LOGINครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่า จะรักเขาตลอดไป แต่ตอนนี้เธอกลับจำเขาไม่ได้ เธอลืมเลือนความรักที่เคยมี เขาจะทำให้เธอจำเขาให้ได้ ผู้หญิงที่จารรอยรัก สลักรอยจำ ในรอยใจคือเธอ กีรดารินทร์ ! *** เชิญติดตามความรักของนายวินท์กับหนูกี้ภาคต่อจากรุ้งปลายเมฆค่ะ
View Moreสนามบิน บาราฮัส(Barajas Airport) มาดริด ประเทศสเปน
ร่างสูงโปร่งยืนหันรีหันขวางมองหาคนมารับด้วยความหงุดหงิด กระเป๋าเดินทางถูกลากมาวางไว้ข้างตัว เกือบชั่วโมงแล้วที่นภวินท์รอสิงหกัลยาผู้ช่วยมือใหม่ที่เดินทางมาล่วงหน้าร่วมอาทิตย์ เพื่อติดต่อและประสานงานกับบุคคลที่นิตยสารของเขาต้องการมาสัมภาษณ์ ช่างภาพหนุ่มเดินทางตามมาทีหลังโดยนัดแนะกับคนที่มาก่อน ให้มารับเขาที่สนามบิน เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก
“ยายสิงห์ จะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้แกเอง แกแค่ไปเก็บภาพงานเทศกาลกับภาพของผู้ให้สัมภาษณ์ การสัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของยายสิงห์ งานนี้หลานสาวฉันมันออกโรงเอง รับรองว่างานทุกอย่างจะราบรื่นเรียบร้อย หมดจดแน่นอน”
คำพูดของเฮียเป๋ง ก่อนการเดินทางทำให้นภวินท์เบาใจ ไม่คิดว่ายายสิงห์รุ่นน้องตัวแสบจะทำพิษให้เขาต้องมารอเป็นชั่วโมงแบบนี้ เขาน่าจะขึ้นรถแท็กซี่ไปที่โรงแรมเอง ไม่น่ารอถึงป่านนี้ เขาเหนื่อยอยากพัก หากต้องทนรอยายสิงห์มารับอีกสักชั่วโมง ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทนไหว ก่อนเดินทางเขามีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย เมื่อเครื่องลงจอดเขาพบว่าอาการปวดศีรษะนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าขาวเริ่มแดงก่ำ ทั้งปวดทั้งมึนเพราะยังปรับเวลาไม่ได้ เป็นอาการที่เรียกว่า เจทแล็ก*1 หากเจ้าตัวยังอดทนรอให้คนมารับอยู่ร่วมชั่วโมง
ช่างภาพหนุ่มตัดสินใจจะเดินทางไปยังที่พักด้วยตัวเอง เขามียาแก้ไข้ติดตัวมาแต่ไม่ยอมกินตอนนี้ นภวินท์รอให้ตัวเองถึงที่พักก่อนเขาอยากกินยาแล้วนอนพักยาวๆมากกว่า ร่างสูงเดินลากกระเป๋ามายังจุดบริการแท็คซี่ ขณะกำลังเดินร่างของเขาก็ถูกใครบางคนวิ่งมาชนอย่างแรงจากด้านหลัง จนกระเป๋าใส่อุปกรณ์ถ่ายรูปที่หิ้วมาด้วยหลุดจากมือกระเด็นไปไกล คนชนวิ่งไปทางประตูทางออกและชนร่างเพรียวบางในชุดเดรสสั้นสีขาวที่เดินสวนมาล้มลงไปจับกบ ข้างๆกระเป๋าใส่อุปกรณ์ของนภวินท์ ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างร้องฮือฮา ด้วยความตกใจ
นภวินท์รีบเข้าไปเก็บกระเป๋าของเขา รปภ.ที่อยู่บริเวณนั้นรีบวิ่งเข้ามาประคองร่างบางที่อยู่บนพื้น ส้นรองเท้าของเธอหัก บวกกับอาการจุกการการถูกผู้ชายร่างใหญ่กระแทก ทำให้ร่างเพรียวบางนั้นลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มระใบหน้าจนมองไม่เห็นหน้าตาชัดเจน เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอลุกขึ้นยืนได้เขาก็ทำท่าจะผละไป แต่เสียงสบถของเธอทำให้เขาหันมามอง ก่อนจะเบิกตากว้าง
“บ้าจริง! จะรีบไปตามบัฟฟาโร่กลับนาหรือไงยะ”
เสียงใสๆ พ่นคำด่าเป็นภาษาไทยชัดเจน มือเรียวบางยกขึ้นเสยผมที่รุ่ยมาปรกหน้าตาให้เข้าที่ ใบหน้างามผุดผ่องแบบผู้หญิงเอเชียของเธอ ถูกตบแต่งไว้ด้วยเครื่องสำอางบางเบา ดวงตายาวเรียววาววับด้วยความกราดเกรี้ยว ปากบางเคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อนยื่นนิดๆอย่างคนเจ้าอารมณ์ เมื่อหันมาเห็นสายตาของคนที่กำลังจ้องมองเธออยู่
“มองอะไรยะ ไม่เคยเห็นคนจับกบกลางสนามบินเหรอไง ! ” หญิงสาวหันไปวีนใส่ชายหนุ่ม
นภวินท์มองหน้าเธอ เขาจ้องดวงหน้าอ่อนใสนิ่ง กวาดสายตาไปยังดวงตายาวเรียวคู่นั้น จมูกโด่งเล็ก คิ้วเรียวสวยได้รูป ก่อนจะมองไปทั่วร่างบางสมส่วนนั้น แล้วกลับมาจ้องหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอขยับไปมาพูดอะไรอีกหลายคำ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจฟัง ค่อยๆขยับเข้ามาหาร่างบางอย่างลืมตัว
ใบหน้าของเธอ... เสียงของเธอ...
หัวใจที่แห้งเหี่ยวเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ คล้ายถูกราดรดด้วยน้ำทิพย์จนชุ่มชื้น
“หือ... ทำอะไรน่ะ ว้าย!”
หญิงสาวกรีดร้องเมื่อร่างของเธอถูกชายหนุ่มดึงเข้าสู่อ้อมกอด วงแขนแข็งแรงรัดร่างน้อยแนบแน่น ใบหน้าคมซุกซบบนซอกไหล่บาง ร่างสูงสั่นสะท้านไปทั้งตัว ราวกับเจ้าตัวสะกดกลั้นความปรีติไว้ไม่ไหว
เขาไม่สนว่ามีผู้คนอยู่รายรอบ... ไม่สนใจว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน...
สิ่งที่เขาสนใจคือหญิงสาวในอ้อมแขนคนนี้คนเดียว !
นภวินท์จับไหล่บางไว้มั่น ขยับออกมาในระยะที่สามารถสำรวจร่างเพรียวบางได้อย่างละเอียด เนื้อตัวนุ่มนิ่มอุ่นร้อนแสดงให้เขาเห็น ว่าเธอๆไม่ได้เป็นเพียงภาพมายาหลอนหลอกเขา มือหนาเลื่อนมาลูบแก้มนวลแผ่วๆ
“กี้... กีรดารินทร์คุณยังไม่ตาย คุณกลับมาหาผมแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า แย้มริมฝีปากยิ้มด้วยความดีใจ ดวงตาคมเปล่งประกายวาวจ้าด้วยความยินดี
หญิงสาวตรงหน้ามองตอบเขาด้วยแววตากราดเกรี้ยวกว่าเมื่อครู่ ร่างบางสะบัดตัวจากการเกาะกุมเต็มแรง ปฏิกิริยาของเธอ แววตาที่เธอมองเขา ทำให้นภวินท์ชะงักงัน
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือน้อยฟาดเข้าใส่ใบหน้าขาวๆจนสะบัดไปตามแรงตบ รอยสีแดงรูปฝ่ามือปรากฏขึ้นบนแก้มของชายหนุ่ม
“ไอ้โรคจิต ฉันชื่อ ลีเดีย ไม่ได้ชื่อกี้ ถ้าไม่อยากตายอยู่ห่างๆฉันไว้ ! ”
ดวงตาคู่งาม มองเขาด้วยสายตาของคนแปลกหน้า เธอผลักอกเขาแรงๆ ก่อนจะถอดรองเท้าที่ส้นหักของตัวเอง โยนโครมลงบนพื้น ร่างบางเดินด้วยเท้าเปล่าจากไปโดยไม่สนใจว่าใครจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน ทิ้งให้คนโดนตบหน้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
นานกว่านาทีนภวินท์ถึงตั้งสติได้ เขามองตามหลังร่างบางที่เดินหายไปด้านในสนามบิน หัวใจชาหนึบด้วยความรู้สึกสับสน ร่างบอบบางในอ้อมกอดที่เขาสัมผัสเมื่อครู่นี้
กลิ่นกายหอมละมุน... เนื้อตัวนุ่มนิ่มนั้น... ทำไมถึงไม่ใช่กีรดารินทร์
เขาจำเธอได้ ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี เขาก็ไม่มีทางลืมสัมผัสของเธอ
ผู้หญิงคนนั้นคือกีรดารินทร์ เธอคือคุณหนูกี้ลูกสาวเจ้าพ่อภัทร!
“กี้ ผมไม่มีวันยอมปล่อยคุณไปอีกแน่ ไม่มีวันกี้ ! ” ชายหนุ่มวิ่งตามร่างบางเข้าไปด้านใน
นภวินท์เชื่อเต็มร้อยว่าเธอคือกีรดารินทร์ของเขา ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่า จะรักเขาตลอดไป แต่ตอนนี้เธอกลับจำเขาไม่ได้
เธอลืมเลือนความรักที่เคยมี เขาจะทำให้เธอจำเขาให้ได้
เขาไม่มีวันยอมสูญเสียความรักของเธอ ไปให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น !
นภวินท์วิ่งฝ่าผู้คนตามเธอไป เขาเห็นด้านหลังของผู้หญิงที่เดินเท้าเปล่าอยู่ข้างหน้า ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าตามในระยะห่าง ร่างเล็กบางของหญิงสาวเดินขึ้นบันไดเลื่อน ชั่วขณะหนึ่งเธอหันมามองด้านหลัง ดวงตายาวเรียวสะบัดค้อนให้ก่อนจะหมุนกายเดินหนีไปอีก เขาพยายามแหวกผู้คนที่เดินสวนมาเพื่อให้ตามเธอทัน ทว่าคนที่ถูกตามดูเหมือนจะรู้ตัวแล้ว เธอก้าวเท้าออกจากบันไดเลื่อนได้ก็รีบวิ่งหนีเขา นภวินท์อยากจะโยนกระเป๋าสัมภาระที่เขาหอบหิ้วมาด้วยทิ้งเหลือเกิน ค่าที่มันทำให้เขาไม่สามารถพาตัวเองไปได้เร็วตามใจอยาก แต่ก็ทิ้งมันไม่ได้อุปกรณ์ถ่ายภาพราคาแพงกับกระเป๋าเสื้อผ้าหากหายไปเขาต้องแย่แน่
“กี้ หยุดนะกี้ หยุดคุยกันก่อน ! ” นภวินท์ตัดสินใจตะโกนเรียกหญิงสาว
“อย่าตามฉันมานะ ไอ้โรคจิต ! ” เธอหันมาตวาดเขา พร้อมกับเร่งฝีเท้าหนีห่างออกไปอีก
ร่างเพรียวบางเดินแกมวิ่งด้วยฝ่าเท้าเปลือยเปล่านำพาตัวเองให้พ้นจากการติดตาม หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับชายในชุดดำอีกห้าคน เธอรีบวิ่งตรงไปหาเขาด้วยความยินดี
“พี่ราฟ ช่วยลีเดียด้วย มีคนโรคจิตตามลีเดียมา” มือน้อยเกาะแขนพี่ชายไว้แน่น
ราฟาเอล ก้มลงมองใบหน้าแดงจัดของน้องสาวต่างสายเลือด ดวงตายาวเรียวมีแววตื่นตระหนก มือหนากุมมือน้อยของน้องสาวไว้มั่นบีบเบาให้คลายวิตก เขาส่งสายตาให้บอดี้การ์ดข้างกายเตรียมพร้อม ดวงตาสีควันบุหรี่วาวกล้าขณะมองหาคนที่บังอาจมาทำให้ลีเดียต้องตกใจ
ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนลงจากผืนฟ้า ร่างเพรียวบางหยุดนิ่งมองแสงสุดท้ายของดวงตะวัน จวบจนลำแสงสีทองอาบไล้แผ่นน้ำก่อนจะจมหายไป ท้องฟ้าเริ่มกระจ่างตาด้วยแสงของดวงดาวพริบพราวระยับ ราวกับเกล็ดอัญมณีบนผืนผ้ากำมะหยี่สีนิล ร่างนั้นเดินขึ้นมาจากน้ำ ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนหาดทราย แล้วชันเข่าขึ้นรองรับคางเล็กที่ก่ายเกย แขนเรียวเสลาโอบรัดท่อนขาเพรียว ดวงตากลมโตทอดมองริ้วคลื่นสีขาวของท้องทะเลยามราตรีด้วยแววตาครุ่นคิด คำพูดของผู้ให้กำเนิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้คนเป็นลูกต้องพกความกังวลใจมาเป็นเพื่อนเดินเล่น“ลีโอโนร่า หนูต้องกลับมาอยู่กับป๋า ไม่ต้องกลับไปเมืองไทยแล้ว”คาลอส บิดาของเธอเอ่ยขึ้น เมื่อพบหน้าบุตรสาวที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสองปี สองพ่อลูกนั่งคุยกันที่สวนสวยในคฤหาสน์ของ นิโคไลน์ กอนซาเลส หลังจากคนของผู้เป็นบิดาพาตัวเธอมาจากคฤหาสน์ประจำตระกูลราโดรเปรเรส “ไม่ได้หรอกค่ะป๋า หนูต้องไปช่วยน้าเป๋งทำงาน แล้วยังจะต้องดูแลคุณตาคุณยายอีก” สิงหกัลยาทักท้วง นอกจากงานในบริษัทของเปรมศักดิ์แล้ว สิงหกัลยายังต้องดูแลคุณตาคุณยายของเธอ ที่แก่มากแล้ว ท่านทั้งสองรักเธอมากดูแลเธอมาตั้งแต่แรกเกิด ความผูกพันนี
“ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ตรงนั้น ออกมาซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องเสียแรงเข้าไปลากตัวพวกแกออกมาเลย”ไอ้คนตัวโตเอ่ยเสียงเครียด มันยกปืนเล็งไปยังชายผ้าที่โผล่ออกมา หากไม่มีเสียงตอบรับใดใด ชวนให้รู้สึกโมโหขึ้นมาปลายนิ้วกระดิกลั่นไกเข้าใส่ โดยไม่ต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมเมื่อจุดหมายเดียวคือความตาย ใยต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองสมองเปรี๊ยง!!!ผลั๊วะ!!!ของแข็งถูกฟาดเข้าใส่ท้ายทอยของเจ้าตัวใหญ่เต็มแรง พร้อมกับวัตถุชนิดเดียวกันเหวี่ยงเข้าใส่อีกคนซึ่งตัวเล็กกว่าและผอมเกร็ง ที่ยืนอยู่ข้างๆคนแรกเต็มเหนี่ยว ส่งผลให้สองร่างทรุดฮวบลงกองกับพื้นในทันที“พวกมันเป็นคนของใคร ทำไมถึงเล่นงานเรา”นภวินท์ใช้ปลายท่อนไม้จิ้มคนที่นอนอยู่ พลางก้มลงเก็บปืนของอีกฝ่ายมาส่งให้ลีเดีย หญิงสาวรับมาถือไว้ ในมืออีกข้างมีปืนลักษณะเดียวกันอีกกระบอกอยู่“ไอ้สองตัวนี่ เคยไล่ฆ่าฉันกัลลีโอโนร่ามาครั้งหนึ่งแล้ว” ลีเดียเดินเข้ามายืนข้างๆนภวินท์ เธอจำวายร้ายสองคนนี้ได้ พวกมันฝากรอยแผลไว้ที่แขนของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนที่พัมโพลนา ไม่นึกว่าจะหวนมาเล่นงานเธออีกครั้งที่ซานเซบาสเตียนแห่งนี้“ตกลงพวกมันต้องการเล่นงานคุณสินะ ผมเลยซวยมารับเคราะห์ไปด้วย”น
ฟิลลิปมองร่างสง่างามของผู้เป็นนาย ที่นอนทอดกายสงบนิ่งบนเตียงในเซฟเฮ้าส์ เขาวางยานอนหลับให้นิโคไลน์หลังจากกลับมาจาบรับประทานอาหารกับลีเดีย คาลอสลุงของนายจ้างสายตรงมาหาเขาเพื่อสั่งการบางอย่าง ฟิลลิปรับคำสั่งจากคาลอสมาโดยตลอด เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี จึงไม่เสียเวลาสั่งงานผ่านนิโคไลน์อีก“ฟิลลิป เตรียมการให้พร้อม ไอ้ราฟาเอล กำลังจะไปบุกชิงตัวน้องสาวของมัน แกจัดการเก็บไอ้หลานหน้าโง่ของฉันให้ไกลๆ อย่าให้มันเข้ามาขวางทางได้ ฉันมีแผนเด็ดเตรียมต้อนรับพวกราโดรเปรเรส” มาเฟียอิตาเลี่ยนสั่งการนิโคไลน์ไม่รู้ตัวว่าถูกลูกน้องคนสนิทวางยาและจัดการนำตัวมาไว้ที่เซฟเฮ้าส์แห่งนี้ ฟิลลิปสั่งให้คนควบคุมตัวลีเดียอย่างหละหลวม เขารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคงบุกมาในไม่ช้านี้ หญิงสาวคนนั้นเป็นแค่เบี้ยตัวเล็ก เอาไว้ล่อหมากตัวสำคัญอย่างราฟาเอลต่างหาก“ลูคัส ตามนังลีเดียไป ใช่... ไม่ต้องออกมาให้พวกมันรู้ตัว ถ้าแกมีโอกาสจัดการนังลีเดียได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ท่านนิโคไลน์จะไม่มีวันรู้ว่าเป็นฝีมือแก ทำตามที่ฉันบอก”ฟิลลิปเอ่ยเสียงเหี้ยม เขาปรายตามองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นนายด้วยสายตาเทิดทูน ผู้
นภวินท์หันขวับไปมองทันที เปิดโอกาสให้ลีเดียสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขน กว่าจะรู้ว่าถูกเธอหลอกก็โดนเข่าน้อยๆซัดเข้าจุดยุทธศาสตร์ ร่วงลงไปกองกับพื้นทรายในไม่ถึงนาที“ฉันไม่ใช่นางเอกนิยายตบจูบนะ ถึงจะได้โง่ปล่อยให้คุณรังแกง่ายๆ” รอยยิ้มเย้ยหยัน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะสะใจรู้จักลีเดียน้อยไปเสียแล้ว ถ้าไม่คิดว่าเคยรู้สึกดีๆกันมาก่อน เธอจะจัดหนัก จัดเต็มๆแม็ก ให้อีกฝ่ายแน่นอน“ถ้าหายจุกแล้ว ก็ตามฉันไปที่รถนะ ฉันอยากกลับแล้ว หมดอารมณ์เดินเล่น” คนพูดสะบัดหน้าหนี เดินกลับมายังรถที่จอดไว้ นานกว่าสิบนาที นภวินท์ถึงจะพาร่างของตนเดินกลับมาได้ เขามองคนที่นั่งกอดอกเอนหลังบนเบาะรถอย่างเคืองจัดไม่นึกว่าเจ้าหล่อนจะร้ายกาจขนาดนี้ เห็นตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะมีพิษสง เขาประมาทเอง ชายหนุ่มไม่โทษใครนอกจากโทษตัวเอง เขาประจำที่คนขับ นำรถเคลื่อนตัวจากตรงนั้น ดวงตาคมลอบมองหญิงสาวเป็นระยะ สมองก็คิดแผนแก้ลำยายตัวแสบไปด้วยณ คฤหาสน์ ตระกูลราโดรเปรเรส ราฟาเอลกำลังเตรียมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกองกำลังพิเศษที่ถูกส่งมาช่วยปฏิบัติภาระกิจชิงตัวประกัน ข้อมูลจากลีเดียทำให้พี่ชายรู้ที่อยู่น้องสาว เขาไม่เชื่อว่านิโคไลน์จะยอมทร











