Mag-log in“โยม…พาเด็กไปเปลี่ยนยางรถเถอะ” หลวงตาบอกอย่างเมตตา ดึงสติของอลินดาให้กลับมา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำเด็กวัดไปที่รถ
เมื่อเปลี่ยนยางเสร็จเรียบร้อย อลินดาก็กล่าวขอบคุณหลวงตา จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดไปด้วยความหวั่นวิตกกับคำขู่สุดท้ายของบรรณ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาทำเหมือนโกรธเกลียดเธอมาสักสิบปีสิบชาติ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หรือผู้ชายคนนั้นจำคนผิดกันแน่นะ…
คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผมตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้าน ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลินดาจึงเอื้อมไปหยิบแล้วยกขึ้นมาแนบข้างใบหูเล็ก
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับน้องดา” เสียงทักทายดังมาตามสายทำให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คล้ายรำคาญ แต่ก็ทำได้เพียงทักทายกลับไป
“สวัสดีค่ะ พี่พศินโทร.มามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า พอดีดาขับรถอยู่ค่ะ”
“พี่ไม่สบายใจครับก็เลยอยากเจอน้องดา เย็นนี้เราทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ” พศินเอ่ยชวนด้วยสุ้มเสียงหวานๆ แต่อลินดาไม่อยากฝืนตัวเองที่จะไปกับชายหนุ่ม
“พอดีดาเข้าเวรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะรถเยอะดาเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ” หญิงสาวตัดบทแล้วกดสายทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคนปลายสายว่าจะรู้สึกเช่นไร ส่วนพศินพอโดนปฏิเสธแบบนั้นก็ถึงกับไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งนั่นคือทำให้ชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวคงจะเบื่อขี้หน้าเต็มทนเพราะช่วงนี้เขาโทร.มาหาเธอบ่อยเกินไป
อลินดาขับรถมาถึงบ้านก็ด้วยสีหน้ากังวล และนั่งเงียบๆ อยู่ในรถเพื่อสงบสติอารมณ์ คุณหญิงอัมพร ซึ่งเป็นมารดาเห็นบุตรสาวไม่ลงมาจากรถสักทีก็เดินออกมาดู
“คุณแม่...” อลินดาลงจากรถก็โผเข้ากอดมารดาราวกับเด็กกำลังเสียขวัญ จนคุณหญิงอัมพรตกใจรีบกอดตอบร่างบอบบางพร้อมกับลูบหลังไปมาเบาๆ
“ดาเป็นอะไรเหรอลูก” คนเป็นแม่เอ่ยถามหลังจากร่างในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เมื่อความหวาดหวั่นลดลงหญิงสาวจึงเอนกายออกจากอกอุ่น
“เปล่าคะคุณแม่ ดาแค่คิดถึงแม่กับพ่อเท่านั้นเอง” อลินดาไม่ต้องการให้มารดาเป็นกังวลด้วยก็เลยจำต้องเปลี่ยนเรื่อง คุณหญิงอัมพรประคองด้วยหน้าสวยหวานของบุตรสาวอย่างเอ็นดู
“ลูกคนนี้เข้าเวรทีไรกลับมาอ้อนแม่ทุกทีเลยนะ” คุณหญิงส่ายหน้านวลเนียนของบุตรสาวไปมาช้าๆ แววตาอ่อนโยนของคนเป็นแม่ ทำให้ความหวาดกลัวจางหายไป “ไปอาบน้ำให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ให้ป้าบัวเตรียมของว่างไว้รอ”
“คุณแม่น่ารักที่สุดในโลกเลยคะ” อลินดาหอมแก้มมารดาสองฟอดใหญ่ๆ แล้วจับมือกันเข้าไปในบ้าน “วันมะรืนนี้เป็นวันเกิดคุณพ่อ แขกคงจะเยอะเหมือนปีที่แล้ว”
“ใช่จ้ะ จริงๆ แม่ก็ไม่อยากให้จัดงานใหญ่โตอะไรมากมายหรอกนะ สู้เอาเงินไปบริจาคให้โรงพยาบาลหรือเป็นทุนการศึกษาเด็กดีกว่า” คุณหญิงอัมพรถอนหายใจเบาๆ จนอลินดาปล่อยคิกออกมา
“คุณแม่ก็... คนรักพ่อเยอะนี่คะ”
“แม่รู้จ้ะ แต่แม่ไม่อยากให้ใครมาลำบากจัดงานแบบนี้” คุณหญิงอัมพรและรัฐมนตรีประภาสผู้เป็นสามี เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นสูง และสร้างฐานะตัวเองจากการรับราชการ จนกระทั่งสามีลงเล่นการเมือง ทำให้ชีวิตที่เคยสงบอยู่อย่างพอเพียงเปลี่ยนไป
“พ่อวางมือจากงานเมื่อไหร่ เราค่อยกลับไปอยู่ที่บ้านสวนของเรานะคะแม่” อลินดากอดมารดาอย่างเข้าใจ เพราะเธอรับรู้ความรู้สึกของผู้ให้กำเนิดทั้งสอง
“แม่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันจ้ะ”
“แล้วปีนี้ใครเป็นแม่งานจัดวันเกิดให้คุณพ่อเหรอคะ” หญิงสาวชวนคุยเพื่อให้มารดาสบายใจขึ้น คุณหญิงอัมพรครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบออกไป
“คุณสนธิกับคุณยุวเรศ ผู้บริหารระดับสูงเอสซีแอล ดีเวลลอปเมนท์จ้ะ”
อลินดาพยักหน้าขึ้นลง เธอเคยได้ยินกลุ่มธุรกิจนี้ในสื่อการตลาดต่างๆ บ่อยครั้ง เพราะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม และได้รับรางวัลจากหลายหน่วยงาน พ่อของเธอในฐานะรัฐมนตรีพาณิชย์มอบรางวัลให้หลายครั้ง แต่คนที่ขึ้นรับรางวัลมักจะเป็นตัวแทนของบริษัท และไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวเป็นๆ ของประธานกรรมการใหญ่เลยสักครั้ง
“งั้นดาไปอาบน้ำก่อนนะคะแม่ เดี๋ยวลงมาค่ะ” อลินดาจุ๊บแก้มมารดาอีกครั้ง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป โดยมีสายตาคนเป็นแม่มองตามด้วยความรัก
หลังจากถูกอลินดาปฏิเสธจนหน้าหงาย พศินก็กลับมานั่งดื่มชุดใหญ่อยู่ในห้องนั่งเล่น กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วจนคุณหญิงอมรรัตน์ต้องใช้มือปัดปลายจมูกสองสามครั้ง ก่อนจะมองสภาพของบุตรชาย
“ไหนแกบอกจะพาหนูดาไปกินข้าว ทำไมมานั่งดื่มอยู่คนเดียวแบบนี้” ผู้เป็นแม่มองขวดเหล้าเปล่าที่ล้มอยู่บนโต๊ะ และมีขวดใหม่ที่เพิ่งเปิดตั้งอยู่
“อลินดาไม่ยอมไป เธออ้างโน้นอ้างนี่สารพัด ทำไมแม่ ทำไมน้องดาถึงรังเกียจผมด้วย” พศินพูดจบก็เทเหล้าลงคอพรวดเดียวหมดแก้ว จนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่ถอนหายใจและนั่งลงข้างๆ
“เพราะแกมัวแต่ไปเสียเวลาเริงรักกับนังพัดอยู่น่ะสิ ถ้าไม่มีนังนั่น ป่านนี้แกกับหนูดาคงแต่งงานกันไปแล้ว ธุรกิจของเราก็คงจะได้โครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาลหลายต่อหลายโครงการ”
“ถ้าผมเจอน้องดาก่อนพัด เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้” แทนที่พศินจะสำนึกว่าตัวเองผิดต่อพัดชา แต่ไม่เลย เพราะความรักของเขาที่มีต่อพัดชาหมดไปตั้งแต่เธอตั้งท้องแล้ว พศินไม่อยากมีลูก แต่พัดชาต้องการใช้ลูกผูกมัดสามีและคิดว่าจะเป็นโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่ให้กลับมารักกันมากกว่าเดิม ทว่ากลับคิดผิดเพราะตั้งแต่รู้ว่าพัดชาท้อง พศินก็ทำตัวห่างเหินและกลับมาอยู่ที่บ้านตัวเอง แทนที่จะอยู่กับพัดชาที่คอนโด
“มันยังไม่สายนะลูก เร่งทำคะแนนให้น้องดาเห็นใจ แม่เชื่อว่ายังไงเด็กหัวอ่อนอย่างน้องดาต้องรับรักลูกของแม่แน่นอน” คุณหญิงอมรรัตน์ให้กำลังใจอย่างคนที่ผ่านชีวิตมามาก
“ป่านนี้ไม่รู้ว่าลูกของผมกับพัดชาจะเป็นยังไงบ้าง”
“แกอย่าพูดถึงนังนั่นให้แม่ได้ยินอีกนะพศิน เพราะนังพัดไม่ใช่เหรอที่ทำให้ลูกของแม่ไม่ได้คนดีๆ อย่างน้องดาตั้งแต่แรก” หญิงสูงวัยบอกเสียงห้วนๆ เนื่องจากความชิงชังที่มีต่อพัดชานั้นมันหยั่งรากลึกในใจจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว
“โธ่แม่ ไหนๆ พัดก็ตายไปแล้ว แม่จะจงเกลียดจงชังอะไรเมียผมนักหนา” พศินบอกอย่างอ่อนใจกับท่าทีของมารดา
“ฉันไม่เคยคิดว่านังนั่นเป็นลูกสะใภ้ สะใภ้ของฉันต้องมีหน้ามีตาทางสังคม ไม่ใช่เด็กใจแตกอย่างมัน แล้วแกก็ต้องเลิกพูดถึงมันได้แล้ว ตั้งหน้าตั้งตาจีบน้องดาอย่างจริงจังซะ พร้อมเมื่อไหร่แม่จะไปสู่ขอให้” พูดจบคุณหญิงอมรรัตน์ก็เดินออกไป ส่วนพศินได้แต่ถอนหายใจดังๆ กับความเจ้ากี้เจ้าการที่ชอบบงการชีวิตตนของมารดา ตั้งแต่จำความได้ เขาก็ถูกมารดาขีดเส้นให้เดินมาโดยตลอด หากเรื่องพัดชาเขาเป็นฝ่ายเลือกเอง แต่ก็ถูกกีดกันทางอ้อมอยู่ดี พัดชาก็อดทนเหลือเกิน ยอมทุกอย่างเพราะความรักจนกระทั่งนาทีสุดท้ายของชีวิต
“จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร
อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน
“ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ
“พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ
วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต
“ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ







