Home / วัยรุ่น / ดั่งต้องมนต์รัก / บทที่ 4 ไม่เข้าใจ

Share

บทที่ 4 ไม่เข้าใจ

last update publish date: 2026-03-01 08:06:36

      พลอยน้ำเพชรต้องรีบมาโรงเรียนเพราะตื่นสายอาทิตย์นี้เป็นการสอบปลายภาคใหญ่ซึ่งจะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้แล้วอีกหนึ่งปีก็จะกลายเป็นสาวมหาลัยเต็มตัว

           “ไม่ได้นอนหรือไงตาคล้ำมาเชียว” ฟ้าใสเดินเข้ามาทักเพื่อนทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันเป็นพิเศษ

           “นิดหน่อย” พลอยน้ำเพชรตอบไปตามความจริงเพราะเมื่อก็อ่านหนังสือจนถึงดึกแถมยังต้องมาเจอกับพระลบอีกกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า

           “สงสัยจะจัดหนักละสิ”

           คำถามของฟ้าใสทำให้พลอยน้ำเพชรหน้าแดงขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ตอนนี้หญิงสาวทั้งรู้สึกเหนื่อยและเพลียไปหมด

           “เรา...”

           “เราหมายถึงอ่านหนังสือดึกทำไมหน้าแดงขนาดนี้คิดอะไรอยู่” ฟ้าใสเห็นเพื่อนหน้าแดงขึ้นมาก็กลัวว่าเพื่อนจะไม่สบาย

           “เปล่า ก็นอนดึกนิดหนึ่ง” พลอยน้ำเพชรจึงไหลไปตามน้ำโดยไม่ให้ฟ้าใสจับผิดได้ วันนี้การสอบผ่านไปได้ด้วยดีหญิงสาวจึงเดินออกมาหน้าโรงเรียนแต่เห็นพระลบยืนอยู่พร้อมกับรถคู่ใจ

           “พี่กราฟ!”

           “พี่มารับกลับบ้าน” พระลบเดินเข้ามาหาหญิงสาวโดยมีสายตาหลายสิบคู่มองมาที่คู่ของเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจเพราะตอนนี้เขาสนใจแค่คนตรงหน้ามากกว่า

           “ก็ไปสิ” เพราะสายตาหลายคู่มองมาที่หญิงสาวกับพระลบทำให้พลอยน้ำเพชรต้องรีบลากชายหนุ่มขึ้นรถกลับบ้าน แต่พระลบก็ขับรถออกนอกเส้นทาง

           “เราจะไปไหนกันคะ?”

           “ก็ไปเดินเล่นคลายเครียดไง” พระลบตอบออกไปทำให้หญิงสาวแปลกใจเพราะตั้งแต่คบกันมาหญิงสาวไม่เคยเห็นชายหนุ่มชวนไปไหน

           “น้องพลอยไม่อยากไปค่ะ” เพราะยังคงขุ่นเคืองกับเหตุการณ์ในวันนั้นอยู่จึงไม่อยากออกไปไหนกับพระลบ

           “ใครถาม พี่จะพาไปไง” พระลบขับรถเครื่องมาจอดที่ตลาดคลองถมที่จะตั้งขายเฉพาะในช่วงเวลาเย็นเท่านั้นโดยไม่สนใจสีหน้าบูดบึ้งของพลอยน้ำเพชร

           “ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยเดี๋ยวชาวบ้านก็บอกว่าแพ้ท้องหรอก” ชายหนุ่มหยอกล้อพลอยน้ำเพชรอย่างอารมณ์ดีเพราะเห็นหญิงสาวมองกลับมา

           “กราฟ อัญคิดว่าจะไม่เจอซะแล้ว” อัญชลีมองเห็นชายหนุ่มอยู่ไกลๆและรีบก้าวเท้าเดินมาหาแต่ต้องหยุดชะงักเพราะเห็นเด็กในชุดมัธยมปลายยืนอยู่ข้างกาย

           “พากันมาได้ยังไง” ทั้งวีรชาติและอัญชลีเดินเข้ามาพระลบ

           “กูยังบ่ได้กลับเมืองเลยตั้งแต่มาส่งมึง” (กูยังไม่ได้กลับเมืองตั้งแต่มาส่งมึง) วีรชาติตอบเพื่อนไปคนที่นี้ส่วนมากจะพูดภาษาถิ่นกันรวมถึงเขาและพระลบด้วย

           “กราฟจะไปไหนเหรออัญไปด้วยคนสิ” อัญชลีไม่สนใจหญิงสาวข้างกายพร้อมกับชวนชายหนุ่มคุย

           “เราจะไปเดินซื้อของกัน”

           “ไปสิ ป่ะ” อัญชลีลากชายหนุ่มเพื่อให้เดินตามเธอจนลืมพลอยน้ำเพชรไปเสียสนิมหญิงสาวยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ยังมีวีรชาติที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

           “น้องพลอยจะไปไหมครับ ไปพร้อมพี่ก็ได้” วีรชาติเห็นใจพลอยน้ำเพชรหากหญิงสาวรู้ความจริงไปคงจะเสียใจแย่ที่กำลังโดนพระลบหลอก

           “พี่ชาติไปเลยค่ะ น้องพลอยอยากกลับบ้านแล้วเดี๋ยวกลับรถสองแถวเอาค่ะ” พลอยน้ำเพชรจึงเดินออกมาโดยไม่รอฟังคำพูดของวีรชาติ หญิงสาวเดินออกมารถที่หน้าตลาดและขึ้นรถกลับบ้านไป

           พระลบมองหาพลอยน้ำเพชรแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหญิงสาว เห็นวีรชาติเดินมาคนเดียวจึงถามเพื่อน

           “น้องพลอยไปไส” (น้องพลอยไปไหน) จากคนที่บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรตอนนี้ในแววตามีแต่ความห่วงใยจนวีรชาติอยากจะสมน้ำหน้าคนปากเก่ง

           “กลับไปแล้ว”

           “กราฟจะไปไหน” อัญชลีเห็นชายหนุ่มกำลังจะเดินออกไปจึงคว้าแขนไว้แต่สายตาที่ไม่พอใจของพระลบส่งมาให้จึงทำหน้าเจื่อน

           “เราไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วจะทำอะไรระวังด้วย” เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มดุหญิงสาวเพราะไม่ดีหากใครมากเห็นเข้าพลอยน้ำเพชรอาจตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านได้

           “กูกลับก่อน” พระลบจึงรีบขับรถกลับบ้านเพราะเป็นห่วงพลอยน้ำเพชร

           “ไอ้กราฟมันมีเมียอะไรที่ตัดได้ก็ตัด” วีรชาติเตือนสติอัญชลีอย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง

           “ไม่ต้องยุ่งกับชีวิตฉัน” หญิงสาวจึงทิ้งให้วีรชาติอยู่คนเดียวแค่นี้เธอไม่มีวันยอมแพ้หรอกเธออยู่เคียงข้างพระลบมาหลายปีต้องมีสักครั้งที่ชายหนุ่มมีใจให้

           “เอ้า พลอยเป็นหยั๋งคือกลับมาคนเดียวแม่ฝากของไปไห่แม่นุชแน่” (พลอยทำไมกลับมาคนเดียวแม่ฝากของไปให้แม่นุชหน่อย)

           “จ้ะแม่” หญิงสาวจึงเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินลงมาขับรถเครื่องเพื่อไปหาแม่ของพระลบที่อยู่ออกไปอีกหมูบ้านหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันมาก

           “คิดว่าใครหนูพลอยเข้ามาก่อนสิ” ตรีนุชยิ้มให้กับลูกสะใภ้โตขึ้นไปคงสวยน่าดูเพราะขนาดตอนนี้ยังสวยจนลูกชายก็ไปไหนไม่รอด

           “สวัสดีค่ะ แม่ให้หนูเอากับข้าวมาฝากค่ะ”

           “อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ พี่ชายของตากราฟเพิ่งกลับมาอาจจะไม่เคยรู้จักกัน” ตรีนุชจึงให้เด็กไปเรียกพระรามมาลูกชายคนกลางที่ตอนนี้ยังเรียนอยู่ต่างประเทศและเพิ่งกลับมาเยี่ยมที่บ้านในช่วงเปิดเทอม

           “หนูพลอยนี่ตารามจ้ะ พี่ชายของกราฟ”

           “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้พี่ชายของพระลบซึ่งหน้าก็ค่อนข้างจะเหมือนกันแต่การแต่งตัวคนละสไตล์กันพระรามที่ดูผิวขาวกว่าพระลบ

           “สวัสดีครับ” น้องชายของเขาก็ตาถึงเหมือนกันใหญ่ไปก็คงจะมีหนุ่มๆ ตามจีบไม่เว้นวันแต่ดูจากท่าทีของพระลบแล้วคงจะได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าในสักวัน

           “เข้าไปกินข้าวกันดีกว่าวันนี้พ่อกลับดึกแม่จะได้มีเพื่อนคุย”

           ทั้งสามจึงนั่งพูดคุยกันสักพักจึงได้ยินเสียงรถของพระลบและเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่ดูบูดบึ้งแต่ตรีนุชก็ไม่ได้สนใจเพราะรู้นิสัยของลูกตัวเองดี

           “ทำไมกลับบ้านไม่บอกพี่เลย” พระลบเดินเข้ามาพร้อมกับดุพลอยน้ำเพชรพอเขาไปที่บ้านของหญิงสาวแม่ลำดวนก็บอกว่ามาที่บ้านของเขาจนชายหนุ่มต้องรีบตามมา

           “น้องพลอยเห็นว่าพี่กับเพื่อนพี่กำลังจีบกัน เอ้ย กำลังสนุกกันอยู่เลยไม่กวนค่ะ”

           “ลูกระวังเพื่อนสาวของลูกด้วยนะ มานั่งกินข้าวกันดีกว่า”

           ตรีนุชเตือนสติลูกชายถึงแม้ปากบอกว่าจะไม่ได้คิดอะไรแต่ผู้หญิงด้วยกันก็ดูออกว่าหญิงสาวคิดไปไกลกว่าเพื่อน

           “ครับ” พระลบจึงเดินไปนั่งข้างพลอยน้ำเพชรทั้งที่นั่งตรงนั้นจะเอื้อมอาหารไม่ถึงแต่ก็เลือกจะนั่งข้างหญิงสาว

           “ตากราฟไม่มานั่งข้างพี่ราม”

           “ผมไม่อยากนั่งใกล้พี่ราม” ตอนนี้อยากอยู่ใกล้พลอยน้ำเพชรมากกว่าคำนี้ชายหนุ่มพูดคนเดียวในใจ

           “พี่เพิ่งกลับมาทำไมพูดใจร้ายจัง” พระรามยิ้มให้น้องชายรู้ว่าน้องชายตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่

           “กินข้าวกันดีกว่า” ตรีนุชจึงสั่งให้ทุกคนกินข้าวส่วนพระลบก็ยังวอแวกับหญิงสาวไม่เลิกโดยให้พลอยน้ำเพชรตากอาหารให้อ้างว่ามือเอื้อมไม่ถึง จนหญิงสาวรู้สึกเขินอาย

           “เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”

           “น้องพลอยเอารถมาค่ะ”

           “ดึกแล้วพี่จะไปส่ง ไม่งั้นก็ไม่ต้องกลับ!”

           พระลบยื่นคำขาดบ้านนอกยิ่งดึกยิ่งอันตรายตามข้างถนนแทบจะไม่มีไฟสิ่งสว่าง ในพื้นที่ก็มีเด็กวัยรุ่นเล่นยากันเยอะแยะใครจะกล้าปล่อยให้หญิงสาวกลับคนเดียว

           “บ้าอำนาจ อุ้ยยย” พลอยน้ำเพชรร้องออกมาเมื่อชายหนุ่มแอบหอมแก้มหญิงสาว และส่งสายตายิ้มให้อย่างคนอารมณ์ดีจนหญิงสาวต้องรีบนั่งซ้อนท้ายรถ

           “ถึงแล้วค่ะ”

           “ก็ถึงแล้วมีอะไร” พระลบยังคงทำหน้าสงสัยเพราะหญิงสาวเหมือนแปลกใจที่เขาไม่ยอมกลับบ้านเสียที

           “น้องพลอยจะเข้าบ้านแล้วค่ะ” หญิงสาวกำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านแต่ต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดของพระลบ พลอยน้ำเพชรจึงหันมามองหน้าพระลบ

           “พี่จะนอนที่นี่ดึกมากแล้วด้วยพี่ขี้เกียจกลับ” ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านอย่างหน้าตาเฉยเรื่องอะไรที่จะต้องนอนเหงาคนเดียวสู้มานอนกับพลอยน้ำเพชรดีกว่า

           “ไม่เข้าบ้านผีหลอกพี่ไม่รู้ด้วยนะ”

           “คนบ้าผีที่ไหนจะน่ากลัวเท่าพี่ละ” คนที่กลัวผีจึงรีบล็อกบ้านและเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเตรียมจะอาบน้ำแต่เห็นพระลบนอนจ้องมาทางหญิงสาว

           “มองทำไม!”

           “พี่แค่สงสัย?” พระลบทำหน้าอย่างคนสงสัยจะจ้องไปที่หน้าอกของพลอยน้ำเพชรพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอหน้าอกที่ใหญ่เกินวัยทำให้เขาอยากขย้ำทุกครั้ง

           “สงสัยอะไรคะ มองอะไร!” หญิงสาวรีบใช้มือปิดหน้าอกเพราะเห็นสายตาที่หื่นกระหายของพระลบจ้องมองมา

           “หน้าอกของน้องพลอยใหญ่มากเลยพี่เดาก็น่าจะ 34+ แต่พี่ชอบมากเลยนะมันทั้งขาวและอวบ” พระลบดีดตัวลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ

           “คนหื่นห้ามมองนะ!”

           “มากกว่ามองก็ทำมาแล้ว ทั้งดูดทั้งเลียเลย” พูดจบก็ลุกขึ้นและถอดเสื้อออกตามด้วยกางเกงจนตอนนี้ทั้งตัวเหลือแค่กางเกงชั้นในสีเข้ม

           “พี่กราฟมาถอดเสื้อผ้าโชว์ทำไมน้องพลอยไม่อยากดู”

           หญิงสาวใช้มือปิดตาไว้เพราะความเขินอายแต่พระลบก็เดินเข้าไปใกล้ๆ และใช้นิ้วดีดหน้าผากของพลอยน้ำเพชรไปหนึ่งครั้ง

           “เจ็บนะดีดทำไม”

           “พี่จะพาน้องพลอยไปอาบน้ำ”

           “ไม่ไปค่ะ พี่กราฟอาบก่อนเลย” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็งเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าไปอาบน้ำพร้อมกัน

           “ตามใจโดนผีหลอกไม่ต้องมาเรียกพี่นะ” ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวเป็นคนกลัวผีมากจึงยกเอามาพูดเพื่อที่จะให้พลอยน้ำเพชรเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน

           “อายอะไรพี่เห็นหมดแล้ว พูดแล้วก็ไปดีกว่าช่วงนี้ยิ่งน่ากลัวอยู่ด้วย” ชายหนุ่มจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกายและเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งของห้องนอน

           “ไม่มีหรอก” หญิงสาวปลอบใจตัวเองเธออยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิดไม่เคยเห็นผีมาก่อน

           ตุ๊กแก!

“ว้ายยย ใช้ใครให้แกมาร้องเวลานี้” พลอยน้ำเพชรจึงตัดสินใจถอดเสื้อผ้าและหยิบผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำตามพระลบไปอย่างไม่คิดชีวิต

“ไหนว่าไม่อาบพร้อมพี่!” พระลบหยักคิ้วด้วยความเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นหญิงสาวถอดผ้าเช็ดตัวออกจากกายและเห็นสัดส่วนของร่างกายทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก

“พูดด้วยก็ไม่สนใจ” หญิงสาวรีบเปิดฝักบัวและรีบอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันโดยไม่หันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้มัวแต่ยืนดูหน้าอกของหญิงสาวอย่างไม่วางตา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งต้องมนต์รัก    ตอนพิเศษ ได้ดั่งใจ

    ตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทส่งท้าย ส่งตัวเข้าหอ

    งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 21 ลูกสาวของตรีเมฆ

    หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 20 ยอมแพ้

    ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 19 แถลงข่าว

    คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 18 บนรถก็ไม่เว้น

    “จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

    พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพี้ยะ! ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง “ผมขอโทษครับแ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 3 งานผูกแขน

    วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

    สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติด

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 1 ถ้าพี่ได้หนู จะทิ้งหนูมั้ย (เรื่อง ตามรักเมียในหัวใจ)

    กลางดึกในคืนที่ฝนตกทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูน่ากลัวยิ่งแถวบ้านนอกแล้วไฟข้างทางกับดับสนิท ด้วยความที่บ้านห่างจากตัวเมืองทำให้พระลบพาแฟนสาวต้องแวะที่รีสอร์ตเพื่อรอฝนหยุดตก “หนาวเหรอ ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนจะได้ไม่เป็นหวัด” “แต่หนูไม่มีเสื้อผ้าใส่นะคะ พี่กราฟทำอะไร!” เด็กสาวร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status