Accueil / วัยรุ่น / ดั่งปรารถนา / ตอนที่ 6 เพื่อนบ้าน

Partager

ตอนที่ 6 เพื่อนบ้าน

Auteur: สีชา
last update Date de publication: 2025-04-06 06:25:01

4 ปีที่แล้ว

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ชายหนุ่มในวัย 18 ย่าง 19 ปี ที่นั่งวาดรูปเล่นอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนบริเวณในรั้วบ้านของเขา รูปวาดที่ชายหนุ่มวาดส่วนใหญ่จะเป็นรูปทิวทัศน์มากกว่าการวาดรูปบุคคล เขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงไม่ค่อยสุงสิงกับใครกับเพื่อนสนิทอย่างภูมิเองก็นาน ๆ ครั้งที่จะออกไปข้างนอกด้วยกัน เขาเป็นคนที่ชอบอยู่บ้าน มีบ้างที่จะออกข้างนอกแต่ก็คงไม่พ้นสวนสาธารณะแถวบ้าน ชายหนุ่มเพียงต้องการพื้นที่ที่สงบในการวาดรูปเพียงเท่านั้น

ชายหนุ่มที่วาดรูปอย่างตั้งใจ พร้อมสวมหูฟังครอบหูไว้ เพียงเท่านี้เขาก็สามารถจมดิ่งในโลกของตัวเองได้อย่างง่ายดาย

กริ๊ง!

เสียงกดกริ่งหน้าบ้าน

กริ๊ง!

เสียงกริ๊งดังขึ้นครั้งที่สองเมื่อไม่มีใครเปิดมัน

“อากาศลูก ใครมากดกริ่ง ช่วยออกไปดูให้แม่หน่อยได้ไหม” คุณแม่ที่กำลังทำความสะอาดห้องครัวเลื่อนบานหน้าต่างออกและเรียกชายหนุ่มให้หลุดออกจากภวังค์

“…”

“อากาศ” เสียงคุณแม่ดังขึ้น

“ครับผม! แม่ว่าอย่างไรนะครับ” ชายหนุ่มสะดุ้งตัวพร้อมหันไปหาแม่ของเขา

“ช่วยออกไปดูให้แม่หน่อยว่าใครมา ตัวแม่เปื้อน”

“ครับ”

ชายหนุ่มวางทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ไว้บนโต๊ะและเดินไปยังบริเวณรั้วบ้านและเปิดประตูเล็กออกเพื่อดูว่าใครที่มาหากัน

ชายหนุ่มเปิดประตูออกและก้มลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายมีสูงน้อยกว่าเขา

“สวัสดีครับ มาหาใครครับ” อากาศถามออกไป

“…”

“น้องครับ” อากาศเรียกฝ่ายตรงข้ามเพราะเดาจากหน้าตาคงอายุน้อยกว่าเขาพร้อมโบกมือบริเวณหน้าของอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนมองเขานิ่ง ๆ

“เอ่อ...สวัสดีค่ะหนูชื่อฟองฝนค่ะ เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่อยู่ข้าง ๆ บ้านพี่ค่ะ” หญิงสาวพูดแนะนำตัวเอง

“อ๋อครับ”

[Fong fon’ s part]

สวัสดีค่ะฉันชื่อฟองฝนปีนี้อายุ 17 ปีแล้วค่ะ ฉันย้ายมาตามคุณพ่อค่ะ ท่านได้งานที่นี่เราเลยย้ายมาค่ะ ฉันย้ายมาได้สองวันแล้ว วันนี้วันเสาร์คุณแม่เลยวานให้ฉันมาทักทายเพื่อนบ้านเพราะท่านไปทำธุระข้างนอก ฉันกดกริ่งอยู่หน้าบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ กัน ยืนอยู่นานกว่าจะมีคนเปิดประตูออกมาฉันได้ยินเสียงจากข้างในว่ามีคนอยู่จึงกดกริ่งซ้ำอีกครั้ง แต่ฉันเองก็ไม่คาดคิดว่าคนที่เปิดประตูออกจะเป็นผู้ชายสูงประมาณ 180 เซนติเมตรได้ล่ะมั้ง หน้าตาเขาค่อนข้างดี ไม่สิ หน้าตาดีเลยล่ะ ผมยุ่ง ๆ ที่มีเสน่ห์ จมูกที่โด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากบางที่ออกสีคล้ำ มันทำให้ฉันละสายตาไม่ได้เลยล่ะ การแต่งตัวของเขาก็เป็นเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนสามส่วนพร้อมหูฟังครอบหูที่คล้องคอ โดยรวมแล้วดูดีที่สุดในสายตาฉัน ฉันคงยืนมองอยู่นานจนทำให้พี่เขาถึงขั้นโบกมือเพื่อเรียกสติ เมื่อได้สติฉันก็รีบแนะนำตัวเองทันที

[Fong fon’ s part end]

“ใครมาหาน่ะลูก” คุณแม่ที่เดินออกมาดูเมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่หน้าประตูรั้วนานเกินไป

“เพื่อนบ้านน่ะครับ เห็นบอกเพิ่งมาใหม่” อากาศตอบกลับไป

“คุณน้าสวัสดีค่ะ หนูชื่อฟองฝน เพิ่งมาอยู่บ้านข้าง ๆ คุณแม่ไปทำธุระข้างนอกเลยวานให้หนูมาทักทายแทนค่ะ เดี๋ยววันหลังคุณแม่จะมาทักทายด้วยตัวเองค่ะ” หญิงสาวที่เห็นคนมาใหม่จึงรีบแนะนำตัวเองพร้อมกับยิ้มให้

“อ๋อจ๊ะ ก็ว่าน้าเห็นเหมือนได้ยินเสียงจากข้างบ้าน บ้านหนูเองเหรอจ๊ะ”

“ใช่ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้มาทักทายตั้งแต่ย้ายเข้ามา”

“ไม่เป็นไรจ้ะ”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมยิ้มให้

“ว่าแต่พี่ชื่ออะไรเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามออกไป

“อ๋อพี่เขาชื่ออากาศ ส่วนน้าชื่อมะลิจ๊ะ” คุณแม่มะลิแนะนำตัวเองและลูกชาย

“แม่ไปบอกเธอทำไมล่ะ” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สะกิดแม่ของตัวเองพร้อมพูดเบา ๆ

“จะหวงจะทำไมแค่ชื่อเอง ยังไงก็เพื่อนบ้านกันเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน”

“สวัสดีค่ะพี่อากาศ” ฟองฝนเอ่ยทักทาย

“….” อากาศเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

“วันนี้หนูอยู่คนเดียวเหรอคะ เข้ามาข้างในก่อนไหม” คุณแม่อากาศเอ่ยชวน

“เอ่อ...พอดีว่าหนูต้องไปสวัสดีบ้านอื่น ๆ ด้วยค่ะ บ้านนี้เป็นหลังแรก” หญิงสาวตอบกลับไปอย่างเบาพร้อมยิ้ม ให้

“อ้าวเหรอ งั้นไว้วันหลังนะจ๊ะ ไว้ว่าง ๆ แวะมาได้นะคะช่วงนี้ยังไม่เปิดเทอมใช่ไหมคะ มาเล่นกับพี่เขาได้นะ”

“จริงเหรอคะ?”

“ค่ะ”

“งั้นไว้หนูมาเล่นด้วยนะคะพี่อากาศ เจอกันนะคะ ขอตัวลาก่อนนะคะ” ฟองฝนหันไปพูดกับอากาศและหันมาลาคุณแม่

หลังจากที่ฟองฝนเดินออกไปอากาศก็หันไปมองคุณแม่อย่างไม่พอใจที่พูดอย่างนั้นออกไป

“ทำไมมองแม่อย่างนั้น?”

“ก็แม่ไปบอกอย่างนั้นกับเธอทำไมล่ะครับ”

“เรียกน้องดี ๆ หน่อยสิ เอาน่ายังไงเราก็รอผลประกาศเข้ามหาลัยอย่างเดียวแล้วนี่ ให้น้องมาเล่นด้วยจะเป็นอะไรไป น้องคงเหงาแย่เพิ่งจะย้ายเข้ามา”

“แต่แม่ครับ...”

“เอาล่ะ ๆ เข้าบ้านกันก่อน”

.

.

.

บ่ายวันต่อมา

ครอบครัวของฟองฝนเข้ามาทักทายบ้านของอากาศอย่างเป็นทางการมีเพียงฟองฝนและคุณแม่เท่านั้นคุณพ่อของเธอยังคงไม่ว่าง ทั้งคู่เตรียมของและเดินไปกดกริ่งบ้านข้าง ๆ รอเพียงไม่นานประตูรั้วก็ถูกเปิด ครั้งนี้เป็นคุณแม่ของอากาศที่ออกมาเปิดประตู

“ไม่ทราบว่ามาหา...อ้าวหนู นึกว่าใครซะอีก”

“สวัสดีค่ะคุณน้านี่แม่หนูค่ะ”

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้มาด้วยตัวเองนะคะ”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ เมื่อวานหนูฟองฝนมาทักทายแล้วค่ะ...งั้นเชิญข้างในก่อนนะคะ” คุณแม่ของอากาศเชิญทั้งคู่เข้าไปยังตัวบ้าน

“ขอบคุณนะคะ”

ทั้งสามเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยมีเจ้าบ้านเดินนำ ในมือของคุณแม่เมย์ถือขนมอย่างลูกชุบเพื่อเป็นของฝากติดไม้ติดมือในการมาทักทายเพื่อนบ้านในวันนี้

เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็พบกับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก

“อากาศลูก สวัสดีคุณน้าเมย์ก่อนค่ะ” คุณแม่มะลิพูดกับลูกชายตัวเอง

“สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มเงยหน้าจากสิ่งที่ทำอยู่

“สวัสดีค่ะ”

“พี่อากาศ…” ฟองฝนเอ่ยทักทายอากาศพร้อมโบกมือ

“….” ชายหนุ่มมองนิ่งแต่ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะขอตัวขึ้นไปข้างบน “ผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบก็ลุกเดินขึ้นไปยังด้านบน

“ลูกคนนี้นี่...ขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะ” คุณแม่มะลิตำหนิลูกชายตัวเองเสียงเบาพร้อมจะหันมาขอโทษขอโพยแทนลูกชายของเธอ

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันเข้าใจ”

“งั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปหยิบน้ำมาให้”

“เอ่อ... อันนี้เป็นลูกชุบที่ฉันทำมาฝากค่ะ”

“ว้าย! ตายแล้ว! ไม่ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาก็ได้นะคะ เกรงใจจัง แต่ก็ขอบคุณนะคะเดี๋ยวฉันเอาไปใส่จานให้นะคะ”

ฟองฝนได้แต่นั่งมองผู้ใหญ่คุยกัน เธอนั่งจนกระทั่งเย็น ในที่สุดแม่ของเธอก็ขอตัวลา

“อยู่ทานข้าวด้วยกันสิคะ” คุณแม่มะลิเอ่ยชวน

“เอ่อ...เอาไว้วันหลังนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะสำหรับวันนี้”

“เช่นกันค่ะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เสมอเลยนะคะแล้วก็ลูกชุบอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ งั้นลานะคะ”

“ค่ะ”

หลังจากที่กลับมาจากบ้านข้าง ๆ ฟองฝนก็ช่วยคุณแม่เตรียมอาหารเย็นรอคุณพ่อกลับมา บทสนทนามากมายบนโต๊ะอาหาร มื้ออาหารเย็นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ฟองฝนช่วยคุณแม่เก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยก่อนที่จะขอตัวขึ้นไปข้างบนห้องนอนตัวเอง

หญิงสาวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อยก่อนที่เห็นว่าหน้าต่างห้องของเธอตรงกันกับห้องของชายหนุ่มที่อยู่บ้านข้างกัน

ฟองฝนเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความที่เธออยากทักทายจึงหาวิธีโดยการเปิดประตูหน้าต่างห้องตัวเองออกก่อนจะหยิบหินก่อนเล็ก ๆ ที่อยู่ในกระถางต้นไม้ในห้องของเธอ ก่อนจะทำการขว้างใส่หน้าต่างของอีกฝ่าย ครั้งแรกชายหนุ่มยังไม่รู้สึกตัว ส่วนเธอก็ไม่ยอมแพ้ก่อนจะหยิบอีกก้อนและขว้างมันอีกครั้ง ครั้งนี้อีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้ว

ชายหนุ่มมองหาต้นเสียงว่ามันเป็นเสียงจากอะไร เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ามีใครอีกคนยืนโบกมือให้เขา เมื่อเห็นดังนั้นสีเขาหน้าของเขาแทบจะปิดไม่อยู่เมื่อถูกรบกวน เขามองเธอด้วยสายตาจ้องเขม็งก่อนจะดึงม่านปิด

หญิงสาวที่เห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองมาก็อดใจแป้วไม่ได้เธอเพียงต้องการทักทายและทำความรู้จักให้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มดึงม่านหนี เธอเองก็ปิดประตูหน้าต่างก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือก่อนจะหยิบหนังสือมาทบทวนก่อนเปิดเทอมโดยที่เธอเองก็ยังไม่ได้ปิดม่าน

[Akat’ s part]

หลังจากที่ผมขึ้นมาข้างบนตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันผมก็คลุกตัวอยู่ในห้องจนเมื่อเย็นคุณแม่เดินมาเคาะประตูเพื่อเรียกให้ไปทานข้าวเย็น เมื่อทานทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็เดินขึ้นห้องและมานั่งที่ประจำผมนั่นก็คือโต๊ะริมหน้าต่างที่ผมมักจะมานั่งวาดรูปตรงนี้ทุกคืนก่อนนอน ผ่านไปสักพักผมก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นเหมือนมีบางอย่างกระทบกับหน้าต่างห้องผมแต่ก็คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปเอง แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเมื่อผมได้ยินมันเป็นครั้งที่สอง ผมเงยหน้าหาต้นเสียงว่ามันมาจากไหนก่อนที่ตาของผมจะไปสะดุดกับใครบางคนที่ยืนโบกมือให้ผมพร้อมกับยิ้มให้อยู่ฝั่งตรงข้ามผมเองก็เพิ่งสังเกตว่าข้างตรงข้ามนั่นเป็นห้องของเธอ เมื่อเห็นดังนั้นผมไม่ได้โบกมือทักทายกลับไปผมทำเพียงมองเธอและปิดม่านไป หลังจากที่ผมปิดม่านก็ยังได้ยินเสียงกระทบกับอย่างอีกสองครั้งก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบไป ผมจึงตัดสินใจเปิดม่านออกก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งอยู่ที่โต๊ะน่าจะเป็นโต๊ะเขียนหนังสือและเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าทางทึ้งผมตัวเองถ้าให้เดาก็หัวหมุนกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า ผมมองก่อนจะระบายยิ้มออกมากับท่าทางเหล่านั้น

[Akat’ s part end]

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดั่งปรารถนา    ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 15 กระจ่างชัด

    ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 14 แรกพบ

    เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 13 เรื่องราว

    หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 12 นาฬิกา

    หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 11 ปัจจุบัน

    ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 10 ห่างเหิน

    หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทั้งคู่ก็เริ่มห่างเหินกัน จะเรียกว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้ในเมื่อมีแค่ฟองฝนเท่านั้นที่เริ่มเปลี่ยนไป ส่วนอากาศเองก็พยายามติดต่อหญิงสาวไม่ว่าทั้งโทรหาหรือทิ้งข้อความไว้ แต่ก็ไม่มีแม้แต่การตอบกลับจากหญิงสาวแม้แต่นิดเดียวกริ๊ง!เสียงเรียกเข้าฟองฝนที่นั่งทบท

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 5 ขอโทษ

    ชีวิตอันแสนสงบสุขของชายหนุ่มได้ผ่านไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ดูเหมือนกับว่าจะยุ่งนิดหน่อยเพราะวันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ ช่วงวันหยุดได้ผ่านพ้นไปวันจันทร์กลับมาอีกแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สองของการฝึกสอนของชายหนุ่ม อากาศเดินลงไปชั้นล่างของบ้านหลังจากที่เขาจัดการตัวเองเรียบร้อย&ldq

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 4 เรื่องเล่า

    ช่วงสายในช่วงสุดสัปดาห์เสียงเจื้อยแจ้วรอบบ้านเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องของชายหนุ่ม อากาศที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจเริ่มแสดงสีหน้าและขมวดคิ้วเมื่อเสียงนั่นรบกวนการนอนของเขา จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่สามารถข่มตานอนภายใต้เสียงรบกวนได้เขาจึงลืมตาตื่นพร้อมบิดตัวและมือของเขาก็มาขยี้ตาเพื่อไล่อาการง่วงออกไปชา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 3 วันแรก

    ช่วงสุดสัปดาห์ผ่านไปเช้าวันจันทร์ที่ทุกช่วงอายุต่างก็โอดโอยเมื่อวันนี้มาถึงเพราะรู้สึกเหมือนว่าเมื่อวานเพิ่งจะวันศุกร์สุขสันต์แต่เพียงพริบตาเดียวก็พบกับวันจันทร์อันโหดร้ายอีกแล้วอากาศตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวไปฝึกสอนวันแรกถึงแม้ว่าเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วแต่มันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status