แชร์

ตอนที่ 5 ขอโทษ

ผู้เขียน: สีชา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-04-05 09:24:10

ชีวิตอันแสนสงบสุขของชายหนุ่มได้ผ่านไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ดูเหมือนกับว่าจะยุ่งนิดหน่อยเพราะวันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ ช่วงวันหยุดได้ผ่านพ้นไปวันจันทร์กลับมาอีกแล้ว

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สองของการฝึกสอนของชายหนุ่ม อากาศเดินลงไปชั้นล่างของบ้านหลังจากที่เขาจัดการตัวเองเรียบร้อย

“อ้าว ลงมาแล้วเหรอลูก มานั่งกินข้าวก่อนค่ะแม่เตรียมไว้ใกล้เสร็จแล้ว” คุณแม่ทักขึ้นตอนที่กำลังจัดเตรียมอาหารเช้า

“สวัสดีครับ”

“จ๊ะ มานั่งค่ะ”

“เดี๋ยวผมช่วยครับ” อากาศอาสาช่วยแม่ของเขาจัดเตรียมโต๊ะเมื่อเห็นว่าแม่ของเขานั้นดูยุ่งและวุ่นวายกับการจัดเตรียม

“ขอบใจจ้ะ” คุณแม่หันมายิ้มให้เขาหลังจากที่เขาพูดจบ

ทั้งคู่เตรียมโต๊ะเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งทานข้าวเช้ากันพร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยที่อาหารเช้าวันนี้เป็นอะไรง่าย ๆ อย่างข้าวต้มทะเลและกาแฟหนึ่งแก้วให้คุณพ่อ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปฝึกสอนชายหนุ่มก็เอ่ยลาคุณแม่ให้เสร็จเรียบร้อยและขับรถไปที่โรงเรียน

กิจกรรมหน้าเสาธงก็เหมือนในทุก ๆ วันไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หลังจากที่จบกิจกรรมสุดท้ายแล้วเด็กนักเรียนก็ถูกปล่อยให้เข้าไปเรียนตามชั้นเรียนของตัวเอง ด้วยความที่วันจันทร์ชายหนุ่มมีคาบสอนอีกทีก็คาบที่สี่นั่นทำให้เขามีเวลาว่างที่จะเคลียร์งานอย่างเช่นตรวจงานที่เหลือที่ตรวจค้างจากอาทิตย์ที่แล้วให้เสร็จเรียบร้อย เมื่อถึงขั้นตอนการกรอกคะแนนให้กับนักเรียน ชายหนุ่มทยอยกรอกคะแนนเด็กนักเรียนอย่างตั้งใจและรอบคอบที่สุด แต่เมื่อถึงชื่อของเด็กนักเรียนคนหนึ่งแล้ว อากาศกลับคิดไม่ตกกับชื่อนี้เขารู้สึกแปลก ๆ บางอย่างเมื่อเห็นชื่อนั้น สุดท้ายชายหนุ่มก็ปล่อยให้มันผ่านไป

‘อาจจะเป็นชื่อใครสักคนก็ได้’ เขาพูดปลอบใจตัวเองเบา ๆ

บ่ายโมงตรง

หลังจากที่ทานอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อากาศเข้าไปรอเด็กๆ ในห้องศิลปะวันนี้อาจารย์จิรายุไปประชุมจึงวานให้เขาเข้ามาสอนแทนเพราะทุกครั้งจะมีอาจารย์จิรายุเข้ามาสังเกตการณ์สอนของเขาทุกคาบและจะนั่งอยู่หลังห้องคอยสังเกตวิธีที่ชายหนุ่มใช้สอนเด็กนักเรียน แต่วันนี้เขาต้องเผชิญกับเด็กมอห้าที่ขึ้นชื่อว่าดื้อที่สุดเพียงคนเดียว

ชายหนุ่มรออย่างใจเย็นต่อไป เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่ได้ยินเสียงระฆังดังที่บ่งบอกว่าหมดช่วงเวลาพักเที่ยงแล้วก็มีเด็กนักเรียนทยอยเข้าคาบเรียน

สิ่งแรกที่นักเรียนทำหลังจากที่เพื่อน ๆ ในห้องมาครบทุกคนนั้นก็คือพูดทำความเคารพ

“ทุกคนทำความเคารพ” หัวหน้าห้องพูดขึ้น

“สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ” ทุกคนพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน

“เอาล่ะ เดี๋ยวครูจะเช็กชื่อก่อนนะครับ ตั้งใจฟังพร้อมเอ่ยขานดัง ๆ นะครับ”

“ค่า”

ชื่อแล้วชื่อเล่าถูกเรียกเรื่อย ๆ นักเรียนในห้องต่างก็ขานรับเมื่อชื่อของตัวเองถูกเรียก

“อัสสนีรัตน์...” ชื่อหนึ่งถูกเรียก

“มาค่ะ” และวันนี้มีคนขานรับ

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนั้น หลังจากที่เขาหาต้นเสียงนั้นได้ก็ทำให้เขานั้นเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเสียงนั้นมาจากไหน

ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างไปหลายนาที เด็กนักเรียนในห้องต่างก็สงสัยว่าทำไมคุณครูถึงเป็นเช่นนั้น

“ฟองฝน!!” ชายหนุ่มเรียก

“…” อีกฝ่ายยังคงงง

นักเรียนในห้องต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“อาจารย์รู้จักเหรอ?” นักเรียนคนหนึ่งในห้องพูดขึ้น

“ไม่รู้สิ”

“ห้องเรามีคนชื่อนั้นด้วยเหรอ?”

“ไม่มีนะ”

“นั่นมันน้ำฝน แต่อาจารย์เรียกฟองฝนนะ”

“ใช่ ๆ ฉันก็ได้ยินว่าฟองฝน”

เสียงซุบซิบต่าง ๆ ที่มาจากนักเรียนดังขึ้นเรื่อย ๆ

ชายหนุ่มไม่สนใจว่าพฤติกรรมที่ตัวเองทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ เขาวางสิ่งที่อยู่ในมือลงและเดินตรงไปที่โต๊ะนั้น

[Assanirat’ s part]

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันได้เจอกับครูฝึกสอนคนนี้เห็นว่าเขามาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มาโรงเรียนในแรกที่โรงเรียนเปิดเพราะว่าไม่สบายและนั่นทำให้ฉันเจอคุณครูคนนี้ครั้งแรก ฉันค่อนข้างตกใจที่อยู่ ๆ ก็ถูกว่า อะไรนะ ฟองฝนเหรอ ฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกันเพราะรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและตอนนี้คุณครูคนนั้นก็เดินมุ่งมาหาฉันโดยเฉพาะพร้อมกับคุกเข่าลงต่อหน้าฉัน ฉันมองไปรอบ ๆ ห้องก็เห็นเพื่อน ๆ ในห้องต่างก็มองมาที่ฉัน ฉันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

[Assanirat’ s part end]

“ขอโทษ”

“…” หญิงสาวยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณครูคนนี้ทำ

หลังจากที่ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะของเธอเขาก็ได้คุกเข่าลงเพื่ออยู่เสมอกับเธอและพูดว่าขอโทษพร้อมน้ำในตาที่เอ่อล้นขอบตา

“ฟองฝน...”

“ครูเรียกใครคะ”

“เธอไง ชื่อฟองฝน รู้ไหมว่าพี่รอเรากลับมาตลอด”

“มึงช่วยด้วย ครูเป็นอะไร” เด็กสาวคนนั้นสะกิดเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ให้ช่วยเธอ

“จะให้ช่วยยังไง ครูเป็นอะไรก็ไม่รู้วันนี้ครูจิก็ไม่อยู่ด้วย”

“กูกลัวจริง ๆ นะ”

“เกิดอะไรขึ้นคะนักเรียน” ครูศิริพรที่สอนอยู่ห้องคหกรรมเข้ามาดูเมื่อมีนักเรียนในห้องไปเรียก

“ครูคะ” เด็กสาวเมื่อเห็นว่าครูศิริพรเข้ามาก็รีบลุกไปหาทันที

“เกิดอะไรขึ้น”

“ไม่รู้ค่ะ อยู่ ๆ ครูอากาศก็เรียกใครก็ไม่รู้แล้วดินมาหาหนูพร้อมบอกว่าคิดถึง น่ากลัว” เด็กสาวเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง

“จริงหรือเปล่าคะครูอากาศ” ครูศิริพรถามขึ้น

“ผมขอโทษครับ” ชายหนุ่มยืนขึ้นพร้อมเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาพร้อมกับพูดว่าขอโทษและมองไปยังนักเรียนคนนั้น

สายตาที่เด็กสาวที่มองกลับมานั้นเป็นแววตาที่สั่นไหวและตื่นกลัว เธอมองเขาเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่ตาหันไปมองทางอื่น

[Akat’ s part]

หลังจากที่ผมได้มองหน้าเธอเหตุการณ์บางอย่าง ว่ายวนเข้ามาในหัวของผม รวมถึงความรู้สึกคิดถึง รู้สึกโหยหานั่นด้วย ราวกับว่าเราสองคนได้เจอกันสักทีหลังจากที่หายไปจากกันทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยเจอผมมาก่อนและผมเองก็เพิ่งเห็นเธอเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ หน้าของเธอละม้ายคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่ผมฝันถึงตลอดหลายปีและจากเรื่องเล่าของแม่ผมมั่นใจว่านั่นคือเธอ ผมอดไม่ได้ที่จะเดินไปหาเธอ ตอนนั้นผมไม่สามารถบังคับตัวเองได้จริง ๆ กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงก็ตอนที่คุณครูศิริพรเข้ามานั่นแหละ ว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นมันไม่เหมาะสม ผมได้แต่ยืนขึ้นและเอ่ยขอโทษเด็กนักเรียนคนนั้นไป 

[Akat’ s part end]

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งปรารถนา    ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 15 กระจ่างชัด

    ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 14 แรกพบ

    เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 13 เรื่องราว

    หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 12 นาฬิกา

    หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 11 ปัจจุบัน

    ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status