LOGINพรึ่บ!
เอวาลินยอมเดินเข้าไปทิ้งตัวนั่งลงบนตักหนาของสามีอย่างเสียไม่ได้ ทว่าดวงตากลมสวยกลับไม่เคยละไปจากกระบอกปืนพกสั้น ที่วางแนบอยู่ข้างลำตัวเขาแม้แต่วินาทีเดียว
ขอบคุณพ่อเธอที่เคยบังคับให้ไปเรียนยิงปืน จนเธอพอมีทักษะติดตัวมาบ้าง แวบหนึ่งความคิดพิเรนทร์ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ปกรณ์ชัยตวัดแขนสวมกอดเอวคอดทันที มือหนากระชับแน่นราวกับกลัวหลุด
ใบหน้าคมกดซุกลงตามซอกคอขาว สูดกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ อย่างพึงพอใจ ไม่สนสายตาลูกน้องนับสิบที่ยังยืนอยู่เต็มห้องโถง
ภาพนั้นทำให้วัชขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบโบกมือไล่ทุกคนให้แยกย้าย รวมถึงเด็กขัดดอกคนใหม่ ที่รีบก้มหน้าเดินออกไปอย่างไม่กล้าหันกลับมามองอีก
แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะได้เดินออกไปพ้นประตูดี เสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด
ปัง!
เสียงปืนที่ดังขึ้นตามหลัง ทำเอาทุกคนชะงักฝีเท้ารีบวิ่งกลับเข้ามายังห้องโถงอีกครั้ง แน่นอนว่าเด็กสาวคนเดียวที่กำลังยืนท่ามกลางชายชุดดำ ตัวสั่นปากสั่นจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก วัชส่งสายตาให้บอลพาเธอออกไป ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเจ้านายอย่างปกรณ์ชัย ที่กำลังกุมหัวไหล่โชกเลือดของตัวเองอยู่
“ เสี่ยครับ ” วัชเอ่ยเรียกเจ้านายด้วยความตกใจ แต่ปกรณ์ชัยกับโบกมือปรามลูกน้องราวกับเรื่องเล็กน้อย สีหน้าเสี่ยหนุ่มเรียบเฉยราวกับการถูกยิงเป็นเพียงรอยแผลจากการถูกขีดข่วน
ทั้งที่เลือดยังไหลไม่หยุด
“ไม่เป็นไร”
ทุกสายตาหันไปมองต้นเหตุในเวลาเดียวกัน เอวาลินยืนนิ่งอยู่กลางหว่างขาของคนเป็นสามีหน้าโซฟา มือบางยังคงถือปืนกระบอกเล็กของปกรณ์ชัยในมือ เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะผุดรอยยิ้มบางอย่างไร้เดียงสา
ปกรณ์ชัยเงยหน้าขึ้นมองภรรยา สายตาคมเข้มวาววับ ไม่ใช่ความโกรธแต่เป็นความตื่นเต้น
ทว่า...
เสียงหวานที่เปล่งตอบกับดูน่าหมั่นไส้ ราวกับเธอเพิ่งทำแก้วน้ำตกแตกไป ไม่ใช่ยิงผัวตัวเองเล่น
“อุ๊ป....” คำพูดของเอวาลินทำเอาปกรณ์ชัยรู้สึกมันเขี้ยว จนอยากจะง้างมือฟาดก้นเมียเด็กแรงๆ
“ลินขอโทษนะคะเฮีย พอดีว่าจะเก็บปีนให้แต่มันดันลั่น”
“ หึ ” ใครเชื่อก็ควาย ปกรณ์ชัยหลุดหัวเราะในลำคอ
วัชรีบเดินเข้ามารับปืนในมือเอวาลินไปเก็บด้วยความระมัดระวัง กลัวว่านัดที่สองเจ้านายสาว จะเผลอลั่นใส่กลางกระบาลเจ้านายหนุ่มตัวเอง
“ กล้ายิงผัว…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างพึงใจกับความใจกล้าของเมีย “ ใจถึงดีนี่ ”
“ลินเปล่า...” เอวาลินตอบหน้าตาย สีหน้าไร้ความทุกข์ร้อน
“ พวกมึงออกไปให้หมด กูจะเคลียร์กับเมียกูเอง ” ปกรณ์ชัยหันไปสั่งลูกน้องเสียงเรียบ
“ นายไม่ทำแผลก่อนเหรอครับ ” เลือดที่ไหลไม่หยุดทำเอาวัชไม่อาจมองข้าม ความปลอดภัยของเจ้านายได้
“ ใครเป็นคนทำ ก็ให้คนนั้นรับผิดชอบ พวกมึงไสหัวออกไปได้แล้ว ”
ความเงียบเข้าครอบงำห้องโถงทันที เมื่อเสียงฝีเท้าของลูกน้องคนสุดท้ายเดินพ้นไป เอวาลินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ได้สติอีกครั้งตอนที่สามีใช้มืออีกข้างของเขา ตบบั้นท้ายเธอเบาๆเรียกสติ
“ ไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เฮีย”
“ แต่มันเป็นแผลถูกยิง ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลนะคะ ” เธอรู้ว่าตนเองตั้งใจยิงให้ถูกแค่ถากๆ ก็จริง แต่ถ้าแผลติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง เธอทำได้แค่แผลเล็กน้อยๆเท่านั้นแหละ
“........” ปกรณ์ชัยไม่คิดสนคำพูดเมีย ร่างสูงเอนหลังพิงพนักโซฟาท่าทีสบายอารมณ์
ราวกับคนที่เลือดไหลอยู่ไม่ใช่ตัวเอง สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างกดดัน ว่าเธอต้องเป็นคนทำแผลให้ตัวเองเท่านั้น
“ แผลติดเชื้ออย่ามาโทษลินนะ เฮียเป็นคนดื้อเอง ” คำพูดของเมียเด็กทำเอาปกรณ์ชัยแทบจะหลุดขำ
“ไม่ว่าจะเป็นยังไง หนูลินก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบมันอยู่แล้ว ” ไหล่แกร่งไหวเบาๆ ใส่เมียเด็กระหว่างพูด
“ ลินรำคาญเฮียที่สุด ” เอวาลินเอ่ยเสียงเรียบอย่างต้องการประชดคนเอาแต่ใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปหยิบชุดปฐมพยาบาล มาทำแผลให้สามีอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปกรณ์ใช้ตบมือลงบนหน้าขาตัวเอง ให้เมียเด็กที่เดินถือปฐมพยาบาลนั่งลง ทำให้ร่างเล็กยอมทิ้งตัวลงหนังอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือหนาโอบเอวบางไว้หลวมๆ สลับลูบไล้เบาๆ
“ถ้าตั้งใจที่จะยิงตั้งแต่แรกแล้ว อย่าคิดลังเลเอาให้ตาย เพราะถ้าไม่ตายคนที่ถูกเอาคืนจะเป็นหนูลิน ”
เอวาลินไม่ตอบ เพียงหยิบผ้าก๊อซกับน้ำยาฆ่าเชื้อมาเตรียมไว้ มือบางเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจากร่างกายกำยำอย่างระมัดระวัง โดยไม่สบตา
ปกรณ์ชัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองภาพนั้นด้วยสายตาวาววับ
“ มือไม่สั่นเลยนะ ตอนยิงก็ว่านิ่งแล้ว ตอนทำแผลยิ่งนิ่งกว่า ใจเด็ดจริงๆ ”
เอวาลินยังคงเมินเฉยกับคำพูดสามี เธอยังคงตั้งใจเช็ดเลือดออกอย่างระมัดระวัง แรงมือไม่เบาไม่หนัก แต่สีหน้าเย็นชาจนปกรณ์ชัยอ่านแววตาเธอไม่ออก
“ ถ้าเฮียอยู่นิ่ง ๆ แผลจะไม่ฉีกค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้ปกรณ์ชัยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะยอมอยู่นิ่งตามที่ว่า แต่สายตายังคงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเมียเด็กด้วยความสงสัย
“ รู้ไหมว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เห็นเลือด มักจะร้องไห้ หรือไม่ก็สติแตก”
เอวาลินกดผ้าก๊อซลงบนแผลแรงขึ้นเล็กน้อย จนปกรณ์ชัยชะงักกับท่าทีของเธอ
“ แต่ไม่ใช่ลิน!”
ปกรณ์ชัยหรี่ตาลงมองสีหน้าเมียเด็กอย่างสำรวจอีกครั้ง รอยยิ้มคมกริบค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่ออย่างถูกใจ
หลายเดือนที่อยู่ด้วยกันมาเมียเด็กมักมีเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ให้เห็นตลอด เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยเจอมา แววตาอ่อนหวานซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ ทั้งที่ถูกดูถูก ดูแคลนสารพัด เขากลับไม่เคยเห็นความอ่อนแอในตัวเธอเลย
เป็นผู้หญิงที่สวยและแปลก บุคลิกอ่อนหวานแต่อาบเคลือบไปด้วยพิษสง เหมือนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่ซ่อนหนามคมไว้ทุกกลีบ
“น่าสนใจดี”
เอวาลินทำแผลให้สามีจนเสร็จ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เช็ดมือกับน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างใจเย็น
“ เสร็จแล้วค่ะ ”
“ ไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากที่ไหนมา ” ความสงสัยเริ่มผุดขึ้นมาในหัว
“ พอดีแฟนเก่าเป็นตำรวจค่ะ ” ว่าจบก็หมุนตัวเดินหนีขึ้นห้องทันที ไม่สนสีหน้าฟึดฟัดของอีกคนเลยสักนิด
เอวาลินกลับมาถึงบ้านในสภาพอารมณ์ดี หลังจากพบคุณหมดเสร็จและพาตัวเองเติมชาเขียวเข้าร่างกาย แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอหยุดยืนค้างอยู่ที่ประตู ชาเขียวที่เพิ่งดูดไปแทบพุ่งออกจากปาก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาบ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นระเบียบ ตอนนี้เหมือนผ่านสมรภูมิมาอย่างหนัก ผ้าอ้อมใช้แล้ววางพาดอยู่บนโต๊ะ ข้างกันมีกองทิชชูเปียก ผ้าเช็ดตัวกองระเกะระกะ ตามด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรมี ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น“ เอ่อ… ”เสียงหวานของเอวาลินดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับทำให้ทั้งสามคนชะงักพร้อมกัน ปกรณ์ชัยเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเมียที่ยืนมองสภาพบ้านและสามีด้วยรอยยิ้มบาง ที่บอกไม่ถูกว่าขำหรือเอ็นดูมากกว่ากัน“ เฮีย… ”“......” หนุ่มร่างใหญ่ทั้งสามคนได้แต่เงียบ ต่างจากเด็กน้อยที่ยังคงนอนตาแป๋ว ไม่รู้เรื่องราวกับความวุ่นวายที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ“ อะไรกันค่ะเนี่ย ลินออกไปแค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะ ทำไมสภาพบ้านมันเละขนาดนี้ ” รีบวางแก้วชาเขียวกับกระเป๋าลงบนโซฟา เดินไปหยิบถังขยะมาเก็บทุกอย่างเข้าที่ให้เรียบร้อย เอวาลินที่หยิบนั้นจับนี่ไปมาไม่ถึง 10 นาที บ้านก็แทบจะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูร
หลายวันต่อมา....กลางดึกของบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงัด แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับมีเสียงร้องไห้งอแงเบาๆของเด็กน้อย“อุแว้…”ปกรณ์ชัยรีบลุกจากเตียงทันที พร้อมเอ่ยบอกภรรยาที่กำลังงัวเงียตื่นไม่ต่างกัน “เดี๋ยวเฮียอุ้มเอง ลินนอนต่อเถอะ ”เอวาลินมองสามีที่อุ้มลูกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะกลั้นหัวเราะ“เฮียอุ้มผิดทางแล้วค่ะ หัวลูกอยู่อีกด้าน”ปกรณ์ชัยหน้านิ่งชะงัก เพราะความยังไม่คุ้นชิน ทำให้เขาดูแลลูกน้อยผิดๆถูกๆ“ อ้าวเหรอ... ”แม้จะดูเงอะงะ แต่สายตาที่มองลูกกลับเต็มไปด้วยความรักจนล้น ร่างหนาโยกตัวเบา ๆ ตามที่พยาบาลพี่เลี้ยงที่จ้างมาสอนไว้“ อย่าร้องนะครับ คนเก่งของพ่อ ” เหมือนเด็กน้อยจะรับรู้ เสียงร้องค่อย ๆ เบาลง จนหลับไปในอ้อมแขนแข็งแรงปกรณ์ชัยยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ“ หนู…เฮียไม่อยากวางเลย” เขาเอ่ยเรียกภรรยาเบา ๆ“ ส่งลูกมาให้ลินค่ะ ได้เวลาเช็กผ้าอ้อมแล้วก็เอาเข้าเต้าลินแล้ว ”อาการคัดตึงที่หน้าอก ทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มรับรู้ตารางกินนอนของลูกน้อยโดยไม่ต้องดูนาฬิกาปกรณ์ชัยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ส่งลูกให้ภรรยาอย่างระมัดระวังที่สุด สายตายังคงจับจ้องไม่ห่าง“เฮีย…กลัวทำลูกเจ็บ”เอวาลิน
หลายวันต่อมา....เอวาลินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังจากที่นอนหลับอยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความเปียกชุ่มบนที่นอน เพราะน้ำครำแตก บรรยากาศภายในห้องคลอดเต็มไปด้วยความตึงเครียด ของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงคลอดเมียรักไม่ห่าง“ กะ...กลัว ” ความอ่อนไหวเข้าจู่โจมหัวใจคุณแม่คนสวย เอวาลินในตอนนี้ตื่นกลัวจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้“ คุณแม่ตั้งสติแล้วหายใจเข้าออกลึกๆนะคะ ” คุณหมอเจ้าของเคส เอ่ยพูดกับคุณแม่มือใหม่น้ำเสียงอ่อนโยน“ เฮียอยู่ตรงนี้ครับ หนูหายใจตามที่หมอบอก ไม่ต้องกลัว ”มือหนากุมมือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของภรรยาด้วยความเป็นห่วงที่สุดในชีวิตเอวาลินกัดริมฝีปาก พยักหน้าเบา ๆ น้ำตาคลอด้วยทั้งความเจ็บและความกลัว“เฮีย…ลินเจ็บ” ประโยคสั้น ๆ ทำเอาหัวใจปกรณ์ชัยแทบแตกสลาย ถ้าเจ็บแทนได้ เขายอมแลกทุกอย่าง“ อีกนิดเดียวค่ะคุณแม่ เก่งมากเลย ” เสียงคุณหมอให้กำลังใจ เอวาลินพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกตามที่หมอบอก ร่างบางสั่นน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเบ่งตามจังหวะที่หมอแนะนำ ไม่นานนัก เสียงร้องแหลมใสก็ดังขึ้นก้องห้องคลอดวินาทีที่เสียงนั้นก้องอยู่ในห้องคลอด ปกรณ์ช
ทันทีที่ทำงานเสร็จคนเป็นสามีก็รีบตรง เข้ามารับภรรยากลับบ้านพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะก้าวขึ้นรถ ทำเอาปกรณ์ชัยเผลอมองอยู่นาน หัวใจอิ่มเอมจนแทบล้นวันนี้ปกรณ์ชัยไม่ได้ลงจากรถตู้ไปรับเอวาลินที่สำนักงาน เพราะมีราตรีคอยเดินตามประคองมาส่งถึงรถ คาดว่าเมียรักคงอ้อนพนักงานตัวเองให้พาออกมาเดินเล่น แล้วก็ซื้อน้ำหวานดูจากแก้วชานมไข่มุกในมือ ที่เพิ่งพร่องลงไปจากแก้วเพียงนิด“ เป็นยังไงบ้างค่ะ คุณแม่คนเก่งวันนี้เบบี้ดื้อไหมเอ่ย ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมยื่นมือไปลูบหน้าท้องกลมมนของภรรยาแผ่วเบา ราวกับกลัวจะรบกวนเจ้าตัวเล็กในนั้น“ ไม่เลยค่ะ วันนี้ตัวเล็กน่ารักมาก ไม่ค่อยดิ้นแรงเหมือนเดือนที่แล้ว ตอนนั้นลินเจ็บทุกทีที่ตัวเล็กขยับเลยค่ะ”“ เก่งทั้งคุณแม่คุณลูกเลย ” ปกรณ์ชัยเอ่ยชมอย่างภูมิใจ มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมพิมพ์ข้อความสั่งพ่อครัวให้จัดมื้อเย็นรอไว้“ วันนี้หนูอยากทานอะไรค่ะ ”“ ลินขอเป็นอาหารง่ายๆค่ะ ต้มข่าไก่ ผัดผักบุ้งไฟแดง แล้วก็หอยลายน้ำมันหอย ” ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทองดี ที่หอบกระเป๋าเอกสารกับโน้ตบุ๊กมาเปิดประตูรถขึ้นนั่ง
ร่างสูงเดินประคองเมียรักไว้ในอ้อมแขนไม่ห่าง ระหว่างเดินเลือกซื้อของกินด้วยกัน กลายเป็นภาพชินตาของแม่ค้าพ่อค้าไปแล้ว“วันนี้มาตรวจตลาดพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะจ๊ะ” เสียงเอ่ยแซวแกมทักทายจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดดังขึ้นทันที ที่ทั้งคู่เดินผ่านร้านค้าเอวาลินกับปกรณ์ชัยเพียงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หยุดพูดคุยมากนัก เพราะต้องรีบเลือกซื้อของกินตามที่อยากได้ แล้วตรงเข้าสำนักงานตลาดในทันที“จริงๆ หนูให้เฮียไม่ซื้อให้ก็ได้นะ แค่บอกเฮียว่าจะกินอะไร” คนเป็นสามีเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจแกมเป็นห่วง“มันไม่เหมือนกันค่ะ พอได้มาเดินดูแล้วเลือกเอง มันทำให้ลินอยากกินมากกว่า”ปกรณ์ชัยเหลือบมองใบหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความห่วงใย “แต่เฮียไม่อนุญาตให้หนูออกมาบ่อยนะ ที่ตลาดคนเยอะ ไหนจะเชื้อโรคในอากาศอีก ใกล้คลอดแล้วหนูต้องดูแลตัวเอง ”ระหว่างพูด มือหนาก็ลูบแก้มนุ่มของภรรยาแผ่วเบา แก้มที่อิ่มขึ้นตามครรภ์ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สาม ทำให้หัวใจคนเป็นสามีเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ท้องกลม ๆ ใต้ชุดคลุมพอดีตัว ยิ่งทำให้ เอวาลินดูอวบอิ่ม น่าทะนุถนอมไปทุกส่วนคนเป็นผัวที่คลั่งรักเมียสุดหัวใจ แค่ได้มองก็ไม่อยากละส
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ เอวาลินลืมตาขึ้นช้า ๆเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกายยังคงอยู่ ลำแขนแกร่งพาดรั้งเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอหนีหายปกรณ์ชัยลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนกำลังมองเขาอยู่ไม่ต่างกัน“ มองอะไรครับคุณแม่ ” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแฝงรอยยิ้มขณะเอ่ยถาม มือหนาลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาอย่างเคยชิน เอวาลินยิ้มรับ ดวงตากลมสวยอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็น รอยยิ้มสดใสที่คิดว่าปกรณ์ชัยจะไม่ได้เห็น เธอก็ยิ้มให้เขาด้วยความเต็มใจ“ มองคนที่เคยดุที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นคนขี้อ้อนที่สุดในบ้านค่ะ” ปกรณ์ชัยหัวเราะเบา ๆหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นผสานกันอย่างคุ้นเคย“เฮียไม่เคยคิดเลยนะ ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของหนูเหมือนตอนนี้ ยิ้มสวยขนาดนี้ทำไมไม่ชอบยิ้มให้เฮียดูเลยค่ะ”“เพราะเมื่อก่อนเฮียชอบทำตัวประสาทเสียใส่ลิน”“แต่เมียก็สู้มือดีดี๊ สู้มือจนมีเบบี้น้อยในท้องด้วยกัน 1 คน” ว่าจบก็ยืนมือหนาไปวางบนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา แววตาที่เคยแข็งกร้าว อ่อนลงอย่างไม่ปิดบัง“เฮียน่ารักจัง ลินเหมือนกำลังตกหลุมรักสามีตัวเองเลย” มันเหมือน







