เข้าสู่ระบบวันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา
“รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว “ติดต่อเจ้ากราฟได้ไหม” “น้องพยายามอยู่ค่ะ ตากราฟนะตากราฟแม่จะหยิกให้ตัวเขียวเลย” ไม่ว่าจะโทรไปกี่สายก็ไม่มีท่าทีว่าลูกสายจะรับสายจนใกล้จะเลยฤกษ์งามยามดีไปแล้ว เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเรื่อยๆจนพลอยน้ำเพชรคิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไปเมื่อกำลังจะลุกออกจากงานก็มีเสียงของพระลบดังขึ้นมาก่อน “ผมมาแล้ว!” พระลบเดินเข้ามาในบ้านของพลอยน้ำเพชรและนั่งลงข้างๆ หญิงสาวโดยไม่สนใจเสียงดุด่าของพ่อกับแม่เพราะเขาอยู่ในชุดไม่เรียบร้อยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีดำและกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมา พลอยน้ำเพชรพยายามที่จะไม่สนใจเพราะคิดว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำเหมือนกำลังต่อต้านและคงเสียใจที่โดนบังคับให้หมั้นกับเธอถึงแม้จะเสียใจแต่ก็พยายามที่จะปั้นหน้ายิ้มให้ทุกคน “อยากได้พี่เป็นผัวนักไม่ใช่เหรอ ได้สมใจแล้วสินะ” พระลบก้มลงมากระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและแววตาที่ไม่บ่งบอกอะไร “ใครอยากได้ไม่ทราบ” หญิงสาวสวนกลับทันควันเพราะเธอไม่ได้เป็นคนไปฟ้องผู้ใหญ่และก็ไม่ได้บังคับให้ชายหนุ่มต้องมารับผิดชอบ “เดี๋ยวจะได้รู้ว่านรกมันมีจริง” “ลูกยื่นข้อมือมาสิ” ตรีนุชจึงผูกแขนให้ลูกชายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม “ให้ฮักกันจนฟ้าสลายเด้อบักหล่าอย่าด่ากัน” (ให้รักกันจนฟ้าพังทลายอย่าดุด่ากัน) “ให้ฮักแพงกัน เคียดให้กันก็ให้อภัยกัน” (ให้รักกันโกรธก็ยกโทษให้กัน) “ดูแลกันดีๆ เด้ออีหล่าหนักเบาก็สู้กันไป” (ดูแลกันดีๆหนักเบาก็สู้กันไป) และคำอวยพรอีกมากมายที่พระลบไม่สนใจที่จะดูฟังและหันหน้าหนีตลอดทั้งงานชายหน้าถูกพ่อกับแม่บังคับให้ยิ้มอยู่ตลอดเวลา พอเสร็จพิธีพระลบก็ถูกสั่งให้นอนอยู่บ้านฝ่ายหญิงเป็นเวลาสามวันห้ามไปนอนที่อื่นซึ่งพระลบก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก “แม่ให้เอาข้าวมาให้” พลอยน้ำเพชรถือถาดข้าวเข้ามาในห้องนอนที่พระลบกำลังนอนเล่นเกมอยู่เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วหมู่บ้านก็จะเงียบเพราะชาวบ้านจะพากันนอนเร็วและต้องรีบออกไปทำงานกันตั้งแต่เช้าตรู่ “เดี๋ยวสิ!” พระลบจึงคว้าตัวของหญิงสาวไว้และกระตูกข้อมือออกแรงให้หญิงสาวลงมานั่งกับเขาบนที่นอน “พะ พี่กราฟมีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ” “อยากเป็นเมียพี่ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พี่อยาก...” “มะ ไม่ปล่อยน้องพลอย อุ้ยยย” หญิงสาวร้องออกมาเมื่อชายหนุ่มผลักให้เธอนอนราบบนที่นอน “ร้องเสียงดังเดี๋ยวชาวบ้านเขาก็รู้หมดหรอกว่าเราทำอะไรกันอยู่” ในใจแค่อยากแกล้งเฉยๆแต่เมื่อได้กลิ่นกายของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มไม่อยากหยุดอยู่แค่นี้ “พี่กราฟนี่มันในบ้านนะ” “ไม่เอาเอากันในบ้านแล้วจะให้ไปเอาที่เถียงนาหรือไง” ชายหนุ่มจ้องใบหน้าของหญิงสาวและไม่รอช้าที่จะทำแบบที่สมองต้องการ “อื้อออ!” เสียงหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อพระลบจูบปากหญิงสาวกลิ่นบุหรี่อ่อนๆและกลิ่นเหล้าทำให้อารมณ์ของหญิงสาวเริ่มเตลิด “จูบแค่ไหนถึงกับแฉะเลยเหรอ” มือหนายังคงยังจับกลีบกุหลาบผ่านเนื้อผ้าและรับรู้ถึงความเปียกข้างในอย่าว่าแต่พลอยน้ำเพชรเลยเขาก็ไม่ต่างกัน “ปะ ปล่อยน้องพลอยจะไปนอนที่อื่น” ความอับอายทำให้หญิงสาวจะลุกออกจากที่นอนแต่มีหรือที่พระลบจะปล่อยออกไปง่ายๆ “นอนกับพี่จะกลัวอะไร พูดเหมือนไม่เคยนอนเอากัน” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” พลอยน้ำเพชรใช้มือปิดหูเอาไว้เพราะไม่อยากได้ยินคำพูดของพระลบ “อ๊ะ!” หญิงสาวครางออกมาเบาๆเมื่อชายหนุ่มกำลังซอกคอของเธอและเม้มเบาๆ เพื่อสร้างความเสียวซ่านให้หญิงสาวที่ตอนนี้กำลังเคลิบเคลิ้ม ครืด ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแต่พระลบก็ไม่สนใจที่จะรับสายแต่ปลายสายก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด จึงสร้างความรำคาญให้กับชายหนุ่มจึงยื่นมือไปกดรับโดยไม่มองว่าใครเป็นคนโทรมา “ว่า!” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด “กราฟว่างไหมอัญเอง” “มีอะไร” “อัญเหงา อัญไม่มีเพื่อนมาหาอัญหน่อยได้ไหม” “อยู่นิ่งๆสิ” พระลบหันไปพูดกับพลอยน้ำเพชรที่พยายามจะผลักเขาออกห่างแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมลุกไปไหน “กราฟว่าอะไรนะอัญไม่ได้ยินเลย” “อือ เดี๋ยวเราไป” พระลบหันมาจ้องหน้าพลอยน้ำเพชรและปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระ “เพื่อนพี่เขาคงสำคัญมากไปสิคะ” เพราะได้ยินทั้งหมดจึงให้พระลบออกไปหาเพื่อน เพื่อนคนนี้คงจะสำคัญสำหรับชีวิตของพระลบมากดึกๆดื่นๆ อยู่ไกลแค่ไหนก็จะไปจนได้ “อัญเขาเป็นโรคซึมเศร้า เขาเป็นเพื่อนของพะ...” ชายหนุ่มยังพูดไม่จบประโยคหญิงสาวก็พูดขึ้นมาก่อน “ค่ะ น้องพลอยก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะสำหรับพี่กราฟเพื่อนมาก่อนเสมอ” พลอยน้ำเพชรจึงเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองเพราะหากยืนอยู่นานกว่านี้คงจะร้องไห้ออกมา “ฮึก! ฮือ! ถ้าน้องพลอยเลิกรักพี่กราฟเมื่อไรจะไปไม่ง้อเลย” พลอยน้ำเพชรร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินเสียงรถของพระลบแล่นออกจากบ้านไป เขาแคร์เพื่อนมากกว่าเธอ พระลบขับรถออกจากหมู่บ้านและมุ่งหน้าเขาสู่ตัวเมืองทันทีตอนนี้ความรู้สึกของเขาดูสับสนไปหมด ทำไมในใจถึงแคร์พลอยน้ำเพชรทั้งที่เขาไม่ได้รักหญิงสาวเลย “กราฟมาแล้วเหรอ?” “ไหนว่าอยู่คนเดียว” จากภาพที่เห็นคือหญิงสาวกำลังอยู่กับวีรชาติและแดนเทพ “ก็ทั้งสองเพิ่งมา” “มานั่งก่อนสิไอ้กราฟแคร์เมียมากหรือไง” แดนเทพถามอย่างกวนเพราะเข้าใจว่าพระลบคงไม่รู้สึกอะไรกับพลอยน้ำเพชร คงจะเป็นแค่การรับผิดชอบมากกว่า พระลบจึงนั่งลงและยกเหล้าขึ้นดื่มออกมาเที่ยวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันชีวิตจะได้ไม่น่าเบื่อ กลับบ้านไปก็ไม่ได้เจอหน้าใครหากให้อยู่กับพลอยน้ำเพชรทั้งวันเขาคงเป็นบ้าตายก่อน “เพิ่งหมั้นได้วันเดียวหนีออกมากินเหล้าย้อมใจแล้วเหรอวะ น้องพลอยเสียใจแย่เลย” วีรชาติพยายามจะเตือนสติของเพื่อนเพราะตอนนี้พระลบไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว “ใครสนกัน” “มึงแม่ง! ถูกทิ้งมาเมื่อไรกูจะสมน้ำหน้าคนแรก” แต่คำตอบของพระลบทำให้อัญชลีรู้สึกพอใจเพราะเท่าที่รู้มาชายหนุ่มหมั้นเพราะความจำเป็นแบบนี้เธอก็มีสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองพระลบ “แดกๆเข้าไปอย่าพูดมาก” พระลบตัดความรำคาญแต่พอกินเหล้าหนักๆและเริ่มเมาในใจก็คิดถึงพลอยน้ำเพชรจึงคิดจะขับรถกลับบ้านของหญิงสาว “กราฟจะไปไหนเมามากแล้วนะ” อัญชลีพยายามห้ามเพราะกลัวเพื่อนจะเกิดอุบัติเหตุ “ปล่อย!” “มึงจะไปไหนวะ” แดนเทพเดินเข้ามาเพราะพระลบจะขับรถออกไปท่าเดียว “กูจะกลับบ้าน!” ความเมาทำให้พระลบไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเพื่อน พยายามจะสะบัดแขนของแดนเทพออกตอนนี้ในหัวกำลังคิดถึงพลอยน้ำเพชร “กลับบ้าน บ้านมึงอยู่หน้าปากซอยหรือไง” วีรชาติเดินมาสมทบเพราะบ้านของชายหนุ่มต้องขับรถข้ามไปอีกอำเภอซึ่งระยะทางค่อนข้างไกล “ห้ามกูทำไมกูจะกลับ” “มึงเป็นบ้าอะไรเนี้ย เดี๋ยวก็ได้ตายกันบ่ดี” “กราฟเมาแล้วก็นอนที่นี่เถอะ” อัญชลีเป็นห่วงชายหนุ่มจึงไม่อยากให้ขับรถขณะตอนที่เมา “บ้านมึงมีอะไรวะถึงจะกลับตอนเที่ยงคืน” แดนเทพเท้าสะเอวแล้วถามอยากจะต่อยหน้าให้เพื่อนหลับไปนักเพราะตอนนี้เริ่มจะห้ามไม่อยู่ “กูคิดถึงเมีย!” คำตอบของพระลบทำให้ทุกคนที่ได้ยินถึงกับมองหน้ากันไม่รู้ว่าเพราะความเมาหรือหัวใจเป็นคนสั่งให้พูดออกมาแต่อัญชลีที่ได้ยินถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความอิจฉา “เดี๋ยวกูไปส่งเอง” วีรชาติที่อยู่บ้านใกล้ๆ พระลบจึงอาสาเพราะเขาไม่ได้กินเหล้าเมาขากลับจะได้แวะนอนที่บ้านตัวเอง “กลับกันดีๆนะ” วีรชาติหันมาลาเพื่อนๆ แต่คนคิดถึงเมียขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถแล้ว “ขับรถเร็วๆดิวะ” คนใจร้อนที่อยากจะถึงบ้านเร็วๆ ถึงกับหงุดหงิดเพราะคิดถึงพลอยน้ำเพชรอยากนอนกอดหญิงสาวให้สมกับที่หัวใจเรียกหา “บักห่า!” (เป็นคำอุทานด่าของวัยรุ่นในภาคอีสาน) “บักซาติหมา” พระลบด่าเพื่อนออกมาเพราะไม่ได้ดั่งใจ “กูชื่อชาติไม่ต้องเติมคำข้างหลังให้กู” เมื่อมาถึงบ้านปรากฏว่าพลอยน้ำเพชรล็อกห้องไว้ชายหนุ่มจะตะโกนเรียกก็กลัวว่าแม่ของหญิงสาวและคนทั้งบ้านจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ “พลอย น้องพลอย” พรืบ! ไฟทั้งบ้านสว่างขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันมามองเห็นแม่ของหญิงสาวยืนกอดอกอยู่ “อ้อย ไปปลุกลูกฉัน เมาแล้วมาที่นี่ทำไม” ลำดวนที่เห็นสภาพของลูกเขาถึงกับส่ายหัว “ผม ผม...” พระลบกลายเป็นคนติดอ่างขึ้นมาทันทีเพราะไม่รู้จะแก้ตัวยังไง จะยืนก็ยังเซตอนนี้เขาอยากทิ้งตัวลงนอนมาก “แม่ พี่กราฟกลับมาทำไม” พลอยน้ำเพชรที่เห็นสภาพของชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้ามาหาเวลานี้เกือบตีหนึ่งแล้วไม่คิดว่าพระลบจะกลับมา “อีหล่าพามันเข้าไปนอน แม่ปวดหัวอีหลี” (ลูกพามันเข้าไปนอนแม่ปวดหัวจริงๆ) “จ้ะ เข้าห้องเร็ว” พลอยน้ำเพชรจึงพาชายหนุ่มเข้ามาในห้องนอนเมื่อคืนเธอไปขอนอนกับแม่เพราะคิดว่าพระลบคงไม่กลับมาแล้ว “ขอกอดหน่อยสิน้องพลอยมาให้พี่กอดหน่อย” คนเมาเริ่มจะงอแงขึ้นมาแถมยังอ้าแขนเพื่อให้หญิงสาวเข้ามากอดแต่พลอยน้ำเพชรกับเดินออกจากห้องไปและกลับเข้ามาด้วยกะละมังและผ้าผืนเล็กๆ “อยู่นิ่งๆน้องพลอยจะเช็ดตัวให้” “ม่ายอาว ขอกอดหน่อย” พระลบไม่ยอมและฉุดให้หญิงสาวมานอนข้างกาย เมื่อได้กลิ่นหอมจากตัวหญิงสาวชายหนุ่มจึงลืมตาขึ้นมา “น้องพลอย” “จะเช็ดตัวให้ค่ะจะได้นอนสบาย” “เดี๋ยวค่อยเช็ดทีหลังตอนนี้ไม่ไหวแล้ว” พระลบไม่รอให้หญิงสาวพูดจึงใช้ปากหนาจูบพลอยน้ำเพชรส่วนมือก็ไม่รอช้าที่จะจัดการเสื้อผ้าของเขาและพลอยน้ำเพชร “อย่า พรุ่งนี้น้องพลอยมีสอบ” หญิงสาวพยายามปฏิเสธแต่ชายหนุ่มก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้นปากหนาพรมจูบไปทั่วใบหน้าของหญิงสาวตามด้วยลำคอ “เดี๋ยวพี่ไปส่ง อ่าส์!” พระลบเผลอครางออกมาตอนนี้กำลังมัวเมากับหน้าอกของหญิงสาวปากหนาเลียยอดปทุมถันจนแข็งดูดเลียสลับกันไปมา “ย หยุดไม่เอาแบบนี้น้องพลอยกลัว” เพราะความรู้สึกเจ็บเหมือนครั้งแรกอยู่ฝั่งอยู่ในสมองจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา “พี่จะทำเบาๆ ไม่ให้ช้ำหรอก” ครั้งก่อนเขาเผลอรุนแรงไปนิดหน่อยจนลืมคิดว่าหญิงสาวยังบริสุทธิ์ ครั้งนี้เขาจะแก้มือให้จะทำให้หญิงสาวลืมครั้งแรกไปเลย “อ๊ะ! มะ ไม่” พระลบก้มปาดเลียน้ำหวานที่ร่องสวาทของหญิงสาวอย่างไม่นึกรังเกียจกลิ่นกายที่บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งทำให้เขาหลงและเกิดความหวงแหนขึ้นมา “พี่แทงเข้าไปแล้วนะ โอ้ว!!” “อ๊ะ! เจ็บน้องพลอยไม่เอาแล้ว” “อย่าร้องดังไปสิเดี๋ยวแม่ก็ได้ยินหรอก” พระลบยังไม่เลิกแกล้งหญิงสาวเวลาที่ชายหนุ่มได้ยินเสียงครางของพลอยน้ำเพชรทำให้เขารู้สึกดีทุกที “ร้องให้ฟังหน่อย” “ไม่เอา” หญิงสาวพยายามใช้มือปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดออกมาจากปากแต่เหมือนชายหนุ่มจะแกล้งจึงกระแทกสะโพกเข้าออกมาอย่างถี่เร็ว “เอามือออกจากปาก” “อ๊ะ อื้อ! อ่าส์!” เมื่อได้ยินเสียงครางของหญิงสาวสาวจึงรู้สึกพอใจแต่คืนนี้คงใช้เวลาไม่มากเพราะพรุ่งนี้หญิงสาวต้องไปเรียน กว่าทั้งสองจะได้นอนก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง พลอยน้ำเพชรไม่รู้ว่าตัวเผลอหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกในตอนเช้าตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท
งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า
หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม
ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ
คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก
“จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว
พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพี้ยะ! ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง “ผมขอโทษครับแ
วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่ “ไม่ไปดีกว่า” “ไปหน่อย
พลอยน้ำเพชรต้องรีบมาโรงเรียนเพราะตื่นสายอาทิตย์นี้เป็นการสอบปลายภาคใหญ่ซึ่งจะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้แล้วอีกหนึ่งปีก็จะกลายเป็นสาวมหาลัยเต็มตัว “ไม่ได้นอนหรือไงตาคล้ำมาเชียว” ฟ้าใสเดินเข้ามาทักเพื่อนทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันเป็นพิเศษ “นิดหน่อย” พลอยน้ำเพ
สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติด







