Share

บทที่ 2 บุษบา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 12:50:50

บทที่ 2 บุษบา

บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลังนี้ เป็นบ้านเก่าแก่ที่สืบทอดมานาน ประกายและพิศดุจดาวไม่เคยคิดย้ายออก แม้ว่าหลังไม่ใหญ่มากนักแต่หรูหรากว่าบ้านละแวกนี้มาก

“วันนี้ไม่นอนบ้าน ไม่ต้องเก็บรถ”

อัคคีลงจากรถหรูสีดำมันปลาบเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ สั่งชุมพล ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดกึ่งคนขับรถรูปร่างสันทัดแต่เชี่ยวชาญรักษาความปลอดภัยชั้นยอด และอยู่ด้วยกันมานานหลายปีจนรู้ใจดั่งเพื่อนสนิท

เขาพาร่างสูงใหญ่เดินเข้าบ้าน ตัวยังสวมชุดสูททำงาน เพียงแต่ปลดเนคไทออกจากตัวแล้ว ปลดกระดุมบนลงสองเม็ดเพื่อผ่อนคลาย

“อ้าว เพลิงมาแล้วแม่”

เสียงทุ้มพร่าของชายสูงวัยกว่ารีบพูดเสียงดังขึ้นบอกภรรยาที่กำลังเดินออกมาจากในครัว เมื่อมองเห็นลูกชาย ประกายเดินเข้ามาสวมกอด ตบไหล่

“เป็นไง”

“ครับสบายดีครับพ่อ”

“ดีแล้ว ไปเข้าบ้าน หนูแพรกับที่บ้านมานั่งเล่นสักพักแล้ว”

อัคคีเบือนหน้าหนีเพื่อกลบสีหน้าเบื่อหน่าย พอหันกลับมาอีกครั้งจึงแสร้งปั้นรอยยิ้มออกมา

ประกายพาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นกระทั่งอัคคีมองเห็นคุณลุงพฤกษ์ และคุณน้ารส พ่อกับแม่ของบุษบา

“สวัสดีครับ คุณลุง คุณน้า”

อัคคียกมือไหว้นอบน้อมเมื่อเดินเข้ามาใกล้ พ่อกับแม่ของบุษบารีบลุกขึ้น

“ไหว้พระเถอะลูก ไม่เจอกันนานเลย รูปหล่อกว่าเดิม สบายดีไหม”

“ขอบคุณคุณลุง สบายดีครับ”

ประกายมองด้วยแววตายิ้มแย้ม รีบเดินไปแทรกดันลูกชายนั่งลงโซฟาใกล้กับบุษบา

“นี่มาทำความรู้จักกันก่อน นี่หนูแพรลูกสาวคนโตของพฤกษ์ แล้วก็นี่พี่เพลิงไงลูก”

“สวัสดีค่ะพี่เพลิง”

บุษบาเสียงสั่นเบา ๆ ขณะยกมือไหว้สวยงาม แล้วนั่งก้มหน้าต่อไม่พูดไม่จา รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มด้านข้างยืดกายตึงเครียดขึ้นเมื่อเห็นเธอเอาแต่ก้มหน้างุด

ร่างสูงโปร่งหุ่นดีราวนางแบบ ใบหน้าหวานละมุนยิ่งดูงดงามแบบเรียบร้อยอย่างหญิงไทยในวรรณคดี หญิงสาวตรงหน้าเอาแต่นั่งก้มหน้า  อัคคีเพ่งมองเพียงครู่จึงเลื่อนสายตาออกเพื่อคลายความอึดอัดใจให้บุษบา

“คุณลุงสบายดีไหมครับ ผมไม่ได้กลับบ้านเสียนานเลย”

“โอ้ย! ลุงก็สบายดีตามประสาคนสูงวัยนั่นแหล่ะพ่อเพลิง”

“คุณลุงพฤกษ์ยังไม่แก่เสียหน่อยครับ แล้วนี่ที่โรงพยาบาลใครดูแลเหรอครับ”

“ลุงให้ผู้จัดการเขาช่วยดูแล แล้วเข้าไปตรวจงานบ้านอาทิตย์ละสองสามครั้ง เสียดายมีลูกแค่สองคนนะพ่อเพลิง แพรเขาไม่ถนัดงานหมอเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ ส่วนเจ้าพลอยเองก็ซุกซนตามประสา จบเอกภาษาก็ขอไปทำงานบนเรือสำราญ”

“น้องพลอย?”

“ก็แฝดน้องของแพรไงลูก จำได้ไหมคนที่ปีนต้นมะม่วงเป็นประจำ”

อัคคีหันกลับมาทางมารดาพิศดุจดาวเมื่อได้ยินเสียงหวานของแม่อธิบาย

“พอจำได้ครับ”

“พลอยเขาไม่ค่อยกลับบ้าน นี่ก็ไปแล้ว ตอนนี้อยู่สิงคโปร์ จะกลับอีกทีคงช่วงปีใหม่”

ลุงพฤกษ์พูดขึ้นพรางยิ้มอารมณ์ดี

“อ้าว ๆ อย่ามัวแต่คุย ไปทานข้าวกันดีกว่า เด็ก ๆ ตั้งโต๊ะสักพักแล้ว อาหารจะหายร้อนเสียหมด”

บุษบาลุกขึ้นยืนทีหลังอย่างมีมารยาทผู้ที่เด็กกว่า เดินตามก้มหน้างุด เธอเพียงชำเลืองมองอัคคีเพียงปราดเดียวแล้วหลบสายตาจากนั้นแทบไม่ยอมเงยหน้าอีกเลยจนกว่าจะมีคนชวนคุย

ไม่น่าเชื่อว่าพอโตขึ้นมา อัคคีหรือพี่เพลิงที่เธอเคยพบเจอเมื่อสมัยวัยเด็กจะตัวโตใหญ่ขึ้นมาก ใบหน้าแกร่งคมเข้มดูดุดันกว่าเมื่อก่อน และไม่ค่อยยิ้มเหมือนเคย

“น้องแพร น้องแพร?”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นสองครั้งบุษบาถึงได้ตื่นจากภวังค์เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้านข้าง

“ช่วงนี้น้องแพรทำงานอะไรครับ”

“ม่ะ ไม่ได้ทำค่ะ ช่วยคุณพ่อดูงานที่โรงพยาบาลค่ะ”

บุษบาพยายามหาเสียงของตัวเองเปล่งเสียงตอบตระกุกตระกักไปบ้างแต่ยังจบประโยค อัคคีเองฝืนหักห้ามตัวเองไม่ให้ตวาดขึ้นเสียงใส่ ตัวเขาเองไม่ชอบผู้หญิงเรียบร้อย จะพูดแต่ละคราวดั่งพิกุลร่วงจากปากอย่างนี้

“ลองมาเป็นผู้ช่วยเลขาส่วนตัวของพี่ไหมครับ ได้เรียนรู้งานและยังทำความรู้จักกันไปในตัวด้วย”

“ดี ๆ เป็นความคิดที่ดี ลุงเห็นด้วย แพรไปทำงานกับพี่เพลิงเขานะลูก ทำงานโรงพยาบาลน่าเบื่อ ไปลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง”

ลุงพฤกษ์รีบเอ่ยพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเสียงของประกายเองสมทบอีกเสียง

“ใช่แล้วหนูแพร จริงอย่างเจ้าเพลิงบอก จะได้ทำความรู้จักสนิทสนมกันเสียก่อน”

บุษบามองหน้าคนทั้งโต๊ะ แล้วหันไปมองมารดาที่เพียงแค่ยิ้มให้เธอแต่ไม่พูดอะไร จึงเหลือบมองอัคคีที่ยังนั่งรอคำตอบอยู่

“ค่ะ ได้ค่ะ”

อัคคีเกือบหลุดถอนหายใจออกมาเมื่อรอคำตอบอยู่สักพักก่อนที่บุษบาจะยอมตอบรับคำ

“ถ้างั้นพรุ่งนี้น้องแพรไปยื่นใบสมัครนะครับ พี่จะจัดการสั่งเลขาไว้”

“ระ เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ครับ พี่เป็นคนทำอะไรฉับไว ไม่ยืดยาดเสียเวลา”

บุษบาก้มหน้างุดอีกครั้งใบหน้าแดงก่ำ น้ำเสียงทุ้มของอัคคีมีร่องรอยติเตียนเธออย่างชัดแจ้ง แม้ว่าเขาไม่พูดออกมาโดยตรง

ครั้งนี้บุษบาปากสั่นเล็กน้อย เธอเองโดยธรรมชาติเป็นคนขี้กลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งน้ำเสียงติเตียนของอัคคีชายหนุ่มในอนาคตที่เธอต้องแต่งงานด้วย ยิ่งทำให้บุษบาทั้งกลัวและเขินอาย

เมื่อวานนี้เองที่บิดาหรือพฤกษ์ เกษมจิตรวัฒน์และคุณแม่รสา เกษมจิตรวัฒน์ ได้แจ้งข่าวร้ายนี้แก่เธอ แรกทีเดียวบุษบายังไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองนั้นฟังผิดไป แต่เมื่อพ่อกับแม่ย้ำอีกครั้ง ทั้งพยายามเข้ามาปลอบเธอ ลูบแขนลูบหัว พูดจาหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บุษบากลับพบว่าหัวสมองเธอนั้นมึนงงไม่กระจ่างแจ้ง

กระทั่งมื้อเย็นนี้ได้พบกับอัคคี ชายหนุ่มลูกเสี้ยวหน้าดุผิวเข้ม และเพียงแค่มองก็ทำให้เธอหวาดกลัวได้ เธอสัมผัสรับรู้ความจริงที่พ่อกับแม่บอกเมื่อวานนี้ชัดเจนขึ้น

พ่อกับแม่กำลังจับเธอแต่งงานกับผู้ชายตรงหน้าแบบคลุมถุงชน โดยอ้างบุญคุณสมัยเก่าก่อนตั้งแต่เธอยังไม่เกิด แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นบุญคุณเรื่องอะไร

“อ้าว หนูแพร อิ่มแล้วเหรอลูก”

เสียงหวานของพิศดุจดาว มารดาของอัคคีเอ่ยถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่าหญิงสาวนั่งเงียบรวบช้อนเรียบร้อย ก้มหน้าเพียงอย่างเดียว

“ค่ะ”

ยิ่งคำตอบสั้น ๆ แผ่วเบายิ่งทำให้พิศดุจดาวมองเด็กสาวข้างลูกชายอย่างเห็นใจ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของประกาย เธอเองก็ไม่อยากขัด อีกอย่างหนูบุษบาตัวเธอเองรู้จักมาตั้งแต่เด็ก เป็นหญิงสาวเรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย เธอหวังว่าเมื่อแต่งงานกันไปอัคคีคงมองเห็นความดีของเด็กสาวคนนี้

“เพลิง”

“ครับแม่”

“ทำไมไม่พาหนูแพรไปเดินเล่นในสวนล่ะลูก จะได้พูดคุยตามประสาหนุ่มสาว”

อัคคีจ้องตาผู้เป็นมารดาเขม็งแต่ยังยินยอมทำตามแต่โดยดี พร้อมลุกขึ้นยืนซ้อนด้านหลังบุษบาเพื่อช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างสุภาพบุรุษ

“เชิญครับน้องแพร”

บุษบายังก้มหน้าเมื่อลุกขึ้นเดินตามอัคคีออกจากห้องอาหาร และร่างสูงเดินก้าวยาวไม่ได้รอเธอลงไปยังซุ้มศาลาแล้ว ขณะที่บุษบายังค่อยทอดขาเดินไม่เต็มใจนัก

“น้องแพรครับ”

“คะ”

“พี่อยากให้เราทำความรู้จักกันไว้ก่อน ต่อไปเมื่อไปทำงาน พี่จะเป็นคนขับรถมาส่งน้องแพรเองนะครับ ยกเว้นว่าวันไหนไม่ว่าง พี่จะให้คนรถขับมาส่ง”

“ม่ะ ไม่เป็นไรคะ แพรกลับเองได้ เกรงใจพี่เพลิง”

“ไม่เป็นไรครับ เราควรรีบทำความคุ้นเคยกันไว้ก่อน แต่งงานกันไปจะได้คุ้นชินกัน”

คราวนี้อัคคีสังเกตชัดเจนขึ้นว่าบุษบาขี้อายมากขนาดไหน เพียงเขาพูดออกมาแค่นั้น ไม่ได้พูดจาลึกซึ้งถึงเรื่องบนเตียงแม้แต่น้อย แต่บุษบากลับหน้าแดงก่ำดั่งลูกพีชทั้งสองข้างจนเขาต้องเบือนหน้าหนีอย่างเบื่อหน่าย

“ตกลงตามนี้นะครับ”

“ค่ะ”

ความอึดอัดปกคลุมไปทั่วทั้งซุ้มเมื่อหมดเรื่องพูดจนอัคคีไม่อาจทนไหว เดินนำพากลับเข้าบ้าน จากนั้นเขาเองเอ่ยขอตัวกลับคอนโดมิเนียมเลย

“แพรลูก”

“คะแม่”

รสาเอ่ยเรียกบุษบาเมื่ออาหารมื้อค่ำสิ้นสุดและทั้งพฤกษ์ เธอและบุษบาเดินกลับบ้าน โดยผ่านประตูรั้วด้านข้างที่ทำเชื่อมต่อกันไว้

“ลูกคิดว่าพี่เพลิงเป็นยังไงบ้าง”

บุษบาไม่พุดอะไร ยังก้าวเดินต่อไปแม้ในใจตัดสินใจไปแล้วว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับอัคคีเด็ดขาด แต่ด้วยเป็นคนหัวอ่อนจึงต้องแสร้งพูดตามใจพ่อกับแม่ไปก่อน

“ค่ะก็ดีค่ะ”

“งั้นดีเลย ค่อยยังชั่ว แม่กลัวเหลือเกินว่าลูกจะไม่ชอบเพลิง”

“ไม่หรอกค่ะ”

“พรุ่งนี้เช้าตื่นแต่เช้านะลูก ไปบริษัทพี่เพลิง ลองไปทำงานแปลกใหม่บ้าง แล้วศึกษาเรียนรู้นิสัยกันและกันไว้ พี่เพลิงเองเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเรา คุณประกายบอกว่าพี่เพลิงตกลงที่จะแต่งงานกับลูก”

บุษบาอึ้งไปบ้าง เมื่อตอนอยู่ในสวนเธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกโกรธ ฉุนเฉียวและความอึดอัดใจของอัคคีชัดเจนจนเธอคาดหวังว่าเขาคงปฏิเสธ แต่ไม่เลยทุกอย่างยังเหมือนเดิม

“ค่ะ”

ตอนนี้เธอทำได้เพียงขานรับแม่ไปก่อนพร้อมทั้งนึกในใจต้องโทรศัพท์หาน้องสาวโดยด่วน เรื่องนี้ยากเกินกว่าที่บุษบาจะรับมือเองได้ ต้องเป็นอุณากรรณเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 33 nc จบบริบริบูรณ์

    บทที่ 33 nc จบบริบริบูรณ์“สวัสดีครับ คุณนายบ้านภิชญ์ภัทรโสภา”อุณากรรณกระพริบตาลืมขึ้นเมื่อแสงยามสายของวันถัดมาสาดส่องเข้ามาในห้องนอนชั้นสองของบ้านนนทบุรีอัคคีชะโงกตัวหอมแก้มคนร่างเล็กก่อนจะพลิกตัวนอนหงายดึงร่างสาวมากอดไว้“สายแล้วเหรอคะเนี่ย น่าอายจัง พลอยแต่งวันแรกก็ตื่นสายเลย”มือเล็กปิดปากหาวหวอด ปากพูดแก้ตัวแต่ยังหลับตาคล้ายนอนต่อ“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ที่บ้านเข้าใจ เมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอนะคนดี”“ยิ่งน่าอายไปใหญ่เลย”“อายทำไม นี่เมื่อคืนพี่ทะนุถนอมจะแย่ ไม่มีรุนแรงเลยนะครับ ไม่ทำรอยไว้ด้วย อีกอย่างที่พลอยเพลียน่าจะเกิดจากโหมงานแต่งมากกว่า”อุณากรรณยิ้มออกมากับอกกว้างเมื่อนึกภาพงานแต่งเมื่อวานนี้ ทุกอย่างวุ่นวายตั้งแต่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวอุณากรรณจัดแจงจัดงานแต่งด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เปลี่ยนบรรยากาศงานเสียใหม่จากเจ้าหญิงหวานแหววเป็นหรูหรา งบประมาณไม่เกี่ยงจากคนร่างโต“น่าจะใช่ พลอยปวดตัวจังเลย”“ไหน ๆ ปวดตรงไหน พี่นวดให้”“ไม่ต้องเลยค่ะ นวดให้พลอย มีหวังไม่ได้ลงบ้าน เราลุกกันเถอะค่ะ วันนี้ต้องดูเรื่องเก็บของอีก อีกอย่างพลอยหิวแล้ว หิวมากเลย”“ครับ งั้นไปอาบน้ำกัน”อัคคีลุกขึ้นดึงร่างเ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 32 แพร

    บทที่ 32 แพรบุษบายืนเหม่อตามองจานด้านล่างใต้มือแต่ใจกลับหวนคิดแต่เรื่องเมื่อคืน“แพร!!”“อุ๊ย! ว้าย! อะไรกันพลอยตกใจหมด”บุษบาร้องเสียงหลงรีบปิดก๊อกน้ำส่งดวงตาหวานดุใส่น้องสาวฝาแฝด“เรียกตั้งหลายรอบแล้ว”“เออ ไม่ได้ยิน”“แล้วนี่แพรเป็นอะไร ดูเหม่อ ๆ นะ”“เปล๊า! แค่เหนื่อย”“เมื่อคืนไปไหนมา”“เออ เราไปค้างโรงแรม”“ค้างโรงแรม? ทำไมไม่กลับห้อง”“แล้วพลอยเถอะ พี่เพลิงล่ะ”“นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น”“สรุปบอกพี่เพลิงแล้ว”อุณากรรณเดินเข้าไปใกล้พี่สาวชะโงกหน้าไปใกล้“พี่เพลิงดูออกแต่แรกแล้ว นี่อะไร รอยอะไร”นิ้วชี้เรียวกดลงบนต้นคอบุษบา รอยจ้ำสีเขียวคล้ายรอยเดียวกับเธอ อุณากรรณเหลือบตามองสงสัยก่อนจะจ้องหน้านิ่ง“ยุงกัด”“อ้อ! ยุงกัด เออ จริงสิ บอสล่ะ เป็นไงบ้าง โทรมาตั้งหลายสาย แต่พลอยไม่ทันรับ กลัวพี่เพลิงจะว่า”“ไม่ ไม่ ไม่ต้องรับนะ ไม่ คือ แพรทิ้งบอสของพลอยไว้”“ทิ้งไว้? แล้วทำไมไม่ต้องรับ เกิดอะไรขึ้น”“ไม่มีอะไรจริง ๆ อ้อ พลอย เดี๋ยวแพรจะไปทำงานแทนพลอยเองนะ”“อาฮะ ต้องมีอะไรแน่ ๆ พลอยได้กลิ่นทะแม่ง ๆ”“เอาเถอะ เสร็จเรื่องแล้วแพรจะเล่าให้ฟังเอง ระหว่างนี้ไม่ต้องรับสายบอสของพลอยหรอก เออ ลืม

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 31 พี่จะทำให้พลอยท้องเร็วที่สุด

    บทที่ 31 พี่จะทำให้พลอยท้องเร็วที่สุดมือเล็กวาดไปข้างตัวพบร่างแกร่งยังนอนอยู่จึงลืมตาโพลง หันมองคนด้านข้างเห็นอัคคียังนอนสบายซุกหน้าตรงซอกคอเธอ ดวงตาหวานซึ้งเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียงแล้วสะดุ้งลุกพรวด“พี่เพลิง สายแล้วค่ะ พี่เพลิง!”เธอเขย่าตัวคนร่างโตที่ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำยังซุกลงบั้นเอวคนร่างเล็กพึมพำในลำคอ“เดี๋ยวค่อยตื่น อีกนิดนะคนดี เมื่อคืนดึกมากเลย”คิ้วคันศรขมวดมุ่นเม้มริมฝีปากทันที ดึกที่ไหนเกือบเช้าต่างหาก แต่ยังไม่ทันพูดขึ้นพลันได้ยินเสียงประตูคอนโดมิเนียมเปิดเข้ามาแพร!!เธอมองนาฬิกาอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อคืนตอนแยกกันเธอลืมพี่สาวฝาแฝดเสียสนิท กระทั่งเช้าวันนี้บุษบาเพิ่งเข้าบ้าน!ด้วยความแปลกใจจึงลงจากเตียงหยิบเสื้อคลุมขึ้นสวมค่อยย่องออกไปปล่อยให้อัคคียังนอนต่อ“แพร!”พี่สาวฝาแฝดสะดุ้งเฮือกหน้าเจื่อนหันกลับมาเจอน้องสาวเดินออกมาจากห้องนอน ท่าทางอิดโรยพอกันกับเธอ“พลอย”“ทำไมเพิ่งกลับ”“แพร แพร”แอ๊ด! เสียงเปิดประตูห้องนอนอุณากรรณทำให้สองสาวสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน เหลียวมองไปทางด้านหลังเห็นอัคคีเดินออกมามีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายผืนเดียว“อ้อ พี่หิวน้ำน่ะ”อุณากรรณอ้าปาก

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 30*nc

    บทที่ 30*ncดวงตาหวานกลมรื้นหยาดน้ำด้วยแรงพิศวาสหรี่ปรือมองภาพสะท้อนในกระจก หน้าคมเข้มเปี่ยมแรงปรารถนา ดวงตาล้ำลึก เขาเสือกท่อนลำเข้าปลอดรัดจนสุดอัคคีย่อเข่าลงกระทุ้งสะโพกขึ้นอย่างแรงติดต่อกันจนร่างเล็กสะเทือน มือรวบวางบนโต๊ะหาที่จับเป็นหลักยึด“อื้อ อา อ่า พี่เพลิง”“ลืมตาดูพี่เลน่า”อุณากรรณมองกระจกอีกครั้ง อัคคีกระแทกไม่ยั้งจนเธอต้องหวีดร้องสุดเสียง“เอาแรง ๆ ชอบไหม ซี้ด”มือใหญ่ดันกลางแผ่นหลังกดต่ำมือคว้าผมจนหน้าเงยขึ้น“มองกระจกเลน่า”ดวงตากวางเหลือบมองพร่าเลือน แรงส่งด้านหลังต่อเนื่องรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นัยน์ตาคมจ้องเธอผ่านกระจก ใบหน้าบิดเบี้ยวเนินสวาทเปียกฉ่ำชื้นน้ำหวานไหลอาบ เนื้อผ้ากางเกงยังไม่ได้ถอดสัมผัสแก้มก้น หัวซิปกระแทกไปพร้อมจังหวะ“พี่เพลิง อ่า อา”เสียงหวานแหลมขึ้นมือจิกบนเนื้อไม้โต๊ะเครื่องแป้ง ท้องหน่วงหนักใกล้สุขสม“ยัง ยังไม่ให้เสร็จ”เขาถอนกายแกร่งออก จับเนคไทดึงจูงให้ร่างเล็กเดินตาม เสียงรองเท้าส้นสูงสานไขว้ประดับคริสตัลกระทบพื้นเป็นจังหวะ เขาพาเดินมาถึงขอบเตียง“นั่งลงกับพื้น”ร่างเล็กทรุดฮวบเขาดึงมือเล็กขึ้นสูงจนร่างแอ่น อีกมือปลดกางเกงลงสะบัดออกจากกรอมเท้าจ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 29**nc

    บทที่ 29**ncปัง!!อัคคีกระแทกประตูรถแรงเมื่อดันให้อุณากรรณขึ้นไปบนรถเรียบร้อย อกหนุ่มแน่นด้วยไฟหึง ภาพหน้าหวานหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายอื่นยังสลักแน่น“ไปส่งเลน่าที่ห้องนะ เลน่าไม่กลับไปกลับพี่เพลิง”“ทำไม นัดมันไว้ที่ห้องหรือไง”อัคคีกระชากออกตัวรถอย่างแรงจนคนร่างเล็กต้องจับคอนโซลหน้าไว้ สะบัดหน้าไปมองสีหน้าโกรธดั่งพายุ“ไม่ได้นัด แต่พี่เพลิงสัญญาแล้วว่าเราจะค้างกันแค่อาทิตย์ละครั้ง”ปัก!!อัคคียกกำปั้นทุบพ่วงมาลัยหาที่ระบายแรงอัดแน่นภายใน ตวัดตาดุดันมองสาวร่างเล็ก อุณากรรณหันหน้าไปทางอื่นไม่ได้มองมาที่เขาแม้แต่น้อย“บ้าฉิบ!!”เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังคอนโดมิเนียมของอุณากรรณ ไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียวเพราะกลัวใจตัวเอง ใช้ความเงียบภายในรถสงบสัตว์ร้ายในตัวไม่นานรถหรูสีดำคันใหญ่ตวัดเลี้ยวเข้าลานจอดรถของคอนโดมิเนียม อัคคีนำรถเข้าจอดไม่นุ่มนวลนักปัง!!อุณากรรณกระแทกประตูปิดหน้าเง้าจ้ำเท้าไปทางหน้าโถงบันได คนตัวโตเดินตามมาติด ๆ“พี่เพลิงกลับไปได้แล้ว!”“ไม่ ในเมื่อเลน่าไม่ไปค้างห้องพี่ พี่เลยคิดว่าคืนนี้ค้างมันที่นี่แล้วกัน”“พี่เพลิง!!”“ขึ้นไปสิ”มือใหญ่คว้าต้นแขนดึงเข้าลิฟต์ หน้าแ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 28 มิคาอิล

    บทที่ 28 มิคาอิลโรงแรมหรูหราสูงเสียดฟ้าแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่าท่องราตรี อุณากรรณพาร่างระหงในชุดย่ำราตรีตัวสั้นสีดำรองเท้าส้นสูงสานประดับคริสตัลคู่เก่งสะพายกระเป๋าหนังแบรนด์เนมเข้ามาในลานก่อนถึงพื้นลดต่ำทำลดระดับลงไปด้วยบันไดประมาณสามขั้น“เลือกได้ดีนะเลน่า”“ค่ะบอส แหมมื้อชั้นนี้แล้ว มาเถอะค่ะ เลน่าจองโต๊ะไว้แล้ว”อุณากรรณเดินนำต้องไปหาบริกรแจ้งชื่อ เธอสะบัดผมยาวสยาย ค่อยเดินระมัดระวังเพราะความมือของคลับแบบเปิดหลังคาสัมผัสอากาศเย็นของลมบนชั้นยอดตึก“บอสเดินระวังนะคะ”“ผมเป็นผู้ชายนะอย่าลืมสิ คุณควรห่วงตัวเองมากกว่าเลน่า”“ค่า ถึงโต๊ะแล้วค่ะ รับเป็นไวน์นะคะ”“เอาสิ จะได้ไม่เมามาก”เสียงเพลงดังจนกลบเสียงพูดคุย อุณากรรณคอยจับโทรศัพท์ในกระเป๋าไว้ตลอดเวลารอให้พี่สาวโทรเข้ามาเธอมองบอสใหญ่เจ้าของเรือเดินสมุทรเจ้าพ่อขนส่งชาวรัสเซีย มิคาอิล วอสเครสเชนสกี้ ชายร่างใหญ่กว่าอัคคีผมสีออกน้ำตาลแดง ใบหน้าแกร่งจมูกโด่งสันงุ้มปลาย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุจเหยี่ยว ผมหวีเรียบดั่งนักธุรกิจในชุดลำลองกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ต“บอสคะ นี่ยำปลาหมึก ของขึ้นชื่อที่คลับค่ะ”มิคาอิลก้มมองจานสีจัดจ้าน ใบหน้า“เผ็ดไห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status