Masuk“ป๊ะป๋าให้แก้มไปเถอะนะคะ นะ…นะ…คุณป๋าสุดหล่อ” สาวน้อยเกาะแขนบิดาแน่น ปากก็พร่ำออดอ้อนออเซาะ แนบแก้มถูไถลำแขนแกร่ง พร้อมเงยหน้าทำตาปริบๆ ให้น่าเห็นใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กิริยาคล้ายแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านายของมันอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่ไปไม่ได้เหรอลูก หนูเป็นผู้หญิง ป๋าไม่อยากให้ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวเลย” ใจคนเป็นพ่อพลันอ่อนยวบ เพียงได้ยินเสียงอ่อนเสียงหวานของผู้ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ แจ้งความประสงค์ชัดเจนว่าต้องการห่างจากอกตนเพื่อไปทำงานแดนไกล จะให้เขาปล่อยเธอไปได้ยังไง เลี้ยงดูมาตลอดยี่สิบเอ็ดปี ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ถ้าไปอยู่ไกลหูไกลตาแล้วใครจะดูแล
“แต่แก้มอยากไปทำงานที่ตัวเองใฝ่ฝันนี่คะ นะคะ…ได้โปรดให้ลูกไปเถอะนะคะ” หญิงสาวยื่นศีรษะไปซบอกอุ่นของบิดาพร้อมเอ่ยเสียงหวาน เพียงหวังว่าท่านจะยอมใจอ่อนและเห็นใจเธอบ้าง
“ถ้าหนูไป แล้วป๋าจะอยู่กับใครล่ะลูก?” ผู้เป็นพ่อทำหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่ชอบใจที่ครั้งนี้ดูท่าว่าลูกจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเป็นแน่แท้
“ป๊ะป๋าก็หาสาวมาอยู่ด้วยสักคนสิคะ จะได้ไม่เหงา…อิอิ” บุปผชาติพูดติดตลก เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นบิดารักมารดาของเธอมากแค่ไหน พอแม่จากไปท่านก็ครองตัวเป็นโสดมาตลอด ไม่เคยข้องแวะกับหญิงใด สิ่งที่ท่านทำก็มีเพียงแค่การเอาใจใส่ดูแลเธอและบริหารธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของท่านทั้งสิ้น
“ลูกสาวคนเดียวป๋าเลี้ยงได้ ธุรกิจของเราก็มีเยอะแยะ แล้วทำไมหนูต้องไปทำงานให้เหนื่อยด้วยลูก ป๋าไม่เข้าใจเลยจริงๆ” นายบริรักษ์ยังคงหาข้อโต้แย้งมาทำให้ลูกสาวล้มเลิกความตั้งใจ
“แต่ลูกอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรักนี่คะ” เด็กดื้อยังคงดึงดันที่จะทำตามใจปรารถนาให้ได้ ไม่ว่าบิดาจะห้ามปรามยังไงสาวน้อยก็ยังดันทุรังอยู่วันยังค่ำ บุปผชาติจะทำอย่างนี้จนกว่าพ่อจะใจอ่อนและอนุญาตให้ไปนั่นแหละ
“แล้วธุรกิจของเราใครจะสืบทอดล่ะ เมื่อไม่มีป๋าแล้ว” นายบริรักษ์เอ่ยเสียงแผ่ว สีหน้าดูสลดเมื่อคิดว่าบริษัทนำเข้ายานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สิ่งที่ตัวเองสร้างมากับมือจะล่มสลายไปพร้อมกับลมหายใจ เพราะลูกสาวไม่สนใจที่จะสืบทอดกิจการ
“คุณป๋าอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณป๋าต้องอยู่กับหนูไปนานๆ เป็นร้อยๆ ปีเลยค่ะ” สาวน้อยเหลือบเห็นแววตาหม่นแสงของบิดาก็รีบโอบกอดร่างหนาไว้แน่น พร้อมซบอกอุ่น แล้วพูดปลอบใจด้วยเสียงอ่อนหวาน
“ไม่ต้องมาอ้อนซะให้ยาก ยังไงป๋าก็ไม่ให้ไปหรอก หนูต้องอยู่บริหารงานที่บริษัทช่วยป๋า” เป็นตายร้ายดียังไงนายบริรักษ์ก็ไม่มีวันยอมให้ลูกสาวไปทำงานที่ฝรั่งเศสแน่ เพราะลำพังเงินรายได้ของเขาปีๆ หนึ่งบุปผชาติก็ใช้ได้อย่างสุขสบายไปทั้งชาติ โดยไม่ต้องไปตรากตรำลำบากในต่างแดน
“ให้ลูกไปหาประสบการณ์เถอะนะคะ ลูกสัญญาว่าจะไปเพียงแค่สองปี แล้วจะกลับมาบริหารงานช่วยป๊ะป๋าอย่างแน่นอนค่ะ…นะคะ” ใช่ว่าสาวเจ้าจะไม่ละอายใจที่จะต้องไปจากบิดา แต่เธอต้องการทำฝันของตัวเองให้เป็นจริงเสียก่อน อยากนำความรู้ความสามารถไปทำในสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน แล้วเมื่อถึงวันที่ได้รู้ทุกอย่างตามที่ต้องการ เธอจะกลับมาบริหารงานช่วยท่านอย่างแน่นอน
“งั้นก็ได้ลูก แต่หนูต้องสัญญากับป๋าว่าจะไปอยู่ที่ฝรั่งเศสแค่สองปีนะ” สุดท้ายประมุขของบ้านก็ต้องยอมลงให้ลูกสาวสุดที่รักอยู่ดี เพราะเธอช่างออดอ้อนออเซาะเก่งนักนี่ เพียงเห็นน้ำตาปริ่มขอบตาผู้เป็นพ่อก็ไม่อยากจะขัดใจเสียแล้ว
“ค่ะลูกสัญญา ขอบคุณป๊ะป๋ามากนะคะ รักป๊ะป๋าที่สุดในโลกเลย” ขาดคำเจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็กระโดดกอดคอบิดา แล้วหอมแก้มที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา แววตาเป็นประกายพราวระยับ บ่งบอกได้ดีว่าเธอมีความสุขและยินดีมากแค่ไหน
“ยังไงป๋าก็ยังเป็นห่วงหนูอยู่ดี ให้บอดี้การ์ดไปด้วยดีกว่านะลูก” นายบริรักษ์ยังไม่วางใจซะทีเดียว จึงเสนอทางที่จะทำให้ตัวเองบรรเทาความเป็นห่วงลงบ้าง
“ลุงหนวดน่ะเหรอคะ ไม่เอาหรอก ให้เขาอยู่ดูแลป๊ะป๋าเถอะ ลูกสามารถดูแลตัวเองได้ ป๊ะป๋าอย่าคิดมากไปเลย เชื่อมือด็อกเตอร์บุปผชาติเถอะค่ะ” ว่าพลางลูบไล้ตรงตำแหน่งหัวใจอันอบอุ่นของบิดาเพื่อให้ท่านคลายความกังวล
“งั้นก็ได้ ครั้งนี้ป๋าจะยอมให้แก้มไปทำตามฝัน แต่ถ้าหนูอยู่ไม่ได้ต้องโทรมาบอกนะ ป๋าจะได้รีบไปรับทันที โอเคไหม?” สุดท้ายคนเป็นพ่อก็ต้องยอมจำนน ด้วยรักถึงได้ยอมตามใจ และอีกอย่างเขาก็มั่นใจว่าลูกจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตน เพราะบุปผชาติไม่เคยมีนิสัยโกหก
“ด้าย…เลยค่ะ” สาวน้อยลากเสียงหยอกล้อบิดาอย่างน่ารักน่าชัง ยิ้มกว้างจนตาหยีทำเอาผู้เป็นพ่อต้องดึงแก้มใสๆ ด้วยความมันเขี้ยว ซึ่งนิสัยน่ารัก ชอบหยอกล้อ และทะเล้นนิดๆ ที่ได้มาจากผู้เป็นมารดาที่ล่วงลับไปแล้วมาเต็มๆ เป็นสิ่งที่เธอจะไม่แสดงออกกับใคร ยกเว้นบิดาและคนรับใช้เก่าแก่ในบ้านเท่านั้น
“ดีมากจ้ะ” ผู้เป็นพ่อยิ้มในหน้าด้วยความสมใจ
“วันนี้คุณป๋าหล๊อหล่อ” ลำแขนเสลาสวมกอดเอวของอีกฝ่าย แล้วพูดเอาใจด้วยท่าทางน่ารักน่าชัง
“แล้ววันอื่นป๋าไม่หล่อรึไงฮึยัยแก้ม” ครั้นอดใจไม่ไหวกับความช่างอ้อนนายบริรักษ์ก็บีบสันจมูกเชิดรั้นด้วยความรักและเอ็นดู
“หล่อค่ะ ใครจะหล่อเหลาเอาการสู้คุณบริรักษ์ ดิลกรัตนกุล ได้ล่ะค่ะ ไม่มี๊…ไม่มี แต่วันนี้ใจคุณป๋าหล่อม๊ากมากค่ะ” ลูกสาวรีบประจบเอาใจยกใหญ่ด้วยดีใจที่พ่อยอมให้ไปทำตามฝัน
“ฮ่าๆๆ ช่างประจบจริงนะเรา” เสียงกังวานหัวเราะให้กับคำพูดอันแสนฉอเลาะของบุตรสาว
“อ้าว…ก็หนูเป็นลูกของป๊ะป๋ากับมาม๊านี่คะ ก็ต้องช่างพูดเหมือนป๋ากับม๊าสิคะ” พอบุปผชาติพูดจบเสียงหัวเราะสองพ่อลูกก็ดังขึ้นเป็นคำรบที่สองของเช้าวันนี้
จากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันไปทานข้าวเช้า คุยกันอย่างออกรสตามประสาพ่อลูก บุปผชาตินั้นชอบหยอกล้อบิดาจนติดเป็นนิสัย เสียงหัวเราะครื้นเครงจึงเกิดขึ้นตลอดช่วงของการทานอาหารเช้า ใบหน้าของนายบริรักษ์ดูยิ้มแย้มแจ่มใสทว่า แท้จริงแล้วภายในกลับมีแต่ความกังวลเป็นห่วงลูกสารพัด อีกทั้งยังทำใจให้ลูกจากอกไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าแสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายได้เห็น เพราะไม่อยากให้ลูกต้องคิดมาก
หลังจากแยกกับบิดา บุปผชาติก็มุ่งหน้าเข้าห้องนอน เพื่อเก็บของใส่กระเป๋า เตรียมตัวเดินทางไปฝรั่งเศสในอีกสามวันข้างหน้า ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างขะมักเขม้นอยู่นั้นเสียงมือถือที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอยิ้มแป้นด้วยความยินดี ก่อนจะรีบกดรับสายทันที
“ฮัลโหล หวัดดีจ้ามณี เราคิดถึงเธอจังเลย โทรมาหาเรามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” บุปผชาติกรอกเสียงใสลงไปในสายด้วยความดีใจที่เพื่อนรักอย่างมณีญา ซองมิน สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เกาหลี ซึ่งครอบครัวย้ายไปตั้งหลักปักฐานที่แดนกิมจิเมื่อสิบปีที่แล้ว โทรมาในเวลาที่เธอกำลังคิดจะโทรไปหาอีกฝ่ายอยู่พอดี
“ถ้ายังไม่เลิกมารยาก็นอนนอกห้องนะคะสุดหล่อขา” แม่เจ้าประคุณว่าพลางจงใจเปลื้องผ้าออกจากกายเย้ายวนอย่างช้าๆ ด้วยลีลาของนางแมวยั่วสวาท บร๊ะเจ้า! เมียเขาเก่งขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าแม่ตัวดีไปหัดมาจากไหน แต่ถูกใจผัวอย่างเขาชะมัด แล้วเรื่องอะไรจะยอมไปนอนนอกห้องวะ “ใครจะยอมไปนอนหนาวล่ะจ๊ะทูนหัว แก้มก็รู้ว่าพี่ติดเมียขนาดไหน” ยังไม่ทันจะขาดคำคนที่ประกาศว่าติดเมียก็ยกร่างสวยสะพรั่งมานั่งคร่อมบนตัก “อา…ชอบท่านี้ชะมัด” เขาคำรามเสียงหื่นๆ ชวนสยิว ก่อนจะจงใจแอ่นสะโพกส่งสัดส่วนที่เริ่มโป่งนูนเสียดสีกลางกายสาว ทั้งที่มีอาภรณ์ห่อหุ้มแต่โคตรได้อารมณ์ “อยากเป็นม้าหนุ่มเหรอคะ” เธอยั่วเย้าพลางส่งสายตาวิบวับ ก่อนจะวางมือนุ่มลงบนลาดไหล่กว้างทั้งสองข้าง แล้วโหย่งบั้นท้ายขึ้นถูไถหน้าขาแกร่ง ทำเอาเขาถึงกับครางซี๊ดอย่างกระสันซ่าน ถึงแม้จะอายมากแต่บุปผชาติก็ต้องรู้จักหัดที่จะเอาใจสามี เพื่อไม่ให้เขาเบื่อเธอ จนกลายเป็นข้ออ้างที่ต้องไปมีผู้หญิงคนอื่น อะไรที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุข และชีวิตคู่ยืนยาวเธอก็พร้อมจะทำหมดแหละ “ยั่วผัวขนาดนี้ พรุ่งนี้คงเดินไม่ไหว” เสียงแหบพร่ากระซิบวาจาห่ามดิบชิดปากยื่นๆ นั่น ก่อนจะฉก
“ชิ…กลัวตายล่ะ” ยัยตัวร้ายเอ่ยท้าทายอย่างก๋ากั่น นับวันแม่เจ้าประคุณยิ่งทำให้เขากลายเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรัก ผู้หญิงอะไรช่างยั่วผัวได้น่าจับฟัดเป็นบ้า “ไม่กลัวก็อย่าขาสั่นก็แล้วกันเวลาโดนผัว ‘อึ๊บ’ หนักๆ น่ะ” วาจาโจ๋งครึ่มทำให้คนฟังหน้าแดงแจ๋ แต่ก็ต้องข่มอาการอยากจะกรี๊ดลั่น แล้วสวนกลับอย่างแม่สาวใจกล้า “ทำให้ได้ถึงเช้าก่อนเถอะถึงมาปากดี ชิ…คนแก่ไร้น้ำยาไม่กี่ยกก็ซี้แหงแก๋แล้ว”“พูดอย่างนี้คงไม่ได้นอนล่ะจ๊ะ” “งั้นขอท่าใหม่หน่อยนะ แบบว่า…วัยรุ่นเซ็ง” สองสามีภรรยาลับฝีปากกันอย่างเมามัน ก่อนที่เสียงของลูกสาวจะดังแทรกขึ้นมาอีกครา “มี้จ๋า ด้าจาหามี้” คราวนี้แม่หนูน้อยรับขวดนมจากพ่อ แต่ยังไม่ยอมที่จะอ้าปากดูด เขาจึงพาลูกมานอนบนตักที่โซฟา แล้วลูบหลังเป็นเชิงปลอบประโลมคนที่กำลังกอดขวดนมเบาๆ ขณะที่ยังไม่ได้วางสายจากเมียรัก “ถ้าคุณไม่สามารถทำให้ลูกหยุดงอแงได้ คืนนี้งดค่ะ บทพยาบาลสาวกับคนไข้ไอ้นั่นโตผิดปกติ…งดค่ะ จบนะคะ” วาจาเด็ดขาดของแม่ยอดหญิงทำเอาเขาตาเหลือก งดอะไรก็งดได้ แต่งดสิเน่หาเห็นทีเขาจะลงแดง หรือไม่ก็ซี้แหงแก๋อย่างที่แม่ตัวดีปรามาสไปเมื่อครู่นี้แน่ๆ “ผับผ่าสิวะ! แม่ตัวดี
ตั้งแต่เขาอนุญาตให้กลับไปทำงานได้ดังเดิม เพราะทนฟังคำรบเร้าแกมตัดพ้อต่อว่าพร้อมสายตาปริบๆ ไม่ไหว บุปผชาติก็ชักจะเอาใหญ่ ยัยตัวแสบแม่ของลูกเขาทำตัวก๋ากั่นซุกซนเกินกว่าคุณพ่อลูกสองอย่างเขาจะคาดเดาได้ มาคิดดูแล้วเขาไม่น่าให้เมียเด็กปิดอู่เลย ไม่งั้นแม่ตัวดีคงไม่ทำให้เขากระวนกระวายใจนั่งไม่ติดที่เหมือนหมาบ้าอยู่อย่างนี้ รู้งี้เสกเด็กน้อยน่ารักๆ เข้าท้องเมียซักครึ่งโหลก็ดี แม่เจ้าประคุณจะได้ไม่มีเวลาไปทำงานให้เขาต้องทนคิดถึงและโหยหาแทบคลั่งตลอดทั้งวัน เพราะไม่เคยห่างเมีย ก็แหงล่ะ…เขามันคนติดเมีย ก่อนหน้านี้ก็ทำตัวติดกันตลอด แถมยังต้องการเมียมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนไอ้โรคจิตบ้ากามคลั่งเซ็กส์ที่ไม่ได้เมกเลิฟกับเธอซักชั่วโมงมันจะลงแดงตาย จนต้องให้คนมาต่อเติมห้องนอนไว้ในห้องทำงานใหญ่ของท่านประธานบริษัท เพื่อสะดวกต่อการกินเมียตามแต่ใจปรารถนา แต่ไปๆ มาๆ แม่คุณกลับโวยวาย เบื่อที่ต้องมาทำงานกับเขาทุกวัน พร้อมกับร่ำร้องว่าอยากจะไปทำงานที่ตัวเองรักบ้าง คราแรกนั้นมาร์โคยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ที่สุดเขาก็แพ้ทางลูกอ้อนของแม่ยอดดวงใจ ผู้หญิงอะไรร้ายกาจชะมัด รู้ว่าเขาแพ้บทรุกเธอก็จัดมาให้เขารับชุด
เดือนต่อมา…หน้าห้องคลอดโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแล้ววันคลอดลูกคนที่สองก็มาถึง คนที่จะได้เป็นคุณพ่อลูกสองในไม่ช้าเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจ ทนไม่ไหวจึงต้องทำใจกล้า ฮึดสู้ขอหมอเข้าไปให้กำลังใจเมียรักทั้งที่ยังเข็ดขยาดไม่หาย เพราะครั้งที่แล้วภรรยาคลอดลูกคนแรกเขาขาสั่น หน้าซีด จนไม่สามารถที่จะเข้าไปให้กำลังใจเธอได้ แต่ครั้งนี้มาร์โคจะไม่ทำใจเสาะอีกแล้ว ที่สุดทั้งสองก็ได้ลูกสาวสมใจ คุณพ่อขี้เห่อตั้งชื่อลูกสาวผู้น่ารักว่าน้องไอด้า ดิมิเทียส เด็กหญิงวัยแรกเกิด ผิวขาวนวลราวงาช้าง แขนขาเรียวสวย ปากรูปกระจับ ใบหน้าจิ้มลิ้ม ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเธอถอดแบบผู้เป็นมารดามาทุกกระเบียดนิ้ว ส่วนสิ่งที่ได้จากคนเป็นพ่อก็มีคิ้วเข้ม ขนตางอนยาว และจมูกโด่งสวยแบบคนสัญชาติยุโรปโดยแท้ ซึ่งผู้เป็นแม่ก็ออกจะภูมิใจในลักษณะดีข้อนี้ของลูก “ไหนไอ้มาร์ค พวกฉันขอดูหน้าหลานหน่อยว่ะ” สามหนุ่มโผล่หน้ามาก่อนคนอื่น พอมาถึงก็ขอดูหน้าหลานสาวคนใหม่ทันที ด้วยความอดรนทนไม่ไหว เพราะไอ้คุณเพื่อนตัวดีมันโทรไปอวดว่าลูกสาวมันน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ยั่วใจจนพวกเขาสามคนต้องพากันแหกขี้ตาถ่อสังขารมารับขวัญหลานแต่เช้าต
“ขอให้สนุกนะ ไอ้เสือน้อย” มาร์โคอวยพรให้ลูกชายด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งก้มลงหอมแก้มแดงๆ ด้วยความรักและเอ็นดูเจ้าตัวแสบอย่างสุดหัวใจ“ครับ บ๊ายบาย มามี้แด๊ดดี้” เด็กชายรับคำแล้วโบกมือยิ้มร่าวิ่งไปหาเพื่อนๆ และคุณครูทันทีเมื่อกลับจากส่งลูกไปเข้าค่ายที่โรงเรียนแล้ว มาร์โคก็ใช้ทีเผลออุ้มว่าที่คุณแม่ลูกสองขึ้นห้องนอนทันที วางภรรยาลงเตียงได้ ก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาซุกไซ้ที่ลำคอขาวผ่องด้วยท่าทางแสนเสน่หา ทั้งที่เพิ่งลุกไปจากเตียงยังไม่ถึงสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ เขาติดภรรยาพอๆ กับเจ้าลูกชายที่ติดแม่ ปกติตอนยังไม่มีเธอมาเป็นส่วนหนึ่งและกลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต วันหยุดแบบนี้มาร์โคจะนัดเพื่อนไปแข่งรถ ไม่ก็ไปจัดปาร์ตี้กับสาวๆ ที่ริมหาดที่ไหนซักแห่ง แต่ตอนนี้กิจกรรรมทุกอย่างเป็นอันยุติ เมื่อมีบุปผชาติคนอื่นก็หมดความหมายสำหรับเขา บางทีถึงขั้นที่สองพ่อลูกมีปากมีเสียงกัน เพราะแย่งผู้หญิงคนเดียวในบ้านอย่างบุปผชาติหลังจากเฝ้าตักตวงความหวานจากเมียจนเป็นที่พอใจ คุณพ่อสุดหล่อก็พาคุณแม่มานั่งรับลมที่สวนหลังบ้าน โดยเอานิทานมาอ่านให้เจ้าตัวน้อยฟัง บุปผชาตินั่งพิงหมอนอิงใบใหญ่ ฟังสามีเล่านิทานไปพร้อมกับการถั
“โอ้! สามีของแก้มใจดีจัง สงสัยจะสงสารเพื่อนแก้ม” เธอหยิกแก้มของเขาเบาๆ เหน็บด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าแท้จริงแล้วพ่อเจ้าประคุณรีบปฏิบัติภารกิจตามที่ตนขอร้องเพราะต้องการสิ่งใด“อันนั้นก็ส่วนนึงจ้ะ แต่ประเด็นหลักมันมีอยู่ว่า พี่อยากได้รางวัลแห่งการทำความดีจากเมียตัวเองต่างหาก” พูดให้ตัวเองดูดีในต้นประโยค แต่สุดท้ายพ่อคนหื่นก็เข้าอีหรอบเดิม จนเธอหัวเราะคิกคักอย่างถูกอกถูกใจ ที่คิดถูกเอาสิ่งที่เขาโปรดปรานมาหลอกล่อ “ถ้าอยากได้แบบนี้…ล่ะก็ ต้องทำให้สำเร็จนะจ๊ะ” คนขี้อายทำใจกล้า เพราะอยากช่วยเพื่อนสาวที่กำลังเดือดเนื้อร้อนใจ จึงเปิดเสื้อคลุมให้สามีได้เห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ภายในด้วยท่าทางยั่วยวน พร้อมทั้งขยิบตาให้ด้วยแววตาเซ็กซี่ เล่นเอามาร์โคถึงกับตะลึงตาค้าง อ้าปากหวอ ที่ยัยเฉิ่มใจกล้ายั่วตน พยายามยื่นมือใหญ่ไปตะครุบแม่ดาวยั่ว แต่เธอก้าวยาวๆ หัวเราะคิกคักหนีห่าง แล้วรีบตลบเสื้อคลุมปิดสิ่งที่น่าอภิรมย์ไว้ได้ทันเสียก่อน“โอ้! เอาเนื้อ นม ไข่ มาล่อแบบนี้ ถึงตายนายมาร์โคก็ยอมจ้ะเบบี๋” คนไม่เคยพออุทานเสียงดังพร้อมทำตาลุกวาว แทบจะกระโจนเข้าหาคนท้อง ถ้าไม่เกรงว่าเธอจะได้รับอันตรา







