تسجيل الدخولพ้นหลังปกรณ์ชัย
“ หนูลินแม่ขอโทษแทนตากรณ์ด้วยนะลูก ” คุณหญิงปิ่นมณีรีบหันมาเอ่ยกับลูกสะใภ้ตัวเอง เป็นห่วงความรู้สึกอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ใจเจ็บที่ช่วยอะไรไม่ได้มากกว่าการก่นด่าตามหลัง
“ พ่อไม่คิดว่าตากรณ์ มันจะชั่วได้ถึงขนาดนี้ ” แววตาท่านจิระ ล้วนเต็มไปด้วยความหนักใจ ชายวัยกลางคนถอนหายใจระอา ในหัวเริ่มคิดทบทวนถึงสัญญาการแต่งงานอีกครั้ง ว่ามีข้อไหน…
พอจะเป็นทางออกให้ผู้หญิงตรงหน้า หลุดพ้นจากลูกชายของตัวเองได้บ้าง
แน่นอนว่าปกรณ์ชัยคือนักธุรกิจสีเทาตัวพ่อ และนักธุรกิจอย่างลูกชายเขา
ไม่มีวันยอมเสียผลประโยชน์แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
เอวาลินสูดหายใจลึก ก่อนจะหันมาฝืนยิ้มกับทุกคน
“ ลินขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะคะคุณแม่ ” เสียงหวานยังคงนุ่มนวล ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีเรื่องกระทบจิตใจ
คุณหญิงปิ่นมณีพยักหน้าอย่างเป็นห่วง แต่เอวาลินไม่กล้าสบตานานกว่านั้น เธอกลัว…
กลัวว่าถ้ามองนานไปอีกเพียงวินาทีเดียว น้ำตาที่กลั้นไว้สุดแรงจะทรยศเธอและไหลออกมาตอนนี้
ร่างเล็กรีบเดินออกจากห้องนั่งเล่น เท้าแต่ละก้าวยังคงมั่นคง หลังตรงใบหน้าเชิด
จนกระทั่งประตูห้องน้ำปิดลง
ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องน้ำทันที หลังบางพิงประตูอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนึ่งปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา อีกมือกำชายกระโปรงราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว ไม่ให้ตัวเองแตกสลายไปมากกว่านี้
เธอแค้นที่ถูกลดทอนศักดิ์ศรี เจ็บใจที่ได้แต่ทนก้มหน้ารับคำดูถูก
“ ฮึก…”
เสียงสะอื้นหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เอวาลินปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่อย่างนั้น นานพอให้หัวใจได้ระบาย ให้ความเจ็บใจปลดปล่อยออกไปจนหมด ก่อนจะฝืนลุกขึ้นล้างหน้า จัดการสีหน้าและความรู้สึกของตัวเอง ไม่ให้ดิ่งไปมากกว่านี้ เพราะเธอรู้ดีว่าเมื่อเปิดประตูออกไปเธอยังต้องสวมบทบาทเป็น ลูกสะใภ้ที่ดี ต่อหน้าทุกคนเหมือนเดิม
“ หนูลินแม่ว่าเราออกไปทานข้าว ที่ร้านประจำของครอบครัวเราดีกว่านะ ดูอาหารที่แม่บ้านทำขึ้นโต๊ะตอนนี้ มันไม่น่าทานเลยลูก ”
คุณหญิงปิ่นมณีพยายามเอาใจลูกสะใภ้ อีกอย่างอยากพาเอวาลินหนีห่างออกจากบรรยากาศคุกรุ่นเมื่อครู่นี้ แม้ไอ้ตัวดีต้นเรื่องจะไปแล้วก็ตาม
“ลินอยากทานคะน้าหมูกรอบพอดีเลยค่ะคุณแม่”
คุณหญิงปิ่นมณียิ้มออกทันที ราวกับโล่งใจที่เห็นลูกสะใภ้ยอมตอบรับ ท่านจิระพยักหน้าเห็นด้วย
“ งั้นเราไปกัน พ่อก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศทานข้าวพอดี ”
คนของท่านจิระที่กำลังยืนรออยู่หน้าประตู พอได้ยินเช่นนั้นรีบออกไปเตรียมรถ เพื่อพาเจ้านายทั้งสามมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร โดยมีคนสนิทโทรไปแจ้งกับทางร้านเพื่อจองโต๊ะ และสั่งอาหารบางส่วนรอเพื่อที่ทั้งสามไปถึงจะได้รับประทานกันพอดี
เอวาลินกลับเข้าบ้านหลังใหญ่ของผู้เป็นสามีในเวลาเกือบสามทุ่ม ตั้งใจกลับเข้าบ้านให้เร็วกว่าคนที่ออกไปงานเลี้ยง หวังเพียงจะหลบเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็น แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง ความหวังนั้นก็พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเจอเข้ากับปกรณ์ชัยที่กำลังจิบไวน์สีหน้าไม่ทุกข์ร้อน
ข้างกายเขามีเด็กสาวหน้าตาสะสวยในชุดรัดรูป กำลังรินไวน์ให้ไม่หยุดอย่างเอาใจ
เอวาลินหยุดฝีเท้ามองการกระทำที่แสนน่ารังเกียจนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตากลมสวยนิ่งสนิทไร้ความรู้สึกใดๆ ต้องขอบคุณที่เธอเกลียดปกรณ์ชัยเข้ากระดูกดำมาตั้งแต่แรก การกระทำยั่วประสาทจากสามีและคำพูดร้ายๆ เหมือนอย่างเช่นวันนี้ ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวด มีเพียงสิ่งเดียวที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างช้า ๆ คือความแค้นในใจเธอ
“ นี่ใครอีกคะ” เอวาลินหันไปตั้งคำถามกับวัช คนสนิทของสามีแทนการคุยกับปกรณ์ชัยโดยตรง
“ ดะ...เด็กขัดดอกคนใหม่ครับซ้อ ” น้ำเสียงที่เอ่ยตอบล้วนเต็มไปด้วยความลำบากใจ
“ อีกแล้วเหรอคะ ”
“ไม่ดีหรือไง เฮียหาคนใช้มาให้หนูลินเพิ่ม ” เอ่ยกับภรรยา แล้วหันไปบอกเด็กสาวข้างกาย “ สวัสดีซ้อเขาสิ ”
เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อย เพราะหลงเข้าใจผิดคิดว่าเสี่ยจะรับดูแลเธอ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้เมียเสี่ยปกรณ์ชัยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ อย่างทำหน้าไม่ถูก
“ สะ…สวัสดีค่ะซ้อ”
เอวลินมองผ่านภาพตรงหน้าไปราวกับว่าเป็นเพียงธาตุอากาศ ทำเอาเด็กสาวถึงกับหน้าเสีย และอดแปลกใจไม่ได้ ที่อีกฝ่ายไม่แสดงท่าทางหึงหวงผัวกับเธอเลย ทว่า...
ยังหันไปตั้งคำถามกับสามีอย่างหน้าตาเฉย ราวกับอีกฝ่ายไร้ความรู้สึก
“ ไหนเฮียบอกว่าไปงานเลี้ยงส่งท่านผู้ว่าค่ะ ” เอวาลินถามสามีน้ำเสียงเรียบ นิ่ง และท่าทีดูห่างเหินต่อสามี
“ ไม่มีอารมณ์ไป ” ปกรณ์ชัยตอบสั้น ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา ดวงตาคมกริบไล่กวาดมองเรือนร่างภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาแบบเดียวกับที่เขามองเหยื่อ…
ไม่ใช่คู่ชีวิต
นิ้วหนากระดิกเบา ๆ เป็นสัญญาณเรียกให้ภรรยาเดินเข้ามาหา
“ ออกไป ” คำสั่งสั้น ๆ ถูกโยนใส่เด็กสาวอย่างไร้เยื่อใย พร้อมตวัดสายตาไล่ให้พ้นทาง
เพราะตอนนี้ปกรณ์ชัยรู้สึกอยากเล่นกับเมียตัวเองมากกว่า ท่าทีต่อต้านคนตัวเล็กที่กำลังแสดงออกมา มันเร้าอารมณ์เขาฉิบหายเลย...
เอวาลินกลับมาถึงบ้านในสภาพอารมณ์ดี หลังจากพบคุณหมดเสร็จและพาตัวเองเติมชาเขียวเข้าร่างกาย แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอหยุดยืนค้างอยู่ที่ประตู ชาเขียวที่เพิ่งดูดไปแทบพุ่งออกจากปาก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาบ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นระเบียบ ตอนนี้เหมือนผ่านสมรภูมิมาอย่างหนัก ผ้าอ้อมใช้แล้ววางพาดอยู่บนโต๊ะ ข้างกันมีกองทิชชูเปียก ผ้าเช็ดตัวกองระเกะระกะ ตามด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรมี ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น“ เอ่อ… ”เสียงหวานของเอวาลินดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับทำให้ทั้งสามคนชะงักพร้อมกัน ปกรณ์ชัยเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเมียที่ยืนมองสภาพบ้านและสามีด้วยรอยยิ้มบาง ที่บอกไม่ถูกว่าขำหรือเอ็นดูมากกว่ากัน“ เฮีย… ”“......” หนุ่มร่างใหญ่ทั้งสามคนได้แต่เงียบ ต่างจากเด็กน้อยที่ยังคงนอนตาแป๋ว ไม่รู้เรื่องราวกับความวุ่นวายที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ“ อะไรกันค่ะเนี่ย ลินออกไปแค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะ ทำไมสภาพบ้านมันเละขนาดนี้ ” รีบวางแก้วชาเขียวกับกระเป๋าลงบนโซฟา เดินไปหยิบถังขยะมาเก็บทุกอย่างเข้าที่ให้เรียบร้อย เอวาลินที่หยิบนั้นจับนี่ไปมาไม่ถึง 10 นาที บ้านก็แทบจะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูร
หลายวันต่อมา....กลางดึกของบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงัด แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับมีเสียงร้องไห้งอแงเบาๆของเด็กน้อย“อุแว้…”ปกรณ์ชัยรีบลุกจากเตียงทันที พร้อมเอ่ยบอกภรรยาที่กำลังงัวเงียตื่นไม่ต่างกัน “เดี๋ยวเฮียอุ้มเอง ลินนอนต่อเถอะ ”เอวาลินมองสามีที่อุ้มลูกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะกลั้นหัวเราะ“เฮียอุ้มผิดทางแล้วค่ะ หัวลูกอยู่อีกด้าน”ปกรณ์ชัยหน้านิ่งชะงัก เพราะความยังไม่คุ้นชิน ทำให้เขาดูแลลูกน้อยผิดๆถูกๆ“ อ้าวเหรอ... ”แม้จะดูเงอะงะ แต่สายตาที่มองลูกกลับเต็มไปด้วยความรักจนล้น ร่างหนาโยกตัวเบา ๆ ตามที่พยาบาลพี่เลี้ยงที่จ้างมาสอนไว้“ อย่าร้องนะครับ คนเก่งของพ่อ ” เหมือนเด็กน้อยจะรับรู้ เสียงร้องค่อย ๆ เบาลง จนหลับไปในอ้อมแขนแข็งแรงปกรณ์ชัยยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ“ หนู…เฮียไม่อยากวางเลย” เขาเอ่ยเรียกภรรยาเบา ๆ“ ส่งลูกมาให้ลินค่ะ ได้เวลาเช็กผ้าอ้อมแล้วก็เอาเข้าเต้าลินแล้ว ”อาการคัดตึงที่หน้าอก ทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มรับรู้ตารางกินนอนของลูกน้อยโดยไม่ต้องดูนาฬิกาปกรณ์ชัยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ส่งลูกให้ภรรยาอย่างระมัดระวังที่สุด สายตายังคงจับจ้องไม่ห่าง“เฮีย…กลัวทำลูกเจ็บ”เอวาลิน
หลายวันต่อมา....เอวาลินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังจากที่นอนหลับอยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความเปียกชุ่มบนที่นอน เพราะน้ำครำแตก บรรยากาศภายในห้องคลอดเต็มไปด้วยความตึงเครียด ของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงคลอดเมียรักไม่ห่าง“ กะ...กลัว ” ความอ่อนไหวเข้าจู่โจมหัวใจคุณแม่คนสวย เอวาลินในตอนนี้ตื่นกลัวจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้“ คุณแม่ตั้งสติแล้วหายใจเข้าออกลึกๆนะคะ ” คุณหมอเจ้าของเคส เอ่ยพูดกับคุณแม่มือใหม่น้ำเสียงอ่อนโยน“ เฮียอยู่ตรงนี้ครับ หนูหายใจตามที่หมอบอก ไม่ต้องกลัว ”มือหนากุมมือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของภรรยาด้วยความเป็นห่วงที่สุดในชีวิตเอวาลินกัดริมฝีปาก พยักหน้าเบา ๆ น้ำตาคลอด้วยทั้งความเจ็บและความกลัว“เฮีย…ลินเจ็บ” ประโยคสั้น ๆ ทำเอาหัวใจปกรณ์ชัยแทบแตกสลาย ถ้าเจ็บแทนได้ เขายอมแลกทุกอย่าง“ อีกนิดเดียวค่ะคุณแม่ เก่งมากเลย ” เสียงคุณหมอให้กำลังใจ เอวาลินพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกตามที่หมอบอก ร่างบางสั่นน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเบ่งตามจังหวะที่หมอแนะนำ ไม่นานนัก เสียงร้องแหลมใสก็ดังขึ้นก้องห้องคลอดวินาทีที่เสียงนั้นก้องอยู่ในห้องคลอด ปกรณ์ช
ทันทีที่ทำงานเสร็จคนเป็นสามีก็รีบตรง เข้ามารับภรรยากลับบ้านพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะก้าวขึ้นรถ ทำเอาปกรณ์ชัยเผลอมองอยู่นาน หัวใจอิ่มเอมจนแทบล้นวันนี้ปกรณ์ชัยไม่ได้ลงจากรถตู้ไปรับเอวาลินที่สำนักงาน เพราะมีราตรีคอยเดินตามประคองมาส่งถึงรถ คาดว่าเมียรักคงอ้อนพนักงานตัวเองให้พาออกมาเดินเล่น แล้วก็ซื้อน้ำหวานดูจากแก้วชานมไข่มุกในมือ ที่เพิ่งพร่องลงไปจากแก้วเพียงนิด“ เป็นยังไงบ้างค่ะ คุณแม่คนเก่งวันนี้เบบี้ดื้อไหมเอ่ย ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมยื่นมือไปลูบหน้าท้องกลมมนของภรรยาแผ่วเบา ราวกับกลัวจะรบกวนเจ้าตัวเล็กในนั้น“ ไม่เลยค่ะ วันนี้ตัวเล็กน่ารักมาก ไม่ค่อยดิ้นแรงเหมือนเดือนที่แล้ว ตอนนั้นลินเจ็บทุกทีที่ตัวเล็กขยับเลยค่ะ”“ เก่งทั้งคุณแม่คุณลูกเลย ” ปกรณ์ชัยเอ่ยชมอย่างภูมิใจ มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมพิมพ์ข้อความสั่งพ่อครัวให้จัดมื้อเย็นรอไว้“ วันนี้หนูอยากทานอะไรค่ะ ”“ ลินขอเป็นอาหารง่ายๆค่ะ ต้มข่าไก่ ผัดผักบุ้งไฟแดง แล้วก็หอยลายน้ำมันหอย ” ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทองดี ที่หอบกระเป๋าเอกสารกับโน้ตบุ๊กมาเปิดประตูรถขึ้นนั่ง
ร่างสูงเดินประคองเมียรักไว้ในอ้อมแขนไม่ห่าง ระหว่างเดินเลือกซื้อของกินด้วยกัน กลายเป็นภาพชินตาของแม่ค้าพ่อค้าไปแล้ว“วันนี้มาตรวจตลาดพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะจ๊ะ” เสียงเอ่ยแซวแกมทักทายจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดดังขึ้นทันที ที่ทั้งคู่เดินผ่านร้านค้าเอวาลินกับปกรณ์ชัยเพียงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หยุดพูดคุยมากนัก เพราะต้องรีบเลือกซื้อของกินตามที่อยากได้ แล้วตรงเข้าสำนักงานตลาดในทันที“จริงๆ หนูให้เฮียไม่ซื้อให้ก็ได้นะ แค่บอกเฮียว่าจะกินอะไร” คนเป็นสามีเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจแกมเป็นห่วง“มันไม่เหมือนกันค่ะ พอได้มาเดินดูแล้วเลือกเอง มันทำให้ลินอยากกินมากกว่า”ปกรณ์ชัยเหลือบมองใบหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความห่วงใย “แต่เฮียไม่อนุญาตให้หนูออกมาบ่อยนะ ที่ตลาดคนเยอะ ไหนจะเชื้อโรคในอากาศอีก ใกล้คลอดแล้วหนูต้องดูแลตัวเอง ”ระหว่างพูด มือหนาก็ลูบแก้มนุ่มของภรรยาแผ่วเบา แก้มที่อิ่มขึ้นตามครรภ์ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สาม ทำให้หัวใจคนเป็นสามีเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ท้องกลม ๆ ใต้ชุดคลุมพอดีตัว ยิ่งทำให้ เอวาลินดูอวบอิ่ม น่าทะนุถนอมไปทุกส่วนคนเป็นผัวที่คลั่งรักเมียสุดหัวใจ แค่ได้มองก็ไม่อยากละส
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ เอวาลินลืมตาขึ้นช้า ๆเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกายยังคงอยู่ ลำแขนแกร่งพาดรั้งเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอหนีหายปกรณ์ชัยลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนกำลังมองเขาอยู่ไม่ต่างกัน“ มองอะไรครับคุณแม่ ” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแฝงรอยยิ้มขณะเอ่ยถาม มือหนาลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาอย่างเคยชิน เอวาลินยิ้มรับ ดวงตากลมสวยอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็น รอยยิ้มสดใสที่คิดว่าปกรณ์ชัยจะไม่ได้เห็น เธอก็ยิ้มให้เขาด้วยความเต็มใจ“ มองคนที่เคยดุที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นคนขี้อ้อนที่สุดในบ้านค่ะ” ปกรณ์ชัยหัวเราะเบา ๆหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นผสานกันอย่างคุ้นเคย“เฮียไม่เคยคิดเลยนะ ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของหนูเหมือนตอนนี้ ยิ้มสวยขนาดนี้ทำไมไม่ชอบยิ้มให้เฮียดูเลยค่ะ”“เพราะเมื่อก่อนเฮียชอบทำตัวประสาทเสียใส่ลิน”“แต่เมียก็สู้มือดีดี๊ สู้มือจนมีเบบี้น้อยในท้องด้วยกัน 1 คน” ว่าจบก็ยืนมือหนาไปวางบนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา แววตาที่เคยแข็งกร้าว อ่อนลงอย่างไม่ปิดบัง“เฮียน่ารักจัง ลินเหมือนกำลังตกหลุมรักสามีตัวเองเลย” มันเหมือน







