Masukศศิกะพริบตางุนงงกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แต่เพราะรู้สึกเจ็บจึงยกมือขึ้นเพื่อจะแตะหน้าผากซ้ำอีกครั้ง ทว่ามือหนากลับคว้ามือเธอเอาไว้
คนร่างเล็กกว่าสะดุ้งที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็จับมือแต่ชายหนุ่มพูดขึ้นมาก่อน
“มือคุณเปื้อน”
ศศิรู้ตัวทันที และก่อนหน้านี้เธอก็จับหน้าผากแล้ว จึงเข้าใจว่าคนตรงหน้าขำอะไร ในขณะที่ชายหนุ่มปล่อยมือเธอโดยไม่มีอ้อยอิ่งใดๆ
“รีบไปล้างตัวเถอะ แล้วเดี๋ยวพาเด็กๆ มาขึ้นรถผม”
ชายหนุ่มสั่งพร้อมกับลุกขึ้น และยังใจดียื่นมือให้หญิงสาวตรงหน้า
ศศิลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่งมือให้เขาฉุดขึ้น ไม่อยากให้อีกฝ่ายมองว่าเธอเรื่องมาก
เป็นอีกครั้งที่เพชรปล่อยมือหญิงสาวในทันที จุดนี้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจกับเขามากกว่าผู้ชายที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ หลังจากมีข่าวแย่ๆ นั้นออกมา สายตาที่หลายคนมองเธอเต็มไปด้วยความต้องการแอบแฝงอยู่ ถ้ามีโอกาสได้จับมือไม่มีใครยอมปล่อยโดยง่ายเลยแม้แต่คนเดียว
ชายหนุ่มหันไปทางสองหนุ่มก่อนเอ่ยถาม
“แล้วนายสองคนมายังไง”
“มอเตอร์ไซค์ครับ”
“งั้นตามไปร้านมุกพาราไดซ์คาเฟ่นะ”
ชายหนุ่มบอกชื่อค่าเฟ่ใหญ่ในเกาะที่คาดว่าอีกฝ่ายต้องรู้จัก สองหนุ่มพยักหน้ารับในทันที เพชรจึงหันมาหาหญิงสาวอีกครั้ง
“มาเถอะ”
เขาบอกแล้วเดินไปหยิบรองเท้าของตัวเอง ก่อนจะเดินนำไปยังจุดล้างตัวริมหาดที่ทำเอาไว้ แถมยังแยกชายหญิงเพื่อความสะดวกอีกด้วย
เพชรพาเด็กๆ มาส่งถึงหน้าบ้านพักเพราะค่อนข้างเย็นมากแล้ว โดยเขาถามเบอร์พ่อแม่กับเด็กและโทรบอกเรียบร้อย แม้พนักงานจะดูงงๆ แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเพราะเป็นเจ้านาย ส่วนสองหนุ่มยกมือไหว้เขาก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์แยกไปตั้งแต่หน้าร้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นญาติกับพนักงานเด็กๆ จึงสนิทสนมด้วย
“จริงๆ ฉันเดินไปเองก็ได้นะคะ”
หญิงสาวบอกอย่างเกรงใจ เพราะเขาขับรถมาส่งเธอต่อทั้งที่ให้เธอลงพร้อมกับเด็กๆ ก็ยังได้ ศศิพักอยู่ในโซนของผู้หญิงล้วนด้านในสุด ที่แยกออกมาเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
“ฝนตก อย่าเรื่องมากน่า”
ชายหนุ่มบ่นคนที่ทำตัวเกรงอกเรงใจจนเกินเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยเห็นเธอขึ้นรถไปกับจารุพงษ์ ถึงวันนั้นจะมีคนอื่นอยู่บนรถด้วยแต่หญิงสาวนั่งหน้าและเพิ่งมาทำงานวันแรก
ดวงหน้าสวยหันมองคนที่อยู่ๆ ก็พูดเสียงเข้มและห้วนขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้เขายังคุยกับพนักงานพ่อแม่เด็กอย่างยิ้มแย้ม
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพูดขึ้นเพราะไม่อยากคิดมาก และนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องจะพูดกับเขา
“รีบไปหน่อยมั้ง ยังไม่ถึงเลย”
“ฉันอยากขอบคุณวันนั้นน่ะค่ะ ฉันจำคุณได้”
เพชรเหลือบมองอีกฝ่ายนิดหนึ่งแล้วพยักหน้ารับรู้ ท่าทางของเขาเหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
“วันนั้นตอนขึ้นแท็กซี่กลับฉันเห็นรถคุณจอดอยู่ ก็เลยอยากขอบคุณน่ะค่ะ”
คิ้วเข้มกระตุกเมื่อหญิงสาวพูดในสิ่งที่เขาไม่ทันคิดถึง และไม่คิดด้วยว่าเธอจะมองเห็นรถเขาแล้วจำได้
“อืม”
ชายหนุ่มตอบแค่นั้นแล้วเงียบไปศศิจึงไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ
ทั้งคู่เงียบกระทั่งรถมาถึงหน้าบ้านพักของพนักงานหญิง
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
หญิงสาวบอกแล้วเปิดประตูก้าวลง ฝนตกค่อนข้างแรงแค่ก้าวออกไปเธอก็เปียกโชกแล้ว เพชรมองก่อนจะหันกลับไปหยิบสูทที่เบาะหลังรีบก้าวตามคนที่กำลังวิ่งไปให้ถึงตัวอาคาร
ร่างที่อยู่ๆ ก็วิ่งมาชิดพร้อมกับเม็ดฝนที่บางลงทำให้ศศิหันมองแล้วก็เห็นว่าเป็นเจ้านายเธอใช้เสื้อสูทของเขามาบังฝนให้ แม้จะไม่สามารถกันได้จนสนิทแต่ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง เมื่อมาถึงชายหลังคาที่ยื่นออกมาทั้งคู่จึงหยุด ทว่าร่างสูงใหญ่ยังยืนใกล้เธอและใช้สูทบังฝนต่อ
“คุณไม่น่าลงมาเลย แบบนี้ก็เปียกหมดสิคะ”
“ช่างเถอะน่า”
น้ำเสียงชายหนุ่มดูไม่พอใจหน่อยๆ
“ขอบคุณค่ะ”
ศศิไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากนี้แล้ว
ดวงตาคู่สวยสบกับตาคมที่ก้มลงมามองอยู่เช่นกัน ทั้งคู่ต่างก็เงียบไปชั่วอึดใจ เพราะความใกล้ชิดที่ตัวเกือบจะติดกันทำให้ศศิรู้สึกใจหวิวแปลกๆ จึงหลบสายตาเขา
เพชรเห็นอีกฝ่ายหลบตาจึงรู้ว่าเขามองเธอนานเกินไป แต่พอเหลือบเห็นเสื้อสีฟ้าตัวบางที่เปียกลู่ทั้งตัวจนแนบเนื้อเผยสัดส่วนน่ามองแบบที่ไม่ต้องจินตนาการ เขาจึงเอาเสื้อคลุมปิดให้เธอ ทว่ามันทำให้แขนกำยำต้องอ้อมโอบตัวอีกฝ่ายกลายๆ คนที่ตกอยู่ในอ้อมแขนเขาชั่วขณะหนึ่งตัวแข็งทื่อ
“คุณเอาไปเถอะ”
“แล้วคุณจะกลับยังไงคะ”
“เรื่องเล็กน้อย คุณน่ะเข้าห้องไปได้แล้ว”
เขาบอกก่อนร่างสูงใหญ่จะหมุนตัววิ่งฝ่าฝนออกไป ปล่อยให้ศศิได้แต่มองตามโดยไม่ได้เอ่ยขอบคุณสำหรับเสื้อของเขา
หญิงสาวยืนมองรถคันโตขับออกไปจนลับตาก่อนจะขึ้นบันไดบ้านพัก อยู่ๆ ก็ใบหน้าร้อนขึ้นมาเพราะกลิ่นจากเสื้อสูททำให้คิดถึงดวงตาคู่คมที่มองเธออย่างไม่อาจคาดเดาความรู้สึกได้
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







