Accueil / วัยรุ่น / ดั่งต้องมนต์รัก / บทที่ 5 ความจริงที่รับรู้

Partager

บทที่ 5 ความจริงที่รับรู้

last update Date de publication: 2026-03-06 09:58:17

      วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก

           “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่

           “ไม่ไปดีกว่า”

           “ไปหน่อยสิเพื่อจะเจออะไร” ฟ้าใสคะยั้นคะยอให้เพื่อนไปหาพระลบ คนอยู่ห่างกันก็ต้องแอบไปดูเป็นธรรมดา

           “แต่...ว่า”

           “แอบไปดูเผื่อพี่กราฟแอบซ่อนใครไว้”

           “จะดีเหรอ” ด้วยความที่ไว้ใจพระลบจึงไม่อยากทำแบบที่เพื่อนบอกหากชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่ไว้ใจก็คงจะทะเลาะกัน

           “แค่ไปดูเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” เพราะหลายวันก่อนพี่ชายของฟ้าใสบอกว่าเห็นพระลบไปเที่ยวกับหญิงสาวคงจะหนีไม่พ้นอัญชลีที่คิดไม่ซื่อกับเพื่อน

           “นั้นเดี๋ยวเราจะลองไปดู” พลอยน้ำเพชรจึงเดินทางกลับบ้านหลังจากที่สอบเสร็จแล้ว พลอยน้ำเพชรจึงหยิบมือถือเพื่อเข้าไปดูความเคลื่นไหวในโลกโชเชียลของพระลบ

           “แท็กจนคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว” หญิงสาวเห็นอัญชลีแท็กรูปที่ไปเที่ยวด้วยกันมาที่ให้พระลบ น่าน้อยใจแม้แต่ชื่อของเธอพระลบก็ไม่พูดถึง

           “ลองไปดูหน่อยดีกว่าเผื่อจะมีอะไร” หญิงสาวจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวเพื่อเข้าเมืองไปหาชายหนุ่มซึ่งใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง พอมาถึงท้องฟ้าก็มืดสนิทแต่หญิงสาวไม่สามารถติดต่อพระลบได้เลย

           ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           พลอยน้ำเพชรยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพระลบแต่ก็ไม่มีใครมาเปิดจึงคิดว่าชายหนุ่มอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องจึงกดโทรศัพท์โทรหาอีกครั้ง

           “มีอะไรเหรอ”

           “พี่กราฟอยู่ไหนเหรอคะ”

           “อยู่ร้านเหล้าแถวมหาลัยนะ มีอะไรหรือเปล่า”

           “ไม่มีค่ะ”

           หญิงสาวจึงกดวางสายไปและเลื่อนดูว่าร้านเหล้าที่ชายหนุ่มไปอยู่ตรงไหน เมื่อรู้แล้วจึงโบกวินรับจ้างไปทันที

           “เมียโทรตามเสียระบบหมดเลย” แดนเทพแซวพระลบที่เพิ่งวางสายจากพลอยน้ำเพชร

           “เสือก!”

           “น้องพลอยก็จริงๆเลย ตอนกูจีบไม่สนใจพอโดนมึงหลอกแค่นั้นแหละ” แดนเทพพูดติดตลกเพราะตอนนี้เขาก็ไม่คิดจะจีบหญิงสาวแล้ว

           “แสดงว่าที่กราฟยอมหมั้นเพราะโดนแม่เขาจับได้เหรอ”

           อัญชลีที่เข้ามาได้ยินประโยคนั้นพอดีจึงดีใจออกมาเพราะชายหนุ่มไม่ได้หมั้นเพราะความรัก

           “อัญได้ยินอะไร” พระลบไม่อยากให้อัญชลีไม่ใช่เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะเสียใจแต่เพราะเขากลัวว่าพลอยน้ำเพชรจะรู้ต่างหาก

           “ก็ได้ยินที่แดนพูดทั้งหมด” หญิงสาวยิ้มอย่างโล่งใจเพราะยังไงเธอก็ยังมีสิทธิ์ตราบใดที่ชายหนุ่มยังไม่แต่งงาน

           “ก็ตามนั่นแหละ”

           “น้องพลอยนี้ไม่เบาเลยนะ แอบไปนอนกับผู้ชายแล้วไปฟ้องแม่” แบบนี้ใครก็ทำได้แต่พลอยน้ำเพชรยังเด็กพระลบจึงยอมทำทุกอย่างตามที่ผู้ใหญ่สั่ง

           “อย่าพูดแบบนี้อีก” พระลบแสดงความไม่พอใจออกมาเมื่ออัญชลีพูดถึงหญิงสาวในแง่ลบ ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากปกป้องหญิงสาว

           “กราฟแคร์มันเหรอ”

           “อัญเป็นผู้หญิงด้วยกันไม่ควรจะข่มใครนะ อย่างน้อยน้องพลอยก็เป็นคู่หมั้นของเรา” ความไม่พอใจฉายชัดออกมาจนอัญชลีต้องหลบตา

           “เลิกเถียงกันดีกว่า มันดื่มเร็วเดี๋ยวไอ้ชาติก็มาถึงแล้ว” แดนเทพจึงห้ามทัพไว้ได้ทัน และเห็นอะไรบางอย่างจากแววตาของพระลบ

           “อัญขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เพราะความอิจฉาจึงรีบออกมาจากตรงนั้นเพราะกลัวพระลบจะเห็นด้านไม่ดีของเธอ เธอจะต้องทำให้พระลบเป็นของเธอโดยเร็ว

           “ถ้าน้องพลอยรู้มึงจะทำยังไงวะ ว่าทุกอย่างมึงแค่หลอกเขา” แดนเทพหันมาถามชายหนุ่มถ้าเขาเป็นพลอยน้ำเพชรก็คงจะเสียใจที่โดนหลอก

           “มึงเป็นคนเริ่มก่อนไม่เหรอ” หากเพื่อนไม่ท้าเขาก็คงไม่ต้องทำแบบนี้

           “กูท้าแต่มึงไม่ต้องทำจริงๆ ก็ได้ไหมวะ”

           “มึงจะมาสงสารอะไรตอนนี้”

           “ที่มึงยอมรับผิดชอบมึงรักเขาหรือไง” แดนเทพถามคำถามที่จี้หัวใจขึ้นมา หากมีรักแล้วต้องอยู่ด้วยกันเขาคงฝืนใจลำบาก

           “เงียบคือ...”

           “กูไม่เคยรัก และไม่รักด้วย” พระลบตอบออกไปอย่างไม่คิด คนปากหนักจึงพูดในสิ่งที่สวนทางกับหัวใจ แต่บทสนทนาทั้งหมดคนที่ได้ยินถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

           “น้องพลอยไหวไหม” วีรชาติที่เดินเข้ามาเจอกับพลอยน้ำเพชรพอดีจึงจะพาเข้ามาหาพระลบแต่ไม่คิดว่าเพื่อนจะพากันพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

           “พี่ชาติรู้เรื่องนี้กับเขาด้วยไหมคะ” พลอยน้ำเพชรยังคงร้องไห้ออกมาเธอคงเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่นและเชื่อคนง่ายจึงถูกหลอกแบบนี้

           “พี่ พี่พยายามบอกมันแล้ว” วีรชาติรู้สึกผิดเช่นกันที่เขาไม่ห้ามเพื่อนแถมยังเห็นดีเห็นงามกันอีก

           “พลอยเข้าใจ”

           พลอยน้ำเพชรจึงเดินเข้าไปเพื่อให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธอได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาเธอมันก็แค่เครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อความสนุกสนานก็แค่นั้น

           “น้องพลอย! / น้องพลอย!”

           ซ่า!

           สายตาคนทั้งร้านจึงหันมาที่โต๊ะของพระลบนั่งอยู่พลอยน้ำเพชรหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาสาดใส่ใบหน้าของพระลบจนเปียกไปจนถึงเสื้อ

           “ขอบคุณที่ทำให้พลอยตาสว่างขึ้นมา” หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตา อัญชลีจึงวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามาดูเหตุการณ์และยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่ม

           “...”

           “พี่มันก็เก่งแค่หลับหลังแค่นั้นแหละ” พลอยน้ำเพชรสีเห็นพระลบเงียบจึงไม่ถามหาความจริงเพราะได้รับรู้มาแล้ว

           “พี่คงจะดีใจจนตัวสั่นสินะ ที่ผู้ชายที่หมายปองโสดแล้ว”พลอยน้ำเพชรพูดกับอัญชลีเสร็จจึงหันหลังเดินออกไป

           “น้องพลอยฟังพี่ก่อน”

           “กราฟอย่าไปเลย” อัญชลีเข้ามาคว้าแขนชายหนุ่มไว้แต่โดนแดนเทพผลักออกจนพระลบวิ่งตามหญิงสาวออกไป

           “เธอก็เห็นว่าไอ้กราฟมันแคร์น้องพลอยแค่ไหน”

           “แล้วไงสุดท้ายก็ต้องเลิกกันป่ะ” อัญชลีจึงนั่งลงอย่างหงุดหงิดทุกอย่างดูขัดใจไปหมด

           พระลบวิ่งตามพลอยน้ำเพชรออกมาจนถึงหน้าร้านและคว้าแขนไว้ได้ทันโดยที่ผู้คนเริ่มมองมาจนชายหนุ่มลากหญิงสาวไปคุยกันที่ลานจอดรถ

           “ปล่อยค่ะน้องพลอยจะกลับแล้ว”

           “เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

           “ไม่ต้องค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว” มือรีบเช็ดน้ำตาเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ ตอนนี้เรี่ยวแรงจะเดินยังไม่มีแต่ก็ต้องฝืน

           “น้องพลอยจะเลิกกับพี่เลยเหรอ” ซึ่งเขาไม่ได้เตรียมตัวในเรื่องนี้และยังไม่ตั้งตัวว่าต่อไปจะเป็นยังไง

           “เราไม่เคยรักกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ให้มันจบๆ ไปพี่กราฟก็จะได้ไปใช้ชีวิตของตัวเอง ฮึก!” แม้จะพยายามเช็ดน้ำตาแค่ไหนแต่ก็ร้องไห้ออกมาจนห่อไหล่ด้วยความสงสาร

           “พี่ไม่มีคำแก้ตัว พี่...” พระลบเหมือนคนกำลังจะเป็นใบ้ที่หาเสียงตัวเองไม่เจอ เขาไม่รู้จะต้องพูดคำไหนเพื่อให้พลอยน้ำเพชรใจเย็นลง

           “ปล่อยค่ะ! บอกให้ปล่อย” หญิงสาวกำลังจะหันหลังแต่ก็ถูกพระลบสวมกอดไว้พลอยน้ำเพชรจึงหยุดนิ่งและออกให้ออกมาด้วยความเสียใจ เธอมอบทั้งกายและหัวใจให้เขาแต่เขามีแต่ความหลอกลวง

           “กลับไปนอนที่ห้องพี่ก่อนเช้าค่อยกลับ ไม่งั้นพี่ก็ไม่ให้ไปไหน” พระลบยื่นคำขาดเพราะตอนนี้ดึกแล้วและอันตรายมากสำหรับผู้หญิง

           พลอยน้ำเพชรจึงยอมขึ้นรถไปพร้อมกับพระลบโดยไม่พูดไม่จาอะไรออกมาไม่ได้โกรธพระลบ แต่มันจุกจนพูดไม่ออกในหัวมีแต่คำถามว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้

           “น้องพลอยไปนอนที่เตียงนะ...” พระลบพูดไม่ทันจบหญิงสาวก็เดินออกมาและล้มตัวลงนอนที่โชฟานอกห้องนอน ชายหนุ่มได้แต่มองตามออกไปจะบังคับหญิงสาวก็กลัวพลอยน้ำเพชรจะโกรธเข้าไปอีก

           ครืด! ครืด! ครืด!

           พระลบมองไปที่โทรศัพท์ของตัวเองที่มีสายเข้า และข้อความมากมายที่ถูกส่งเข้ามาถามไถ่แต่พระลบเลือกที่จะปิดเครื่องทิ้ง

           “ผ้าห่มพี่วางไว้ตรงนี้นะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินออกไปพลอยน้ำเพชรจึงลืมตาขึ้นมาไม่รู้จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะลืมชายหนุ่มที่เป็นรักแรก

           หญิงสาวจึงส่งข้อความไปบอกแม่ว่าต้องการเลิกกับพระลบขอให้แม่อย่าห้ามหรือถามอะไรอีกเลย หญิงสาวหลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด

           “พี่จะต้องทำยังไง” ปากที่บอกว่าไม่รักแต่พอเห็นหญิงสาวเสียใจก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี

           “นั่นรอให้น้องพลอยใจเย็นลงก่อนค่อยคุยกันอีกที”

           ชายหนุ่มบอกกับตัวเองเสร็จสรรพและเดินเข้าไปนอนในห้องนอนจะอุ้มหญิงสาวเข้ามานอนด้วยตื่นมาก็กลัวจะอาละวาด แต่ตื่นมาครั้งนี้อาจจะไม่เจอหน้าหญิงสาวอีกเลย

           ครืด! ครืด! ดรืด!

           พระลบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายโดยไม่ได้มองว่าใครเป็นคนโทรมา แต่เสียงที่ดังเข้ามาทำให้ชายหนุ่มถึงกับตาสว่างทันที

           “ไอ้ลูกทรพีแกไปทำอะไรมาอีก!”

           “พ่อมีอะไรแต่เช้า”

           “ลูกสาวบ้านโน้นเขาโทรมาขอเลิกไง บอกว่าแกมันส่ำส่อนมันชั่วมันเลว!”

           “พ่อใจเย็นๆสิ ใครไปทำอะไรให้”

           “ก็บ้านแม่ลำดวนเขาเอาของหมั้นมาคืนแกไง และด่าฉันว่าเลี้ยงลูกได้เหี้_ เหมือนหมา!”

           พระลบทนฟังเสียงพ่อไม่ไหวจึงตัดสายทิ้งและเดินออกมาดูนอกห้องพลอยน้ำเพชรไปแล้ว โดยไม่บอกเขาสักคำมีแค่ผ้าห่มที่ถูกพับไว้และวางไว้บนโชฟา

           “ทำไมไม่ฟังพี่ก่อน”

           ชายหนุ่มเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงและกดโทรหาหญิงสาวแต่ก็ติดต่อไม่ได้จะส่งข้อความไปหาก็ไม่ยอมตอบ วันนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของพลอยน้ำเพชรแล้วว่าการถูกละเลยมันเป็นยังไงหลายๆข้อความที่หญิงสาวส่งมาเขาก็เลือกที่จะไม่ตอบ แต่ทุกข้อความบ่งบอกว่าพลอยน้ำเพชรเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดั่งต้องมนต์รัก    ตอนพิเศษ ได้ดั่งใจ

    ตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทส่งท้าย ส่งตัวเข้าหอ

    งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 21 ลูกสาวของตรีเมฆ

    หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 20 ยอมแพ้

    ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 19 แถลงข่าว

    คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 18 บนรถก็ไม่เว้น

    “จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

    พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพี้ยะ! ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง “ผมขอโทษครับแ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 4 ไม่เข้าใจ

    พลอยน้ำเพชรต้องรีบมาโรงเรียนเพราะตื่นสายอาทิตย์นี้เป็นการสอบปลายภาคใหญ่ซึ่งจะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้แล้วอีกหนึ่งปีก็จะกลายเป็นสาวมหาลัยเต็มตัว “ไม่ได้นอนหรือไงตาคล้ำมาเชียว” ฟ้าใสเดินเข้ามาทักเพื่อนทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันเป็นพิเศษ “นิดหน่อย” พลอยน้ำเพ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 3 งานผูกแขน

    วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

    สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status