Accueil / โรแมนติก / ดวงใจกัปตันม่านเมฆ / ตอนที่ 10 ไม่ใช่คนเดียวกัน

Partager

ตอนที่ 10 ไม่ใช่คนเดียวกัน

Auteur: Melyssa
last update Date de publication: 2026-09-13 23:16:38

เวลา 22:30 น. ณ ใต้อาคารเรียนรวม คณะบริหารธุรกิจ

กลิ่นกาวลาเท็กซ์ฉุนจมูกผสมปนเปไปกับกลิ่นกาแฟกระป๋องราคาถูกที่เปิดทิ้งไว้จนชืดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงใต้อาคารที่ถูกยึดครองโดยเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง สภาพของแต่ละกลุ่มในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับค่ายผู้อพยพที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรบมามากกว่าจะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจ

เศษโฟมปลิวว่อนเหมือนหิมะตกผิดฤดู กระดาษชานอ้อยที่ตัดผิดรูปกองพะเนินเทินทึก เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ ดังแข่งกับเสียงตบยุงและเสียงโอดครวญที่ดังระงมไปทั่วสารทิศ

“โอ๊ย แกทายังไงให้มันเยิ้มขนาดนี้ยะ โมเดลตึกเรากลายเป็นตึกละลายเพราะโลกร้อนไปแล้วเนี่ย!”

เสียงแหลมปรี๊ดของเมเปิ้ลทำลายความเงียบสงัดยามดึก ดาวคณะคนสวยในสภาพที่ห่างไกลจากคำว่า ‘นางฟ้า’ ไปหลายปีแสงกำลังยืนเท้าเอววีนแตกใส่เพื่อนร่วมกลุ่มผู้ชายที่กำลังนั่งสัปหงกทั้งที่มือยังถือแปรงทากาว ผมลอนสวยที่เคยเซตทรงมาอย่างดีตอนนี้ถูกรวบขึ้นลวก ๆ ด้วยหนังยางมัดแกงถุงหน้าตลาด ผิวหน้ามันเยิ้มจนทอดไข่ได้ คิ้วโก่งสวยขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นเงื่อนที่พันกันยุ่งเหยิง

“ใจเย็น ๆ แก เอาคัตเตอร์มาขูดออกหน่อยก็น่าจะโอเค” ฟาเดียรีบเข้าไปห้ามทัพ ในสภาพมือข้างหนึ่งถือคัตเตอร์ อีกข้างถือกระดาษทราย ขัดขอบโมเดลยิก ๆ จนฝุ่นกระดาษเกาะเต็มแพขนตา

“แก้ยังไงไหว ฟาเดีย นี่มันสี่ทุ่มครึ่งแล้วนะ พรุ่งนี้เราคิวแรกตอนเก้าโมงเช้า” พะแพงเงยหน้าขึ้นมาจากกองสคริปต์ ดวงตาโหลลึกเหมือนหมีแพนด้าที่อดนอนมาสามวัน “แล้วสคริปต์ช่วงเปิดเนี่ย แกท่องได้หรือยัง ถ้าแกสะดุดนะ แม่จะสาปให้แกหาแฟนไม่ได้ไปสามชาติ”

“ท่องอยู่เนี่ย แต่ท่องไปแก้ไปมันก็รวนสิ” ฟาเดียถอนหายใจยาว วางคัตเตอร์ลงแล้วหยิบแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าด้วยปากกาสีแดงขึ้นมาอ่านทวน พร้อมกับความกดดันมหาศาลที่ถาโถมใส่บ่าเล็ก ๆ จนหนักอึ้ง

งานพรีเซนต์โปรเจกต์กลุ่มวิชาพื้นฐานธุรกิจ คือ ‘บอสตัวซีเคร็ท’ ของเทอมนี้ คะแนนเก็บ 30% แขวนอยู่บนเส้นด้ายและฟาเดียได้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่แกมบังคับ ให้เป็น Main Presenter เพราะบุคลิกดี น้ำเสียงน่าฟังและดูน่าเชื่อถือที่สุดในกลุ่ม

แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้มาดนิ่ง ๆ ที่เพื่อนเห็น ข้างในเธอกำลังสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้

เธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เธอกลัวว่าจะทำกลุ่มพัง กลัวว่าจะตอบคำถามอาจารย์สุดโหดไม่ได้ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้กำลังกัดกินความมั่นใจเธอทีละน้อย เธอต้องการที่พึ่ง ต้องการใครสักคนที่มีประสบการณ์มาช่วยไกด์ หรืออย่างน้อยก็ช่วยบอกว่า ‘หนูทำได้ ไม่ต้องกลัว’

ฟาเดียเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ สี่ทุ่มสามสิบห้านาที ที่ญี่ปุ่นตอนนี้คงเที่ยงคืนครึ่งกว่า ๆ แล้ว

‘เฮียเมฆจะนอนหรือยังนะ’

เมื่อหัวค่ำเขาส่งข้อความมาบอกว่า ‘ประชุมเสร็จแล้วจะรีบกลับโรงแรม เดี๋ยวเฮียวิดีโอคอลไปช่วยดูสคริปต์ให้นะคะ รอเฮียนะ’

คำว่า ‘รอเฮียนะ’ เหมือนเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เธอฝืนฮึดสู้มาจนถึงตอนนี้ แม้ร่างกายจะประท้วงด้วยการปวดร้าวไปทั้งหลัง

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ แต่สม่ำเสมอเดินเข้ามาในโซนทำงานกลุ่ม เรียกสายตาของเหล่าซอมบี้เฟรชชี่ทั้งหลายให้เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนขาวจัด เดินเข้ามาพร้อมถุงร้านสะดวกซื้อใบใหญ่สองใบในมือ รอยยิ้มกว้างจนตาหยีที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดดูผ่อนคลายลงถนัดตา

“ไงครับเด็ก ๆ สภาพดูไม่จืดกันเลยนะ นึกว่าเพิ่งไปกู้ซากตึก สตง.กันมา” เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี

คิงวางถุงเสบียงลงกลางโต๊ะกลุ่มของฟาเดีย กลิ่นหอมของไส้กรอกฟุตลอง ขนมจีบและซาลาเปาร้อน ๆ โชยออกมาทำเอาน้ำย่อยในกระเพาะทุกคนตื่นตัวร้องประท้วง

“พี่คิง” เมเปิ้ลแทบจะกระโดดกอดถ้าไม่ติดว่ามือเปื้อนกาวลาเท็กซ์ “มาโปรดสัตว์โลกยามยากแท้ ๆ พ่อเทพบุตรขี่ม้าขาว พ่อศาลเพียงตาก่อนวันหวยออก”

“เวอร์ไปครับ พอดีพี่แวะมาดูความเรียบร้อยที่ห้องสโมสร เห็นไฟยังเปิดอยู่เลยซื้อของกินมาฝาก” คิงตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะหันมามองฟาเดียที่นั่งหน้าเครียดอยู่มุมโต๊ะ

“เป็นไงบ้างเรา หน้าดำคร่ำเครียดเชียว โมเดลไม่เสร็จหรือจำสคริปต์ไม่ได้”

“ทั้งสองอย่างเลยค่ะพี่คิง” ฟาเดียยิ้มแห้งพลางยกมือไหว้ขอบคุณ “ขอบคุณสำหรับขนมนะคะพี่คิง ช่วยชีวิตพวกหนูไว้เลย”

“กินรองท้องก่อนเถอะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” คิงบอกแล้วหยิบขวดน้ำเย็นเจี๊ยบส่งให้เธอ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปดูโมเดลเจ้าปัญหาที่เมเปิ้ลเพิ่งวีนแตกไปเมื่อครู่

เขาหรี่ตามองโครงสร้างกระดาษชานอ้อยอย่างพินิจพิเคราะห์ เอียงคอซ้ายขวาราวกับวิศวกรตรวจสอบโครงสร้างตึก ก่อนจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาวัดอะไรบางอย่าง

“ฐานมันไม่สมดุลครับ เราตัดเสาค้ำสั้นไปนิด พอมันรับน้ำหนักหลังคา มันเลยเอียงแบบนี้” คิงวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ

“เวรละ! ต้องรื้อทำใหม่เหรอพี่คิง ไม่ทันแน่ ๆ” เพื่อนผู้ชายในกลุ่มหน้าซีดเผือก

“ไม่ต้องรื้อครับ เดี๋ยวพี่ดามให้ใหม่ ใช้เทคนิคเสาคู่ประกบเอา”

พูดจบเขาก็ถลกแขนเสื้อขึ้นสูงอีกนิด หยิบคัตเตอร์และแผ่นชานอ้อยมาปาดอย่างคล่องแคล่ว เสียงใบมีดกรีดกระดาษดัง ครืด ครืด อย่างมั่นคง ราวกับเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งที่กำลังผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้วิกฤต

ฟาเดียมองการกระทำนั้นด้วยความทึ่ง ผู้ชายคนนี้ดูพึ่งพาได้ในสถานการณ์คับขันเสมอ เขารู้ว่าต้องแก้ปัญหาตรงไหนโดยไม่ต้องมีใครบอก และลงมือทำทันทีโดยไม่บ่น

ในขณะที่เพื่อนคนอื่นรุมกินขนมและมุงดูคิงซ่อมโมเดล ฟาเดียก็ค่อย ๆ ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งหินอ่อนมุมมืดของตึกที่เงียบสงบกว่า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู

ไม่มีข้อความ

ใจคนรออย่างมีความหวังเริ่มแกว่งควบรวมกับน้อยใจและความเป็นห่วงตีกันยุ่งเหยิง หรือเขาจะลืม? หรือเขาจะหลับไปแล้ว?

นิ้วเรียวตัดสินใจกดปุ่มวิดีโอคอล

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

เสียงรอสายลากยาวบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ยิ่งนานวินาที หัวใจเธอยิ่งบีบตัวแน่น

กริ๊ก!

สัญญาณถูกเชื่อมต่อกับหน้าจอสว่างวาบขึ้น

“เฮียเมฆ!” ฟาเดียรีบฉีกยิ้มกว้างที่สุด ปรับน้ำเสียงให้ดูสดใสเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง แต่ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอารอยยิ้มของเธอชะงักค้างกลางอากาศ

ม่านเมฆนั่งพิงหัวเตียงในโรงแรมหรูที่โตเกียว เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตา ผมเปียกหมาด ๆ ลู่ลงมาปรกหน้าผากเหมือนเพิ่งสระเพื่อเรียกความสดชื่น แต่สิ่งที่ปิดไม่มิดคือ ความโทรมที่ฉายชัดบนใบหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลดูอิดโรยยิ่งกว่าคนอดนอนสามคืนซ้อน ดวงตาคมที่เคยเป็นประกายแพรวพราว ตอนนี้ปรือปรอยจนแทบจะปิด รอยคล้ำใต้ตาลึกโบ๋ ริมฝีปากแห้งผาก

(ขอโทษทีครับ เฮียเพิ่งถึงห้อง) เสียงของเขาแหบพร่าและเบาหวิวเหมือนลอยมาจากที่ไกลแสนไกล (รอนานไหม ไหนครับสคริปต์ เฮียช่วยดูให้)

“เฮีย” ฟาเดียเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย “เฮียไหวไหมคะ ตาเฮียจะปิดอยู่แล้ว เฮียไปนอนเถอะค่ะ”

(ไหวครับ สบายมาก) ม่านเมฆพยายามเบิกตากว้างขึ้น ฝืนยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น (หนูอ่านให้เฮียฟังเลย เฮียอยากฟังหนูนะ)

เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาถือในระดับสายตา พยายามเพ่งมองเธอผ่านหน้าจอเล็ก ๆ

ฟาเดียลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นความตั้งใจอันแรงกล้าของเขา เธอก็ไม่อยากขัดใจ มือบางตัดสินใจยกกระดาษสคริปต์ที่ยับยู่ยี่ขึ้นมา เริ่มอ่านบทนำเสนอด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“กราบเรียนท่านอาจารย์... และสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน... วันนี้กลุ่มของพวกเราจะมานำเสนอโมเดลธุรกิจ... Cloud Cafe” เธออ่านไปได้สักสามประโยค ก็เงยหน้าขึ้นมองจอเพื่อเช็กปฏิกิริยา

(อือ ดีครับ น้ำเสียง มั่นใจกว่านี้อีกนิด)

ม่านเมฆพึมพำตอบทั้งที่เปลือกตาเริ่มตกลงมาปิด เขาพยายามพยักหน้า พยายามขยับปากพูด แต่ร่างกายที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอด สิบแปดชั่วโมงไม่ยอมฟังคำสั่งสมองอีกต่อไป

“ธุรกิจของเราเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็น... นักศึกษา ...ที่ต้องการพื้นที่อ่านหนังสือ” ฟาเดียอ่านต่อ เสียงเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ

(อือ~)

เสียงตอบรับจากปลายสายเริ่มขาดหาย ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอและหนักหน่วงแทน

ภาพบนหน้าจอหยุดนิ่งลง พร้อมกับศีรษะของม่านเมฆที่ค่อย ๆ เอียงพับไปกับหมอนอิงสีขาว มือที่ถือโทรศัพท์ค่อย ๆ ลดต่ำลงจนภาพเอียงกะเท่เร่ เห็นเพียงปลายคางและเพดานห้อง

เขาหลับไปแล้ว...

หลับไปทั้งที่ยังพยายามถือโทรศัพท์ไว้ หลับไปทั้งที่ใจยังอยากฟังเธอพูด

ฟาเดียหยุดอ่านแล้วลดกระดาษในมือลงช้า ๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมบทสนทนาที่มีเพียงฝ่ายเดียว เธอนั่งจ้องมองเสี้ยวหน้ายามหลับใหลของเขาผ่านหน้าจอ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยภาระหน้าที่ระดับพันล้าน ใบหน้าที่เหนื่อยล้าจากการแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า

น้ำตาหยดใสเอ่อคลอขึ้นขอบตา เธอไม่ได้โกรธที่เขาหลับใส่ ไม่ได้น้อยใจที่เขาช่วยติวไม่ได้ แต่เธอร้องไห้เพราะสงสารและตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่งที่เจ็บปวด

เธอคาดหวังอะไรอยู่?

คาดหวังให้ CEO ที่บินข้ามประเทศมาเจรจาธุรกิจระดับชาติ ต้องมานั่งถ่างตาฟังเด็กปีหนึ่งท่องบทพรีเซนต์งานกลุ่มงั้นเหรอ?

มันช่างเป็นความคาดหวังที่เห็นแก่ตัวและไร้เดียงสาสิ้นดี

“ฝันดีนะคะกัปตันของหนู” ฟาเดียกระซิบเสียงสั่นเครือ เธอยกนิ้วขึ้นแตะที่หน้าจอเบา ๆ ตรงตำแหน่งแก้มของเขา ราวกับจะส่งผ่านความอบอุ่นไปให้

ความรัก บางครั้งมันก็แพ้ให้กับความง่วงและหน้าที่สินะ...

นิ้วเรียวกดปุ่มสีแดงเพื่อวางสายพร้อมกับหน้าจอที่ดับวูบลง เหลือเพียงเงาสะท้อนของเด็กผู้หญิงตาแดง ๆ ที่นั่งสะอื้นลึกอยู่คนเดียวในมุมมืดของตึกคณะ

เธอรู้สึกโดดเดี่ยว... โดดเดี่ยวอย่างมหาศาลท่ามกลางเพื่อนฝูงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ความมั่นใจที่เคยมีน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้มันหดหายไปจนเกือบหมดเมื่อขาดเสาหลักทางใจ

“อ้าว คุยเสร็จแล้วเหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านข้างทำเอาฟาเดียสะดุ้งสุดตัว รีบปาดน้ำตาทิ้งลวก ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง

คิงยืนกอดอกพิงเสาอยู่ไม่ไกล ในมือถือขวดน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบ เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่สายตาที่มองมา บ่งบอกว่าเขาเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่

“คะ ค่ะ เสร็จแล้ว” เธอตอบเลี่ยง ๆ ไม่กล้าสบตา กลัวเขาจะเห็นรอยแดงช้ำ

คิงไม่ได้ถามต่อ ไม่ได้เซ้าซี้ว่าทำไมคุยเร็วจัง หรือทำไมถึงร้องไห้ เขาเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ บนม้านั่งม้าหินอ่อน เว้นระยะห่างอย่างให้เกียรติ แล้วยื่นขวดน้ำให้

“ดื่มน้ำหน่อยไหม เสียงแหบหมดแล้ว”

ฟาเดียรับมา “ขอบคุณค่ะ”

“โมเดลพี่แก้ฐานให้แล้วนะ แน่นปึก ไม่ล้มแน่นอน รับประกันโครงสร้างร้อยปี” คิงพูดขึ้นลอย ๆ สายตามองตรงไปที่กลุ่มเพื่อนที่กำลังหัวเราะกันอยู่ พยายามดึงความสนใจเธอออกจากความเศร้า “ส่วนสคริปต์ ถ้ายังไม่มั่นใจ ลองพูดให้พี่ฟังก็ได้นะ พี่อาจจะไม่เก่งเท่าไหร่ แต่พี่เก่งเรื่องจับผิด เอ้ย! เรื่องคอมเมนต์นะ”

ฟาเดียหลุดขำออกมาเบา ๆ กับมุกตลกฝืด ๆ ของเขา แม้จะเป็นเสียงขำที่ปนสะอื้นไห้

“พี่คิงรู้ได้ไงว่าหนูยังไม่มั่นใจ”

“ดูตาก็รู้ครับ แววตามันฟ้องว่าช่วยหนูด้วย” คิงหันมายิ้มให้ รอยยิ้มที่อบอุ่นและจับต้องได้ “ไม่ต้องเกร็งหรอก คิดซะว่าพี่เป็นเสาไฟฟ้าต้นหนึ่งก็ได้พูดออกมาเลย ผิดเดี๋ยวพี่บอก”

“พี่คิงไม่รีบกลับเหรอคะ ดึกมากแล้วนะ”

“ไม่รีบครับ หอพี่อยู่แค่นี้เอง” คิงยักไหล่สบาย ๆ “อีกอย่าง ทิ้งน้องนุ่งไว้กลางสมรภูมิรบคนเดียวได้ไง เดี๋ยวโดนข้าศึกโจมตีตายกันพอดี” คำพูดของเขาเรียบง่าย ไม่มีศัพท์หรูหรา ไม่มีการสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวรอบโลก

แต่ในวินาทีที่หัวใจของเธอกำลังเคว้งคว้างเพราะสัญญาณจากฟากฟ้าที่ขาดหายไป สัญญาณภาคพื้นดินจากคนข้าง ๆ กลับชัดเจนและเสถียรที่สุด

ฟาเดียมองขวดน้ำในมือที่มีไอเย็นเกาะพราวข้างขวด หยดน้ำไหลลงมาโดนมือเธอ ความเย็นนั้นปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์

ม่านเมฆพยายามจะมาหาเธอผ่านหน้าจอ แต่เขามาไม่ไหว คิงไม่ได้พยายามอะไรเลย แต่เขานั่งอยู่ตรงนี้

“งั้น รบกวนพี่คิงช่วยฟังหน่อยนะคะ”

ฟาเดียสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าที่แตกสลายขึ้นมาประกอบใหม่ หยิบสคริปต์ที่เปื้อนคราบน้ำตาจาง ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มอ่านบทพรีเซนต์ให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฟัง แทนที่จะเป็นคนที่อยู่ในใจ

คืนนั้น ใต้อาคารเรียนที่เงียบสงัด

ในขณะที่ม่านเมฆหลับลึกด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ญี่ปุ่น ท่ามกลางกองเอกสารและโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่กำลังจะหมด

ฟาเดียก็ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญอีกบทหนึ่งของชีวิตว่าบางครั้ง คนสำคัญที่สุดกับคนที่จำเป็นที่สุด ในช่วงเวลาวิกฤตอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน เช่นเดียวกับรอยร้าวเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นที่เริ่มปริแตกอย่างเงียบเชียบในความสัมพันธ์ที่คนภายนอกต่างก็พูดว่าน่าอิจฉา 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 26 ซูเปอร์ปะป๊า

    วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตดวงอาทิตย์ดวงโตสีส้มจัดจ้านกำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงจูบขอบฟ้าอันดามัน สาดแสงสีทองอำพันสุดท้ายของวันลงมากระทบผิวน้ำทะเลที่เป็นลอนคลื่นระยิบระยับราวกับเกล็ดทองคำสายลมยามเย็นพัดหอบเอาความสดชื่นของทะเลเข้ามาปะทะกับกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอของบาร์บีคิวเนื้อเกรดพรีเมียมและเนยกระเทียมที่กำลังย่างฉ่าอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นดอกลีลาวดีและดอกแก้วในสวนส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ลอยล่องมาตามลม ผสมผสานกับเสียงดนตรีเบา ๆ ที่เปิดคลอสร้างบรรยากาศทว่า ความสงบเงียบและความโรแมนติกของธรรมชาตินั้น ช่างดูขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าหน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง เพราะบัดนี้ พื้นที่สีเขียวขจีได้ถูกยึดครองโดยกองทัพมนุษย์ตัวจิ๋วและสภาญาติผู้ใหญ่ที่มารวมตัวกันจนวิลล่าหลังใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดตาม่านเมฆ ในฐานะผู้จ่ายเงินยืนกุมขมับอยู่มุมเสา เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้านวลน้อยราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มมีสภาพไม่ต่างจากทุ่งหญ้าสะวันนาที่เพิ่งผ่านการอพยพของฝูงวิลเดอบีสต์“ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย” ม่านเมฆพึมพำกับตัวเอง สายตาล่อกแล่กมองไปรอบงาน “นี่มันงานวันเกิดเด็ก 5 ขวบ หรือมหกรรม

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 25 พันธะสัญญาสำคัญ

    ถนนส่วนบุคคล หน้าวิลล่า จ. ภูเก็ตแสงอรุณยามเช้าตรู่สาดส่องลงมากระทบยอดทิวสนที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของหมู่บ้านหรูก่อให้เกิดลำแสงสีทองอ่อน ๆ ที่ตัดผ่านละอองหมอกจาง ๆ เหนือพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม น้ำค้างยอดหญ้าสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีที่ธรรมชาติบรรจงโปรยปรายไว้ต้อนรับวันใหม่ กลิ่นไอดินชื้นเย็นผสมผสานกับกลิ่นลมทะเลสะอาดสดชื่นที่พัดโชยมาเป็นระยะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ เป็นดนตรีบรรเลงขับกล่อมให้โลกใบนี้ดูงดงามราวกับภาพวาดราคาแพงบนถนนลาดยางที่สะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ร่างสูงใหญ่ของม่านเมฆในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นมัดกล้ามทุกสัดส่วนกำลังวิ่งจ็อกกิ้งด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามขมับและลำคอ ยิ่งทำให้ซีอีโอหนุ่มดูเซ็กซี่และทรงพลังในแบบที่สาว ๆ เห็นแล้วต้องเหลียวหลังแต่ทว่า สายตาของม่านเมฆไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ระยะทางในนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หรือทิวทัศน์อันงดงามรอบกายดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มก้อนความรักที่เดินเตาะแตะอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตรฟาเดีย ในชุดเด

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 24 พิษไข้

    วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ตวันนี้ถูกฉาบทาด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนก้อนมหึมาที่ลอยต่ำจนแทบจะสัมผัสยอดทิวสน สายฝนเม็ดหนาหนักเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าหรูจนเกิดเสียงดัง ซู่ ซู่ อย่างต่อเนื่องและยาวนานราวกับฟากฟ้ากำลังระบายความโศกเศร้าออกมาจนหมดสิ้น ไอความชื้นแฉะและกลิ่นดินระเหยลอยฟุ้งแทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศ ผสมผสานกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้บรรยากาศเช้านี้ดูหดหู่และเงียบเหงาผิดวิสัยบ้านที่มีเด็กเล็กภายในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่กว้างขวาง อุณหภูมิถูกปรับให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้และกลิ่นสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุ้นเคย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนอ่อน ๆ ของยูคาลิปตัสจากแผ่นแปะแก้คัดจมูกและกลิ่นยาน้ำรสส้มที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับห้องนอนหรูหราแห่งนี้ได้ถูกแปลงสภาพเป็นหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) แผนกกุมารเวชไปเสียแล้วบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มมีร่างเล็ก ๆ สองร่างนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพันวาสาวน้อยจอมแก่นที่ปกติพลังงานล้นเหลือ บัดนี้นอนแก้มแดงปลั่งเพราะพิษไข้ ผมเปียสองข้างยุ่งเหยิง หายใจฟืดฟาดเสียงดังเพร

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 23 เข้าใจหัวอกป๊าฟลอยด์

    หน้าโรงเรียนนานาชาติภูเก็ตแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ของเกาะภูเก็ตสาดส่องลงมากระทบหลังคารถหรูนับร้อยคันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าประตูโรงเรียนนานาชาติจนเกิดประกายแสงวิบวับแสบตา ไอความร้อนจากท่อไอเสียและพื้นถนนเต้นระริกเป็นคลื่นความร้อนที่บิดเบี้ยวภาพทิวทัศน์รอบข้างให้ดูเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี เสียงจจอแจของผู้ปกครองหลากเชื้อชาติที่มายืนรอลูกหลานดังผสมปนเปกับเสียงนกหวีดของ รปภ. และเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มแต่ภายในรถตู้ Alphard สีดำมันปลาบที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นด้านใน บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในขั้วโลกเหนือ เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มสูบเพื่อดับไฟในอกของชายสองวัยที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้ารถตาเขม็งม่านเมฆซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรัก นั่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือขึ้นเป็นแนวไปถึงท่อนแขน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานราวกับกำลังดูหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตข้าง ๆ กันคือ ฟลอยด์ที่บินด่วนลงมาจากสกลนครพร้อมปุ้ย เพื่อมาเยี่ยมหลานสุดที่รักฟลอยด์อยู่ในสภาพสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท กัดฟันกรอด ๆ จนกรามปูนโปน“มันมาแล้ว ไอ้เด็กนั่นมันเดินมา

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 22 เพียงเศษฝุ่น

    ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ตบ่ายวันเสาร์ที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเกาะภูเก็ตส่งเปลวแดดร้อนระอุแผดเผาลงมาจนยางมะตอยบนลานจอดรถแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำสีดำข้น แต่ทว่า ทันทีที่ประตูอัตโนมัติบานยักษ์เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศระดับลักชูรีและไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็พุ่งเข้าปะทะผิวกาย ราวกับเดินก้าวข้ามทะเลทรายซาฮาร่าเข้าสู่โอเอซิสอันศิวิไลซ์ภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ถูกออกแบบให้เหมือนป่าหิมพานต์ยุคดิจิทัล แสงไฟวอร์มไวท์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนมันวาววับสะท้อนภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ท่ามกลางฝูงชนนับพัน มีครอบครัวหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจนใคร ๆ ต่างก็ต้องเหลียวหลังมองม่านเมฆซีอีโอหมื่นล้านผู้กุมบังเหียน Cloud Airlines บัดนี้อยู่ในสภาพ เบ๊ผู้ทรงเกียรติ สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน พะรุงพะรังไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์เนมสีสันสดใสนับสิบใบ ทั้ง Gucci Kids, Dior Baby และร้านของเล่นชั้นนำจนแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน“ฟาเดีย เฮียว่าลูกเราใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกันได้สามปีแล้วนะครับ” ม่านเมฆโอดครวญเสียงอ้อน ส่งสายตาปริบ ๆ ให้ภรรยาคนสวยที่เดินนำหน้าอย่างสง่าง

  • ดวงใจกัปตันม่านเมฆ    SPECIAL 21 น้ำตาตกใน

    ณ วิลล่า หาดกมลา ภูเก็ต บ่ายวันเสาร์เมฆสีเทาหม่นปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ต สายฝนเม็ดละเอียดโปรยปรายลงมากระทบผิวน้ำทะเลและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าอย่างไม่ขาดสาย ก่อให้เกิดเสียง เปาะแปะ เปาะแปะ ที่ชวนให้รู้สึกง่วงงุนและเกียจคร้าน กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นไอทะเลลอยอบอวลอยู่ในอากาศภายนอกผิดกับอากาศเย็นฉ่ำและแห้งสนิทจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นที่ถูกเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียสบรรยากาศในบ้านวันนี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับอยู่ในห้องสมุดแห่งชาติมากกว่าจะเป็นบ้านที่มีเด็กแฝดวัยกำลังซน มีเพียงเสียงวัตถุพลาสติกแข็งกระทบกันดัง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอกลางห้องนั่งเล่นที่ปูด้วยพรมขนสัตว์เทียมสีขาวสะอาดตาพันไมล์ หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบเศษ นั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่วด้วยท่าทางสุขุมยิ่งกว่าพระเกจิอาจารย์ ตรงหน้าเขามีกองภูเขาพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับพันชิ้นวางกองรวมกันอย่างเป็นระเบียบมันคือ Lego Star Wars, The Death Star ชุดใหญ่ยักษ์อลังการงานสร้างที่มีจำนวนชิ้นส่วนมากถึง 5,000 ชิ้น ของขวัญต้อนรับกลับบ้านที่ ม่านเมฆซื้อให้ลูกชายเพื่อปลอบขวัญที่ต้องกลับมาเจออากาศร้อนชื้นข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status