค่คนทะเลาะกันบนถนนเท่านั้น เจ้านอนกับเจียวเอ๋อต่อเถอะเดี๋ยวพี่ใหญ่จะลงไปดูข้างนอกเสียหน่อย  เป็นเด็กดีรอพี่อยู่บนนี้นะพี่จะรีบกลับมา” ซูเม่ยกล่าวตอบน้องชายที่ยังไม่ตื่นเต็มตา นางลูบหัวน้องชายเบาๆ ก่อนจะจับตัวเด็กชายลงนอนต่อข้างๆน้องสาว  และเอ่ยสำทับอีกหลายคำ   เมื่อเห็นน้องชายหลับตาพริ้มต่อนางก็เดินลงมาจากรถม้าทันที

หูอันฉีที่ต่อสู้พัลวันอยู่กับชายชุดดำอย่างดุดัน ครานี้ค่อนข้างตึงมือมิน้อยสำหรับเขา  ดูท่าชายชุดดำพวกนี้คงเป็นนักฆ่ารับจ้างเสียมากกว่าจะเป็นโจร  ดูจากการต่อสู้ที่เน้นฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าทำให้เขาพอจะเดาอะไรบางอย่างออก

ซูเม่ยเมื่ออกจากรถม้ามาก็เห็นฉากต่อสู้ดุเดือดตรงหน้าก็หวาดหวั่นเล็กน้อย  แค่ตัวนางคงมิเป็นอันใดแต่เด็กน้อยที่นอนหลับอยู่บนรถม้าจะเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด  นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ในอ้อมกอดสตรีนางหนึ่งซึ่งคงเป็นต้นเหตุของนักฆ่าเหล่านี้  นางที่ไม่อาจเห็นคนคุ้มกันต้องมาล้มตาย จึงพุ่งเข้าวงล้อมสังหารตรงหน้าทันที

‘ได้ทดลองใช้วรยุทธ์เสียที  หวังว่าวรยุทธ์ผสมกับทักษะการต่อสู้สมัยใหม่จะไม่แปลกไปสำหรับคนที่นี่’

ร่างบางของสตรีที่ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งที่จู่ๆก็ปรากฏกายท่ามกลางคมกระบี่คมดาบ  พาให้การต่อสู้ชะงักงันไปเสี้ยวอึดใจ  นักฆ่าเมื่อเห็นผู้มาใหม่ก็พุ่งเข้าใส่หมายสังหารคนที่ขัดขวางงานของพวกมันทันที

ซูเม่ยชักกระบี่อ่อนบางเฉียบก่อนจะพุ่งเข้าใส่นักฆ่าที่ประเดประดังกันเข้ามาหานางประหนึ่งเห็นเหยื่อที่อ่อนแอ  แต่กลับต้องทิ้งลมหายใจไปอย่างง่ายดาย  นางหมุนตัวลบเลี่ยงเร้นกายรวดเร็วปาดคอนักฆ่าคนแล้วคนเล่าร่วงกราวราวใบไม้

“แม่นางซู ระวัง!!!!”  เสียงเอ่ยเตือนจากท่านลุงอันฉี ทำให้ซูเม่ยเบี่ยงกายหลบคมกระบี่ที่พุ่งมาจากด้านหลังได้ทันท่วงที กายบางหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะตวัดปลายกระบี่บางเข้าใส่หมาที่ลอบกัดตัวนั้น หยดเลือดซ่านกระเซ็นย้อมสีอาภรณ์ขาวจนแดงฉาน แต่ร่างบางก็ไม่สนใจยังคงต่อสู้กับนักฆ่าจนคนสุดท้ายถูกปลิดชีพด้วยดาบใหญ่ของท่านลุงอันฉี

เมื่อการต่อสู้จบลงซูเม่ยก็วิ่งกลับไปยังรถม้า ก่อนจะโล่งใจเมื่อน้องน้อยของนางยังคงนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข 

“หัวหน้าหู  ลู่คงบาดเจ็บสาหัสขอรับ”  ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานหูอันฉี เมื่อเพื่อนของเขาโดนดาบฟันเข้าจนเป็นแผลลึกยาวเลือดไม่ยอมหยุดไหล

หูอันฉีเมื่อได้ฟังก็ไปดูลูกน้องของตนทันที  ซูเม่ยที่บังเอิญได้ยินเข้าตอนที่กำลังเปิดประตูรถม้าลงมาก็รีบเดินตามไปเช่นกัน

“ท่านลุงอันฉีแบกเขาไปที่รถม้าขนของ  คนที่เหลือเร่งเอาของลงข้าต้องการใช้พื้นที่ในการรักษาท่านอาลู่คง”

ทุกคนแม้บาดเจ็บแต่ก็พยายามเพื่อช่วยสหายที่บาดเจ็บมากกว่า แม้จะไม่เห็นทางรอดของสหายเลยก็ตาม  แต่หากเป็นแม่นางซูไม่แน่ลู่คงอาจจะ...พอมีหนทาง

“ท่านลุงอันฉีระหว่างที่ข้ากำลังรักษาห้ามใครเข้ามา  และฝากท่านลุงไปดูเด็กน้อยคนนั้นกับสตรีผู้นั้นด้วย”

ซูเม่ยสั่งความก่อนจะผลุบหายไปในรถม้าที่มีร่างกายบาดเจ็บของท่านอาลู่คงอยู่  นางแอบเปลี่ยนชุดในมิติก่อนจะเรียกอุปกรณ์ผ่าตัดต่างๆออกมาจากห้องแล็บในมิติเช่นกัน ก่อนจะลงมือรักษาบาดแผลฉกรรจ์ที่โดนดาบฟันเข้าที่หน้าท้องจนเห็นอวัยวะภายในของท่านอาผู้นี้

ราว 1 ชั่วยาม  ซูเม่ยก็ออกจากรถม้า ร่างบางเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดในมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นซับหยาดเหงื่อบนหน้าผากนูนอย่างช้าๆ

“ลู่คงเป็นเช่นไรบ้างขอรับ  แม่นางซู” ชายผู้เป็นสหายของท่านอาลู่คงหากจำไม่ผิด น่าจะชื่อเหวินชาง  ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงสหาย

“ตอนนี้ท่านอาลู่คงปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องพักสักหลายวันหน่อย  หากท่านเป็นห่วงก็ขึ้นไปดูเถิด” ว่าแล้วซูเม่ยก็หมุนตัวจากไปทันที 

‘ยามนี้ น้องๆของนางคงจะตื่นแล้ว’

“พี่ใหญ่เจ้าขา  น้องสาวน่ารักมากเลยเจ้าค่ะ” ซูเจียวที่กำลังป้อนขนมให้เด็กน้อยอายุราว  3 หนาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นพี่สาวเดินตรงมา

ซูเหวินก็มองไปทางพี่สาวเช่นเดียวกัน  เมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีบาดแผลก็ลดความกังวลลง  เขาทราบตั้งแต่พี่สาวลงจากรถม้าแต่แสร้งทำเป็นหลับ เพราะไม่อยากให้พี่สาวต้องพะวักพะวงตัวเขาและเจียวเอ๋อ

“เจียวเอ๋อเก่งมากเลย  ดูแลน้องสาวได้แล้ว” ซูเม่ยเดินเข้าไปก่อนจะลูบหัวน้องน้อยอย่างเอ็นดู  ซูเจียวเชิ่ดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจที่พี่สาวเอ่ยชมตน

ซูเม่ยมองไปยังเด็กน้อยก็ให้รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าคุ้นเคยใบหน้าเช่นนี้ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก  เด็กน้อยไร้เดียงสาเมื่อเห็นพี่สาวคนสวยกำลังมองมาก็ฉีกยิ้มทันที ก่อนจะส่งเสียงแจ้วๆออกมา

“พี่สาว  พี่สาว”

“น้องสาวไม่ดื้อเลย เจียวเอ๋อขอพาน้องสาวไปกับเราด้วยได้มั้ยเจ้าคะ”  ซูเจียวเริ่มใช้พลังออดอ้อนอีกครั้ง

“ท่านลุงอันฉี  แล้ว....”  สตรีนางนั้น   ซูเม่ยไม่ทันได้พูดจบ ก็เห็นปฏิกิริยาการส่วยหัวของท่านลุงอันฉีก็ทราบแล้วว่า นางคงจากไปแล้วอย่างไม่อาจหวนคืน ดังนั้นขบวนเดินทางของนางก็มีเด็กน้อย 1 คน เพิ่มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ภายหลังจึงรู้ว่าเด็กน้อยคนนั้นมีชื่อว่า  หลินเฟย  จากป้ายหยกที่ซุกอยู่ในอกเสื้อของเจ้าตัวน้อย  ดูก็รู้ว่าเป็นทายาทผู้สูงศักดิ์สักคนหนึ่ง

‘ป้ายหยกกับเด็กหายมักเป็นของคู่กันจริงๆ’ แต่ป้ายหยกแบบนี้นางก็แอบคุ้นอยู่นะ  เก็บไว้ก่อนแล้วกัน  เรื่องป้ายหยกนางยังไม่บอกใคร คนอื่นๆจึงทราบเพียงว่านางตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าหลินเฟยเท่านั้น

ขบวนเดินทางที่แสนยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อถึงจุดหมายปลายทางเมืองหยาง  บรรดาผู้คุ้มกันต่างพากันไปรายงานตัวที่สำนักคุ้มภัยเมืองหยาง  และแจ้งเรื่องราวการเดินทาง อุบัติเหตุ  เหตุการณ์ร้าย  และผู้เสียชีวิต  ในส่วนของซูเม่ยเอง นางได้ให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมแก่ผู้คุ้มกันทั้งหมด ค่ารักษา ค่าเสี่ยงชีวิต และค่าชดเชย เป็นจำนวนเงินหลายตำลึงทอง

ลู่คงที่บาดเจ็บสาหัสครานั้น  หลังจากรักษาได้ 1 อาทิตย์ก็หายเป็นปลิดทิ้งจนออกจากรถม้ามาขี่ม้าได้ดังเดิม

ก่อนหน้าจะถึงเมืองหยาง ซูเม่ยได้สอบถามความสมัครใจผู้ที่จะร่วมติดตามนาง  ปรากฏว่าคนที่พร้อมจะติดตามนางทันทีมีเพียงท่านลุงอันฉี  ท่านอาลู่คง และท่านอาเหวินชางเท่านั้น  ส่วนคนที่เหลือยังมีครอบครัวอยู่ที่เมืองเจียงจึงไม่สามารถให้คำตอบได้ทันที  ซึ่งนางเองก็เข้าใจ  

เมื่อทุกคนต่างแยกย้ายกลุ่มของซูเม่ยที่นอกจากเด็กๆแล้วก็มีท่านลุงท่านอาเพิ่มมาถึง 3 คน  ก็เดินเท้าเข้าเมืองหาที่พักพิงในช่วงแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่

“เอาล่ะทุกคน  ไปเปิดโรงเตี๊ยมกัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 4  เทียนหยู  หยู่หลง  และเย่วซิน4

    ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน4“ท่านพี่......” เสียงอ่อนของทั้งสามสาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่ได้ทำให้พี่ชายทั้งสองใจอ่อนได้เลย“กลับไปพวกเจ้าทั้งสามต้องโดนลงโทษ เรื่องนี้พี่คงต้องแจ้งเสด็จแม่โดยตรง” ซื่อจื่อโอวหยางเทียนหยูเอ่ยคาดโทษน้องสาวทั้งสาม“เสร็จศึกคราวนี้ น้องจะไปรับโทษกับเสด็จแม่โดยการไม่แต่งงานตลอดชีวิตเอง” เยว่ซินเอ่ยตอบอย่างองอาจจนได้รับมะเหงกจากพี่ชายใหญ่ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานน้องสาวเขายังทำเป็นเล่นอีก“ท่านพี่...น้องแค่อยากช่วย” เยว่ชิงเอ่ยกับพี่ชายเสียงอ่อย“ใช่เพคะ ดูสิเรือนี้ใหญ่มากเสด็จทวดโจวจิ้งห่าวมอบให้ แต่พวกเรามาติดตั้งปืนใหญ่เอง” เยว่ชื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานนี้ของทั้งนางและพี่สาวทั้งสองปังงงงงง บึ้มมมมมมเสียงปืนจากเรือกลไฟของศัตรูที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ซื่อจื่อเข้าประชิดตัวน้องสาวก่อ

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 4  เทียนหยู  หยู่หลง  และเย่วซิน3

    ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน3ชาวบ้านเมืองหยางถูกอพยพออกจากเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วเมื่อกองทัพหลวงมาถึง จวนตระกูลตวนมู่ที่ยามนี้อยู่ในความดูแลของกัวเหวินชาง และเจียงลู่คงจึงปิดจวนตะกูลตวนมู่ พาคนไปอาศัยในหมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง“ซื่อจื่อพะยะค่ะ ยามนี้พวกมันทอดสมอห่างจากท่าเรือของเมืองหยางราว 6 ลี้ จะทำเช่นไรดีพะยะค่ะ” รองแม่ทัพเตียวลี่จ้ง (หลานชายของอดีตแม่ทัพอุดรเตียวเหลียง)“รอก่อน เมื่อพวกมันหันกระบอกปืนกลไฟใส่เราเมื่อใด ก็ลงมือได้ทันที” ซื่อจื่อกล่าวเสียงเรียบ ยามนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่พัฒนาขึ้นให้ป้องกันกระสุนปืนได้ทุกชนิด“ท่านพี่จะมาเล่นโดยไม่ชวนข้าได้เช่นไร” เสียงราวกับบุรุษขี้เล่นดังขึ้นด้านหลังทำให้ซื่อจื่อหนุ่มหันไปมองน้องชายคนรองที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้าเสี๋ยวไป๋อย่างสบาย ซึ่งเจ้าพยัคฆ์หนุ่มยามนี้ตัวโตเต็มวัยจนใหญ่กว

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 4  เทียนหยู  หยู่หลง  และเย่วซิน2

    ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน2“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง” เฟยเทียนหมุนกายจากไป ก่อนจะชำเลืองมองฮูหยินของเขาที่ยังคงรับใช้พระชายาไม่ไปไหนเช่นกัน แม้พระชายาจะมอบจวนให้หรือกิจการให้ ชิงชิงก็ไม่คิดจากจากไปไหน ยังคงรับใช้สตรีที่ฉุดนางออกมาจากกรงขังทาสที่ไร้อิสระ“ลูกจะส่งข่าวให้พี่ชายรองด้วยเพคะ” เยว่ซินพูดจบก็ได้รับการพยักหน้าจากมารดา ก็หมุนกายจากไปทำตามที่พูดทันทียามนี้ท่านชายโอวหยางเทียนหยูขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาและมีฐานะเป็นซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาในอนาคต ส่วนท่านชายโอวหยางหยู่หลงชอบอิสระในชีวิตจึงก่อตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นมาและมีลูกน้องภายใต้การดูแลนับหมื่นคนส่วนท่านหญิงฝาแฝดทั้งสองยามนี้กลายเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถที่อายุน้อยที่สุด และยังคงออกท่องเที่ยวเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงกลับมา เพราะใกล้จะถึงวัยปักปิ่นเต็มทีค่ายทหารนอกเมืองหลวง

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 4  เทียนหยู  หยู่หลง  และเย่วซิน1

    ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน1วังชินอ๋องแคว้นซ่งวังชินอ๋องที่เคยเงียบเหงาเพราะเจ้านายของวังไม่เคยได้พำนักที่วังนัก แต่หลังจากที่ชินอ๋องโอวหยางหนิ่งเฉิงได้แต่งชินหวางเฟยก็ทำให้วังที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวา แต่กลับมีชีวิตชีวาจนเกินไปเสียแล้ว...“ท่านชายหยู่หลงช้าลงหน่อยพะยะค่ะ แฮ่กๆๆ” หยู่หลงที่ยามนี้อยู่บนหลังเจ้าพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ กระโจนซ้ายทีขวาทีหลีกหนีเหล่าบรรดาขันทีพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่รอซินซินด้วย!!!”โฮกกกกกกกกกก พยัคฆ์อีกตัวถูกตั้งชื่อว่าเสี่ยวเฮยวิ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วพาเจ้านายสาวตัวน้อยข้ามศีรษะของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายก่อนที่มันจะวิ่งมุ่งตรงไปทางตำหนักใหญ่“ท่านชาย!!! ท่านหญิง!!!!” พี่เลี้ยงขันทีต่างลอบปาดเหงื่อกับบรรดาเจ้านายน้อยๆ ที่คล้ายจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาแม้แต่น้อยขบวนนางกำนัลขันทีต่างมุ่งไปตำห

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 3  ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5

    ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5มู่หว่านชิงผลักองครักษ์หนุ่มที่ทาบทับตัวนางแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ไม่นานนักคนตัวโตก็รู้สึกตัวจึงขยับลุกขึ้น ร่างบางของมู่หว่านชิงจึงผุดลุกขึ้นและเช็ดริมฝีปากของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“แม่นางชิงชิงข้าขออภัย มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ข้ายินดีรับผิดชอบ” เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบหนักแน่นเมื่อได้รับโอกาส หากสำเร็จแล้วละก็...เขาจะตอบแทนสหายทั้งสองอย่างดีแน่นอน อันที่จริงแล้วก็สามารถพลิกกายหลบได้แต่เขาจงใจให้เป็นเช่นนั้น...หึหึ“ข...ข้า..ข้าไม่รู้!!!” มู่หว่านชิงที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงถอยหลังก่อนจะซอยเท้าวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย“พี่ชิงชิง/พี่ชิงชิง” หลานมี่อิงกับหลานมี่อันเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีหายไป ก่อนจะโค้งกายคำนับองครักษ์หนุ่มที่หมุนกายตามพี่สาวไปเช่นกันเฟยเทียนที่ตอนแรกยังคงหน้าตายแ

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   ตอนพิเศษ 3  ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4

    ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4“พี่ลืมไม่ได้หรอก เพราะเรื่องราวเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ทำให้พี่มีวันนี้ วันที่ไม่ต้องเห็นคนที่รักโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะจะมีพี่คอยเป็นแรงสนับสนุนทั้งพี่หญิงสี่หรือน้องหญิงเจ็ดเองก็ตาม” หนานซูเหวินมองหน้าน้องสาวของเขา จนซูเจียวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนจะเข้ากอดพี่ชายเบาๆ โดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมใดๆ เพราะต่อให้นางเติบโตเพียงใดบุรุษตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็นพี่ชายของนางตลอดไป“อันใดกันจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังร้องไห้เป็นเด็กๆอีก” หนานซูเหวินเอ่ยหยอกเย้าน้องสาว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องน้อยอย่างแผ่วเบา“....” หนานซูเจียวค้อนพี่ชายก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ“ขี้แยเช่นนี้ หากพี่หลิวเหว่ยส่งเจ้ากลับมา...ขายหน้าแย่”“เขากล้าหรือ!!!!”ไม่กี่เดือนต่อมาท่านหญิงหนานซูเจียวก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้บรรดาพี่สาวคนใดเลย โดยมี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status