بيت / วัยรุ่น / ดั่งต้องมนต์รัก / บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

مشاركة

บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

last update تاريخ النشر: 2026-03-06 09:58:37

      พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

           เพี้ยะ!

           ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง

           “ผมขอโทษครับแม่”

           “เงินหนึ่งแสนแม่ก็มีให้ทำไมลูกถึงทำแบบนี้” ตรีนุชทั้งอับอายชาวบ้านรอบที่สองที่ลูกชายไม่เอาไหน

           “แม่ยังเสียใจที่ลูกทำแบบนี้แล้วน้องพลอยคนบ้านั้นเขาจะรู้สึกยังไง กราฟแม่ไม่เคยสอนให้ลูกหลอกผู้หญิงแบบนี้” หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของลำดวนตรีนุชก็อยากจะก้มกราบขอโทษเลยทีเดียว

           “ผม ผม...” พระลบพูดไม่ออกเพราะทุกอย่างไม่มีข้อแก้ตัวแค่ความคึกคะนอง

           “คนที่ลูกต้องไปขอโทษคือหนูพลอยไม่ใช่แม่”

           “อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยเดี๋ยวนายจะได้กินลูกปืนเปล่าๆ” พระรามพูดขึ้นมาก่อนไปตอนที่ยังร้อนเป็นไฟยังไงก็จะมีแต่พังกับพัง

           “พ่อจะไม่ซ้ำเติมอะไรหรอก แต่ให้จำไว้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำอะไรแบบนี้อีก”

           .

           พลอยน้ำเพชรเตรียมตัวที่จะเดินทางไปอยู่กับน้าสาวที่เมืองกรุงและตัดสินใจไปเรียนต่อที่นั่นโดยมีแม่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ หญิงสาวเลือกที่จะหักซิมมือถือทิ้ง

           “แม่สิบ่ถามอีหยั๋งลูกเลย ให้ลูกแม่เข้มแข็ง” (แม่จะไม่ถามอะไรลูกเลย) ลำดวนกอดปลอบลูกสาวและเข้าใจที่ลูกตัดสินใจแบบนี้

           “คุณนายขา คุณ...เอ่อ เขามารอพบหนูพลอย” อ้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้าน พลอยน้ำเพชรรู้ว่าคือใครจึงจะออกไปคุยกับชายหนุ่ม

           “ลูก..”

           “หนูจะออกไปดูและคุยกันให้จบๆ” หญิงสาวจึงเดินออกมาเห็นพระลบยื่นอยู่หน้าบ้านพร้อมกับแม่ของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงเดินออกไป

           “พี่อยากคุยกับน้องพลอยตามลำพัง ได้ไหม” พระลบเอ่ยขอร้องหญิงสาวขอแค่เขาได้ขอโทษก็ยังดี

           “เดี๋ยวแม่ไปรอที่อื่น”

           “พูดมาสิ” หญิงสาวไม่มองแม้แต่หน้าของชายหนุ่มเพราะไม่อยากร้องไห้ออกมา ตอนนี้เธออยากจะหลบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้

           “น้องพลอยบล็อกการติดต่อพี่ทำไมครับ” เพราะหญิงสาวบล็อกการติดต่อทุกช่องทางทำให้เขาไม่สบายใจ

           “จะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ?”

           “น้องอยากด่าอะไรพี่ก็ด่ามาเลย ไม่เลิกกันได้ไหม” พระลบยังไม่อยากเสียหญิงสาวไปไม่ใช่ว่ายังสนุกไม่พอแต่หัวใจบอกให้รั้งหญิงสาวไว้

           “อยากให้ด่า?”

           “น้องพลอยอยากว่าอะไรพี่ก็ว่ามาเลย พี่ผิดไปแล้ว”

           “ชั่วเหมือนหมายังกล้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอ ตอนทำไม่คิดพอมาตอนนี้จะมาตีน่าเศร้าทำไม เลิกก็คือเลิก” พลอยน้ำเพชรมองหน้าชายหนุ่ม

           “รู้สึกผิดกับรู้สึกรักความหมายมันต่างกัน เราจบกันด้วยดีดีกว่า” ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไปจากที่นี่แล้วทุกอย่างถือว่าจบลง

           “น้องพลอยลืมพี่ได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ”

           “ออกไป”

           “น้องพลอย”

           “หนูพลอยฟังแม่ก่อนได้ไหม แม่ขอโทษที่สั่งสอนลูกไม่ดีแม่ก็มีส่วนผิด ยกโทษให้ลูกชายแม่เถอะนะ”

           “คุณแม่! / คุณน้า! อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ” หญิงสาวรีบไปรับไหว้แม่ของชายหนุ่ม หญิงสาวสงสารแม่ของพระลบจึงได้แต่ขอร้อง

           “แม่เลี้ยงลูกไม่ดีเอง”

           “คุณน้าไม่ผิดเลยค่ะ อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ”พลอยน้ำเพชรจึงให้พระลบกลับไปก่อนและค่อยมาคุยกันวันหลังซึ่งชายหนุ่มก็ยอมกลับโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนี้ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน

           “หนูไปแล้วนะคะ”

           “โชคดีเด้อลูก” ลำดวนกอดลาลูกสาวที่จะต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ขอแค่ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็มีความสุขตามไปด้วยหมดเวรหมดกรรมกันเสียที

           “ลาก่อนนะคะพี่กราฟ เราอย่าได้เจอกันอีกเลย” พลอยน้ำเพชรเก็บรูปคู่กันไว้ในกระเป๋าเงิน

           วันแรกที่ชายหนุ่มมาจีบพระลบเป็นคนน่ารักมากและยอมตามใจเธอทุกอย่าง พอได้ในสิ่งที่ต้องการชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปต่อจากนี้พลอยน้ำเพชรคนเดิมได้ตายจากใจไปแล้ว จะมีแค่พลอยน้ำเพชรคนใหม่คนที่ไม่เชื่อใจใครอีก

           “น้องพลอยคนเก่าได้ตายไปแล้ว” หญิงสาวสัญญากับตัวเองว่าจะเข้มแข็งให้เร็วและจะลืมพระลบ หากวันไหนหวนกลับมาเจอกันอีกเธอจะไม่ยอมใจอ่อนอีกแล้ว

           .

           “อะไรนะ! น้องพลอยไปแล้ว” พระลบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองวันนี้เขามาตามง้อหญิงสาว แต่ป้าข้างบ้านบอกว่าพลอยน้ำเพชรขนข้าวขนของออกไปหมดแล้ว

           “เขาไปไหนครับ”

           “ป้าไม่รู้หรอก”

           พระลบจึงเดินคอตกออกมาทำไมพลอยน้ำเพชรถึงหนีไปทำไมถึงไม่ให้โอกาสเขาได้แก้ตัว ชายหนุ่มเดินมาทรุดเข่าลงที่เถียงนาน้อย

           “เหล้าบ่” (เอาเหล้าไหม) วีรชาติเดินถือเหล้าขาวเข้ามาสิ่งเดียวที่จะปลอบใจเพื่อนได้ตอนนี้คือน้ำเมา

           “เอามา” พระลบเปิดฝาและสาดดีกรีลงคอจนเริ่มเมามายและเพ้อออกมา สภาพตอนนี้เหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด

           “ฮึก! ฮือ! เขาถิ่มกูไปแล้วเขาบอกกูซัวปานหมา” (เขาทิ้งกูไปแล้วเขาบอกกูเลวเหมือนหมา) พระลบร้องไห้ออกมาด้วยความเมาภาพของพลอยน้ำเพชรยิ่งชัดขึ้น

           “ก็มึงซัวอีหลี กินเข้าไป เหล้าบ่ได่ซ่อยให่ลืมแต่มันเฮ็ดให่เฮาแฮงจำ” (ก็มึงเลวจริงๆกินเข้าไป เหล้าไม่ได้ช่วยให้ลืมแต่ยิ่งทำให้จำ) วีรชาติเห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อยากสมน้ำหน้าเข้าให้

           “อึก! เขาสิมีผัวใหม่บ่วะ” (เขาจะมีผัวใหม่ไหม)

           “ผัวเก่ามันบ่ดีก็หาใหม่” (ผัวเก่าไม่ดีก็หาใหม่) วีรชาติจึงนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนพระลบจนหมดไปเกือบสองขวด เมื่อไม่ไหวจึงนอนพักแต่พอตื่นขึ้นมาพระลบก็หายไป

           “มันคงสิไปโตนน้ำตายดอกมั้ง” (มันคงจะไม่ไปกระโดดน้ำตายหรอกมั้ง) วีรชาติจึงโทรหาแต่ก็ไม่มีใครรับสาย

           วีรชาติเดินหาเพื่อนไปรอบๆกองฟางไม่ไกลจากเถียงนาที่พากันนั่งดื่มและก็เดินไปสะดุดขาของพระลบที่นั่งพิงกองฟางอยู่เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก

           “บักห่า มึงมานั่งหยั๋งอยู่นี่” (มึงมานั่งอะไรอยู่ตรงนี้)

           “เฮ็ดจั่งได๋เขาจังสิกลับมาวะ” (ทำยังไงเขาถึงจะกลับมา) พระลบนั่งกินเหล้าไม่หยึดจนตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้วก็ยังเพ้อพาพลอยน้ำเพชรไม่หยุด

           “เฮ็ดใจ มึงเซาแล้วกลับไปนอน” (ทำใจมึงหยุดแล้วกลับไปนอน) วีรชาติส่ายหัวขึ้นอย่างหงส์ลงอยากหมาของจริงหมดสภาพพระลบเดือนมหาลัย

           “กูคิดฮอดเขา เฮ็ดจังได๋สิได่เขาคืนมา” (กูคิดถึงเขาทำยังไงถึงจะได้เขาคืนมา) พระลบยังคงกอดขวดเหล้าและเพ้อออกมาจนเพื่อนต้องโทรตามให้พี่ชายของพระลบมารับกลับบ้าน

           “เฮ็ดใจส่าหมู่ เขาไปแล้วบ่กลับมาแล้ว” (ทำใจซะเพื่อน)

           “ฮึก! ฮือ!”

           “เห้ยยย มึงปล่อยกู”

           พระลบกอดขาเพื่อนและร้องออกมาวีรชาติพยายามปลอบก็ยิ่งร้องดังกว่าเดิมโชคดีที่พระรามมาก่อนที่เขาจะได้ลงมือ

           “ไอ้กราฟ ทำไมนายหมดสภาพแบบนี้”พระรามเห็นน้องชายตัวเองแล้วถึงกับส่ายหัว

           “พี่พามันกลับเลยมันเพ้อจนเหนื่อยแล้วมั้ง”

           “เราก็กลับดีๆนะ”

           พระรามจึงพาน้องชายขึ้นรถกระบะกลับบ้านตอนทำไม่คิดพอมาตอนนี้กลับมาสำนึกผิดซึ่งไม่ได้ช่วยอะไร

           “ตายแล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้”

           “คงจะเสียใจ”

           “กราฟไม่เคยเป็นแบบนี้เลย” ตรีนุชสงสารลูกชายบทเรียนครั้งนี้คงจะทำให้พระลบโตขึ้น

           “ให้มันโตกว่านี้มันจะเข้าใจเอง ปล่อยให้เวลาทำงานไปเถอะครับ” ถ้าหากเป็นคู่กันก็คงหนีกันไม่พ้นในวันข้างหน้าพระลบจะได้โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

           “แม่เช็ดตัวให้เองรามไปพักผ่อนนะ”

           ตรีนุชจึงเช็ดตัวให้ลูกชายคนเล็กไม่รู้ว่าครั้งนี้จะปลอบลูกชายยังไงให้หายเสียใจ

           เช้าวันถัดมาพระลบตื่นขึ้นมาด้วยความมึนศีรษะและปวดหัวหนักจึงคว้าโทรศัพท์และกดโทรหาพลอยน้ำเพชรก็ไม่สามารถติดต่อได้

           “ลุกมากินข้าวก่อนสิ”

           “แม่ได้ไปถามแม่ลำดวนไหมครับว่าน้องพลอยไปไหน”

           “เอาไว้ให้ทางนั้นใจเย็นแล้วแม่จะไปคุยให้นะ”

           พระลบจึงลุกมากินข้าวกินน้ำไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อทุกอย่างดูน่าเบื่อไปหมดช่วงเป็นช่วงมหาลัยปิดเทอมอยู่บ้านก็คิดถึงพลอยน้ำเพชร

           ครืด ครืด ครืด

           “ว่าไง!”

           “กราฟไปเที่ยวกันไหม หรือไปดื่มดี”

           “เรา ก็ได้”

           “เจอกันนะ”

           พระลบจึงแต่งตัวและเข้าเมืองไปหาเพื่อนๆ เพื่อหาอะไรทำแก้เบื่อ

           “กราฟทำไมโทรมจัง” อัญชลีเห็นก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าพระลบจะโทรมถึงขนาดนี้จากคนผิวดีตอนนี้ก็คล้ำไปหมดดวงตาที่เหมือนคนไม่ได้นอน

           “น้องพลอยทำของใส่ป่ะเนี่ย เอาของมึง” แดนเทพยื่นกล่องขนาดเล็กให้เป็นของพลอยน้ำเพชรที่ทำตกไว้ให้วันเกิดเหตุคงจะเอามาให้พระลบ

           “อะไรวะกูไม่เอา”

           “ของน้องพลอย ไม่เอากูกะ...” พูดไม่ทันจบพระลบก็คว้าไปและรีบแกะออกดูโดยมีสายตาของอัญชลีมองตามว่าข้างในคืออะไร

           “สร้อยข้อมือน่ารักเชียว” แดนเทพมองไปเห็นสร้อยข้อมือสีชมพูโดยมีตัวอักษรภาษาอังกฤษห้อยอยู่สองตัว

           “ของกูอย่ายุ่ง”

           “กราฟจะใส่จริงๆเหรอ”

           พระลบก็รีบใส่สร้อยข้อมือทันทีคงจะเป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษซึ่งมีตัว P กับ P นั่นคือชื่อของเขากับหญิงสาว

           “ก็น่ารักดี” พระลบยิ้มกับสร้อยข้อมืออย่างน้อยก็ยังมีตัวแทนความรักอยู่ เขาจะรอวันและเวลาเพื่อที่จะได้เจอหญิงสาวอีกครั้ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ดั่งต้องมนต์รัก    ตอนพิเศษ ได้ดั่งใจ

    ตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทส่งท้าย ส่งตัวเข้าหอ

    งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 21 ลูกสาวของตรีเมฆ

    หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 20 ยอมแพ้

    ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 19 แถลงข่าว

    คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 18 บนรถก็ไม่เว้น

    “จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

    สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติด

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 1 ถ้าพี่ได้หนู จะทิ้งหนูมั้ย (เรื่อง ตามรักเมียในหัวใจ)

    กลางดึกในคืนที่ฝนตกทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูน่ากลัวยิ่งแถวบ้านนอกแล้วไฟข้างทางกับดับสนิท ด้วยความที่บ้านห่างจากตัวเมืองทำให้พระลบพาแฟนสาวต้องแวะที่รีสอร์ตเพื่อรอฝนหยุดตก “หนาวเหรอ ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนจะได้ไม่เป็นหวัด” “แต่หนูไม่มีเสื้อผ้าใส่นะคะ พี่กราฟทำอะไร!” เด็กสาวร

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 5 ความจริงที่รับรู้

    วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่ “ไม่ไปดีกว่า” “ไปหน่อย

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 3 งานผูกแขน

    วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status