Mag-log inทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ
หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน
เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ
ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู
ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่
สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ
ครู่ต่อมา เสี่ยวหนานยืนหน้ากระทะเหล็กใบใหญ่ที่ตั้งอยู่เหนือเตาถ่านคู่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยสมาธิ มือจับทัพพีไม้ยาวอย่างคล่องแคล่ว น้ำในหม้อใหญ่สีเข้มค่อย ๆ เดือดปุด เสียงจากฟองอากาศที่ปะทุเบา ๆ บ่งบอกว่าน้ำซอสกำลังเคี่ยวได้ที่เธอใช้ผ้าขาวบางห่อเครื่องเทศหลากชนิด ใส่ลงในหม้อข้างหนึ่งก่อนจะเติมน้ำมัน
เสี่ยวหนานตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ อี้หลันยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงใสออกมา "โอ้โห! ขนาดนี้ใครไม่เอาก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ของที่ไม่มีราคาอยู่ ๆ ก็ทำเงินได้ ใครจะไม่เอา""ฉันมีอีกเรื่องค่ะพี่สะใภ้" เสี่ยวหนานพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น สายตามีแววจริงจัง "เรื่องอะไร?""พี่สะใภ้เคยพูดถึงญาติที่ชื่อ
ช่วงบ่ายของวันเสี่ยวหนานรีบปิดร้านแล้วกลับบ้านพร้อมพี่สะใภ้ วันนี้สือซานกับพ่อจะออกเรือไปหาหาของทะเล เสี่ยวหนานจึงรีบมุ่งหน้ากลับบ้านโจวเพื่อไปบอกข่าวดีให้ทั้งคู่รู้ก่อน"เสี่ยวหนาน ปั่นจักรยานระวังหน่อย ทำไมรีบขนาดนั้น!"อี้หลันตะโกนไล่หลังเมื่อเห็นน้องสามีปั่นจักรยานอย่างเร่งรีบ"ไม่ต้องห่วงพี่อี้
วันนี้ร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ข้างท่าเรือเมืองเยี่ยนเทียนคึกคักผิดหูผิดตา ลมหอบเอากลิ่นอาหารที่ทำเสร็จใหม่ ๆ ผสมกลิ่นข้าวหอมกรุ่นปลิวไกลไปถึงแนวรั้วท่าเรือ กระทะทองเหลืองส่งเสียงฉ่า ๆ ยั่วน้ำลายผู้คนตั้งแต่ยังไม่สาย เสี่ยวหนานในผ้ากันเปื้อนสีจางยืนปรุงอาหารอยู่ในร้าน ใบหน้าเธอเปื้อนเหงื่อแต่รอ







