หน้าหลัก / วัยรุ่น / ดั่งปรารถนา / ตอนที่ 4 เรื่องเล่า

แชร์

ตอนที่ 4 เรื่องเล่า

ผู้เขียน: สีชา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-03-30 03:05:43

ช่วงสายในช่วงสุดสัปดาห์เสียงเจื้อยแจ้วรอบบ้านเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องของชายหนุ่ม อากาศที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจเริ่มแสดงสีหน้าและขมวดคิ้วเมื่อเสียงนั่นรบกวนการนอนของเขา จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่สามารถข่มตานอนภายใต้เสียงรบกวนได้เขาจึงลืมตาตื่นพร้อมบิดตัวและมือของเขาก็มาขยี้ตาเพื่อไล่อาการง่วงออกไป

ชายหนุ่มลืมตาในห้องนอนที่มีแสงลอดเข้าทางผ้าม่านเพียงเล็กน้อย เขานอนนิ่ง ๆ อยู่พักใหญ่กว่าจะลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงและนั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบเวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีชายหนุ่มก็ลุกออกจากเตียงพร้อมยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นสูงบิดขี้เกียจอีกครั้ง

‘อื้อ!’

อากาศเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเพียงชั่วครู่เดียวเขาก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูที่พันเอวพร้อมหยดน้ำที่เกาะตามร่างกาย ชายหนุ่มเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมใส่และลงไปชั้นล่างด้วยผมที่ยังคงเปียกหมาด ๆ เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็แห้ง

“อากาศลูกทำไมไม่เช็ดผมให้แห้งก่อนล่ะ?” คุณแม่ของเขาที่นั่งอยู่ที่โซฟาตั้งใหญ่ที่อยู่ใจกลางบ้านทักขึ้นเมื่อเห็นลูกชายลงมาพร้อมหัวหมาด ๆ

แม่ของอากาศนั่งซ่อมเสื้อผ้าที่ชำรุดเพียงเล็กน้อยแต่ตาของเธอก็มองทีวีเป็นพัก ๆ รายการโทรทัศน์ช่วงสาย ๆ คงไม่มีอะไรนอกจากรายการซุบซิบเหล่าซูเป้อร์สตาร์

“เดี๋ยวก็แห้งครับแม่” อากาศตอบกลับแม่ของเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“หิวไหม? ข้าวอยู่ในครัวนะ ตักกินได้เลย” คนเป็นแม่ถามขึ้น

“ครับ แม่กินอะไรหรือยังครับ?” ชายหนุ่มถามกลับ

“เรียบร้อยจ้ะ”

ชายหนุ่มเปิดหม้อก็เห็นว่าวันนี้คุณแม่ทำกับข้าวอะไรบ้างหม้อแรกเป็นซุปเนื้อของโปรดพ่อเปิดหม้อต่อไปก็อดยิ้มไม่ได้เพราะนั่นเป็นของโปรดของเขาอย่าง ‘ผัดเผ็ดปลา’ อย่างไรล่ะ ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบหยิบจานมาตักข้าวและผัดเผ็ดปลาดุกอย่างไม่รีรอ วันนี้เขาทานข้าวเยอะเป็นพิเศษอาจจะเป็นเพราะวันนี้มีของโปรดของเขาหรือไม่ก็เพราะได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่ที่ตั้งแต่ไปเรียนมหาลัยมาก็มีครั้งนี้นี่แหละที่เขาได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่หลายวันติดต่อกัน ถ้าให้เดาคงจะเป็นอย่างหลัง

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยอากาศก็นำจานที่ตัวเองทานข้าวไปล้างทันทีเขาติดนิสัยตั้งแต่สมัยเด็กแล้วล่ะว่าทานเสร็จและเก็บล้างทันทีซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีเขาเลยทำมันอย่างต่อเนื่อง

อากาศเดินออกจากห้องครัวและเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองเพื่อหยิบไอแพดและปากกาไว้วาดรูปและเดินลงชั้นล่างเช่นเดิม

เขาเดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามแม่ของเขาและหยิบไอแพดออกมา อย่างที่รู้กันว่าอากาศชอบวาดรูปมาก ๆ เปรียบเสมือนว่ามันเป็นเพื่อนของเขาในยามว่างก็ได้ไม่ว่าจะวาดบนกระดาษ ผ้าใบ หรือวาดบนเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เขาก็ชอบมันหมด

ทั้งคุณแม่และอากาศตกอยู่ในความคิดของตัวเอง คุณแม่ก็ซ่อมผ้าและดูรายการทีวีนั่นต่อไปส่วนอากาศก็นั่งวาดรูปในไอแพดของตัวเอง สักพักคุณแม่ก็พูดขึ้นมาว่า ‘คิดถึงเนอะ’ อากาศที่ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับทำหน้าสงสัยในสิ่งที่แม่ของเขาพูด

“เมื่อกี้คุณแม่พูดว่าอะไรนะครับ?” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้หูฝาด

“แม่บอกว่าคิดถึง”

“คิดถึง? คิดถึงใครเหรอครับ?”

“คิดถึงน้องฟองฝน”

“น้องฟองฝน...อีกแล้วเหรอครับ แม่ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับน้องได้ไหมครับ ทำไมผมไม่คุ้นชื่อนี้เลย”

“น้องฟองฝนย้ายมาอยู่ข้างบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน นิสัยน้องเป็นเด็กซน ๆ ตามวัยเขานั่นล่ะแต่น้องเป็นเด็กน่ารัก ชอบมาเล่นกับเราบ่อยจะตาย แรก ๆ เราทั้งหนีน้องเมินน้องแต่สุดท้ายแม่ก็เห็นเราทั้งสองนั่งเล่นด้วยกัน” คุณแม่พูดพลางอมยิ้มไปด้วยเมื่อนึกถึงวันเก่า ๆ ที่มีเด็กที่ชื่อฟองฝนย้ายมาข้างบ้าน

“…” ชายหนุ่มเงียบและฟังคุณแม่อย่างตั้งใจ

“เนี่ย ถ้าวันไหนเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์แบบนี้นะ สาย ๆ จะได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้านแล้ว จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฟองฝนนั่นล่ะที่รอมาเล่นกับเรา บ่อยครั้งที่น้องขึ้นไปเคาะประตูปลุกเรา จำไม่ได้เหรอ?”

“จำไม่ได้เลยครับ” ชายหนุ่มส่ายหน้า

“แล้วช่วงเย็น ๆ อากาศร่ม ๆ ไม่มีแดดเราสองคนก็ชอบไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อน น้องก็นั่งมองเราวาดรูปส่วนเราก็วาดรูปไม่คุยกับน้องเลย แม่เองก็คอยยกน้ำ ยกผลไม้ให้เราสองคน น้องชอบพูดว่าจะมาเป็นลูกสะใภ้แม่ให้ได้ ตอนแม่ได้ยินครั้งแรกก็ตกใจว่าเด็กคนนี้ตรงไปตรงมาจริง ๆ” เมื่อนึกถึงมันแล้วคุณแม่ก็ยกมือมาป้องปากพร้อมหัวเราะเบา ๆ

“น่ารำคาญจะตาย” ชายหนุ่มพูดขึ้น

“อากาศพูดว่าอะไรนะคะ” คุณแม่ถามซ้ำ

“ก็น่ารำคาญจะตายมาเล่นด้วยทุกวัน บอกว่าไม่เล่นก็คะยั้นคะยอ จะเล่นด้วยอยู่อย่างนั้น”

“นี่ลูกจำน้องได้แล้วเหรอ?” คุณแม่ตกใจเผลอพูดเสียงดังเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ลูกชายของเธอจำเรื่องราวเหล่านั้นได้บ้างแล้ว

“ก็...พอแม่เล่ามาก็เหมือนจะคุ้น ๆ น่ะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักเมื่อแม่ของเขาถามอย่างนั้น

“จริงเหรอคะ?”

“ตอนที่แม่เล่ามันก็มีแวบ ๆ มาในหัวครับแต่ผมก็ยังนึกหน้าน้องไม่ออกอยู่ดี”

“แม่มีอะไรจะให้ดู เดี๋ยวแม่ไปหยิบมานะ” คุณแม่ลุกขึ้นออกจากโซฟาและเดินไปยังตู้และเปิดบานประตูออกมาและหยิบสิ่งหนึ่งออกมา นั่นก็คือ “อัลบั้มรูปภาพ”

คุณแม่เดินมาพร้อมกับสิ่งที่อยู่ในมือ เธอเดินมานั่งข้าง ๆ ลูกชายของเธอและเปิดมันออก ภายในนั้นมีรูปภาพที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำมากมายคุณแม่ค่อย ๆ เปิดไปทีละหน้าอย่างใจเย็น

“รูปนี้เป็นรูปที่เราทั้งสองครอบครัวไปเที่ยวช่วงหน้าร้อนด้วยกัน”

“ไหนน้องล่ะครับ?”

“นี่ไง!” คุณแม่เปิดไปเรื่อย ๆ และชี้นิ้วไปที่รูปรูปหนึ่งเป็นรูปเด็กสาวที่กำลังยิ้มแฉ่งพร้อมบาร์บีคิวที่อยู่ในมือ

“…” เมื่อเห็นรูปนั้นแล้วอากาศก็เบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่านั่นเป็นคนที่เขาฝันถึงตลอดและเป็นคนที่เขาพยายามจะวาดมันออกมาจากความฝัน

“อากาศเป็นอะไรหรือเปล่าลูก”

“เธอคือคนที่ผมฝันมาตลอดนี่ครับแม่” เขาชี้ไปที่รูปนั่น

“จริงหรือเปล่าลูก”

“จริงครับ ผมจำได้!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งปรารถนา    ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 15 กระจ่างชัด

    ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 14 แรกพบ

    เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 13 เรื่องราว

    หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 12 นาฬิกา

    หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 11 ปัจจุบัน

    ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status