แชร์

บทที่ 8 รับมือภัยพิบัติ1

ผู้เขียน: Little_Hua เสี่ยวฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-22 21:00:56

บทที่ 8 รับมือภัยพิบัติ1

จวนตระกูลตวนมู่ที่วุ่นวายกันตั้งแต่เมื่อวาน  จนวันนี้ที่จะมีการแจกจ่ายชุดกันหนาว  ผ้าห่ม และชุดเสบียง  คนงานในจวนถูกเกณฑ์มาจัดของสำหรับแจกจ่าย  โดยเฉพาะชุดเสบียงที่จะแจกจ่าย 1 ชุดต่อ 1-3 คน  ซึ่งภายใน 1 ชุดประกอบด้วย แป้งขาว 4 ชั่ง ข้าว  5 ชั่ง  และมันเทศ 10 ชั่ง  นับว่าปริมาณใน 1 ชุดสามารถทำให้ชาวบ้านอยู่ได้นานนับเดือน  

คนในจวนตระกูลตวนมู่ต่างช่วยกันจัดของแจกจ่ายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแม้จะเหน็ดเหนื่อยมากด้วยเวลากระชั้นชิด  แต่พวกเขาก็ทำอย่างเต็มที่เพราะคนที่รอการแจกจ่ายบางคนก็เป็นญาติพี่น้องของพวกเขาเช่นกัน ตัวพวกเขาได้รับแจกจ่ายชุดกันหนาวและผ้าห่ม เสบียงอาหารในจวนก็มีพร้อม  ห่วงใยก็แต่คนในครอบครัวที่ไม่รู้จะมีโอกาสได้อยู่อย่างอบอุ่น มีอาหารกินอิ่มหรือไม่

ชุดเสบียงราว  1,000  ชุด ถูกจัดวางไว้โถงใหญ่ของจวนเพื่อเตรียมขนไปยังหน้าที่ว่าการเมืองหยาง ตั้งแต่เมื่อวาน  แต่ในระหว่างที่คนในจวนหลับใหล ซูเม่ยก็แอบ copy  เสบียงด้วยมิติที่เพิ่งค้นพบคุณสมบัตินี้ของมิติได้ไม่นาน ทำให้มีเสบียงเพิ่มมากกว่าเดิมเกือบ 5 เท่า    ซึ่งการแจกจ่ายครานี้ก็ได้ท่านเจ้าเมืองหยาง หม่าเนี่ยนเจิน    ที่จะมาดูแลด้วยตัวเอง

ด้านในจวนตวนมู่ที่ว่าวุ่นวายก็ไม่เทียบเท่าหน้าที่ว่าการเมืองหยางที่มีผู้ทราบข่าวการแจกจ่ายครั้งนี้มารวมตัวกันจำนวนมาก   จนท่านเจ้าเมืองต้องใช้ทหารในการจัดระเบียบผู้คน  มองด้วยตาเปล่าตอนนี้มีนับพันคนแล้ว 

เมื่อของแจกจ่ายเริ่มทยอยมาถึงลานหน้าที่ว่าการเมืองหยาง  เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ก็ประจำที่โต๊ะตามรายชื่อหมู่บ้านทันที  ซึ่งเมืองหยางมีทั้งหมด 20 หมู่บ้าน  ซึ่งทั้ง 20 หมู่บ้านท่านเจ้าเมืองหม่าก็ได้ส่งสารด่วนถึงหัวหน้าหมู่บ้านให้มาประจำโต๊ะคู่กับเจ้าหน้าที่ทะเบียนด้วยเช่นกัน 

“ดีที่ได้แนวคิดของคุณหนูใหญ่ตวนมู่ มิเช่นนั้นคงวุ่นวายมากกว่านี้นะขอรับท่านเจ้าเมือง” บุรุษหนุ่มอนาคตไกล รองเจ้าเมืองหยาง  หลี่ห่าวอู๋  กล่าวขึ้น ขณะยืนมองความวุ่นวายเบื้องล่าง  จากชั้นสองของที่ว่าการเมือง

“ใช่ เป็นแนวคิดที่คาดไม่ถึงเลย ใครจะรู้จักลูกบ้านตนเองเท่าหัวหน้าหมู่บ้านเล่า”  เจ้าเมืองหม่าเองก็นับถือแนวความคิดนี้ยิ่งนัก  เมื่อได้ฟังยามไปเยือนตระกูลตวนมู่เมื่อวานนี้

“ส่วนชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออก หากเห็นหัวหน้าหมู่บ้านตนย่อมต่อแถวได้ถูกต้อง” รองเจ้าเมืองหลี่พูดขึ้นเมื่อเริ่มได้ข้อคิดจากภาพที่เห็น

“เฮ้ออออ  เสียดายยิ่งที่เป็นสตรี  หากเป็นบุรุษคงได้ส่งเสริมให้สอบขุนนางแล้ว”

“นั่นสิขอรับ  ช่างน่าเสียดายจริงๆ แต่..ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะขอรับ” หลี่ห่าวอู๋ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์  แต่หารู้ไม่ว่าในอนาคตความคิดนี้ของเขาจะต้องพับเก็บอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นแม้แต่ชื่อของเขาคงรักษาไว้มิได้

“หืมมมม ยังไงเล่ารองเจ้าเมืองหลี่”  เจ้าเมืองหม่าเองก็สงสัยใคร่รู้เมื่อเห็นรองเจ้าเมืองพ่วงตำแหน่งที่ปรึกษาของเขากล่าวอย่างมีเลศนัย

“ท่านเจ้าเมืองก็มีบุตรชาย   คุณหนูใหญ่ใช่ว่าถึงวัยออกเรือนแล้วหรือ”  เมื่อสิ้นประโยคของหลี่ห่าวอู๋  เจ้าเมืองหม่าก็หัวเราะอย่างชอบใจ

“นั่นสินะ  สามีมีข้อราชการให้หนักใจ ภรรยาที่จวนช่วยแบ่งเบา มีแต่ก้าวหน้าเลื่อนขั้น ดียิ่งๆ” 

‘ทำไมถึงรู้สึกขนลุก ร้อนๆหนาวๆนักนะ  หรือจะป่วยอีกแล้ว’ ซูเม่ยที่นั่งรอฟังข่าวการแจกจ่ายเสบียงที่เรือนเหลียนฮวาที่รู้สึกวูบวาบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุก็รำพึงในใจ คิดว่าตนเองต้องลมหนาวจนป่วยไข้ ก่อนจะยกชาขิงขึ้นจิบคลายความหนาวเย็น

หูอันฉี  ที่เป็นหัวหน้าคุมขบวนของแจกจ่ายพร้อมกับเจียวลู่คง  และกัวเหวินชาง  เฝ้ามองการแจกจ่ายอย่างเงียบๆ  ทั้งคอยตรวจดูว่าหมู่บ้านไหนยังได้ของไม่ครบถ้วน  ก็สั่งเติมของทันที  ต่างฝ่ายต่างทำงานกันอย่างแข็งขัน  แต่ก็มีปัญหาเข้ามา  เช่นคนกลุ่มนี้

“นายท่านๆ  ข้าไม่มีชื่ออยู่ในหมู่บ้านใดจะรับของได้หรือไม่ขอรับ”  ชายชราคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดขาดๆ ที่มีแต่รอยปะชุนไปหมด คล้ายจะเป็นขอทานเดินเข้ามาถามหูอันฉีอย่างกล้าๆกลัวๆ 

“ท่านผู้เฒ่าอาศัยอยู่ที่ใดหรือ” หูอันฉีเมื่อเห็นชายชราขอทานผู้นี้ ก็ถามกลับทันที  ไม่ผิดจากการคาดการณ์ของคุณหนูใหญ่ว่ามีบางกลุ่มที่ต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือถึงที่

“อ่า วัดร้างใกล้กำแพงเมืองทิศใต้ขอรับนายท่าน”  ชายชรารีบตอบทันที  วัดร้างที่เขาอาศัยอยู่มีเด็กขอทานมากมายทั้งกำพร้าและถูกทอดทิ้ง   มีผู้ใหญ่เพียงไม่ถึง 10 คนเท่านั้นส่วนใหญ่มีเด็ก 8  หนาวขึ้นไปแต่ไม่เกิน 15  หนาวและเด็กสุดก็  5 หนาวเท่านั้น

“ท่านผู้เฒ่าพาข้าไปดูได้หรือไม่”  หูอันฉีต้องไปดูสถานการณ์ของพวกเขาเพื่อให้การช่วยเหลือได้ทั่วถึง 

“ดะ...ได้ ได้ ขอรับ”  ผู้เฒ่าชราเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจและเริ่มมีความหวังว่าจะได้รับของแจกเหล่านี้เช่นกัน  แต่หารู้ไม่ว่านอกจากของแจกแล้วภายภาคหน้าพวกเขาจะได้อนาคตที่ดีเช่นกัน

หูอันฉีพาลูกน้องไปกับเขาประมาณ 5 คน  นำเกวียนที่บรรจุของแจกจ่ายไปเต็ม  2  คัน  เพราะคาดว่ากลุ่มขอทานน่าจะลำบากมากในช่วงนี้  กว่าจะรอความช่วยเหลือที่ต้องปรึกษาคุณหนูใหญ่ให้พวกเขาได้ผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้เสียก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status