หน้าหลัก / วัยรุ่น / ดั่งต้องมนต์รัก / บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

แชร์

บทที่ 2 เริ่มเปลี่ยนไป

ผู้เขียน: อัญธิญาน์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 08:05:37

สามวันแล้วที่พระลบหายหน้าหายตาไปไม่ยอมติดต่อมาหาพลอยน้ำเพชรตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ติดต่อชายหนุ่มไม่ได้อีกเลยไม่มีแม้แต่ข้อความจากชายหนุ่ม

พลอยน้ำเพชร ปิติโอภาสพงศ์ วัย 17 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพราะบิดาเสียชีวิตไปนานแล้ว นิสัยยอมช่วยเหลือคนเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย

           “ติดต่อพี่กราฟไม่ได้เหรอ” ฟ้าใสถามพลอยน้ำเพชรที่นั่งเหม่อลอยตลอดเวลาที่เรียนหนังสือ

           “อือ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” พลอยน้ำเพชรยังคงกดส่งข้อความหาพระลบไม่หยุด เพราะเป็นห่วงกลัวว่าชายหนุ่มจะเป็นอะไรไป

           “ก็ไปตามดูที่หอสิ นั่งรถไปตัวเมืองไม่นานหรอก”

           “พรุ่งนี้วันหยุดเดี๋ยวเราจะลองไปดูนะ” หญิงสาวพยายามคิดในแง่บวกพระลบอาจจะยุ่งในการเรียนจนไม่มีเวลาก็ได้

           ในวันหยุดพลอยน้ำเพชรจึงเดินทางเข้าเมืองด้วยรถโดยสารประจำทาง ตอนนี้พระลบกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่หนึ่งอยู่ในจังหวัดส่วนหญิงสาวนั้นยังเรียนชั้นมัธยมอยู่แถวบ้าน

           Ploy : “เดี๋ยวน้องพลอยไปหาพี่กราฟนะคะ”

           .

           พระลบที่ยังนอนหลับพริ้มอยู่บนที่นอนเพราะเมื่อคืนชายหนุ่มไปปาร์ตี้กับเพื่อนจึงทำให้กลับมานอนเกือบเช้าใครจะโทรมาหรือส่งข้อความมาชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจจะเปิดอ่าน

           “กราฟตื่นได้แล้ว”

อัญชลี เดินเข้ามาในห้องพักของพระลบเพราะเธอมีกุญแจสำรองอยู่ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย

           อัญชลีแอบรักพระลบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าแต่พยายามแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่เคยเหลียวแลทำให้หญิงสาวต้องพยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มรักและตัดสินใจมาเรียนคณะเดียวกับพระลบ

           “อือ คนจะนอน” ชายหนุ่มยังคงหลับตาและพลิกตัวหนีเมื่อมีเสียงรบกวนพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมโปงไว้

           “มันสายมากแล้วนะ ลืมไปหรือเปล่าวันนี้วันเกิดอัญเรานัดกันจะไปทำบุญ” หญิงสาวทวงสัญญาเพราะตกลงกันไว้แล้วหญิงสาวมักไปไหนกับพระลบสองคนจนบางครั้งทุกคนก็เข้าใจว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่

           “ขอนอนต่ออีกสัก 30 นาที” พระลบจึงหลับต่อไม่สนใจหญิงสาว

           ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           “สงสัยไอ้ชาติจะมา”

อัญชลีจึงเดินไปเปิดประตูโดยไม่ได้ส่องดูตาแมวว่าใครเป็นคนมาเคาะประตู เมื่อเปิดประตูทำให้ทั้งเผชิญหน้ากัน

           “มาหาใครคะ?”

           “หนูมาหาพี่กราฟค่ะ” ถึงแม้จะตกใจที่เห็นผู้หญิงเป็นคนเดินมาเปิดประตูแต่คิดในแง่ดีอาจจะเป็นเพื่อนของพระลบ ถึงแม้จะสงสัยก็ตาม

           “เธอเป็นอะไรกับกราฟไม่ทราบ” อัญชลีกอดอกแล้วจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าจากการแต่งตัวคงจะเป็นเด็กมัธยม พระลบมีแต่พี่ชายแล้วคนตรงหน้าเป็นใคร

           “เป็น...”

           “ใครมาหา?” พระลบเดินออกมาจากห้องนอนแต่มองไม่เห็นว่าใครมาหาเพราะอัญชลียืนบังไว้อยู่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ถึงกับต้องตกใจ

           “น้องพลอย!”

           “พี่กราฟ”

พลอยน้ำเพชรจึงแทรกตัวเข้ามาโดยไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนขวางประตูอยู่ และเดินเข้ามาเกาะแขนของพระลบไว้เธอมีคำถามมากมายอยากจะพูดกับชายหนุ่ม

           “มาได้ยังไงทำไมไม่โทรบอกพี่”

           “น้องพลอยโทรหาแล้วค่ะแต่พี่กราฟก็ไม่รับสาย” เธอทั้งโทรทั้งส่งข้อความแต่ก็ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะตอบกลับ

           “กราฟ แล้วเราละ” อัญชลีรีบแทรกขึ้นมาตอนนี้เธอเหมือนธาตุอากาศมากกว่าเพราะทั้งสองไม่มีใครสนใจเอเลย ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน

           “เราขอคุยกับน้องพลอยสองคนนะ” พระลบหันมาบอกหญิงสาวเพื่อให้อัญชลีกลับไปก่อน

           ปัง!

           “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ” พลอยน้ำเพชรถามในสิ่งที่อยากรู้เธอมองออกว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อน

           “น้องพลอยไม่มีสิทธิ์มาถามพี่นะ ต่อไปห้ามมาหาพี่อีก”

           “ทำไมคะ มีอะไรทำไมน้องพลอยจะถามไม่ได้ก็ในเมื่อเรากำลังจะหมั้นกัน”

           “แค่ผูกข้อไม้ข้อมือยังไม่ได้แต่สักหน่อย อย่าทำเหมือนเป็นเจ้าชีวิตพี่ได้ไหม” พระลบพูดออกไปอย่างน่ารำคาญเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวกำลังจะล้ำเส้นเขามากเกินไป

           “ทำไมพี่กราฟไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย” เมื่อก่อนชายหนุ่มทั้งอ่อนโยนและคอยเอาใจหญิงสาวถึงแม้จะอยู่ไกลกันแต่ก็กลับมาหาเธอได้ทุกอาทิตย์

           “ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันที่ไหน! ถ้าเธอไม่บอกแม่เรื่องมันก็คงไม่ต้องมาไกลขนาดนี้หรอก” ชายหนุ่มยังคงตะคอกใส่หญิงสาวไม่หยุด

           “น้องพลอยไม่ได้เป็นคนบอกนะคะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มโยนความผิดให้จึงรีบแก้ตัว

           “กลับไปซะ อย่ามาที่นี่อีก”

           “กลัวผู้หญิงคนนั้นจะรู้เหรอคะ?”

           พลอยน้ำเพชรที่ยังเด็กเลยเก็บอาการไม่อยู่ ท่าทีของพระลบเหมือนกำลังฝืนใจที่จะต้องเจอหน้าเธอ

           “อย่ามาแตะต้องอัญ เขาคือเพื่อนของฉันกลับไปได้แล้ว ยังไงฉันก็ต้องกลับไปเจอหน้าเธออยู่ดี” พระลบจึงหันหลังให้พลอยน้ำเพชรเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของหญิงสาว

           “ฮึก!” หญิงสาวเช็ดน้ำตาและรีบเดินออกจากห้องไปแต่พอเปิดประตูออกมาก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งรออยู่ที่โชฟาพร้อมส่งสายตาเยาะเย้ยมา

           “ผู้ชายเขาไม่รักก็อย่าตามตื๊อเขาเลย”

           “น้องพลอยคือเมียของพี่กราฟเข้าใจไว้ด้วย เราจะหมั้นกันในอีกไม่กี่วันแล้ว” เพราะความหมั่นไส้จึงพูดออกไปและเห็นแววตาที่ดูโกรธเคืองของหญิงสาวตรงหน้า

           “แกพูดอะไร อีเด็กตอแหล” เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เด็กตรงหน้าพูดเลยเกิดความโมโหคิดจะเดินเข้ามาผลักพลอยน้ำเพชร แต่ผิดคาด

           “กรี๊ดดดด”

เสียงอัญชลีกรีดร้องดังขึ้นเพราะโดยพลอยน้ำเพชรผลักจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น

           “ทำอะไรกัน!” พระลบเมื่อได้ยินเสียงคนกรีดร้องจึงเดินออกมาดู

           “เด็กคนนี้ผลักอัญค่ะ อัญแค่เข้ามาถาม”

           “ขอโทษเพื่อนพี่เดี๋ยวนี้นะน้องพลอย” พระลบหันมาเอาเรื่องพลอยน้ำเพชรโดยที่ไม่ถามหญิงสาวสักครั้ง

           “ไม่ค่ะ” พลอยน้ำเพชรไม่ยอมทำตามที่ชายหนุ่มสั่งเพราะรู้สึกโกรธที่ชายหนุ่มปกป้องคนอื่น หญิงสาวมองหน้าพระลบผ่านม่านน้ำตาและหันหลังเดินออกไปจากห้องพัก

           “น้องพลอยหยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่บอกให้หยุด!” พระลบไม่คิดว่าหญิงสาวจะเดินออกไปง่ายดายเช่นนี้ทุกครั้งหากเขาพูดอะไรไปหญิงสาวก็จะเชื่อฟัง แต่ครั้งนี้กับไม่เป็นอย่างที่คิด

           “กราฟ วันนี้เราต้องไปทำบุญ” อัญชลีดึงแขนของชายหนุ่มไว้ เมื่อเห็นว่าพระลบกำลังจะเดินตามหญิงสาวออกไป

           “ไปสิ” พระลบตัดสินใจไม่ตามพลอยน้ำเพชรเพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ค่อยตามง้อวันนั้นก็ไม่สายไป

           .

           พลอยน้ำเพชรเดินออกมาจากหอพักของพระลบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งรถกลับบ้านมือก็ปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ

           “พลอยไปไสมา” (พลอยไปไหนมา) ลำดวนที่เห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้านจึงทักลูกสาว

           “เปล่าจ้ะ” หญิงสาวเลือกที่จะปฏิเสธและเดินเข้าบ้านไปแม้แต่ข้อความเธอก็ไม่เห็นพระลบส่งมาอธิบายหรืออะไร หญิงสาวจึงกดเข้าแอบพริเคชั่นเห็นรูปพระลบกับหญิงสาวคนนั้นโพสลงเฟสบุ้คพร้อมกับแคปชั่นไปทำบุญ หญิงสาวจึงกดเข้าไปดูคอมเม้นต์

           “เมื่อไรจะเปิดตัว”

           “หวานฉ่ำ”

           “คนนี้สงสัยตัวจริง”

           พลอยน้ำเพชรจึงกดปิดโทรศัพท์และเก็บตัวเงียบกำลังนั่งไตร่ตรองหากหมั้นกันไปจะอยู่กันยังไงให้ได้นาน

           พระลบนั่งคิดหนักตอนนี้กำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างสนุกชายหนุ่มอยากจะส่งข้อความไปหาพลอยน้ำเพชรแต่คิดว่าหญิงสาวคงยังโกรธเพราะไม่มีข้อความส่งมาหาเขา

           “มึงมีหยั๋งสิบอกกูวะ” (มึงมีอะไรจะบอกกู) วีรชาติเพื่อนสนิทของพระลบถามขึ้นหากอยู่กันสองคนชายหนุ่มจะพูดภาษาบ้านเกิด

           “กูกำลังสิผูกแขน” (กูกำลังจะหมั้น) พระลบตอบออกไป

           “มึง อย่าบอกนะว่าน้องพลอย”

           “เออ แบบที่มึงคิด”

           “มึงได้น้องเขาแล้วติวะ” (มึงได้น้องเขาแล้วเหรอวะ)

           วีรชาติถามด้วยความตื่นเต้นแสดงว่าสิ่งที่พนันพวกเขาก็ชนะ เพื่อนอีกคนก็จะต้องจ่ายเงินให้

           “ได้จนเป็นเรื่อง แม่เขาจับได้ชะตาเกือบขาดแล้วกู แม่งเสียเงินบ่พอกูได้เมียมานำ” (เสียเงินไม่พอแถมได้เมียมาอีก) พระลบพูดด้วยความหงุดหงิดถึงจะชนะการพนันแต่ชีวิตก็ต้องมีบ่วงมาผูกคอไว้

           “สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆๆๆ” วีรชาติหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนอีกกลุ่มเดินมาจึงหยุดหัวเรา

           “มึงจ่ายเงินให้ไอ้กราฟด้วยนะมันทำสำเร็จแล้ว” วีรชาติหันไปบอกอีกคนที่เพิ่งเดินนั่ง

           “มึงทำได้จริงๆเหรอวะ” แดนเทพหันไปถามพระลบไม่คิดว่าผู้หญิงเรียบร้อยแบบนั้นจะยอมพลีกายให้พระลบได้เชยชม ตอนที่เขาจีบตอนนั้นทำเป็นเล่นตัว

           “มึงมันได้น้องพลอยไม่พอนะ แถมมันยังได้เมียอีกแม่เขาจับได้วะมึงให้เงินแสนมันไปเลยถือว่าเป็นค่าผูกแขน” วีรชาติพูดไปขำไปทั้งสงสารทั้งสมน้ำหน้า

           “อย่างนี้อัญก็เสียใจแย่เลยสิ” แดนเทพพูดขึ้นเพราะรู้ว่าอัญชลีคิดยังไงกับพระลบ

           “พูดถึงอัญกันอยู่เหรอ!”

เจ้าของชื่อเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับนั่งลงข้างกายพระลบและยังคงไม่รู้ว่าชายที่หมายปองกำลังจะตกไปเป็นของคนอื่น

           “ถามไอ้กราฟมันดูสิ” แดนเทพโยนให้พระลบเป็นคนพูดเขารู้จักกับพลอยน้ำเพชรมานานเพราะหญิงสาวคือรุ่นน้อง เมื่อจีบไม่ติดจึงท้าพนันให้พระลบเป็นคนไปจีบแทน

“มีอะไรกันเหรอกราฟ” อัญชลียังคงอยากรู้เพราะเมื่อสักครู่ได้ยินชายหนุ่มพูดถึงเธอ

           “ไม่ใช่เรื่องอะไร เรากำลังจะหมั้นนะ” พระลบรู้ว่าอัญชลีคิดกับตัวเองยังไงแต่เขาไม่ได้กับหญิงสาวไปมากกว่าเพื่อน

           “กราฟล้อเล่นหรือเปล่า อย่ามาอำเลย” อัญชลีกำลังแบ่งรับแบ่งสู้แม้ภายในใจอยากจะกรีดร้องออกมาที่อยู่ๆชายที่หมายปองกำลังจะหมั้นกับคนอื่น

           “จริง”

           “เมื่อไรเหรอ?”

           “อีก 2 วัน” พระลบยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มบรรยากาศดูอึดอัดไปหมดเขาอยากจะให้หญิงสาวตัดใจ คนดีๆยังมีอีกเยอะ

           “กับน้องคนนั้นนะเหรอ” อัญชลีกำหมัดแน่นเธอสงสัยตั้งแต่หญิงสาวคนนั้นแล้วแต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง แถมเจ็บใจกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องพยายามอะไรเลย

           “พอดีเรามีธุระ เราขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มจึงเดินออกมาเหมือนหัวใจกำลังถูกกรีดออกมาทำลาย ทำไมพระลบถึงใจร้ายกับเธอได้ลงคอ

           “อัญ...”

           “เงียบ!” แดนเทพกำลังจะอ้าปากพูดแต่ถูกวีรชาติดักคอไว้ก่อนทั้งสามจึงนั่งดื่มกันจนเมามาย และลืมเรื่องของอัญชลี

           พลอยน้ำเพชรกำลังนั่งถักไหมพร้อมอยู่ในบ้านใกล้จะถึงวันหมั้นแล้วแม่ไม่ให้ออกไปไหนจึงหาอะไรทำแก้เบื่อ ไม่รู้หากถึงวันนั้นแล้วพระลบจะมาเข้าพิธีหรือไม่

           “พลอย มีหยั๋งทุกข์ใจก็บอกแม่” (มีอะไรทุกข์ใจให้บอกแม่) เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยจึวเดินเข้ามาทัก ลำดวนมีลูกสาวคนเดียวจึงหวงเป็นอย่างมาก

           “ถ้าหนูกับพี่กราฟเราไปไหนกันไม่รอด...”

           “พลอยจำคำของแม่ไว้เด้อลูก ต่อให้ไผ๋บ่เห็นค่าให้ลูกหันมายังมีแม่อยู่ ชีวิตสิไปกันบ่รอดแม่ก็ท่าอ้าแขนฮับลูกเสมอ” (ให้จำคำของแม่ไว้หากใครไม่เห็นคุณค่าให้ลูกหันมายังมีแม่อยู่ ชีวิตจะไปกันไม่รอดก็ยังมีแม่อ้าแขนรอรับลูกเสมอ)

           “ขอบคุณนะคะที่เข้าใจหนู” พลอยน้ำเพชรจึงโผล่เข้ากอดแม่ สุดท้ายก็ยังมีแม่ที่อยู่ข้างเราเสมอ

           “ท่าผู้ซายมันซั่วมันบ่ดี ไปกันบ่รอดแม่ก็สิบว่าหยั๋งดอก ลูกอย่าไปทนอยู่กับคนแบบนั่น” (ถ้าผู้ชายมันเลวมันไม่ดี ไปกันไม่รอดแม่ก็จะไม่ว่าอะไร ลูกอย่าไปทนอยู่กับคนแบบนั้น) ลำดวนเห็นใจลูกแต่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วลูกสาวเป็นผู้หญิงก็มีแต่จะเสียหาย

           “พลอยรักแม่นะคะ”

           หญิงสาวสดใสขึ้นมาเล็กน้อยเพราะตลอดทั้งวันนั่งคิดถึงแต่เรื่องของพระลบจนไม่เป็นอันทำอะไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งต้องมนต์รัก    ตอนพิเศษ ได้ดั่งใจ

    ตรีเมฆนั่งมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่บนที่นอน พร้อมกับนั่งมองหน้าลูกชายตัวเอง ใช่แล้วคีตะวันเพิ่งจะคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือนสร้างความดีใจให้เขาเป็นอย่างมากตอนนี้ควีนนี่อายุได้ 3 ปี ส่วนเคที่อายุ 1 กับอีก 6 เดือน “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ” วันนี้คีตะวันไปหาหมอตรีเมฆจึงอาสาจะอยู่เฝ้าลูกชายด้วยตัวเอง โชคดีที่ลูกไม่ตื่นขึ้นมางอแง เด็กชายตรัสวัต วรวงศ์คุณากร ชื่อเล่น มังกร ลูกคนสุดท้องของตรีเมฆละคีตะวันหญิงสาวไม่สามารถมีลูกได้อีกเพราะตอนคลอดมังกรนั้นเสียเลือดมาก จนต้องทำหมันทันที “กลับมาแล้วค่ะ” คีตะวันกลับมาจากโรงพยาบาลโดยมีโก้เป็นคนขับรถให้และอ้อมที่ไปเป็นเพื่อนส่วนลูกสาวทั้งสองคนตอนนี้อยู่กับคุณปู่และคุณย่า “ดูสิมังกรน้อยหลับลึกเลย” “ต้องปลุกมากินนมนะคะ” คีตะวันจึงเข้าไปปลูกลูกน้อยให้ตื่นมากินนมเพื่อลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน พอจุกนมเข้าปากก็เงียบ “พี่เมฆจะไปทำงานก็ได้นะคะเดี๋ยวซันนี่ดูลูกเอง เย็นๆเดี๋ยวสองแสบก็กลับมาแล้ว” “อีก 1 ชั่วโมงพี่จะเข้าออฟฟิศ” “ตั้งใจทำงานนะคะ” ตรีเมฆออกมาทำงานและนั่งมองประเทศท่องเท

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทส่งท้าย ส่งตัวเข้าหอ

    งานแต่งสุดยิ่งใหญ่และอลังการไร่มนต์รักถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานแต่งสุดหรูแต่งานนี้เชิญเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทเท่านั้น ตรีเมฆกลัวว่าภรรยาคนสวยจะรับแขกไม่ไหวเพราะกำลังตั้งครรภ์ “ขวัญคิดถึงจังเลย” “คิดถึงเหมือนกัน เป็นเจ้าสาวก่อนฉันอีกนะ” “คุณดินต้องรีบแล้วนะคะ” คีตะวันหันไปบอกกับบดินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายขวัญพิชชา ตรีเมฆเองก็ยังคงพูดไม่หยุดว่าตัวเองกำลังจะมีลูก “มีความสุขมากๆ นะ” “ขอบใจมากนะ” คุณากรควงแขนเขมอัปสรเข้ามาในงานเขาอุตส่าห์ให้การ์ดงานแต่งก่อนตรีเมฆ แต่เพื่อนดันมาแต่งงานก่อนเขาเสียอีก แถมยังล้อเขาไม่หยุดว่าไม่มีน้ำยา “ไงไอ้เสือเงียบ” “สวัสดีค่ะพี่เข็มพี่กร” คีตะวันหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่สุด งานวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่คนทั้งงานอิจฉา “ยินดีด้วยนะคะซันนี่” พระลบและพลอยน้ำเพชรอุ้มลูกน้อยเข้ามาในงานตามด้วยพระรามที่ควงแขนภรรยาเข้ามา ปีนี้ที่บ้านจัดงานแต่งถึงสองหนด้วยกัน “เข้าไปในงานก่อนดิ” “เออ อย่ามัวแต่มองหน้าเจ้าสาวเดี๋ยวจะได้แต่ง” พระรามเดินเข้า

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 21 ลูกสาวของตรีเมฆ

    หลายวันมานี้ตะวันรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลาและเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นเยอะจนคีตะวันคิดจะไปเข้าคอสลดน้ำหนักเพราะเหลือเวลาแค่ไม่ถึงงานงานแต่งงานก็จะมาถึง “อื้ออ อวก” “คุณหนูเป็นอะไรไปคะ” ป้าอิ่มวิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่เหมือนจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนักแถมยังอาเจียนออกมาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ “ซันนี่แค่เวียนหัวค่ะ” คีตะวันทิ้งตัวลงที่โชฟาและดมยาหอมตอนนี้ร่างกายเหมือนคนป่วยและที่สำคัญหญิงสาวเกลียดกลิ่นน้ำหอมของตรีเมฆที่สุด เมื่อเช้าจนต้องไล่เขาให้ออกไปอยู่ห่างๆ ด้านตรีเมฆกำลังนั่งหน้าบึ้งและสั่งงานลูกน้องอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะกำลังน้อยใจที่คีตะวันไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่โก้กับเบิ้มที่ทำอะไรก็ไม่เข้าตาผู้เป็นนาย “ยกดีๆ ดิวะ” “ครับๆ” เบิ้มกำลังยกหญ้ามาให้ม้าที่กำลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาเหงื่อตกไปหมดเพราะตรีเมฆเล่นมานั่งเฝ้าตลอดเวลาจนคนงานต่างพากันเงียบไปหมด “สงสารพี่จั่นมากเมียกำลังตั้งท้องอยู่เข้าใกล้ไม่ได้เลย” ตรีเมฆได้ยินประโยคนี้จึงสนใจขึ้นมาจึงอยากรู้อาการของภรรยาคนงานชายที่กำลังให้อาหารม

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 20 ยอมแพ้

    ตรีเมฆพาคีตะวันกลับมาที่ไร่หญิงสาวตัดสินใจจะมาอยู่กับชายหนุ่มหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว และจะต้องพาหญิงสาวกลับไปหาแม่ทุกเดือนซึ่งตรีเมฆก็ไม่ได้ขัด “อ้อมคิดถึงจังเลย” “คิดถึงคุณซันนี่เหมือนกันค่ะ” สองสาวต่างพากันนั่งพูดคุยกันบ่ายนี้ตรีเมฆมีนัดคุยงานกับคุณากรซึ่งเขาบังคับคีตะวันให้ไปด้วยกัน “ไม่รู้จะบังคับกันมาทำไม ชิ!” คีตะวันเดินลงจากรถชายหนุ่มพาหญิงสาวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟอีกสักพักกว่าคุณากรจะมาถึง แต่อะไรดลใจให้คีตะวันเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ “อุ้ย คุณเมฆมาทำอะไรคะเนี้ย” ดลณดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตรีเมฆโดยที่ยังไม่ได้อนุญาตและแกล้งทำตัวมองไม่เห็นคีตะวันทั้งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ไกล มารหัวใจ “คุณป้าแก่แล้วสายตาสั้นเหรอคะ” คีตะวันพูดขึ้นและส่งยิ้มให้ดลณดาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะโกรธเธอเป็นอย่างมาก แค่ใครจะไปสนใจ “เธอเรียกใครว่าป้า!” “ก็เรียกป้าไงไม่เห็นหรือไงว่าผู้ชายเขามากับเมีย ยังจะมาทำตัวเป็นปลิงอยู่ได้” ผู้หญิงอย่ามัวแต่วิ่งตามคนที่เขาไม่รักเสียเวลาชีวิต คีตะวันคิดอย่างนั้นเสมอแต่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากได้มากถึงต้อ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 19 แถลงข่าว

    คีรินกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้และเป็นวันที่ตรีเมฆจะเข้ามาคุยเรื่องงานแต่งงานของคีตะวัน การจดทะเบียนสมรสคีรินนั้นรับทราบมาแล้วและไม่ติดขัดอะไร “คุณแม่รู้เห็นเป็นใจเรื่องจดทะเบียนเหรอคะ” “ซันนี่นั่งลงก่อน” คีรินดุลูกสาวถึงแม้คีตะวันจะโตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กจนคีรินอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “ผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอซันนี่ครับ” “ไม่เอานะ” คีตะวันยังไม่อยากแต่งงานและยังไม่อยากที่จะมีครอบครัว จึงคัดค้านการสู่ขอในครั้งนี้ “ซันนี่แม่บอกให้เงียบ” “ไม่เป็นไรครับน้องยังเด็ก” ตรีเมฆไม่ถือโทษโกรธคีตะวันเพราะรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวว่าเป็นใจร้อนและขี้หงุดหงิดเพราะฉะนั้นเขาต้องใจเย็นให้มากขึ้น “หากคุณเมฆว่างวันไหนก็พาผู้ใหญ่มาได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องงานของซันนี่เดี๋ยวให้จัดโต๊ะแถลงข่าว” “คุณแม่คะ?” คีตะวันไม่มีสิทธิ์พูดหรือเอ่ยอะไรจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตรีเมฆรับรู้ได้เมื่อคีรินออกไปแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกออกไปแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน “โกรธพี่เหรอครับ” ตรีเมฆดูออกว่าหญิงสาวกำลังโกรธที่เขามัดมือชกแบบนั้น “...” “แต่งงานก

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 18 บนรถก็ไม่เว้น

    “จะรีบลงไปไหน” “ดึกแล้วซันนี่ง่วงแล้วด้วย” คีตะวันง่วงจนตาแทบจะปิดแล้วแต่คำพูดของตรีเมฆทำให้หญิงสาวตาโตขึ้นมา “ซันนี่ต้องมารับผิดชอบพี่ก่อน” “รับผิดชอบอะไรคะ?” “ก็จัดการเจ้านี่ไง” ตรีเมฆมองต่ำลงไปจนคีตะวันต้องมองตามไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงของตรีเมฆ ใบหน้าสวยก็เขินอายขึ้นมาเพราะมีบางอย่างกำลังดันกางเกงเขาจนเห็นได้ชัด “ไม่ค่ะ” “ซันนี่อย่าทรมานพี่เลย” ตรีเมฆปวดหนึบที่ท่อนเอ็นเพราะตอนนี้กำลังขยายตัว หากได้ปากของหญิงสาวอมมันเข้าไปคงจะรู้สึกดีไม่น้อย “พี่เมฆนี่มันในรถ” “ในรถสิครับเสียวออกเปลี่ยนบรรยากาศ เร็วสิครับไม่งั้นก็ไม่ต้องลงไปนะ” “คนบ้าคนหื่น” ปากบ่นตรีเมฆแต่ก็ยอมข้ามฝั่งมาขึ้นคร่อมชายหนุ่มตรีเมฆรีบปลดตะขอกางเกงออกมาไปกองที่พื้น ซันนี่ควักท่อนเอ็นออกมาอย่างรู้งาน “อ่าส์ เด็กดีจัดการมันเลยครับ” ตรีเมฆเลื่อนเบาะรถไปหลังสุดและปรับให้เอนลงคีตะวันกำลังนั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับใช้มือกุมท่อนเอ็นไว้ “มันเป็นของซันนี่คนเดียวคนเดียว อืม อ่าส์ ระวังฟันด้วย” ตรีเมฆครางออกมาอย่างถูกใจเมื่อปากของคีตะว

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 6 เลิกลาแต่ไม่เลิกรัก

    พระลบเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีพ่อกับแม่และพระรามนั่งรออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วโดยทั้งสามมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพี้ยะ! ตรีนุชที่ไม่เคยแม้แต่จะตีลูกแต่ครั้งนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกชายไม่เห็นคุณค่าของเพศแม่แถมยังดูถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง “ผมขอโทษครับแ

  • ดั่งต้องมนต์รัก    บทที่ 5 ความจริงที่รับรู้

    วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ส่วนพระลบก็กลับไปเรียนต่อในเมืองเช่นเดิมทั้งสองต้องห่างกันอีกครั้งซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลอยน้ำเพชรรู้สึกไม่ชอบนัก “สอบวันสุดท้ายแล้วไปหาพี่กราฟไหม?” ฟ้าใสหันมาถามเพื่อนสาวที่นั่งเหม่ยลอยอยู่ “ไม่ไปดีกว่า” “ไปหน่อย

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 4 ไม่เข้าใจ

    พลอยน้ำเพชรต้องรีบมาโรงเรียนเพราะตื่นสายอาทิตย์นี้เป็นการสอบปลายภาคใหญ่ซึ่งจะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้แล้วอีกหนึ่งปีก็จะกลายเป็นสาวมหาลัยเต็มตัว “ไม่ได้นอนหรือไงตาคล้ำมาเชียว” ฟ้าใสเดินเข้ามาทักเพื่อนทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงสนิทกันเป็นพิเศษ “นิดหน่อย” พลอยน้ำเพ

  • ดั่งต้องมนต์รัก   บทที่ 3 งานผูกแขน

    วันงานหมั้นของพลอยน้ำเพชรกับพระลบก็มาถึงหญิงสาวมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอหน้าพระลบอีกเลยจนหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงไม่มา “รออีกหน่อยก็แล้วกันนะคะ” ตรีนุชพยายามติดต่อหาลูกชายคนเล็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status