LOGINณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม
“หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ”
“ค่ะพี่อี๊ด” แพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล “วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ
“จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ด” อลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...
“เดี๋ยวนี้คิดมากนะเรา” อลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดตรงเป็นระยะราวกับพยายามระงับอารมณ์สุดกำลัง
รถของเจ้าพ่ออันดามันวิ่งตามมาห่างๆ จนกระทั่งรถของคุณหมอสาวผ่านประตูโขลงของวัดเข้าไปจอดหน้าโบสถ์ เจตต์ซึ่งนั่งเบาะหน้าของรถโรลส์รอยซ์ก็สั่งให้คนขับจอดรถและหันไปหาเจ้านายทันที
“นายจะตามเข้าไปไหมครับ”
“ไปสิ ฉันก็อยากทำบุญเหมือนกัน” คำพูดของเจ้านายหนุ่มแม้จะเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่เจตต์รู้ดีว่ามีความนัยแฝงอยู่ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงพยักหน้าให้โชเฟอร์ขับเข้าไปจอดอีกฟากของโบสถ์ ทำให้อลินดาไม่เห็นรถที่วิ่งตามหลังเข้ามา
คุณหมอคนสวยเดินถือถังสังฆทานเข้าไปภายในโบสถ์ หลวงพ่อวัยชรานั่งอยู่หน้าพระประธานองค์ใหญ่มองมาอย่างเมตตา อลินดาค่อยๆ คลานเข่าไปนั่งห่างพอประมาณแล้วก้มลงกราบสามครั้ง
“เจริญพร วันนี้ไม่ได้รักษาคนไข้หรอกหรือ” หลวงตาวัยชราถามเสียงเนิบนาบ
“เพิ่งออกเวรเจ้าค่ะหลวงตา ก็เลยแวะมาทำบุญและมาเยี่ยมหลวงตาด้วยเจ้าค่ะ” เธอตอบขณะพนมมือไหว้อย่างศรัทธา
“เจริญพร หลวงตาสบายดี โยมแม่กับโยมพ่อสบายดีนะ”
“สบายดีเจ้าค่ะ” อลินดาตอบเสร็จ หลวงตาก็มองเลยหญิงสาวไปที่ประตู ทำให้คุณหมอสาวมองตาม และก็เห็นร่างสูงสง่าของใครบางคนเดินองอาจเข้ามา อลินดารับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ในคราบของความดุดันจนขนอ่อนๆ ทุกเส้นลุกซู่ อีกทั้งชุดสีดำที่เขาสวมใส่บวกกับความมืดของรัตติกาล ยิ่งเสริมส่งให้บุรุษผู้นี้ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก
“เข้ามาสิโยม…” สายตาฝ้าฟางมองร่างผึ่งผายที่เดินเข้ามาช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวมั่นคง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอลินดาเย็นยะเยือก หญิงสาวพยายามขยับให้ห่างเขา แต่สมองกลับไม่สั่งการใดๆ กระทั่งชายหนุ่มมานั่งพับเพียบเคียงคู่เธอ
“มาทำบุญเหมือนกันเหรอโยม” หลวงตามองหนุ่มสาวที่นั่งเสมอกันอย่างเมตตา
“ครับ ผมมาทำบุญให้น้องสาว” เสียงทุ้มห้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ในขณะที่ปรายหางตามองเสี้ยวหน้าสวยหวานของคนข้างกาย
“มีเกิดก็ต้องมีดับ มีเหตุก็ต้องมีผล คนที่อยู่ต้องรู้จักไตร่ตรองด้วยสตินะโยม” หลวงตามองใบหน้าคมเข้มอย่างสงบ บรรณหัวใจกระตุกเมื่อท่านสามารถสัมผัสได้
“ผมจะพยายามครับหลวงตา”
“ดีๆ การให้อภัยคือสิ่งที่ประเสริฐ คนให้ยิ่งได้บุญ” หลวงตากล่าวเตือนสติ เจ้าพ่อหนุ่มจึงใช้ความเงียบแทนคำตอบทุกอย่าง “โยมหมอมาทำบุญให้ใครล่ะ”
“มาทำบุญให้คนไข้รายหนึ่งค่ะ เธอชื่อ ‘พัดชา’ ค่ะหลวงตา” อลินดาบอกเสียงเศร้าๆ และรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลคนไข้ได้ตลอด เพราะคนไข้ของเธอคนนี้คลอดลูกได้ไม่ถึงชั่วโมงก็หนีออกจากโรงพยาบาลไป จนกระทั่งเธอเห็นข่าวว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
บรรณได้ยินชื่อน้องสาวหลุดออกมาจากปากคุณหมอก็สะบัดหน้าไปจับจ้องเขม็ง อลินดารับรู้ได้ถึงรังสีร้อนบางอย่างจากผู้ชายข้างตัวก็หันมามองเขาเช่นกัน ยังผลให้ตากลมโตสบตาแข็งกร้าวไปชั่วขณะ และเป็นฝ่ายหญิงสาวที่ต้องสะท้านวูบวาบเสียเองโดยไม่มีเหตุผล
“ทำคนตายทั้งคน ต่อให้ทำบุญมากเท่าไหร่ก็ลบล้างกันไม่ได้หรอกนะ” บรรณบอกเสียงเรียบพอๆ กับแววตาเย็นชาที่มองมา อลินดาหน้าเครียดไปทันทีกับประโยคที่กวนตะกอนในใจให้ลอยขึ้น
“เอาล่ะโยมทั้งสอง ตั้งจิตอันเป็นกุศลนะเพื่อคนที่เราจะทำบุญไปให้” หลวงตาชรายุติการสนทนา จากนั้นก็เริ่มสวดแผ่เมตตา บรรณและอลินดาจึงพนมมือขึ้นขณะตั้งจิตอันเป็นกุศลจนกระทั่งการทำบุญเสร็จสิ้นลง
“หนูกราบลาหลวงตาเลยเจ้าค่ะ”
“เจริญพร”
อลินดาจึงก้มกราบพร้อมๆ กับบรรณ หลวงตาชรามองหนุ่มสาวด้วยจิตใจสงบ เมื่อกราบลาเสร็จร่างบอบบางก็คลานเข่าออกมาจนถึงประตูแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่รถของตัวเองเพื่อจะได้พ้นๆ จากผู้ชายน่ากลัวคนนี้ แต่พอมาถึงรถเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นล้อรถด้านหน้าแบนติดพื้น
“รถยางแบนได้ยังไงเนี่ย?” อลินดาเดินไปดูล้อรถอีกด้าน “เฮ้อ…โชคยังดีแบนแค่สองล้อหน้า” เธอถอนหายใจเบาๆ แต่ยังไงก็ไปไม่ได้อยู่ดี หญิงสาวมองหาเด็กวัด แต่ก็ไม่เห็นใคร ก็เลยเดินหาจนกระทั่งไปถึงรถโรลส์รอยซ์ของบรรณ จังหวะนั้นร่างสูงสง่าก็ก้าวพ้นประตูโบสถ์ออกมาเห็นเธอ สายตาคู่คมดั่งใบมีดที่มองมานั้นทำเอาคนถูกมองรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าต้องรีบไปห่างๆ เขาทันที ทำให้เท้าเรียวก้าวไปอีกทาง บรรณเดินตามมาติดๆ อลินดามีท่าทางลุกลี้ลุกลนจึงรีบเร่งฝีเท้าไปที่กุฏิหลวงตาอย่างรวดเร็ว และหันไปมองด้านหลังจนกระทั่งเท้าก้าวไม่พ้นรากต้นไทรที่โผล่พ้นดินขึ้นมา
“ว้าย…” ร่างบอบบางล้มลงกับพื้น หากความหวาดหวั่นทำให้หญิงสาวรีบพยุงกายลุกขึ้น แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า สุดท้ายก็ต้องทรุดตัวนั่งลงตรงนั้นอีกรอบ บรรณเดินเข้ามาหาช้าๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา และหยุดยืนมองดูเงียบๆ จนหญิงสาวเป็นฝ่ายทนไม่ไหว
“คุณตามฉันมาทำไม?”
“ผมบอกเหรอว่าตามคุณมา” บรรณย้อนถามเสียงเรียบ ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นนิดๆ ซึ่งอลินดารับรู้ถึงความเหยียดหยันเต็มเปี่ยมในสายตาของเขา
“คุณ…”
“ลุกขึ้น…” บรรณสั่งและไม่คิดจะช่วย อลินดาสะบัดหน้าหนีและไม่คิดจะทำตามเขาเช่นกัน เจ้าพ่อหนุ่มผู้ที่ไม่เคยถูกอิสตรีใดขัดใจมากก่อนถึงกับขบกรามแน่น เท้าใหญ่ก้าวยาวๆ เข้าไปกระชากแขนเรียวให้ลุกขึ้นยืนราวกับตุ๊กตาล้มลุก
“โอ้ย…ปล่อยนะ…ฉันเจ็บ” อลินดาตกใจไม่คิดว่าจะถูกเขาใช้กิริยาจาบจ้วงอันไร้ซึ่งความนุ่มนวลแบบนี้ เมื่อได้ยืนใกล้ๆ ระดับความสูงของเขานั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นจนกลายเป็นแหงนเลยทีเดียว
“เธอเจ็บเท่านี้ มันยังไม่เท่ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเธอฆ่าทางอ้อมหรอก...อลินดา” ดวงตาคมเข้มของบรรณมองหน้าซีดขาวของหญิงสาวราวกับมัจจุราชที่เตรียมจะสูบวิญญาณออกจากร่างไป
“คุณรู้จักฉัน?” อลินดาผงะเมื่อเขาเรียกชื่อเธอถูกเหมือนรู้จักเป็นอย่างดี คำถามและความงุนงงทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก เพราะมัวแต่หาคำตอบกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนั้น
“รู้จักสิ รู้จักไปถึงโคตรเหง้าศักราชของเธอด้วย” เสียงทุ้มทรงอำนาจตะคอกใส่ หญิงสาวดิ้นรนสุดกำลังและเบือนหน้าหลบ มือหนาข้างหนึ่งจึงจับปลายคางมนบังคับให้กลับมาหา แววตาคมแดงก่ำน่ากลัวจนร่างงามสั่นสะท้าน และเสียงสวรรค์ก็ช่วยให้เธอรอดจากคนพาล
“พอเถอะโยม…”
เสียงนั้นเป็นเสียงของหลวงตาที่เดินเข้ามาพร้อมกับเด็กวัดอีกสามคน ทำให้บรรณต้องยอมปล่อยมือจากอลินดา “อาตมาขอบิณทบาตรนะโยม” หลวงตากล่าวด้วยท่าทีสงบ บรรณแม้จะโกรธแค้นสักปานใด แต่เมื่อพบกับแสงแห่งคุณธรรม ความรุ่มร้อนที่คลุกเคล้าด้วยแรงโทสะก็อ่อนลงทันที ชายหนุ่มพนมมือไหว้แล้วหันกลับไปมองหญิงสาว
“เราได้เจอกันอีกแน่คุณหมอ” พูดจบร่างสูงก็เดินจากไปอย่างสง่า ในขณะที่หญิงสาวยังคงยืนตะลึงอยู่ที่เดิม โดยที่สายตามองตามแผ่นหลังหนา จนกระทั่งเขาหายเข้าไปนั่งในรถยนต์คันหรู
“จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร
อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน
“ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ
“พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ
วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต
“ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ







