Masukนายแผนรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้เฟอร์นันโดรู้ ทำให้ผู้เป็นนายร้อนใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้กับลูกสาว นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลจึงส่งอังตวนลูกน้องคนสนิทพร้อมบอดี้การ์ดอีกห้าคน ตามมาอารักขาลีเดียเพิ่ม ตัวเขาสั่งให้คนของตัวเองตามข่าวที่เกิดขึ้น ราวหนึ่งชั่วโมงสายข่าวก็ส่งข้อมูลผ่านอังตวนมารายงานผู้เป็นนาย
“มีการฆ่ากันตายใกล้กับสนามสู้วัว Plaza de Toros ในวันที่คุณราฟาเอลสู้วัว คนตายเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านการสู้วัวกระทิงจากแคว้นคาทาโลเนีย เขาถูกคนร้ายแทงด้วยมีดที่หน้าอกจนตาย ทางตำรวจมุ่งประเด็นไปที่การชิงทรัพย์เพราะทรัพย์สินถูกคนร้ายชิงไป”
การสรุปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เฟอร์นันโดสงสัย คนตายถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ แล้วทำไมฆาตกรถึงต้องตามล่าพยานด้วยเล่า เขารู้เรื่องของสิงหกัลยาที่ถูกคนร้ายตามฆ่าเพื่อปิดปาก ถึงได้ให้นายแผนกับราฟาเอลไปดูแลลีเดีย ไม่นึกว่าพวกนั้นจะไม่เกรงกลัวคนของตระกูลราโดรเปรเรส คนที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้น่าจะมีอิทธิพลไม่น้อย คดีที่เกิดขึ้นน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่
“ส่งคนของเราไปสืบดูว่า คนตายเกี่ยวข้องกับใคร หรือไปมีเรื่องกับใครบ้าง” เขาออกคำสั่ง
เฟอร์นันโดนั่งคิดเรื่องนั้น จนผ่านไปร่วมชั่วโมงก็มีโทรศัพท์จากประเทศไทยโทรมาหาเขา เมื่อรู้ว่าคนปลายสายเป็นใครหัวใจของชายวัยกลางคนก็เต้นรัวด้วยความดีใจ
“คุณรจนา ดีใจที่ได้คุยกับคุณอีก” เขาทักทายมารดาของนภวินท์ ด้วยน้ำเสียงดีใจ
“สวัสดีค่ะคุณเฟอร์นันโด “ เสียงหวานอบอุ่นนั้น ทำให้คนฟังยิ้มบางๆ “สองปีแล้วนะคะ ที่เราไม่ได้คุยกันอีกเลย นับตั้งแต่งานศพของคุณภัทรพ่อหนูกี้”
“ผมขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อคุณเลย คุณสบายดีนะครับ”
“ฉันสบายดีค่ะ ตามประสาคนที่ไม่ยึดติดกับอะไร คุณล่ะคะได้ข่าวว่ามีลูกสาวคนใหม่ เธอเป็นยังไงบ้างคะ” คนถาม รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากลูกชาย ไม่จำเป็นต้องอ้อมโลก ให้เสียเวลา
เฟอร์นันโดถอนหายใจหนักๆ ความลับไม่มีในโลกจริงๆ สองปีที่เขาปกปิดเรื่องของกีรดารินทร์ ตอนนี้ความจริงได้เปิดเผยแล้ว หากเขามีคำแก้ตัวที่น่าจะทำให้คนถามรู้สึกโกรธเขาน้อยลง
“ลีเดีย เอ่อ... หนูกี้เธอสบายดีครับ ผมดูแลเธอไม่ต่างจากลูกสาวแท้ๆ” เขาแจงให้อีกฝ่ายทราบ
“คุณใจร้ายกับพวกเรามากเลยรู้มั้ย คุณทำให้เราเข้าใจว่าหนูกี้ตายไปแล้ว ตาวินท์เหมือนตายทั้งเป็น ลูกชายของฉันเขารักหนูกี้มาก คุณพรากพวกเขาสองคนจากกัน” คุณรจนาตำหนิการกระทำของเฟอร์นันโด อย่างไม่ออมคำ
“สองปีที่ผ่านมา วินท์มีชีวิตอยู่เหมือนคนไร้หัวใจ ชีวิตของเขาเหลือเพียงแค่งานกับความทรงจำเจ็บปวดเท่านั้น”
“นั่นเป็นสิ่งที่ลูกชายคุณควรได้รับ คุณรจนาคุณคงไม่รู้ว่าหนูกี้ ต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนจากการกระทำของลูกชายคุณ เธอถูกคนที่เธอรักทำร้ายจิตใจอย่างสาหัส สภาพของเธอไม่ต่างจากรติมาน้องสาวผมเลย ผมทนเห็นเธอต้องเจ็บปวดแบบนั้นไม่ไหว ผมถึงได้พาตัวเธอมาที่นี่”
คำแก้ตัวของเฟอร์นันโด ทำให้คนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนยอมรับว่านภวินท์ก็มีส่วนผิดในครั้งนี้เหมือนกัน
“วินท์อาจจะผิดที่ไม่รู้ใจตัวเอง แต่คุณก็ไม่ควรพรากหนูกี้ไปจากเขา หนูกี้รักวินท์มากเธอคงไม่อยากจากคนที่เธอรักไป”
“นั่นเป็นอดีตครับ ตอนนี้หนูกี้ไม่เหลือความทรงจำใดใดเกี่ยวกับลูกชายของคุณอีก ไม่ว่าความรักหรือความหลังได้ตายไปพร้อมกับความเจ็บปวดของเธอเมื่อสองปีก่อนนั้นแล้วครับ” เฟอร์นันโดสรุป
“คุณเฟอร์นันโดคะ ฉันขอโอกาสให้วินท์ได้พิสูจน์ตัวเองกับหนูกี้ ให้พวกแกได้เรียนรู้หัวใจของตัวเองอีกครั้ง ความรักของเด็กสองคนนั้นจะยังอยู่หรือหายไป ก็ขอให้พวกเขาเป็นคนเรียนรู้มันเอง ได้ไหมคะ” คุณรจนาขอโอกาสให้ลูกชาย
เฟอร์นันโดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยว่า “ลูกชายคุณ ขอเวลาหนึ่งเดือนในการทำให้หนูกี้กลับมารักเขา ผมได้ให้โอกาสเขาแล้ว หลังจากหนึ่งเดือนหากเขาทวงความรัก ตามหาหัวใจของเขาคืนไม่ได้ ผมก็คงต้องให้เขาทำตามสัญญาที่ว่า จะไม่มายุ่งกับหนูกี้อีก มันยุติธรรมที่สุดแล้ว”
“คุณพรากหนูกี้ไปจากวินท์ถึงสองปี แต่คุณให้โอกาสเขาแก้ตัวแค่เดือนเดียว มันช่างยุติธรรมมากค่ะ ฉันเชื่อว่าลูกชายของฉันจะตามหัวใจของเขาคืนมาได้ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน เพราะฉันเองคงให้โอกาสตัวเองเป็นเพื่อนกับคุณได้แค่นี้ สวัสดีค่ะ” พูดจบคุณรจนาก็วางสายไป
เฟอร์นันโดวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ร่างสูงใหญ่เอนกายบนเก้าอี้นวม ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนแรง คำพูดประโยคสุดท้ายของคุณรจนา ทำให้คนฟังรู้สึกแปลบปลาบในหัวใจ เขาทำผิดหรือไรที่พาตัวกีรดารินทร์มาจากความเจ็บปวดเหล่านั้น ไม่หรอกเขาไม่ผิด คนที่ผิดคือนภวินท์ต่างหาก ชายหนุ่มสมควรได้รับบทเรียนจากการกระทำในอดีตอย่างสาสมกับความผิดของตัวเอง เขาทำให้กีรดารินทร์เจ็บปวดจนแทบขาดใจ หญิงสาวถึงได้ปิดกั้นความทรงจำนั้นจนสมองสั่งให้เธอลืมมันไป
“นภวินท์ นายต้องชดใช้ให้ลีเดีย ความเจ็บปวดของนายคือดอกเบี้ยที่ลีเดียควรได้รับ”
อาการบาดเจ็บของลีเดียทำให้หญิงสาวต้องนอนพัก ไม่สามารถตามนภวินท์กับสิงหกัลยาไปสัมภาษณ์ นิโคไลน์ กอนซาเลส หนึ่งในคณะกรรมการจัดงานเทศกาล ซาน เฟอร์มิน หรือเทศกาลวิ่งวัวในย่านประวัติศาสตร์ของเมืองพัมโพลนาทางภาคเหนือของสเปน เทศกาลที่มีชื่อเสียงเป็นรู้จักไปทั่วโลก ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันที่ 7ถึง 14 กรกฎาคมของทุกปี ในแต่ละปีมีผู้คนจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาเข้าร่วมจำนวนกว่าหนึ่งล้านคน โรงแรมที่พักถูกจองเต็ม หากไม่จองล่วงหน้าคงยากจะหาที่พักได้ ครั้งนี้สิงหกัลยาได้จัดการจองโรงแรมที่พักไว้ก่อน จึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้
ขณะที่ช่างภาพหนุ่มกับผู้ช่วยของเขาเดินทางไปยังบ้านของผู้ให้สัมภาษณ์ ทั้งสองก็พบกับขบวนของนักประท้วงกลุ่มใหญ่ ที่พากันมาประท้วงการจัดเทศกาลนี้ที่บริเวณด้านนอกของศาลาว่าการเมืองพัมโพลนา
“เฮียวินท์ จอดรถก่อน เขาประท้วงอะไรกันนั่น เราเข้าไปดูเถอะ จะได้เก็บภาพไปลงหนังสือเราด้วย”
สิงหกัลยาเปิดกระจกรถ ชะโงกหน้าไปดูคนกลุ่มใหญ่ที่เปลือยกายท่อนบน มีป้ายห้อยคอปกปิดหน้าอกตัวเองไว้ทำให้ดูไม่อนาจารมากนัก ต่างชูมือส่งเสียงดังร้องต่อต้านการจัดเทศกาลซาน เฟอร์มินนี้ พวกเขามีจำนวนมากทำให้การจราจรติดขัด จนนภวินท์ตัดสินใจหาที่จอดรถเพื่อ เก็บภาพนี้ไปประกอบบทสัมภาษณ์ผู้จัดงาน
ช่างภาพหนุ่มแหวกฝูงชนเข้าไปยังลานกว้างหน้าศาลากลางของเมืองพัมโพลนา เมื่อเห็นหนุ่มเอเชียที่มีกล้องถ่ายรูปทำให้ผู้ประท้วง พากันหลีกทาง พวกเขาต้องการให้ข่าวการประท้วงแพร่หลายไปทั่วโลก จึงยินดีให้คนที่คิดว่าเป็นนักข่าวถ่ายรูปอย่างพอใจ
“เฮียวินท์ รอหนูด้วยสิ อะไรกันไม่ห่วงน้องบ้างเลย” สิงหกัลยาบ่นกระปอดกระแปด ขณะแหวกฝูงชนตามรุ่นพี่หนุ่มไปติดๆ
ภาพของนักประท้วงชายหญิงหลายคนพร้อมใจกันเปลื้องผ้าช่วงบนท่อนล่างเหลือเพียงชุดชั้นใน ใช้สีแดงและสีน้ำตาลระบายลงบนเรือนร่างของตน จากนั้นให้พวกเขาก็พากันนอนลงกับพื้นเรียงรายกันเป็นรูปวัวกระทิง เสียงรัวชัตเตอร์จากช่างภาพของสำนักข่าวต่างๆ ดังไม่ขาดระยะ นภวินท์ไม่พลาดการเก็บภาพสำคัญครั้งนี้ เขาเห็นด้วยกับการต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ ไม่ได้นึกชอบกีฬาสู้วัวหรือเทศกาลวิ่งวัวนี้สักนิด หากไม่เป็นเพราะเฮียเป๋งบรรณาธิการบริหารขอร้อง เขาคงไม่เดินทางมาทำงานนี้
ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนลงจากผืนฟ้า ร่างเพรียวบางหยุดนิ่งมองแสงสุดท้ายของดวงตะวัน จวบจนลำแสงสีทองอาบไล้แผ่นน้ำก่อนจะจมหายไป ท้องฟ้าเริ่มกระจ่างตาด้วยแสงของดวงดาวพริบพราวระยับ ราวกับเกล็ดอัญมณีบนผืนผ้ากำมะหยี่สีนิล ร่างนั้นเดินขึ้นมาจากน้ำ ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนหาดทราย แล้วชันเข่าขึ้นรองรับคางเล็กที่ก่ายเกย แขนเรียวเสลาโอบรัดท่อนขาเพรียว ดวงตากลมโตทอดมองริ้วคลื่นสีขาวของท้องทะเลยามราตรีด้วยแววตาครุ่นคิด คำพูดของผู้ให้กำเนิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้คนเป็นลูกต้องพกความกังวลใจมาเป็นเพื่อนเดินเล่น“ลีโอโนร่า หนูต้องกลับมาอยู่กับป๋า ไม่ต้องกลับไปเมืองไทยแล้ว”คาลอส บิดาของเธอเอ่ยขึ้น เมื่อพบหน้าบุตรสาวที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสองปี สองพ่อลูกนั่งคุยกันที่สวนสวยในคฤหาสน์ของ นิโคไลน์ กอนซาเลส หลังจากคนของผู้เป็นบิดาพาตัวเธอมาจากคฤหาสน์ประจำตระกูลราโดรเปรเรส “ไม่ได้หรอกค่ะป๋า หนูต้องไปช่วยน้าเป๋งทำงาน แล้วยังจะต้องดูแลคุณตาคุณยายอีก” สิงหกัลยาทักท้วง นอกจากงานในบริษัทของเปรมศักดิ์แล้ว สิงหกัลยายังต้องดูแลคุณตาคุณยายของเธอ ที่แก่มากแล้ว ท่านทั้งสองรักเธอมากดูแลเธอมาตั้งแต่แรกเกิด ความผูกพันนี
“ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ตรงนั้น ออกมาซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องเสียแรงเข้าไปลากตัวพวกแกออกมาเลย”ไอ้คนตัวโตเอ่ยเสียงเครียด มันยกปืนเล็งไปยังชายผ้าที่โผล่ออกมา หากไม่มีเสียงตอบรับใดใด ชวนให้รู้สึกโมโหขึ้นมาปลายนิ้วกระดิกลั่นไกเข้าใส่ โดยไม่ต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมเมื่อจุดหมายเดียวคือความตาย ใยต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองสมองเปรี๊ยง!!!ผลั๊วะ!!!ของแข็งถูกฟาดเข้าใส่ท้ายทอยของเจ้าตัวใหญ่เต็มแรง พร้อมกับวัตถุชนิดเดียวกันเหวี่ยงเข้าใส่อีกคนซึ่งตัวเล็กกว่าและผอมเกร็ง ที่ยืนอยู่ข้างๆคนแรกเต็มเหนี่ยว ส่งผลให้สองร่างทรุดฮวบลงกองกับพื้นในทันที“พวกมันเป็นคนของใคร ทำไมถึงเล่นงานเรา”นภวินท์ใช้ปลายท่อนไม้จิ้มคนที่นอนอยู่ พลางก้มลงเก็บปืนของอีกฝ่ายมาส่งให้ลีเดีย หญิงสาวรับมาถือไว้ ในมืออีกข้างมีปืนลักษณะเดียวกันอีกกระบอกอยู่“ไอ้สองตัวนี่ เคยไล่ฆ่าฉันกัลลีโอโนร่ามาครั้งหนึ่งแล้ว” ลีเดียเดินเข้ามายืนข้างๆนภวินท์ เธอจำวายร้ายสองคนนี้ได้ พวกมันฝากรอยแผลไว้ที่แขนของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนที่พัมโพลนา ไม่นึกว่าจะหวนมาเล่นงานเธออีกครั้งที่ซานเซบาสเตียนแห่งนี้“ตกลงพวกมันต้องการเล่นงานคุณสินะ ผมเลยซวยมารับเคราะห์ไปด้วย”น
ฟิลลิปมองร่างสง่างามของผู้เป็นนาย ที่นอนทอดกายสงบนิ่งบนเตียงในเซฟเฮ้าส์ เขาวางยานอนหลับให้นิโคไลน์หลังจากกลับมาจาบรับประทานอาหารกับลีเดีย คาลอสลุงของนายจ้างสายตรงมาหาเขาเพื่อสั่งการบางอย่าง ฟิลลิปรับคำสั่งจากคาลอสมาโดยตลอด เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี จึงไม่เสียเวลาสั่งงานผ่านนิโคไลน์อีก“ฟิลลิป เตรียมการให้พร้อม ไอ้ราฟาเอล กำลังจะไปบุกชิงตัวน้องสาวของมัน แกจัดการเก็บไอ้หลานหน้าโง่ของฉันให้ไกลๆ อย่าให้มันเข้ามาขวางทางได้ ฉันมีแผนเด็ดเตรียมต้อนรับพวกราโดรเปรเรส” มาเฟียอิตาเลี่ยนสั่งการนิโคไลน์ไม่รู้ตัวว่าถูกลูกน้องคนสนิทวางยาและจัดการนำตัวมาไว้ที่เซฟเฮ้าส์แห่งนี้ ฟิลลิปสั่งให้คนควบคุมตัวลีเดียอย่างหละหลวม เขารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคงบุกมาในไม่ช้านี้ หญิงสาวคนนั้นเป็นแค่เบี้ยตัวเล็ก เอาไว้ล่อหมากตัวสำคัญอย่างราฟาเอลต่างหาก“ลูคัส ตามนังลีเดียไป ใช่... ไม่ต้องออกมาให้พวกมันรู้ตัว ถ้าแกมีโอกาสจัดการนังลีเดียได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ท่านนิโคไลน์จะไม่มีวันรู้ว่าเป็นฝีมือแก ทำตามที่ฉันบอก”ฟิลลิปเอ่ยเสียงเหี้ยม เขาปรายตามองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นนายด้วยสายตาเทิดทูน ผู้
นภวินท์หันขวับไปมองทันที เปิดโอกาสให้ลีเดียสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขน กว่าจะรู้ว่าถูกเธอหลอกก็โดนเข่าน้อยๆซัดเข้าจุดยุทธศาสตร์ ร่วงลงไปกองกับพื้นทรายในไม่ถึงนาที“ฉันไม่ใช่นางเอกนิยายตบจูบนะ ถึงจะได้โง่ปล่อยให้คุณรังแกง่ายๆ” รอยยิ้มเย้ยหยัน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะสะใจรู้จักลีเดียน้อยไปเสียแล้ว ถ้าไม่คิดว่าเคยรู้สึกดีๆกันมาก่อน เธอจะจัดหนัก จัดเต็มๆแม็ก ให้อีกฝ่ายแน่นอน“ถ้าหายจุกแล้ว ก็ตามฉันไปที่รถนะ ฉันอยากกลับแล้ว หมดอารมณ์เดินเล่น” คนพูดสะบัดหน้าหนี เดินกลับมายังรถที่จอดไว้ นานกว่าสิบนาที นภวินท์ถึงจะพาร่างของตนเดินกลับมาได้ เขามองคนที่นั่งกอดอกเอนหลังบนเบาะรถอย่างเคืองจัดไม่นึกว่าเจ้าหล่อนจะร้ายกาจขนาดนี้ เห็นตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะมีพิษสง เขาประมาทเอง ชายหนุ่มไม่โทษใครนอกจากโทษตัวเอง เขาประจำที่คนขับ นำรถเคลื่อนตัวจากตรงนั้น ดวงตาคมลอบมองหญิงสาวเป็นระยะ สมองก็คิดแผนแก้ลำยายตัวแสบไปด้วยณ คฤหาสน์ ตระกูลราโดรเปรเรส ราฟาเอลกำลังเตรียมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกองกำลังพิเศษที่ถูกส่งมาช่วยปฏิบัติภาระกิจชิงตัวประกัน ข้อมูลจากลีเดียทำให้พี่ชายรู้ที่อยู่น้องสาว เขาไม่เชื่อว่านิโคไลน์จะยอมทร
หลังจบมื้อค่ำ ลีเดียขอตัวกลับที่พักทันทีโดยไม่สนใจโปรแกรมพิเศษที่นิโคไลน์เตรียมไว้ให้ หญิงสาวรู้สึกรำคาญหลานชายของคาลอสจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่เถียงว่านิโคไลน์เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาคนหนึ่ง แต่รูปลักษณ์ของเขาไม่ช่วยให้น่าสนใจเท่าใดนัก เมื่ออีกฝ่ายพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจเหมือนเธอเป็นเจ้าหญิง หากมันกลับทำให้เขาดูน่าเบื่อ ในขณะที่ผู้ชายอีกคนที่ร่วมโต๊ะด้วยกลับเมินเฉยต่อเธอ บางคราก็ส่งสายเหยียดหยันมาให้ เขาไม่พูดกับเธอไม่เอาใจ ไม่ชวนคุย แต่ท่าทีและแววตากลับรบกวนหัวใจเหลือเกิน“ผมขอไปส่งคุณที่ห้องพักนะครับ ลีเดีย”นิโคไลน์ทอดเสียงนุ่มนวล ขณะมองหญิงสาวด้วยแววตาหยาดเยิ้ม คงเป็นเพราะฤทธิ์ไวน์ที่เขาดื่มไปบวกกับเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มเริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหว“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้” ลีเดียยิ้มให้คนอาสาอย่างเสียไม่ได้ หากอีกฝ่ายยังดื้อดึงทำท่าไม่ยอมฟัง ทำให้คุณหนูลีเดียจำต้องใช้ไม้ตาย “นิโคไลน์ ถ้าคุณอยากจะเป็นเพื่อนฉันต่อไป ขอความเป็นส่วนตัวให้ฉันสักนิด ฉันไม่ชอบให้ใครมาตามติดเหมือนปลิง คุณเป็นคนฉลาด คุณคงรู้ว่าควรทำตัวยังไง”คำพูดนั้นทำเอาคนฟังสะอึกแทบหายเมา นิโคไลน์ชาไปทั้งหน้า เขา
สิ่งที่หญิงสาวพูด ทำให้นภวินท์คิดหนัก เขาจะปล่อยให้เธออยู่ใกล้ชิดกับนิโคไลน์แบบนี้ไม่ได้ แต่จะพาตัวเธอไปส่งที่บ้านก็เกรงว่า บิดาของเธอจะหาเหตุมาทำร้ายเพื่อนของเขาได้ ชายหนุ่มคิดหาหนทางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนความคิดบางอย่างจะวาบขึ้นมาในหัว“ถ้าเธออยากไปจากที่นี่ก็ได้ แต่เธอต้องสัญญากับฉันก่อน ว่าเธอจะไม่กลับมายุ่งกับเพื่อนของฉันอีก”“จะให้สาบานก็ยังได้ ฉันไม่อยากยุ่งกับเพื่อนสุดที่รัก สุดสวาทของนายหรอกนะ แต่นายจะพาฉันไปได้ยังไง คนของนิโคไลน์คงไม่ยอมปล่อยให้เราหนีไปไหนง่ายๆหรอก”ลีเดียไม่กล้าบอกเขาว่า คนของบิดากำลังจะบุกมาช่วยเธอเหมือนกัน เธอแกล้งพูดให้นิโคไลน์วางใจว่าเธอจะยอมร่วมมือกับเขา แต่ความจริง หญิงสาวไม่คิดจะทำตามแผนปัญญาอ่อนนั่นสักนิด เธอบอกที่อยู่ให้ทางนั้นรู้ รอเวลาการมาถึงของพี่ชาย ราฟาเอลจะมารับตัวเธอด้วยตัวเอง เธอแค่ถ่วงเวลาให้นิโคไลน์ตายใจ จนยอมปล่อยเธอมาหานภวินท์ หญิงสาวรู้ว่าตอนนี้คนของนิโคไลน์กำลังจับตามองเธออยู่ จึงแกล้งเล่นตามเกมส์เขาไป“ฉันจะหาทางเอง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตาคมวาวกล้าอย่างคนเจ้าอารมณ์ท่าทางของชายหนุ่ม ทำให้ลีเดียนึกหวั่นใจ นี่คงเป็นนิสัยจริงๆของเ







