تسجيل الدخولพระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
เพี้ยะ!
ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง
“ผมขอโทษครับแม่”
“เงินหนึ่งแสนแม่ก็มีให้ทำไมลูกถึงทำแบบนี้” ตรีนุชทั้งอับอายชาวบ้านรอบที่สองที่ลูกชายไม่เอาไหน
“แม่ยังเสียใจที่ลูกทำแบบนี้แล้วน้องพลอยคนบ้านั้นเขาจะรู้สึกยังไง กราฟแม่ไม่เคยสอนให้ลูกหลอกผู้หญิงแบบนี้” หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของลำดวนตรีนุชก็อยากจะก้มกราบขอโทษเลยทีเดียว
“ผม ผม...” พระลบพูดไม่ออกเพราะทุกอย่างไม่มีข้อแก้ตัวแค่ความคึกคะนอง
“คนที่ลูกต้องไปขอโทษคือหนูพลอยไม่ใช่แม่”
“อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยเดี๋ยวนายจะได้กินลูกปืนเปล่าๆ” พระรามพูดขึ้นมาก่อนไปตอนที่ยังร้อนเป็นไฟยังไงก็จะมีแต่พังกับพัง
“พ่อจะไม่ซ้ำเติมอะไรหรอก แต่ให้จำไว้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำอะไรแบบนี้อีก”
.
พลอยน้ำเพชรเตรียมตัวที่จะเดินทางไปอยู่กับน้าสาวที่เมืองกรุงและตัดสินใจไปเรียนต่อที่นั่นโดยมีแม่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ หญิงสาวเลือกที่จะหักซิมมือถือทิ้ง
“แม่สิบ่ถามอีหยั๋งลูกเลย ให้ลูกแม่เข้มแข็ง” (แม่จะไม่ถามอะไรลูกเลย) ลำดวนกอดปลอบลูกสาวและเข้าใจที่ลูกตัดสินใจแบบนี้
“คุณนายขา คุณ...เอ่อ เขามารอพบหนูพลอย” อ้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้าน พลอยน้ำเพชรรู้ว่าคือใครจึงจะออกไปคุยกับชายหนุ่ม
“ลูก..”
“หนูจะออกไปดูและคุยกันให้จบๆ” หญิงสาวจึงเดินออกมาเห็นพระลบยื่นอยู่หน้าบ้านพร้อมกับแม่ของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงเดินออกไป
“พี่อยากคุยกับน้องพลอยตามลำพัง ได้ไหม” พระลบเอ่ยขอร้องหญิงสาวขอแค่เขาได้ขอโทษก็ยังดี
“เดี๋ยวแม่ไปรอที่อื่น”
“พูดมาสิ” หญิงสาวไม่มองแม้แต่หน้าของชายหนุ่มเพราะไม่อยากร้องไห้ออกมา ตอนนี้เธออยากจะหลบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้
“น้องพลอยบล็อกการติดต่อพี่ทำไมครับ” เพราะหญิงสาวบล็อกการติดต่อทุกช่องทางทำให้เขาไม่สบายใจ
“จะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ?”
“น้องอยากด่าอะไรพี่ก็ด่ามาเลย ไม่เลิกกันได้ไหม” พระลบยังไม่อยากเสียหญิงสาวไปไม่ใช่ว่ายังสนุกไม่พอแต่หัวใจบอกให้รั้งหญิงสาวไว้
“อยากให้ด่า?”
“น้องพลอยอยากว่าอะไรพี่ก็ว่ามาเลย พี่ผิดไปแล้ว”
“ชั่วเหมือนหมายังกล้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอ ตอนทำไม่คิดพอมาตอนนี้จะมาตีน่าเศร้าทำไม เลิกก็คือเลิก” พลอยน้ำเพชรมองหน้าชายหนุ่ม
“รู้สึกผิดกับรู้สึกรักความหมายมันต่างกัน เราจบกันด้วยดีดีกว่า” ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไปจากที่นี่แล้วทุกอย่างถือว่าจบลง
“น้องพลอยลืมพี่ได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ”
“ออกไป”
“น้องพลอย”
“หนูพลอยฟังแม่ก่อนได้ไหม แม่ขอโทษที่สั่งสอนลูกไม่ดีแม่ก็มีส่วนผิด ยกโทษให้ลูกชายแม่เถอะนะ”
“คุณแม่! / คุณน้า! อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ” หญิงสาวรีบไปรับไหว้แม่ของชายหนุ่ม หญิงสาวสงสารแม่ของพระลบจึงได้แต่ขอร้อง
“แม่เลี้ยงลูกไม่ดีเอง”
“คุณน้าไม่ผิดเลยค่ะ อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ”พลอยน้ำเพชรจึงให้พระลบกลับไปก่อนและค่อยมาคุยกันวันหลังซึ่งชายหนุ่มก็ยอมกลับโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนี้ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน
“หนูไปแล้วนะคะ”
“โชคดีเด้อลูก” ลำดวนกอดลาลูกสาวที่จะต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ขอแค่ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็มีความสุขตามไปด้วยหมดเวรหมดกรรมกันเสียที
“ลาก่อนนะคะพี่กราฟ เราอย่าได้เจอกันอีกเลย” พลอยน้ำเพชรเก็บรูปคู่กันไว้ในกระเป๋าเงิน
วันแรกที่ชายหนุ่มมาจีบพระลบเป็นคนน่ารักมากและยอมตามใจเธอทุกอย่าง พอได้ในสิ่งที่ต้องการชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปต่อจากนี้พลอยน้ำเพชรคนเดิมได้ตายจากใจไปแล้ว จะมีแค่พลอยน้ำเพชรคนใหม่คนที่ไม่เชื่อใจใครอีก
“น้องพลอยคนเก่าได้ตายไปแล้ว” หญิงสาวสัญญากับตัวเองว่าจะเข้มแข็งให้เร็วและจะลืมพระลบ หากวันไหนหวนกลับมาเจอกันอีกเธอจะไม่ยอมใจอ่อนอีกแล้ว
.
“อะไรนะ! น้องพลอยไปแล้ว” พระลบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองวันนี้เขามาตามง้อหญิงสาว แต่ป้าข้างบ้านบอกว่าพลอยน้ำเพชรขนข้าวขนของออกไปหมดแล้ว
“เขาไปไหนครับ”
“ป้าไม่รู้หรอก”
พระลบจึงเดินคอตกออกมาทำไมพลอยน้ำเพชรถึงหนีไปทำไมถึงไม่ให้โอกาสเขาได้แก้ตัว ชายหนุ่มเดินมาทรุดเข่าลงที่เถียงนาน้อย
“เหล้าบ่” (เอาเหล้าไหม) วีรชาติเดินถือเหล้าขาวเข้ามาสิ่งเดียวที่จะปลอบใจเพื่อนได้ตอนนี้คือน้ำเมา
“เอามา” พระลบเปิดฝาและสาดดีกรีลงคอจนเริ่มเมามายและเพ้อออกมา สภาพตอนนี้เหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด
“ฮึก! ฮือ! เขาถิ่มกูไปแล้วเขาบอกกูซัวปานหมา” (เขาทิ้งกูไปแล้วเขาบอกกูเลวเหมือนหมา) พระลบร้องไห้ออกมาด้วยความเมาภาพของพลอยน้ำเพชรยิ่งชัดขึ้น
“ก็มึงซัวอีหลี กินเข้าไป เหล้าบ่ได่ซ่อยให่ลืมแต่มันเฮ็ดให่เฮาแฮงจำ” (ก็มึงเลวจริงๆกินเข้าไป เหล้าไม่ได้ช่วยให้ลืมแต่ยิ่งทำให้จำ) วีรชาติเห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อยากสมน้ำหน้าเข้าให้
“อึก! เขาสิมีผัวใหม่บ่วะ” (เขาจะมีผัวใหม่ไหม)
“ผัวเก่ามันบ่ดีก็หาใหม่” (ผัวเก่าไม่ดีก็หาใหม่) วีรชาติจึงนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนพระลบจนหมดไปเกือบสองขวด เมื่อไม่ไหวจึงนอนพักแต่พอตื่นขึ้นมาพระลบก็หายไป
“มันคงสิไปโตนน้ำตายดอกมั้ง” (มันคงจะไม่ไปกระโดดน้ำตายหรอกมั้ง) วีรชาติจึงโทรหาแต่ก็ไม่มีใครรับสาย
วีรชาติเดินหาเพื่อนไปรอบๆกองฟางไม่ไกลจากเถียงนาที่พากันนั่งดื่มและก็เดินไปสะดุดขาของพระลบที่นั่งพิงกองฟางอยู่เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก
“บักห่า มึงมานั่งหยั๋งอยู่นี่” (มึงมานั่งอะไรอยู่ตรงนี้)
“เฮ็ดจั่งได๋เขาจังสิกลับมาวะ” (ทำยังไงเขาถึงจะกลับมา) พระลบนั่งกินเหล้าไม่หยึดจนตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้วก็ยังเพ้อพาพลอยน้ำเพชรไม่หยุด
“เฮ็ดใจ มึงเซาแล้วกลับไปนอน” (ทำใจมึงหยุดแล้วกลับไปนอน) วีรชาติส่ายหัวขึ้นอย่างหงส์ลงอยากหมาของจริงหมดสภาพพระลบเดือนมหาลัย
“กูคิดฮอดเขา เฮ็ดจังได๋สิได่เขาคืนมา” (กูคิดถึงเขาทำยังไงถึงจะได้เขาคืนมา) พระลบยังคงกอดขวดเหล้าและเพ้อออกมาจนเพื่อนต้องโทรตามให้พี่ชายของพระลบมารับกลับบ้าน
“เฮ็ดใจส่าหมู่ เขาไปแล้วบ่กลับมาแล้ว” (ทำใจซะเพื่อน)
“ฮึก! ฮือ!”
“เห้ยยย มึงปล่อยกู”
พระลบกอดขาเพื่อนและร้องออกมาวีรชาติพยายามปลอบก็ยิ่งร้องดังกว่าเดิมโชคดีที่พระรามมาก่อนที่เขาจะได้ลงมือ
“ไอ้กราฟ ทำไมนายหมดสภาพแบบนี้”พระรามเห็นน้องชายตัวเองแล้วถึงกับส่ายหัว
“พี่พามันกลับเลยมันเพ้อจนเหนื่อยแล้วมั้ง”
“เราก็กลับดีๆนะ”
พระรามจึงพาน้องชายขึ้นรถกระบะกลับบ้านตอนทำไม่คิดพอมาตอนนี้กลับมาสำนึกผิดซึ่งไม่ได้ช่วยอะไร
“ตายแล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้”
“คงจะเสียใจ”
“กราฟไม่เคยเป็นแบบนี้เลย” ตรีนุชสงสารลูกชายบทเรียนครั้งนี้คงจะทำให้พระลบโตขึ้น
“ให้มันโตกว่านี้มันจะเข้าใจเอง ปล่อยให้เวลาทำงานไปเถอะครับ” ถ้าหากเป็นคู่กันก็คงหนีกันไม่พ้นในวันข้างหน้าพระลบจะได้โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
“แม่เช็ดตัวให้เองรามไปพักผ่อนนะ”
ตรีนุชจึงเช็ดตัวให้ลูกชายคนเล็กไม่รู้ว่าครั้งนี้จะปลอบลูกชายยังไงให้หายเสียใจ
เช้าวันถัดมาพระลบตื่นขึ้นมาด้วยความมึนศีรษะและปวดหัวหนักจึงคว้าโทรศัพท์และกดโทรหาพลอยน้ำเพชรก็ไม่สามารถติดต่อได้
“ลุกมากินข้าวก่อนสิ”
“แม่ได้ไปถามแม่ลำดวนไหมครับว่าน้องพลอยไปไหน”
“เอาไว้ให้ทางนั้นใจเย็นแล้วแม่จะไปคุยให้นะ”
พระลบจึงลุกมากินข้าวกินน้ำไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อทุกอย่างดูน่าเบื่อไปหมดช่วงเป็นช่วงมหาลัยปิดเทอมอยู่บ้านก็คิดถึงพลอยน้ำเพชร
ครืด ครืด ครืด
“ว่าไง!”
“กราฟไปเที่ยวกันไหม หรือไปดื่มดี”
“เรา ก็ได้”
“เจอกันนะ”
พระลบจึงแต่งตัวและเข้าเมืองไปหาเพื่อนๆ เพื่อหาอะไรทำแก้เบื่อ
“กราฟทำไมโทรมจัง” อัญชลีเห็นก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าพระลบจะโทรมถึงขนาดนี้จากคนผิวดีตอนนี้ก็คล้ำไปหมดดวงตาที่เหมือนคนไม่ได้นอน
“น้องพลอยทำของใส่ป่ะเนี่ย เอาของมึง” แดนเทพยื่นกล่องขนาดเล็กให้เป็นของพลอยน้ำเพชรที่ทำตกไว้ให้วันเกิดเหตุคงจะเอามาให้พระลบ
“อะไรวะกูไม่เอา”
“ของน้องพลอย ไม่เอากูกะ...” พูดไม่ทันจบพระลบก็คว้าไปและรีบแกะออกดูโดยมีสายตาของอัญชลีมองตามว่าข้างในคืออะไร
“สร้อยข้อมือน่ารักเชียว” แดนเทพมองไปเห็นสร้อยข้อมือสีชมพูโดยมีตัวอักษรภาษาอังกฤษห้อยอยู่สองตัว
“ของกูอย่ายุ่ง”
“กราฟจะใส่จริงๆเหรอ”
พระลบก็รีบใส่สร้อยข้อมือทันทีคงจะเป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษซึ่งมีตัว P กับ P นั่นคือชื่อของเขากับหญิงสาว
“ก็น่ารักดี” พระลบยิ้มกับสร้อยข้อมืออย่างน้อยก็ยังมีตัวแทนความรักอยู่ เขาจะรอวันและเวลาเพื่อที่จะได้เจอหญิงสาวอีกครั้ง
ตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท
งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า
หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม
ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ
คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก
“จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว
สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติด
กลางดึกในคืนที่ฝนตกทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูน่ากลัวยิ่งแถวบ้านนอกแล้วไฟข้างทางกับดับสนิท ด้วยความที่บ้านห่างจากตัวเมืองทำให้พระลบพาแฟนสาวต้องแวะที่รีสอร์ตเพื่อรอฝนหยุดตก “หนาวเหรอ ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนจะได้ไม่เป็นหวัด” “แต่หนูไม่มีเสื้อผ้าใส่นะคะ พี่กราฟทำอะไร!” เด็กสาวร
วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่ “ไม่ไปดีกว่า” “ไปหน่อย
วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



