LOGINบทที่ 9 พายุหิมะมาเยือนและความช่วยเหลือ1
ท้องฟ้าขมุกขมัวปกคลุมไปด้วยไอความเย็นจางๆ หิมะหยุดตกคลื่นลมนิ่งสนิท สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนไม่น้อย รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้านที่เฝ้ารอคนจากจวนตระกูลตวนมู่มารับ และแล้วคนที่พวกเขาเฝ้ารอคอยก็มาพร้อมขบวนเกวียนหลายเล่ม และไม่นานนักกลุ่มคนไร้บ้านจากวัดร้างก็ตบเท้าเข้าอาศัยจวนตระกูลตวนมู่ทั้งหมด
ชาวบ้านในเมืองหยางแทบจะทุกครัวเรือนต่างสรรเสริญความมีน้ำใจของจวนตระกูลตวนมู่ ที่ช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
และเย็นวันนั้นเองลมที่นิ่งสนิทมาตลอดทั้งวันก็โหมกระหน่ำ พร้อมทั้งเกร็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ทั่วท้องฟ้ามิสามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย ลมหนาวกรรโชกหอบพาสิ่งของที่ไม่สามารถทัดทานแรงของมันได้ปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะพัดพาหายไป
ผู้คนต่างหวาดกลัวหลบซ่อนตัวภายในเรือน แต่กระนั้นก็ยังมีครอบครัวที่โชคร้ายหลายครัวเรือนที่พายุนี้ได้พัดพาบ้านของพวกเขาจนพังยับเยิน บางบ้านถึงกับถล่มลงมาทับคนที่อยู่ในบ้านมีทั้งคนบาดเจ็บ และล้มตาย
“ด้านนอกเป็นเช่นไรบ้างชิงชิง” ซูเม่ยที่โอบกอดน้องสาวทั้งสองไว้ในอ้อมแขน และลูบหัวน้องชาย เอ่ยถามสาวใช้ส่วนตัวอย่างแผ่วเบา เพราะเกรงว่าน้องๆที่กำลังเคลิ้มหลับจะรู้สึกตัว
“มีเสียงเตือนภัยในตัวเมืองเจ้าค่ะ คาดว่าจะมีผู้คนได้รับความเสียหายไม่น้อย” ชิงชิงที่ตอนนี้หวาดกลัวเหตุการณ์ข้างนอกเช่นกัน จนไม่อาจข่มตานอนที่ห้องของตนได้ก็เอ่ยตอบเสียงเบา
“ข้าก็หวังว่าจะไม่มีผู้คนล้มตาย” ซูเม่ยเอ่ยด้วยความกังวล ก่อนจะเหม่อมองไปด้านนอกเรือน แม้จะไม่เห็นสิ่งใดก็ตาม
เสียงลมหวีดหวิวยังคงดังต่อเนื่อง คาดว่าจะดังแบบนี้ไปอีกทั้งคืน ทุกคนได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ความเลวร้ายของสภาพอากาศจะหยุดลง
“ท่านอาลู่คงในจวนเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ” ซูเม่ยเมื่อเห็นเจียงลู่คงก็สอบถามทันทีด้วยความกังวลปนความร้อนอกร้อนใจด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคน
“ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วงขอรับ ทุกคนในจวนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเฉพาะโรงเรือนสัตว์ที่พังลงมาเล็กน้อยขอรับ” เจียงลู่คงเองก็รีบออกมาสำรวจภายในจวน พร้อมกับอีกหลายๆคนตั้งแต่พายุสงบลง
“เฮ้ออออ ค่อยโล่งใจลงหน่อยข้ากังวลจนนอนหลับไม่สนิทเลย” ซูเม่ยที่หลายวันอยู่ในจวน ยิ่งมีเหตุการณ์เช่นนี้ก็วิตกกังวลเป็นอย่างมาก
“แล้วด้านนอกจวนเป็นเช่นไรบ้าง” ซูเม่ยถามต่อด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ในเมืองเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มีหลายหมู่บ้านนอกเมือง ส่งคนมาขอความช่วยเหลือจากทางการขอรับ ข้าน้อยจึงจะมาขออนุญาตคุณหนูใหญ่พาคนของเราออกไปช่วยชาวบ้านอีกแรงหนึ่ง” เจียงลู่คงที่นอกจากมารายงานความเป็นไปแล้ว ยังมีอีกจุดประสงค์จึงรีบเอ่ยต่อคุณหนูของจวน
“ท่านอาลู่คงจัดคนของเราไปให้มากหน่อย พาสตรีไปด้วยสัก 10 คน และเตรียมรถม้าให้ข้าด้วย”
“ตะ..แต่ คุณหนูขอรับ มันอันตราย...” เจียงลู่คงเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ แต่เมื่อเห็นท่าทางเด็ดเดี่ยวของคุณหนูใหญ่แล้วคงมิอาจขัดได้ หากไม่พาไปคุณหนูคงออกไปเองจนได้
“...” ซูเม่ยมองด้วยความสงบนิ่งแต่แฝงด้วยแรงกดดันบางเบาจนเจียงลู่คงยอมแพ้
“ขอรับคุณหนูใหญ่”
“ชิงชิงไปตามอิงอิงกับอันอันมาดูแลคุณชายรอง คุณหนูสามและคุณหนูเล็กที่เรือนเหลียนฮวา ส่วนเจ้าเตรียมตัวไปกับข้าด้วย” ซูเม่ยเมื่อสั่งเสร็จก็เข้าเรือนไปเตรียมของบางอย่างทั้งโอสถรักษาบาดแผล โอสถลดไข้ โอสถคลายความหนาวเย็น รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตบางอย่างที่จำเป็น
ชิงชิงเมื่อได้ฟังคำสั่งก็เร่งรีบไปจัดการทันที ก่อนจะกลับมาช่วยคุณหนูใหญ่ขนของที่เตรียมไว้ขึ้นรถม้า ขบวนเดินทางออกจากจวนอย่างรวดเร็ว โดยหมู่บ้านที่นางจะมุ่งหน้าไปเป็นหมู่บ้านที่ไกลจากความเจริญมากที่สุด ซึ่งคาดว่าทางการจะยังไม่ทันได้เข้าไปช่วยเหลือ
หมู่บ้านซีอาน
ขบวนรถม้าของจวนตระกูลตวนมู่มาถึงหมู่บ้านซีอานก็ต้นยามซื่อ(9.00-11.00) แล้ว เมื่อมาถึงก็พบชุดช่วยเหลือของท่านลุงอันฉี ท่านลุงฮุ่ยหมิ่น ท่านลุงฮุ่ยซิ่ว และท่านอาเหวินชางที่ควบม้าล่วงหน้ามาก่อน
ทุกคนต่างทำงานท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาบางเบา แต่ทว่าก็หนาวเย็นไม่น้อย ในสายตาของซูเม่ยตอนนี้ นับว่าหมู่บ้านซีอานมีบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน ผู้คนต่างมาออกันที่โถงบ้านผู้ใหญ่บ้านจนแน่นขนัด บ้างก็ร่ำไห้ บ้างก็หมดเรี่ยวแรง ล้อมวงผิงไฟคลายความหนาวเย็น
ซูเม่ยลงจากรถม้าด้วยการพยุงของชิงชิง ท่านลุงท่านอาทั้งหลายที่กำลังยุ่งอยู่กับการช่วยเหลือคน เมื่อเห็นว่าเจ้าเจียงลู่คงพาคุณหนูใหญ่มาด้วย ก็แทบจะประเคนหมัดให้สหายรุ่นน้องสักคนละหมัดสองหมัด แต่เมื่อเห็นท่าทีสลดหัวหดห่อเหี่ยวก็พอทราบว่าเป็นคุณหนูของพวกเขาที่ดื้อรั้นจะมาด้วยเป็นแน่
“คุณหนูใหญ่ขอรับ อากาศข้างนอกหนาวเย็นอยู่บนรถม้าดีหรือไม่” หูอันฉีรีบเข้ามาเกลี้ยกล่อมทันที เพราะตอนนี้ครรภ์ของคุณหนูเริ่มใหญ่ขึ้นเล็กน้อยแต่ยังมองไม่ชัดนัก
“ไม่เป็นไร ข้าใส่เสื้อผ้ามาอบอุ่นดีแล้ว อยากเข้าไปดูชาวบ้านที่ประสบภัยเสียหน่อย” ซูเม่ยกระชับชุดกันหนาวตัวยาวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยแจ้งความประสงค์การมาของนางครั้งนี้
“เช่นนั้น ชิงชิงประคองคุณหนูให้ดีพื้นยังมีคราบน้ำแข็งอยู่บ้างระมัดระวังเสียหน่อย” หูอันฉีหันไปกำชับเด็กสาวที่คอยดูแลคุณหนูใหญ่
“เจ้าค่ะ หัวหน้าหู” มู่หว่านชิงพยักหน้าอย่างแข็งขัน
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







