LOGIN“เฮ้อ....ไม่น่าสร้างเรื่องเลย”
เอวาลินถอนหายใจกับตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจ เมื่อรู้ว่าตนเองต้องดูแลปกรณ์ชัยจนกว่าแผลจะหาย ซ้ำยังต้องคอยเช็ดตัวให้เขาเช้าเย็นอีกด้วย
ร่างสวยรีบเก็บอุปกรณ์เช็ดตัวเข้าที่ให้เรียบร้อย ไม่ลืมเก็บผ้าเปียกที่ใช้แล้วใส่ตะกร้านำไปไว้หน้าห้อง เพื่อให้คนของสามีนำไปให้แม่บ้านจัดการ
“รีบขึ้นมานอนได้แล้ว หยิบยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบมาให้เฮียด้วย”
“นอนก่อนเลยนะคะ ลินยังไม่ง่วง”
เอวาลินก็แค่วัยรุ่นคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระหนักไว้บนบ่า ในมุมเล็กๆ เธอยังต้องการอิสระและความเป็นส่วนตัว อยากดูซีรีส์ที่ชอบฟังเพลงศิลปินคนโปรด บางทีก็อยากลุกออกไปต้มบะหมี่สำเร็จรูปกินกลางดึกพร้อมกับดูหนังไปด้วย
แต่เธอกลับไม่เคยได้อิสระทำสิ่งนั้นเลย นอกจากที่ต้องตื่นเช้าออกไปดูแลตลาดของครอบครัว ยังต้องกลับมาทำหน้าที่ภรรยาให้ปกรณ์ชัย
“จะมานอนด้วยกันดีๆ มั้ย หรืออยากให้เฮียประสาทเสียใส่ ถึงจะมานอนด้วยกันได้ ” เสียงเข้มเอ่ยกดดันให้เมียเด็กทำตามคำสั่งของตัวเอง
“ลินว่าเฮียควรกรอกยาโรคประสาทลงปากด้วยเนอะ แต่ละวันทำตัวเหมือนหมาไม่ได้รับวัคซีนพิษสุนัขบ้าเลย” ในระหว่างเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ไม่ลืมที่จะจิกกัดสามีไปด้วย
ปกรณ์ชัยที่เอนตัวพิงหัวเตียง หลุดหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ
“ ปากดีขึ้นทุกวันเลยนะหนูลิน”
“ลินแค่แนะนำตามอาการที่เฮียเป็น”
เอวาลินดีดตัวลุกเมื่อนึกขึ้นได้ วิ่งลงจากเตียงไปหยิบน้ำกับยาที่วัชเตรียมมาให้ เดินกลับมาที่เตียงเพื่อให้ปกรณ์ชัยได้กิน
“ กินเข้าไปจะได้นอน”
ปกรณ์ชัยรีบรับยาและน้ำจากเมียเด็กมากินอย่างว่าง่าย พอกินยาเข้าไปไม่ทันไรอาการง่วงซึมก็เริ่มจู่โจม ร่างสูงยอมทิ้งตัวลงนอนในที่สุด
ก่อนหลับไม่ลืมสะกิดเมียเด็กให้ขยับเข้ามาในอ้อมแขนตัวเอง โดยให้เธอใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บของเขาหนุนนอนแทนหมอน
“ทำหน้าที่หมอนข้างดีๆ หน่อย” คำสั่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แต่ยังแฝงความเอาแต่ใจแบบที่เป็นเขา
“ ตัวเย็นชะมัด” เสียงเข้มพึมพำ
“ตอนอยู่บ้านแม่ก็ให้เป็นหมาเฝ้าบ้าน พออยู่บนเตียงก็ให้เป็นหมอนข้าง พรุ่งนี้จะให้ลินเป็นอะไรอีกคะ”
“เป็นเมีย” เสียงงัวเงียเอ่ยตอบเป็นประโยคสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากจิตใต้สำนึก ระหว่างสวมกอดร่างเล็กเอวไว้หลวมๆ
ในเวลาไปกี่นาทีเอาวาลินก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายได้หลับสนิทไปแล้วจริง ๆ
เอวาลินนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้น หญิงสาวจึงค่อย ๆ ขยับยกแขนเขาออกจากเอวอย่างระมัดระวัง เอวาลินไม่ลืมที่จะคว้าโอกาสทองนี้ไว้ ด้วยการลุกขึ้นไปสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ เป็นเสื้อยืดสีเรียบตัวโคร่ง กับกางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแตะ เพื่อให้ตัวเองคล่องตัวพร้อมหนีออกไปจากบ้าน เพื่อไปร้านสะดวกซื้อและหาของกินมื้อดึก
เอวาลินเปิดปิดประตูห้องนอนใหญ่อย่างเบามือที่สุด
พอลงมายังชั้นล่างก็เห็นคนของสามีกำลังกำจัดคราบเลือด พร้อมกับเปลี่ยนชุดโซฟาใหม่
“ซ้อจะไปไหนครับ” เอ่ยถามเจ้านายสาวพร้อมกับมองการแต่งตัวของอีกฝ่าย ที่ต่างไปจากทุกวัน จนแทบไม่แน่ใจว่านี่คือเจ้านายของพวกเขาจริงๆ
เอวาลินในตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กมัธยมปลาย ยิ่งไม่แต่งหน้ายิ่งดูอ่อนวัยจนคิดว่าเสี่ยกำลังจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์
“ไปร้านสะดวกซื้อคะ”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะครับ อันตราย แต่ถ้าจะซื้ออะไรสั่งพวกผมดีกว่า เดี๋ยวพวกผมออกไปซื้อให้ ”
วัชที่เดินตรวจบ้าน กลับเข้ามาเห็นทันพอดี
“ซ้อ”
“พี่วัชลินจะไปร้านสะดวกซื้อ”
“บอกเสี่ยหรือยังครับ ระวังเสี่ยดุเอานะ”
“ไม่ดุหรอกค่ะ เฮียหลับแล้ว”
วัชชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมของมือขวาเหลือบมองขึ้นไปชั้นสองของบ้านโดยอัตโนมัติ
ก่อนจะหันกลับมามองเอวาลินอีกครั้งอย่างลังเล
“ แน่ใจนะครับว่าหลับแล้ว” น้ำเสียงไม่ได้แย้ง แต่ก็ไม่กล้ารับปากแทน
เอวาลินพยักหน้าสีหน้าจริงจัง สามีเธอเธอนอนด้วยทุกคืนย่อมรู้
“ ค่ะ เฮียเพิ่งกินยาไป อย่างน้อยก็อีกเป็นชั่วโมงกว่าจะรู้สึกตัวตื่น ”
คำพูดนั้นทำให้วัชเงียบไป เพราะเขารู้ดีว่ายาที่ให้เจ้านายกิน แรงพอสมควร ลูกน้องอีกสองสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าขัดซ้อตรง ๆ เพราะดูจากเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้า ก็รู้แล้วว่าซ้อพวกเธอน่ากลัวแค่ไหน หรือเพราะต่อให้เสี่ยปากหมากับซ้อยังไง ดูแล้วก็น่าจะรัก เมียที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาก
สวนทางปากที่พร่ำเรียกเมียว่ามีสถานะแค่หมาเฝ้าบ้าน
“ งั้น…ให้ผมให้คนขับรถไปส่งนะครับ” วัชเสนอเพราะอย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัย
เอวาลินส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้แค่นี้เอง ลินขับรถไปเองไม่ถึงห้านาที”
พูดจบก็ยกมือไหว้วัชที่โตกว่าด้วยความสุภาพตามนิสัย ก่อนจะก้าวเท้าออกจากประตูบ้านมุ่งหน้าไปยังรถตัวเอง ไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครรั้งไว้
วัชถอนหายใจระอาในความดื้อของเมียเจ้านาย ความรู้สึกไม่สบายใจผุดขึ้นมาในอก
“พี่ว่าเสี่ยจะรู้ไหม” ทองดีกระซิบถามวัช
“ เสี่ยน่ะ… ต่อให้หลับสนิทแค่ไหน ก็ไม่เคยทิ้งสัญชาตญาณนักฆ่าหรอก มึงรีบขับมอไซต์ตามซ้อไปเร็ว ตามเงียบๆ จนกว่าซ้อจะกลับมาถึงบ้าน ส่วนพรุ่งนี้กูอนุญาตให้หยุด 1 วัน”
“ครับพี่” ทองดีรีบรับคำสั่ง
เอวาลินกลับมาถึงบ้านในสภาพอารมณ์ดี หลังจากพบคุณหมดเสร็จและพาตัวเองเติมชาเขียวเข้าร่างกาย แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอหยุดยืนค้างอยู่ที่ประตู ชาเขียวที่เพิ่งดูดไปแทบพุ่งออกจากปาก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาบ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นระเบียบ ตอนนี้เหมือนผ่านสมรภูมิมาอย่างหนัก ผ้าอ้อมใช้แล้ววางพาดอยู่บนโต๊ะ ข้างกันมีกองทิชชูเปียก ผ้าเช็ดตัวกองระเกะระกะ ตามด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรมี ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น“ เอ่อ… ”เสียงหวานของเอวาลินดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับทำให้ทั้งสามคนชะงักพร้อมกัน ปกรณ์ชัยเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเมียที่ยืนมองสภาพบ้านและสามีด้วยรอยยิ้มบาง ที่บอกไม่ถูกว่าขำหรือเอ็นดูมากกว่ากัน“ เฮีย… ”“......” หนุ่มร่างใหญ่ทั้งสามคนได้แต่เงียบ ต่างจากเด็กน้อยที่ยังคงนอนตาแป๋ว ไม่รู้เรื่องราวกับความวุ่นวายที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ“ อะไรกันค่ะเนี่ย ลินออกไปแค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะ ทำไมสภาพบ้านมันเละขนาดนี้ ” รีบวางแก้วชาเขียวกับกระเป๋าลงบนโซฟา เดินไปหยิบถังขยะมาเก็บทุกอย่างเข้าที่ให้เรียบร้อย เอวาลินที่หยิบนั้นจับนี่ไปมาไม่ถึง 10 นาที บ้านก็แทบจะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูร
หลายวันต่อมา....กลางดึกของบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงัด แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับมีเสียงร้องไห้งอแงเบาๆของเด็กน้อย“อุแว้…”ปกรณ์ชัยรีบลุกจากเตียงทันที พร้อมเอ่ยบอกภรรยาที่กำลังงัวเงียตื่นไม่ต่างกัน “เดี๋ยวเฮียอุ้มเอง ลินนอนต่อเถอะ ”เอวาลินมองสามีที่อุ้มลูกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะกลั้นหัวเราะ“เฮียอุ้มผิดทางแล้วค่ะ หัวลูกอยู่อีกด้าน”ปกรณ์ชัยหน้านิ่งชะงัก เพราะความยังไม่คุ้นชิน ทำให้เขาดูแลลูกน้อยผิดๆถูกๆ“ อ้าวเหรอ... ”แม้จะดูเงอะงะ แต่สายตาที่มองลูกกลับเต็มไปด้วยความรักจนล้น ร่างหนาโยกตัวเบา ๆ ตามที่พยาบาลพี่เลี้ยงที่จ้างมาสอนไว้“ อย่าร้องนะครับ คนเก่งของพ่อ ” เหมือนเด็กน้อยจะรับรู้ เสียงร้องค่อย ๆ เบาลง จนหลับไปในอ้อมแขนแข็งแรงปกรณ์ชัยยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ“ หนู…เฮียไม่อยากวางเลย” เขาเอ่ยเรียกภรรยาเบา ๆ“ ส่งลูกมาให้ลินค่ะ ได้เวลาเช็กผ้าอ้อมแล้วก็เอาเข้าเต้าลินแล้ว ”อาการคัดตึงที่หน้าอก ทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มรับรู้ตารางกินนอนของลูกน้อยโดยไม่ต้องดูนาฬิกาปกรณ์ชัยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ส่งลูกให้ภรรยาอย่างระมัดระวังที่สุด สายตายังคงจับจ้องไม่ห่าง“เฮีย…กลัวทำลูกเจ็บ”เอวาลิน
หลายวันต่อมา....เอวาลินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังจากที่นอนหลับอยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความเปียกชุ่มบนที่นอน เพราะน้ำครำแตก บรรยากาศภายในห้องคลอดเต็มไปด้วยความตึงเครียด ของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงคลอดเมียรักไม่ห่าง“ กะ...กลัว ” ความอ่อนไหวเข้าจู่โจมหัวใจคุณแม่คนสวย เอวาลินในตอนนี้ตื่นกลัวจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้“ คุณแม่ตั้งสติแล้วหายใจเข้าออกลึกๆนะคะ ” คุณหมอเจ้าของเคส เอ่ยพูดกับคุณแม่มือใหม่น้ำเสียงอ่อนโยน“ เฮียอยู่ตรงนี้ครับ หนูหายใจตามที่หมอบอก ไม่ต้องกลัว ”มือหนากุมมือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของภรรยาด้วยความเป็นห่วงที่สุดในชีวิตเอวาลินกัดริมฝีปาก พยักหน้าเบา ๆ น้ำตาคลอด้วยทั้งความเจ็บและความกลัว“เฮีย…ลินเจ็บ” ประโยคสั้น ๆ ทำเอาหัวใจปกรณ์ชัยแทบแตกสลาย ถ้าเจ็บแทนได้ เขายอมแลกทุกอย่าง“ อีกนิดเดียวค่ะคุณแม่ เก่งมากเลย ” เสียงคุณหมอให้กำลังใจ เอวาลินพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกตามที่หมอบอก ร่างบางสั่นน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเบ่งตามจังหวะที่หมอแนะนำ ไม่นานนัก เสียงร้องแหลมใสก็ดังขึ้นก้องห้องคลอดวินาทีที่เสียงนั้นก้องอยู่ในห้องคลอด ปกรณ์ช
ทันทีที่ทำงานเสร็จคนเป็นสามีก็รีบตรง เข้ามารับภรรยากลับบ้านพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะก้าวขึ้นรถ ทำเอาปกรณ์ชัยเผลอมองอยู่นาน หัวใจอิ่มเอมจนแทบล้นวันนี้ปกรณ์ชัยไม่ได้ลงจากรถตู้ไปรับเอวาลินที่สำนักงาน เพราะมีราตรีคอยเดินตามประคองมาส่งถึงรถ คาดว่าเมียรักคงอ้อนพนักงานตัวเองให้พาออกมาเดินเล่น แล้วก็ซื้อน้ำหวานดูจากแก้วชานมไข่มุกในมือ ที่เพิ่งพร่องลงไปจากแก้วเพียงนิด“ เป็นยังไงบ้างค่ะ คุณแม่คนเก่งวันนี้เบบี้ดื้อไหมเอ่ย ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมยื่นมือไปลูบหน้าท้องกลมมนของภรรยาแผ่วเบา ราวกับกลัวจะรบกวนเจ้าตัวเล็กในนั้น“ ไม่เลยค่ะ วันนี้ตัวเล็กน่ารักมาก ไม่ค่อยดิ้นแรงเหมือนเดือนที่แล้ว ตอนนั้นลินเจ็บทุกทีที่ตัวเล็กขยับเลยค่ะ”“ เก่งทั้งคุณแม่คุณลูกเลย ” ปกรณ์ชัยเอ่ยชมอย่างภูมิใจ มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมพิมพ์ข้อความสั่งพ่อครัวให้จัดมื้อเย็นรอไว้“ วันนี้หนูอยากทานอะไรค่ะ ”“ ลินขอเป็นอาหารง่ายๆค่ะ ต้มข่าไก่ ผัดผักบุ้งไฟแดง แล้วก็หอยลายน้ำมันหอย ” ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทองดี ที่หอบกระเป๋าเอกสารกับโน้ตบุ๊กมาเปิดประตูรถขึ้นนั่ง
ร่างสูงเดินประคองเมียรักไว้ในอ้อมแขนไม่ห่าง ระหว่างเดินเลือกซื้อของกินด้วยกัน กลายเป็นภาพชินตาของแม่ค้าพ่อค้าไปแล้ว“วันนี้มาตรวจตลาดพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะจ๊ะ” เสียงเอ่ยแซวแกมทักทายจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดดังขึ้นทันที ที่ทั้งคู่เดินผ่านร้านค้าเอวาลินกับปกรณ์ชัยเพียงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หยุดพูดคุยมากนัก เพราะต้องรีบเลือกซื้อของกินตามที่อยากได้ แล้วตรงเข้าสำนักงานตลาดในทันที“จริงๆ หนูให้เฮียไม่ซื้อให้ก็ได้นะ แค่บอกเฮียว่าจะกินอะไร” คนเป็นสามีเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจแกมเป็นห่วง“มันไม่เหมือนกันค่ะ พอได้มาเดินดูแล้วเลือกเอง มันทำให้ลินอยากกินมากกว่า”ปกรณ์ชัยเหลือบมองใบหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความห่วงใย “แต่เฮียไม่อนุญาตให้หนูออกมาบ่อยนะ ที่ตลาดคนเยอะ ไหนจะเชื้อโรคในอากาศอีก ใกล้คลอดแล้วหนูต้องดูแลตัวเอง ”ระหว่างพูด มือหนาก็ลูบแก้มนุ่มของภรรยาแผ่วเบา แก้มที่อิ่มขึ้นตามครรภ์ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สาม ทำให้หัวใจคนเป็นสามีเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ท้องกลม ๆ ใต้ชุดคลุมพอดีตัว ยิ่งทำให้ เอวาลินดูอวบอิ่ม น่าทะนุถนอมไปทุกส่วนคนเป็นผัวที่คลั่งรักเมียสุดหัวใจ แค่ได้มองก็ไม่อยากละส
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ เอวาลินลืมตาขึ้นช้า ๆเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกายยังคงอยู่ ลำแขนแกร่งพาดรั้งเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอหนีหายปกรณ์ชัยลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนกำลังมองเขาอยู่ไม่ต่างกัน“ มองอะไรครับคุณแม่ ” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแฝงรอยยิ้มขณะเอ่ยถาม มือหนาลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาอย่างเคยชิน เอวาลินยิ้มรับ ดวงตากลมสวยอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็น รอยยิ้มสดใสที่คิดว่าปกรณ์ชัยจะไม่ได้เห็น เธอก็ยิ้มให้เขาด้วยความเต็มใจ“ มองคนที่เคยดุที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นคนขี้อ้อนที่สุดในบ้านค่ะ” ปกรณ์ชัยหัวเราะเบา ๆหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นผสานกันอย่างคุ้นเคย“เฮียไม่เคยคิดเลยนะ ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของหนูเหมือนตอนนี้ ยิ้มสวยขนาดนี้ทำไมไม่ชอบยิ้มให้เฮียดูเลยค่ะ”“เพราะเมื่อก่อนเฮียชอบทำตัวประสาทเสียใส่ลิน”“แต่เมียก็สู้มือดีดี๊ สู้มือจนมีเบบี้น้อยในท้องด้วยกัน 1 คน” ว่าจบก็ยืนมือหนาไปวางบนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา แววตาที่เคยแข็งกร้าว อ่อนลงอย่างไม่ปิดบัง“เฮียน่ารักจัง ลินเหมือนกำลังตกหลุมรักสามีตัวเองเลย” มันเหมือน