หน้าหลัก / วัยรุ่น / ดั่งต้องมนต์รัก / บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

แชร์

บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

ผู้เขียน: อัญธิญาน์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-01 08:05:37

สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่ม

พลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย

           “ติดต่อพี่กราฟไม่ได้เหรอ” ฟ้าใสถามพลอยน้ำเพชรที่นั่งเหม่อลอยตลอดเวลาที่เรียนหนังสือ

           “อือ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” พลอยน้ำเพชรยังคงกดส่งข้อความหาพระลบไม่หยุด เพราะเป็นห่วงกลัวว่าชายหนุ่มจะเป็นอะไรไป

           “ก็ไปตามดูที่หอสิ นั่งรถไปตัวเมืองไม่นานหรอก”

           “พรุ่งนี้วันหยุดเดี๋ยวเราจะลองไปดูนะ” หญิงสาวพยายามคิดในแง่บวกพระลบอาจจะยุ่งในการเรียนจนไม่มีเวลาก็ได้

           ในวันหยุดพลอยน้ำเพชรจึงเดินทางเข้าเมืองด้วยรถโดยสารประจำทาง ตอนนี้พระลบกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่หนึ่งอยู่ในจังหวัดส่วนหญิงสาวนั้นยังเรียนชั้นมัธยมอยู่แถวบ้าน

           Ploy : “เดี๋ยวน้องพลอยไปหาพี่กราฟนะคะ”

           .

           พระลบที่ยังนอนหลับพริ้มอยู่บนที่นอนเพราะเมื่อคืนชายหนุ่มไปปาร์ตี้กับเพื่อนจึงทำให้กลับมานอนเกือบเช้าใครจะโทรมาหรือส่งข้อความมาชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจจะเปิดอ่าน

           “กราฟตื่นได้แล้ว”

อัญชลี เดินเข้ามาในห้องพักของพระลบเพราะเธอมีกุญแจสำรองอยู่ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย

           อัญชลีแอบรักพระลบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าแต่พยายามแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่เคยเหลียวแลทำให้หญิงสาวต้องพยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มรักและตัดสินใจมาเรียนคณะเดียวกับพระลบ

           “อือ คนจะนอน” ชายหนุ่มยังคงหลับตาและพลิกตัวหนีเมื่อมีเสียงรบกวนพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมโปงไว้

           “มันสายมากแล้วนะ ลืมไปหรือเปล่าวันนี้วันเกิดอัญเรานัดกันจะไปทำบุญ” หญิงสาวทวงสัญญาเพราะตกลงกันไว้แล้วหญิงสาวมักไปไหนกับพระลบสองคนจนบางครั้งทุกคนก็เข้าใจว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่

           “ขอนอนต่ออีกสัก 30 นาที” พระลบจึงหลับต่อไม่สนใจหญิงสาว

           ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           “สงสัยไอ้ชาติจะมา”

อัญชลีจึงเดินไปเปิดประตูโดยไม่ได้ส่องดูตาแมวว่าใครเป็นคนมาเคาะประตู เมื่อเปิดประตูทำให้ทั้งเผชิญหน้ากัน

           “มาหาใครคะ?”

           “หนูมาหาพี่กราฟค่ะ” ถึงแม้จะตกใจที่เห็นผู้หญิงเป็นคนเดินมาเปิดประตูแต่คิดในแง่ดีอาจจะเป็นเพื่อนของพระลบ ถึงแม้จะสงสัยก็ตาม

           “เธอเป็นอะไรกับกราฟไม่ทราบ” อัญชลีกอดอกแล้วจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าจากการแต่งตัวคงจะเป็นเด็กมัธยม พระลบมีแต่พี่ชายแล้วคนตรงหน้าเป็นใคร

           “เป็น...”

           “ใครมาหา?” พระลบเดินออกมาจากห้องนอนแต่มองไม่เห็นว่าใครมาหาเพราะอัญชลียืนบังไว้อยู่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ถึงกับต้องตกใจ

           “น้องพลอย!”

           “พี่กราฟ”

พลอยน้ำเพชรจึงแทรกตัวเข้ามาโดยไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนขวางประตูอยู่ และเดินเข้ามาเกาะแขนของพระลบไว้เธอมีคำถามมากมายอยากจะพูดกับชายหนุ่ม

           “มาได้ยังไงทำไมไม่โทรบอกพี่”

           “น้องพลอยโทรหาแล้วค่ะแต่พี่กราฟก็ไม่รับสาย” เธอทั้งโทรทั้งส่งข้อความแต่ก็ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะตอบกลับ

           “กราฟ แล้วเราละ” อัญชลีรีบแทรกขึ้นมาตอนนี้เธอเหมือนธาตุอากาศมากกว่าเพราะทั้งสองไม่มีใครสนใจเอเลย ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน

           “เราขอคุยกับน้องพลอยสองคนนะ” พระลบหันมาบอกหญิงสาวเพื่อให้อัญชลีกลับไปก่อน

           ปัง!

           “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ” พลอยน้ำเพชรถามในสิ่งที่อยากรู้เธอมองออกว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อน

           “น้องพลอยไม่มีสิทธิ์มาถามพี่นะ ต่อไปห้ามมาหาพี่อีก”

           “ทำไมคะ มีอะไรทำไมน้องพลอยจะถามไม่ได้ก็ในเมื่อเรากำลังจะหมั้นกัน”

           “แค่ผูกข้อไม้ข้อมือยังไม่ได้แต่สักหน่อย อย่าทำเหมือนเป็นเจ้าชีวิตพี่ได้ไหม” พระลบพูดออกไปอย่างน่ารำคาญเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวกำลังจะล้ำเส้นเขามากเกินไป

           “ทำไมพี่กราฟไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย” เมื่อก่อนชายหนุ่มทั้งอ่อนโยนและคอยเอาใจหญิงสาวถึงแม้จะอยู่ไกลกันแต่ก็กลับมาหาเธอได้ทุกอาทิตย์

           “ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันที่ไหน! ถ้าเธอไม่บอกแม่เรื่องมันก็คงไม่ต้องมาไกลขนาดนี้หรอก” ชายหนุ่มยังคงตะคอกใส่หญิงสาวไม่หยุด

           “น้องพลอยไม่ได้เป็นคนบอกนะคะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มโยนความผิดให้จึงรีบแก้ตัว

           “กลับไปซะ อย่ามาที่นี่อีก”

           “กลัวผู้หญิงคนนั้นจะรู้เหรอคะ?”

           พลอยน้ำเพชรที่ยังเด็กเลยเก็บอาการไม่อยู่ ท่าทีของพระลบเหมือนกำลังฝืนใจที่จะต้องเจอหน้าเธอ

           “อย่ามาแตะต้องอัญ เขาคือเพื่อนของฉันกลับไปได้แล้ว ยังไงฉันก็ต้องกลับไปเจอหน้าเธออยู่ดี” พระลบจึงหันหลังให้พลอยน้ำเพชรเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของหญิงสาว

           “ฮึก!” หญิงสาวเช็ดน้ำตาและรีบเดินออกจากห้องไปแต่พอเปิดประตูออกมาก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งรออยู่ที่โชฟาพร้อมส่งสายตาเยาะเย้ยมา

           “ผู้ชายเขาไม่รักก็อย่าตามตื๊อเขาเลย”

           “น้องพลอยคือเมียของพี่กราฟเข้าใจไว้ด้วย เราจะหมั้นกันในอีกไม่กี่วันแล้ว” เพราะความหมั่นไส้จึงพูดออกไปและเห็นแววตาที่ดูโกรธเคืองของหญิงสาวตรงหน้า

           “แกพูดอะไร อีเด็กตอแหล” เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เด็กตรงหน้าพูดเลยเกิดความโมโหคิดจะเดินเข้ามาผลักพลอยน้ำเพชร แต่ผิดคาด

           “กรี๊ดดดด”

เสียงอัญชลีกรีดร้องดังขึ้นเพราะโดยพลอยน้ำเพชรผลักจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น

           “ทำอะไรกัน!” พระลบเมื่อได้ยินเสียงคนกรีดร้องจึงเดินออกมาดู

           “เด็กคนนี้ผลักอัญค่ะ อัญแค่เข้ามาถาม”

           “ขอโทษเพื่อนพี่เดี๋ยวนี้นะน้องพลอย” พระลบหันมาเอาเรื่องพลอยน้ำเพชรโดยที่ไม่ถามหญิงสาวสักครั้ง

           “ไม่ค่ะ” พลอยน้ำเพชรไม่ยอมทำตามที่ชายหนุ่มสั่งเพราะรู้สึกโกรธที่ชายหนุ่มปกป้องคนอื่น หญิงสาวมองหน้าพระลบผ่านม่านน้ำตาและหันหลังเดินออกไปจากห้องพัก

           “น้องพลอยหยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่บอกให้หยุด!” พระลบไม่คิดว่าหญิงสาวจะเดินออกไปง่ายดายเช่นนี้ทุกครั้งหากเขาพูดอะไรไปหญิงสาวก็จะเชื่อฟัง แต่ครั้งนี้กับไม่เป็นอย่างที่คิด

           “กราฟ วันนี้เราต้องไปทำบุญ” อัญชลีดึงแขนของชายหนุ่มไว้ เมื่อเห็นว่าพระลบกำลังจะเดินตามหญิงสาวออกไป

           “ไปสิ” พระลบตัดสินใจไม่ตามพลอยน้ำเพชรเพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ค่อยตามง้อวันนั้นก็ไม่สายไป

           .

           พลอยน้ำเพชรเดินออกมาจากหอพักของพระลบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งรถกลับบ้านมือก็ปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ

           “พลอยไปไสมา” (พลอยไปไหนมา) ลำดวนที่เห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้านจึงทักลูกสาว

           “เปล่าจ้ะ” หญิงสาวเลือกที่จะปฏิเสธและเดินเข้าบ้านไปแม้แต่ข้อความเธอก็ไม่เห็นพระลบส่งมาอธิบายหรืออะไร หญิงสาวจึงกดเข้าแอบพริเคชั่นเห็นรูปพระลบกับหญิงสาวคนนั้นโพสลงเฟสบุ้คพร้อมกับแคปชั่นไปทำบุญ หญิงสาวจึงกดเข้าไปดูคอมเม้นต์

           “เมื่อไรจะเปิดตัว”

           “หวานฉ่ำ”

           “คนนี้สงสัยตัวจริง”

           พลอยน้ำเพชรจึงกดปิดโทรศัพท์และเก็บตัวเงียบกำลังนั่งไตร่ตรองหากหมั้นกันไปจะอยู่กันยังไงให้ได้นาน

           พระลบนั่งคิดหนักตอนนี้กำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างสนุกชายหนุ่มอยากจะส่งข้อความไปหาพลอยน้ำเพชรแต่คิดว่าหญิงสาวคงยังโกรธเพราะไม่มีข้อความส่งมาหาเขา

           “มึงมีหยั๋งสิบอกกูวะ” (มึงมีอะไรจะบอกกู) วีรชาติเพื่อนสนิทของพระลบถามขึ้นหากอยู่กันสองคนชายหนุ่มจะพูดภาษาบ้านเกิด

           “กูกำลังสิผูกแขน” (กูกำลังจะหมั้น) พระลบตอบออกไป

           “มึง อย่าบอกนะว่าน้องพลอย”

           “เออ แบบที่มึงคิด”

           “มึงได้น้องเขาแล้วติวะ” (มึงได้น้องเขาแล้วเหรอวะ)

           วีรชาติถามด้วยความตื่นเต้นแสดงว่าสิ่งที่พนันพวกเขาก็ชนะ เพื่อนอีกคนก็จะต้องจ่ายเงินให้

           “ได้จนเป็นเรื่อง แม่เขาจับได้ชะตาเกือบขาดแล้วกู แม่งเสียเงินบ่พอกูได้เมียมานำ” (เสียเงินไม่พอแถมได้เมียมาอีก) พระลบพูดด้วยความหงุดหงิดถึงจะชนะการพนันแต่ชีวิตก็ต้องมีบ่วงมาผูกคอไว้

           “สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆๆๆ” วีรชาติหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนอีกกลุ่มเดินมาจึงหยุดหัวเรา

           “มึงจ่ายเงินให้ไอ้กราฟด้วยนะมันทำสำเร็จแล้ว” วีรชาติหันไปบอกอีกคนที่เพิ่งเดินนั่ง

           “มึงทำได้จริงๆเหรอวะ” แดนเทพหันไปถามพระลบไม่คิดว่าผู้หญิงเรียบร้อยแบบนั้นจะยอมพลีกายให้พระลบได้เชยชม ตอนที่เขาจีบตอนนั้นทำเป็นเล่นตัว

           “มึงมันได้น้องพลอยไม่พอนะ แถมมันยังได้เมียอีกแม่เขาจับได้วะมึงให้เงินแสนมันไปเลยถือว่าเป็นค่าผูกแขน” วีรชาติพูดไปขำไปทั้งสงสารทั้งสมน้ำหน้า

           “อย่างนี้อัญก็เสียใจแย่เลยสิ” แดนเทพพูดขึ้นเพราะรู้ว่าอัญชลีคิดยังไงกับพระลบ

           “พูดถึงอัญกันอยู่เหรอ!”

เจ้าของชื่อเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับนั่งลงข้างกายพระลบและยังคงไม่รู้ว่าชายที่หมายปองกำลังจะตกไปเป็นของคนอื่น

           “ถามไอ้กราฟมันดูสิ” แดนเทพโยนให้พระลบเป็นคนพูดเขารู้จักกับพลอยน้ำเพชรมานานเพราะหญิงสาวคือรุ่นน้อง เมื่อจีบไม่ติดจึงท้าพนันให้พระลบเป็นคนไปจีบแทน

“มีอะไรกันเหรอกราฟ” อัญชลียังคงอยากรู้เพราะเมื่อสักครู่ได้ยินชายหนุ่มพูดถึงเธอ

           “ไม่ใช่เรื่องอะไร เรากำลังจะหมั้นนะ” พระลบรู้ว่าอัญชลีคิดกับตัวเองยังไงแต่เขาไม่ได้กับหญิงสาวไปมากกว่าเพื่อน

           “กราฟล้อเล่นหรือเปล่า อย่ามาอำเลย” อัญชลีกำลังแบ่งรับแบ่งสู้แม้ภายในใจอยากจะกรีดร้องออกมาที่อยู่ๆชายที่หมายปองกำลังจะหมั้นกับคนอื่น

           “จริง”

           “เมื่อไรเหรอ?”

           “อีก 2 วัน” พระลบยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มบรรยากาศดูอึดอัดไปหมดเขาอยากจะให้หญิงสาวตัดใจ คนดีๆยังมีอีกเยอะ

           “กับน้องคนนั้นนะเหรอ” อัญชลีกำหมัดแน่นเธอสงสัยตั้งแต่หญิงสาวคนนั้นแล้วแต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง แถมเจ็บใจกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องพยายามอะไรเลย

           “พอดีเรามีธุระ เราขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มจึงเดินออกมาเหมือนหัวใจกำลังถูกกรีดออกมาทำลาย ทำไมพระลบถึงใจร้ายกับเธอได้ลงคอ

           “อัญ...”

           “เงียบ!” แดนเทพกำลังจะอ้าปากพูดแต่ถูกวีรชาติดักคอไว้ก่อนทั้งสามจึงนั่งดื่มกันจนเมามาย และลืมเรื่องของอัญชลี

           พลอยน้ำเพชรกำลังนั่งถักไหมพร้อมอยู่ในบ้านใกล้จะถึงวันหมั้นแล้วแม่ไม่ให้ออกไปไหนจึงหาอะไรทำแก้เบื่อ ไม่รู้หากถึงวันนั้นแล้วพระลบจะมาเข้าพิธีหรือไม่

           “พลอย มีหยั๋งทุกข์ใจก็บอกแม่” (มีอะไรทุกข์ใจให้บอกแม่) เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยจึวเดินเข้ามาทัก ลำดวนมีลูกสาวคนเดียวจึงหวงเป็นอย่างมาก

           “ถ้าหนูกับพี่กราฟเราไปไหนกันไม่รอด...”

           “พลอยจำคำของแม่ไว้เด้อลูก ต่อให้ไผ๋บ่เห็นค่าให้ลูกหันมายังมีแม่อยู่ ชีวิตสิไปกันบ่รอดแม่ก็ท่าอ้าแขนฮับลูกเสมอ” (ให้จำคำของแม่ไว้หากใครไม่เห็นคุณค่าให้ลูกหันมายังมีแม่อยู่ ชีวิตจะไปกันไม่รอดก็ยังมีแม่อ้าแขนรอรับลูกเสมอ)

           “ขอบคุณนะคะที่เข้าใจหนู” พลอยน้ำเพชรจึงโผล่เข้ากอดแม่ สุดท้ายก็ยังมีแม่ที่อยู่ข้างเราเสมอ

           “ท่าผู้ซายมันซั่วมันบ่ดี ไปกันบ่รอดแม่ก็สิบว่าหยั๋งดอก ลูกอย่าไปทนอยู่กับคนแบบนั่น” (ถ้าผู้ชายมันเลวมันไม่ดี ไปกันไม่รอดแม่ก็จะไม่ว่าอะไร ลูกอย่าไปทนอยู่กับคนแบบนั้น) ลำดวนเห็นใจลูกแต่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วลูกสาวเป็นผู้หญิงก็มีแต่จะเสียหาย

           “พลอยรักแม่นะคะ”

           หญิงสาวสดใสขึ้นมาเล็กน้อยเพราะตลอดทั้งวันนั่งคิดถึงแต่เรื่องของพระลบจนไม่เป็นอันทำอะไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

    พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพี้ยะ! ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง “ผมขอโทษครับแม่” “เงินหนึ่งแสนแม่ก็มีให้ทำไมลูกถึงทำแบบนี้” ตรีนุชทั้งอับอายชาวบ้านรอบที่สองที่ลูกชายไม่เอาไหน “แม่ยังเสียใจที่ลูกทำแบบนี้แล้วน้องพลอยคนบ้านั้นเขาจะรู้สึกยังไง กราฟแม่ไม่เคยสอนให้ลูกหลอกผู้หญิงแบบนี้” หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของลำดวนตรีนุชก็อยากจะก้มกราบขอโทษเลยทีเดียว “ผม ผม...” พระลบพูดไม่ออกเพราะทุกอย่างไม่มีข้อแก้ตัวแค่ความคึกคะนอง “คนที่ลูกต้องไปขอโทษคือหนูพลอยไม่ใช่แม่” “อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยเดี๋ยวนายจะได้กินลูกปืนเปล่าๆ” พระรามพูดขึ้นมาก่อนไปตอนที่ยังร้อนเป็นไฟยังไงก็จะมีแต่พังกับพัง “พ่อจะไม่ซ้ำเติมอะไรหรอก แต่ให้จำไว้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำอะไรแบบนี้อีก” . พลอยน้ำเพชรเตรียมตัวที่จะเดินทางไป

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 5 ความจริงที่รับรู้

    วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่ “ไม่ไปดีกว่า” “ไปหน่อยสิเพื่อจะเจออะไร” ฟ้าใสคะยั้นคะยอให้เพื่อนไปหาพระลบ คนอยู่ห่างกันก็ต้องแอบไปดูเป็นธรรมดา “แต่...ว่า” “แอบไปดูเผื่อพี่กราฟแอบซ่อนใครไว้” “จะดีเหรอ” ด้วยความที่ไว้ใจพระลบจึงไม่อยากทำแบบที่เพื่อนบอกหากชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่ไว้ใจก็คงจะทะเลาะกัน “แค่ไปดูเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” เพราะหลายวันก่อนพี่ชายของฟ้าใสบอกว่าเห็นพระลบไปเที่ยวกับหญิงสาวคงจะหนีไม่พ้นอัญชลีที่คิดไม่ซื่อกับเพื่อน “นั้นเดี๋ยวเราจะลองไปดู” พลอยน้ำเพชรจึงเดินทางกลับบ้านหลังจากที่สอบเสร็จแล้ว พลอยน้ำเพชรจึงหยิบมือถือเพื่อเข้าไปดูความเคลื่นไหวในโลกโชเชียลของพระลบ “แท็กจนคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว” หญิงสาวเห็นอัญชลีแท็กรูปที่ไปเที่ยวด้วยกันมาที่ให้พระลบ น่าน้อยใจแม้แต่ชื่อของเธอพระล

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 4 ไม่เข้าใจ

    พลอยน้ำเพชรต้องรีบมาโรงเรียนเพราะตื่นสายอาทิตย์นี้เป็นการสอบปลายภาคใหญ่ซึ่งจะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้แล้วอีกหนึ่งปีก็จะกลายเป็นสาวมหาลัยเต็มตัว “ไม่ได้นอนหรือไงตาคล้ำมาเชียว” ฟ้าใสเดินเข้ามาทักเพื่อนทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันเป็นพิเศษ “นิดหน่อย” พลอยน้ำเพชรตอบไปตามความจริงเพราะเมื่อก็อ่านหนังสือจนถึงดึกแถมยังต้องมาเจอกับพระลบอีกกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า “สงสัยจะจัดหนักละสิ” คำถามของฟ้าใสทำให้พลอยน้ำเพชรหน้าแดงขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ตอนนี้หญิงสาวทั้งรู้สึกเหนื่อยและเพลียไปหมด “เรา...” “เราหมายถึงอ่านหนังสือดึกทำไมหน้าแดงขนาดนี้คิดอะไรอยู่” ฟ้าใสเห็นเพื่อนหน้าแดงขึ้นมาก็กลัวว่าเพื่อนจะไม่สบาย “เปล่า ก็นอนดึกนิดหนึ่ง” พลอยน้ำเพชรจึงไหลไปตามน้ำโดยไม่ให้ฟ้าใสจับผิดได้ วันนี้การสอบผ่านไปได้ด้วยดีหญิงสาวจึงเดินออกมาหน้าโรงเรียนแต่เห็นพระลบยืนอยู่พร้อมกับรถคู่ใจ “พี่กราฟ!” “พี่มารับกลับบ้าน” พระลบเดินเข้ามาหาหญิงสาวโดยมีสายตาหลายสิบคู่มองมาที่คู่ของเขาแต่ชาย

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 3 งานผูกแขน

    วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว “ติดต่อเจ้ากราฟได้ไหม” “น้องพยายามอยู่ค่ะ ตากราฟนะตากราฟแม่จะหยิกให้ตัวเขียวเลย” ไม่ว่าจะโทรไปกี่สายก็ไม่มีท่าทีว่าลูกสายจะรับสายจนใกล้จะเลยฤกษ์งามยามดีไปแล้วเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเรื่อยๆจนพลอยน้ำเพชรคิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไปเมื่อกำลังจะลุกออกจากงานก็มีเสียงของพระลบดังขึ้นมาก่อน“ผมมาแล้ว!” พระลบเดินเข้ามาในบ้านของพลอยน้ำเพชรและนั่งลงข้างๆ หญิงสาวโดยไม่สนใจเสียงดุด่าของพ่อกับแม่เพราะเขาอยู่ในชุดไม่เรียบร้อยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีดำและกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาพลอยน้ำเพชรพยายามที่จะไม่สนใจเพราะคิดว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำเหมือนกำลังต่อต้านและคงเสียใจที่โดนบังคับให้หมั้นกับเธอถึงแม้จะเสียใจแต่ก็พยายามที่จะปั้นหน้ายิ้มให้ทุกคน“อยากได้พี่เป็นผัวนักไม่ใช่เหรอ ได้สมใจแล้วสินะ” พระลบก้มลงมา

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

    สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่มพลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย “ติดต่อพี่กราฟไม่ได้เหรอ” ฟ้าใสถามพลอยน้ำเพชรที่นั่งเหม่อลอยตลอดเวลาที่เรียนหนังสือ “อือ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” พลอยน้ำเพชรยังคงกดส่งข้อความหาพระลบไม่หยุด เพราะเป็นห่วงกลัวว่าชายหนุ่มจะเป็นอะไรไป “ก็ไปตามดูที่หอสิ นั่งรถไปตัวเมืองไม่นานหรอก” “พรุ่งนี้วันหยุดเดี๋ยวเราจะลองไปดูนะ” หญิงสาวพยายามคิดในแง่บวกพระลบอาจจะยุ่งในการเรียนจนไม่มีเวลาก็ได้ ในวันหยุดพลอยน้ำเพชรจึงเดินทางเข้าเมืองด้วยรถโดยสารประจำทาง ตอนนี้พระลบกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่หนึ่งอยู่ในจังหวัดส่วนหญิงสาวนั้นยังเรียนชั้นมัธยมอยู่แถวบ้าน Ploy : “เดี๋ยวน้องพลอยไปหาพี่กราฟนะคะ” . พระลบที่ยังนอนหลับพริ้มอยู่บนที่นอนเพราะเมื่อคืนชายหนุ่มไปปาร์ตี้กับเพื่อนจึงทำใ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 1 ถ้าพี่ได้หนู จะทิ้งหนูมั้ย (เรื่อง ตามรักเมียในหัวใจ)

    กลางดึกในคืนที่ฝนตกทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูน่ากลัวยิ่งแถวบ้านนอกแล้วไฟข้างทางกับดับสนิท ด้วยความที่บ้านห่างจากตัวเมืองทำให้พระลบพาแฟนสาวต้องแวะที่รีสอร์ตเพื่อรอฝนหยุดตก “หนาวเหรอ ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อนจะได้ไม่เป็นหวัด” “แต่หนูไม่มีเสื้อผ้าใส่นะคะ พี่กราฟทำอะไร!” เด็กสาวรีบถามกลับเพราะเห็นพระลบกำลังถอดเสื้อผ้าและใช้ผ้าเช็ดตัวพันกายไว้ “ไม่ถอดก็นอนหนาวอยู่นั่นแหละ เช้าแล้วพี่จะพากลับ” พระลบจ้องมองพลอยน้ำเพชรอย่างไม่วางตาแต่หญิงสาวยังเด็กเกินกว่าที่จะทำเรื่องอย่างว่า พลอยน้ำเพชรจึงตัดสินใจถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกและรีบขึ้นมานอนบนที่นอนถึงแม้ทั้งสองจะคบหาดูใจกันแต่ก็ไม่เคยใกล้ชิดกันขนาดนี้มาก่อน “อุ้ย พี่กราฟมากอดน้องพลอยไว้ทำไม” “ให้ความอบอุ่นไง” กลิ่นหอมอ่อนๆของแป้งเด็กลอยเข้ามาแตะจมูกของพระลบทำให้อะไรต่อมิอะไรตื่นตัวขึ้นมามือหนาจึงค่อยๆเลื่อนลงต่ำ “พี่กราฟ มันต่ำลงไปแล้ว อ๊ะ!” พลอยน้ำเพชรร้องออกมาเพราะมือหนาเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข และจมูกโด่งเริ่มฝั่งเข้าไปที่ซอกคอของหญิงสาว “ไหนว่าจะไม่ทำอะไรคะ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status