LOGIN“ว่ามา”
“เขากับเพื่อนแวะไปเที่ยว แล้วบังเอิญได้เจอกันที่รีสอร์ตของผม เรื่องมันมีเท่านั้นแหละ นี่เล่นใส่สีตีไข่เพิ่มจนผมงงเรื่องของผมเองเลยเนี่ย”
“แค่เนี้ย?”
“ก็แค่เนี้ย” ธรณ์ยักไหล่เบา ๆ คว้าแก้วมาดื่มบ้าง
“แจ็คมันไม่ใช่คนโกหกนะ ทำไมมันพูดไม่ตรงกันเลยวะ”
“มันคงไม่รู้มั้งครับ แจ็คมันก็พูดไปตามที่มันอยากให้เป็น”
“เขาเลือกทางนั้นแล้วก็ควรตัดใจ ไม่ใช่รอว่าเมื่อไรจะเลิกกับผัว กูจะได้เสียบ” พี่ชายคนโตแห่งอัศวหาญญ์วรกุลใช้ยาแรงกับน้องทันที
ธรณ์หน้าเครียดลงอีก ไม่พูดเล่นหัวอย่างทุกที
“เงียบนี่ คือมันไม่ได้จะยอมตัดใจนะครับเฮีย ผมว่ามันรอให้ทางนั้นเลิกกับผัวก่อนจริง ๆ นั่นแหละ แล้วก็กะจะไปช้อนเก็บคืนมา”
“รักอะไรกันนักหนาวะ ไหนบอกพี่สิ” นิรันดร์ขยับมาโอบไหล่ น้ำเสียงลดความกระด้างลง เพราะแววตาหมอง ๆ ของน้องชายนั่นเองเป็นเหตุแห่งความปรานีในครั้งนี้
“ช่างผมเถอะ”
ธรณ์ปัด ไม่อยากพูดถึง ไอลดาเป็นรักที่ยังฝังใจ ใช่ ที่เขายังคิดถึงเธออยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดแย่ถึงขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใครเพื่อจะทำให้ใจนี้ลืมไอลดาไปให้ได้ ความรักสำหรับธรณ์เป็นเรื่องสวยงามลึกซึ้ง ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้จับมือกันเดินไปข้างหน้าอย่างที่วาดฝันไว้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องลืมเลือนกันไปนี่นา
นิรันดร์ พี่ชายคนโตมองธรณ์อยู่อึดใจก็ขยับไปนั่งลงใกล้ ๆ ชวนคุยเรื่องอื่นต่อจากนั้นเป็นนาน นักรบ น้องชายคนสุดท้องก็เดินหน้าตาเคร่งเครียดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย ในตอนที่เกือบจะล่วงเข้าวันใหม่ไปแล้ว
“อย่าบอกนะว่าถูกใจผู้ชายบ้านอัศวหาญญ์วรกุลเข้าแล้วน่ะ” เสียงถามของเพื่อนร่วมโต๊ะดังขัดขึ้น เชอรีนละสายตามามองที่คนถาม แทนการยืนยันด้วยเสียงว่าใช่
“คนไหน ชี้มาเร็ว”
“คนนั้น” เชอรีนส่งสายตาไปยังธรณ์ เพื่อนในกลุ่มมองตามแล้วก็ทำหน้าแหยง ๆ ไม่ใช่ว่าไม่น่าสน ในบรรดาทั้งหมดนั่น ธรณ์ดูใจดีที่สุดแล้ว ดูเข้าหาได้ง่ายกว่าพี่ ๆ และน้องชายของเขา แล้วยังมีคนยืนยันว่ากล้ามเขาสวย แน่น และน่าซบไม่น้อย ยิ่งผสมกับใบหน้าหล่อตี๋เป็นที่นิยม ธรณ์ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่าใครเลยสักคน ดูเด่นที่สุดในร้านด้วยซ้ำไป
แต่พวกเธอก็ยังไม่เคยมีโอกาสสักที เห็นแบบนั้นธรณ์เลือกมากอยู่ไม่น้อย เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทคว้าใครได้ก็จับโยนขึ้นเตียงหมด จึงรีบเตือนเชอรีนด้วยความหวังดี
“ที่จริงก็น่าสนอยู่หรอกนะ พี่ธรณ์น่ะ แต่บอกไว้ก่อนว่าอาจยากหน่อย ฮีคั่วไม่สุกง่าย ๆ นะคนนี้”
“วาย” เชอรีนถามทั้งที่ตายังมองหนุ่ม ๆ กลุ่มนั้นอยู่
“ที่จริงน่ะ ฮีมีเจ้าของหัวใจแล้ว แต่มาเฮิร์ตเพราะแม่นั่นหลงผิดไปจับผู้ชายที่คิดว่ารวยกว่า ฉันละอยากสมน้ำหน้านัก นึกว่าตัวเองฉลาด ทิ้งพี่ธรณ์ไปเอานังพี่เอส ใครว่าพี่ธรณ์มีไม่เท่าคนอื่น ฮีลงทุนที่ต่างประเทศหมดเลยจ้า แล้วก็ชอบทำตัวติดดิน ใคร ๆ ก็เลยพากันคิดว่าแกโลโซที่สุดในบรรดาอัศวหาญญ์วรกุล แต่ฉันว่านะพี่ธรณ์เนี่ยแหละรวยตัวพ่อเลย”
เชอรีนพยักหน้าอย่างเห็นพ้องด้วย พร้อมกับยอมรับอย่างไม่คิดปิดบัง “ฉันชอบผู้ชายแบบนี้”
ชายหนุ่มหน้าตาดี ยิ้มง่าย สไตล์โคเรีย แถมยังมีบาดแผลในใจ ที่ยังไม่พร้อมเปิดพื้นที่ต้อนรับใครเลยสักคน ท้าทายพวกชอบเล่นเกมความรักไม่น้อยทีเดียว
เชอรีนมองทางชายหนุ่มด้วยสายตาหมายมาด
“ฟังก่อน” เพื่อนสาวร้องห้ามล้อเพลงนักร้องสาวฮิปฮอปคนดัง
คราวนี้คนอยากลองของหันมาสบตาเพื่อน ถามอย่างต้องการข้อมูลของชายที่ตนสนใจเพิ่มเติม “ว่ามา”
“ตั้งแต่แม่นั่นทิ้งฮีไป ก็มีแต่คนอยากเข้าไปดามหัวใจให้ฮีทั้งนั้น แล้วฉันก็ไม่เคยเห็นใครสักคนที่จะเข้าไปแทนที่ตรงนั้นได้เลย มีก็แบบผูกปิ่นโตที่ฮีกินเงียบ ๆ ไม่ได้มูมมามนะยะ สะอาดจะตาย”
“เรียลลี? แบบนี้ก็ยิ่งน่าสนใจน่ะสิ”
เชอรีนเอื้อมมือยกแก้วขึ้นจิบ แล้วมองภาพในจอที่เพื่อนเปิดให้ดู อย่างสนอกสนใจ
“นี่ไงประวัติของพี่ธรณ์ เผื่ออยากรู้อะไรเพิ่ม”
สาวหัวนอกอมยิ้มเมื่อดูภาพและอ่านอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ในนั้น ก่อนเลื่อนสายตาไปมองที่ธรณ์อีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ถูกใจเธอมากทีเดียว
เชอรีนเป็นพวกมั่นใจตัวเองในระดับสูงมากคนหนึ่ง หญิงสาวรักความท้าทาย ชอบนักกับการดึงความสนใจคนคนหนึ่ง ยิ่งเป็นผู้ชายที่ใครต่อใครบอกต่อกันว่าเขายาก และไม่คิดเปิดรับใครใหม่ เธอก็ยิ่งชอบ ยิ่งอยากได้ อยากเป็นเจ้าของเขามากขึ้นเท่านั้น
ธรณ์หอบของฝากมาที่บ้านแจ็คในวันรุ่งขึ้น เพื่อมาโวยใส่มัน ค่าที่เอาเรื่องเขาไปคุยให้พี่และน้องของเขาฟัง ธรณ์ไม่ใส่ใจชื่อเสียงของตัวเองเท่าไรนักหรอก ห่วงก็แต่ไอลดาที่ถูกคนเอาไปพูดในแง่ไม่ดี แล้วถึงได้รู้ว่าคุณป้าวิราสินีของแจ็คที่เขารักและเคารพกำลังถลำลึกไปกับสมาคมแปลกประหลาดอยู่
“แม่บ่นว่าไม่ยอมกลับบ้านเลย เห็นเซ็นเบิกเงินสดไปให้ทางนั้นด้วยนะเว้ย” แจ็คบ่นต่อหลังจากเล่าเรื่องของป้าตนเองให้ธรณ์ฟัง
ธรณ์นิ่ง ถามกลับอย่างที่ไม่อยากเชื่อเท่าไรนัก
“ทำไมคุณป้าท่านถึงได้เชื่อคนพวกนั้นง่าย ๆ วะ”
“ฟังจากที่แม่เล่า พวกนี้มันจะเอาคนรู้จักมาชวน กูว่านะน่าจะคล้ายกับเอาเหยื่อมาตกมาล่อก่อน อย่างของคุณป้า มันเอาหัวหน้าเก่ามาชวนคุยเลยนะ แม่ว่ามารุมมาล้อมกันเป็นกลุ่ม แล้วอย่างคุณป้าแกเป็นสาวโสด ลูกไม่มี ผัวก็ไม่มี เจอคนรู้จักนับหน้าถือตากันชวนไป แกคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย จะเหลือหรือวะ บอกแม่กูว่าจะลองไปดูหน่อย สุดท้ายหายเงียบเลย แถมยังขนเงินไปให้เขาจนหมดบัญชีแล้วมั้งนั่น”
ธรณ์ฟังเรื่องราวจากปากเพื่อน ก็ค่อยถามต่อ
“อยู่แถวไหน เคยลองแวะไปดูบ้างหรือยัง”
“ไปมาแล้ว กูเนี่ยแหละไปตามถึงที่เลย”
แจ็คหยิบโทรศัพท์ออกมาไถหน้าจอให้ดู แล้วส่งข้อมูลคร่าว ๆ ไปในช่องทางติดต่อของธรณ์
‘ละเลิกกิเลส กลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็นผู้ให้ที่แท้จริง ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา’
แววตาของธรณ์เป็นประกายขึ้นในเสี้ยววินาทีขณะอ่านข้อความชวนเชื่อนั่น เงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ถามพร้อมกับหัวเราะตบท้าย “นี่มันลัทธิอะไรวะ อ่านแล้วปลอมฉิบหายเลย”
“กูก็ไม่รู้ หาข้อมูลเพิ่มก็ไม่มีใครพูดถึงเท่าไรเลย แต่เห็นมีข่าวออกแล้วนะ กูว่าคงมีคนที่โดนหลอกหลายคน เลยเอาไปพูด จนเริ่มมีข่าวออกนี่แหละ”
ธรณ์พยักหน้าเบา ๆ ตอบรับ “กูจะลองแวะไปดู มึงไปด้วยกันสิวะแจ็ค”
“กูด่ามันเปิงมารอบหนึ่งแล้ว ป้าออกมาเห็นกูพอดีท่านต่อว่าซะกูเสียเลย บอกว่าอย่ายุ่งเรื่องของป้า รอบนี้มึงลองไปดูหน่อยไหม บางทีป้ากูเขาอาจจะเชื่อมึง”
“ป้าเขาไม่ให้มึงไปอีก มึงก็ไม่ไปง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือวะ ไม่ห่วงป้ามึงเลยหรือยังไง กูไม่ใช่หลานแท้ ๆ ยังห่วงท่านเลย” ธรณ์อดบ่นให้เพื่อนไม่ได้
แจ็คพ่นลมหายใจออกเสียงดัง “ป้ากูกับแม่กู เขารักมึงมากกว่ากูอีกนะธรณ์ แบบนี้ไง กูก็เลยฝากความหวังไว้ที่มึงอีกคน น่านะ มึงไปดูป้าให้หน่อย”
ธรณ์มองออกไปที่สวนด้านนอก ยังบ้านหลังเล็กในบริเวณเดียวกันที่ปิดเงียบ ฟันธงได้เลยว่าป้าของแจ็คกำลังถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกเอาเงิน
“คนพวกนี้แม่งทำนาบนหลังคนนี่หว่า แค่ฟังมึงเล่าก็รู้แล้วว่าเป็นพวกแก๊งต้มตุ๋น หลอกเอาเงินคนจิตอ่อน”
แจ็คพยักหน้าตามเพราะเห็นด้วย ถามอย่างสนใจ “แล้วคุณมึงจะแวบไปดูวันไหนวะ เผื่อกูเปลี่ยนใจ จะได้ไปด้วย คราวนี้จะเอาปืนไปยิงหัวแม่งเลย รำคาญพูดกับคนพวกนั้นว่ะ ทำท่าเป็นพวกผู้ดีมีอารยะ เหน็บกูด้วยว่ากูหยาบ กักขฬะ”
ธรณ์หัวเราะก๊ากออกมาแล้วว่า “อย่างน้อย ๆ พวกนั้นก็เชื่อถือได้อยู่นี่หว่า เรื่องที่บอกว่ามึงหยาบแล้วก็กักขฬะด้วยน่ะ”
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท