Share

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:57:27

นิทราลงมาแต่เช้าเพื่อมาใส่บาตรเป็นเพื่อนแม่ของตนเอง นิทราเข้าไปเก็บของก่อนจะกลับมายังบ้านหลังใหญ่ เธอทำซุปแก้อาการแฮงไว้ให้พสุที่ตอนนี้ยังไม่ลงมา

“เมื่อคืนตาเล็กกลับบ้านกี่โมง” หันไปถามสร้อยที่อยู่รออีกฝ่ายก็อึกอักไม่กล้าตอบพอดีกับนิทราเดินเข้ามาในห้องอาหารของบ้าน

“พสุยังไม่ลงมาหรือคะ” ไม่เห็นเขาบนโต๊ะอาหารก็เอ่ยถามขึ้น

“ยังเลยลูก ขึ้นไปดูหน่อยก็ดี”

ด้วยความเป็นห่วงนิทราจึงลุกขึ้นไปดูอีกฝ่ายบนห้อง เข้ามาก็ได้ยินเสียงอ้วกทันที ก่อนร่างสูงจะเดินออกมาด้วยความงัวเงีย ใบหน้าหล่อดูซูบเล็กน้อย ตอนนี้เขาสวมชุดพร้อมไปทำงานเรียบร้อยแต่เพราะต้องลงพื้นที่ดูตรวจงานจึงไม่ได้ใส่สูทไปเพียงแค่ชุดทะมัดทะแมงเท่านั้น

 “ดื่มน้ำหน่อยไหม” รินน้ำข้างหัวเตียงให้ เขาก็ไม่ปฏิเสธรับมาดื่มอย่างเสียไม่ได้“ดีขึ้นรึยัง”

พสุไม่ตอบเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น เมื่อคืนเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมาไปตอนไหนหรือกลับมายังไง ใครเป็นคนดูแลเขาเพราะตื่นมาก็อยู่ในชุดนอนแล้ว ปกติหากเมากลับมาแบบนี้แม่จะสวดเป็นชุดพอขึ้นมาเขาก็นอนด้วยชุดนั้นตื่นมาค่อยอาบน้ำ หากเมื่อคืนไม่ใช่ เขาจำอะไรไม่ได้คิดว่าคนที่ดูแลเขาคงเป็นหญิงร่างเล็กที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของห้องอยู่เป็นแน่

“ลงไปกินข้าวเถอะ เราทำข้ามต้มไว้ให้” เห็นเขาไม่พูดอะไรก็ชวนซึ่งพสุก็ลงไปแต่โดยดี หยิบของทุกอย่างใส่กระเป๋าแล้วเดินตามนิทราลงมา ตอนนี้สติไม่ค่อยอยู่กับตัวเท่าไหร่เพราะยังไม่หายจากอาการเมาค้าง

“ลงมาแล้วเหรอพ่อลูกชาย ต้องให้เมียไปตามถึงจะลงมาได้” แม่มองค้อนอย่างหมั่นไส้

พสุไม่ได้ตอบรับอะไรแค่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างพี่ชาย

“เมื่อคืนกลับมากี่โมง” แม่ใส่ทันทีที่นั่งลง เขายิ้มประจบเมื่อ   คิดได้

“หกทุ่มครับแม่ พอดีติดพันนิดหน่อย”

สร้อยยกข้าวต้มมาเสิร์ฟให้คุณพสุพร้อมสมูทตี้ขิงกับส้มที่นิทราตื่นมาทำให้เขาแก้อาการเมาค้าง

“มีอะไรพันแข้งพันขาหรือไงถึงมาดึกขนาดนั้น” กระแหนะกระแหนลูกชาย คราแรกว่าจะรอเป็นเพื่อนลูกสะใภ้แต่รอไม่ไหวจึงขึ้นไปนอนก่อน

“แล้วนี่น้ำอะไรครับ” รีบตัดบทเพราะกลัวเทศนาชุดใหญ่จากมารดา ร่างสูงมองดูแล้วมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้จึงเอ่ยถาม

“สมูทตี้ขิงผสมส้ม แก้อาการเมาค้างได้ ลองกินสิ” ดูเอาเถิดเมียแสนดีขนาดนี้จะหาได้จากไหนอีก

พสุถอนหายใจไม่อยากหยิบขึ้นดื่มแต่มองสายตามารดาก็จำยอมยกขึ้นดื่ม ก่อนจะพบว่ามันอร่อยดี ดื่มจนหมดแก้วค่อยรับประทานข้าวต้มกุ้งของชอบจนหมดชามคงเพราะหิวมากเขาขออีกชามทันที

“วันนี้นายไปดูงานหรือ” ภมรถามขึ้น

“ครับ”

สองพี่น้องที่ไม่ค่อยคุยกันทำให้คุณดิลกเกิดความสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรจนกระทั่งพสุอิ่มลุกขึ้นเดินออกไปนิทราก็ขอตัวตามไปส่งเขาถึงหน้าบ้าน

“ฉันกลับมายังไงอดใจไม่ไหวเพราะสงสัย นิทราเดินมาที่จอดรถเป็นเพื่อนเขา

“ก็พสุเมาหนักมาก คุณปวิชเลยมาส่ง ส่วนรถคนที่ร้านเอามาส่งให้” เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะขึ้นรถแต่แขนหน้ากลับถูกรั้งไว้เสียก่อน

“อะไร” หันมาถามเสียงเข้ม

“ข้าวกลางวัน” ยื่นกล่องข้าวขนาดกลางให้เขา เธอแอบทำให้แต่เช้าแล้วก็หยิบมันมาให้เขาก่อนออกมา

พสุมองกล่องข้าวด้วยความรู้สึกแปลก ทำไมเขารู้สึกอบอุ่นแบบนี้เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตอนประถมที่ทั้งสองแลกข้าวกล่องกินด้วยกัน

“ขอบใจ” มือหนารับไว้ก่อนขึ้นบนรถ

“วันนี้กลับค่ำไหม” ก่อนเขาจะขึ้นไปนิทราก็รีบถามออกไป

พสุหันมามองหน้าเธอเกือบจะตอกกลับว่ายุ่งแต่พอเห็นแววตาฉายแววห่วงก็กลืนคำนั้นลงไปตอบเสียงแผ่ว

“ไม่แน่ใจ” นิทราพยักหน้ารับ พสุขึ้นรถสตาร์ทแต่แล้วกลับกระจก “ไม่ค่ำมากหรอก”

นิทราทำหน้างงจนกระทั่งรถออกไปไกลจึงยิ้มออกมา อย่างนี้ถือว่าเขาเริ่มใจอ่อนให้เธอได้หรือไม่นะ นิทราเดินกลับเข้าบ้านพอดีกับที่ภมรเดินออกมา

“หวานกันจังเลยนะ” เขาเอ่ยแซ็วน้องสาวอีกคน

“ไม่หรอกค่ะ” ตอบปฏิเสธแบบเอียงอาย

ภมรดีใจที่ทั้งสองเริ่มเข้ากันได้ คุยกันสักพักก็ขับรถไปรับลินดาไปทำงานด้วย

นิทราที่อยู่บ้านกับคุณวรรณนภานั่งถักนิตติ้งคิดไว้ว่าจะให้พสุใส่ช่วงหน้าหนาว ดีที่มีไซซ์เขาจากการตัดชุดเจ้าบ่าวแล้วเธอจำได้แม่นจึงนั่งถักเสื้อให้เขา ช่วงนี้มารดาไม่ค่อยได้รับงานหนักจึงไม่ได้ช่วย เธอขอตัวมาทำเสื้อให้สามีคุ

ณวรรณนภาก็เอ่ยแซ็วลูกสะใภ้

“ตาเล็กนี่โชคดีจริงๆ เมียทำเสื้อให้ใส่” เห็นลูกสะใภ้ตั้งใจทำก็เอ็นดูเหลือเกิน

นิทราเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้แม่สามี

“เดี๋ยวนิททำให้คุณแม่ด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก เหนื่อยเสียเปล่า แม่ใส่อะไรก็ได้ทั้งนั้น” เพราะไม่อยากให้นิทรานั่งหลังขดหลังแข็งทำหลายวันจึงเอ่ยปฏิเสธแต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอม

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ เดี๋ยวนิทจะทำให้ คุณแม่ชอบสีไหนบอกนิทเลยนะคะ”

ลูกสะใภ้เอ่ยแบบนี้ก็ยิ้มให้ด้วยความรักใคร่

“จ้ะ เดี๋ยวแม่จะบอกนะ รอให้หนูทำของตาเล็กเสร็จก่อน”

คุณดิลกมองดูภรรยากับลูกสะใภ้ที่เข้ากันได้ดีก็ยิ้มออกมาด้วยความสุข หวังว่าอีกไม่นานจะมีหลานมาให้เลี้ยง อายุเขาก็ปูนนี้แล้วคนอื่นมีหลานเป็นโขยงแต่เขากลับไม่มี ดีที่พสุแต่งงานพอให้เบาใจได้บ้างเหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ยังไม่พาใครมาแนะนำให้รู้จักเสียที

พสุลงพื้นที่ตรวจดูงานก่อสร้างว่าได้ไปถึงไหนแล้วและตรงตามมาตรฐานหรือไม่ เขาจบคณะวิศวกรรมศาสตร์มาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจอีกสองปีก่อนไปทำงานที่ต่างประเทศสองปีเพิ่งกลับมารับตำแหน่งได้ไม่นานเพราะกว่าจะทำให้คณะกรรมการคนอื่นยอมรับก็ยากเหมือนกัน ต้องสร้างผลงานให้เขา เชื่อใจ

“เดี๋ยวยังไงสัปดาห์หน้าผมจะมาดูอีกที”

หลังตรวจงานเป็นเวลาสองชั่วโมงและเรียกวิศวกรมาประชุมอีกสามชั่วโมงเขาก็ออกมามุ่งตรงไปร้านอาหารข้างทางที่คุ้นเคยเพราะมาทานบ่อย บ่ายยังต้องไปตรวจอีกที่

วันนี้เขาแทบไม่ได้เข้าบริษัทแต่เลขาก็โทรมาบอกเสียก่อนว่ามีเอกสารที่เขาต้องเซ็น พสุรีบทานข้าวไปยังสถานที่ก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารกระป๋องที่อยู่ชานเมือง กว่าจะดูงานเสร็จก็กินไปเวลาไปกว่าสามชั่วโมง เขามาถึงบริษัทในเวลาสี่โมงครึ่ง เรียกว่าเป็นวันยุ่งของเขาเลยก็ว่าได้

“มีเอกสารเท่านี้ใช่ไหม” ขึ้นมาเขาก็ให้เมขลาจัดเอกสารไว้ให้ เธอก็รีบเร่งเพราะงานวันนี้เยอะเสียเหลือเกินแทบไม่มีเวลาพักหรือคิดเรื่องอื่น

“ค่ะ” เขาอ่านโดยละเอียดก่อนเซ็นแต่ละใบ ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้ จนกระทั่งเสร็จทุกใบเขาจึงลุกขึ้นเตรียมกลับบ้าน

“พอดีทางโรงแรมดิวัลยาโทรมาต้องการต่อเติมเลยอยากขอพบคุณเย็นนี้ค่ะ”

เพราะกะทันหันเขาเกือบปฏิเสธไปแต่เนื่องจากโรงแรมนี้เป็นลูกค้าเขามานานไม่ว่าจะขยายสาขาไปต่างจังหวัดก็ให้เขาดูแลตลอดจึงปฏิเสธไม่ได้ ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนโทรหาอีกฝ่ายว่ากำลังจะเข้าไปหาที่ทำงาน

รถคันหรูขับมายังโรงแรมดิวัลยาถือเป็นโรงแรมชื่อดังของเมืองไทยมีต่างชาติมาพักเยอะเพราะถูกใจในห้องพักที่สวยและการบริการดีเยี่ยม เขาจอดรถไว้แล้วเดินผ่านห้องอาหารของโรงแรมก็ชะงักเพราะเจอภมรและลินดามานั่งรับประทานข้าวด้วยกัน คิดว่าจะเดินผ่านทำเป็นไม่สนใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปทักเพื่อสร้างความร้าวฉานให้กับทั้งคู่

“สวัสดีลิน” เขานั่งลงตรงที่ว่างข้างลินดา

“อ้าว มาทานข้าวหรือ”  ตกใจไม่น้อยเมื่อเจอพสุ แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือเขาเดินมาทักเธอ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหายโกรธเร็วขนาดนี้

“เปล่าพอดีมาคุยงาน” เขาเหลือบมองพี่ชายเล็กน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดหรือทักอะไร

“ของโปรดลินทั้งนั้นเลย” เห็นอาหารเขาก็จำได้แล้วเพราะไปกินข้าวด้วยกันบ่อย

ลินดาพยักหน้ายิ้มให้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ว่าตอนนี้ภมรหน้านิ่งไปด้วยความไม่ชอบใจเสียแล้ว

“ไปกินด้วยกันบ่อย เราจำได้หมดแหละว่าลินชอบอะไรบ้าง” เขาย้ำจนลินดาเริ่มหันไปมองภมรก็หน้าเจื่อนเมื่อคนตัวโตมองดุกลับมา

“กินด้วยกันไหม”

“ไม่ดีกว่า แค่แวะมาทักทาย” เขาว่าแล้วก็เอามือยีศีรษะคนตรงหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติ

แต่สำหรับภมรในใจเริ่มเดือดแล้ว เหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย

“พอได้แล้ว ผมลินยุ่ง”

พสุหัวเราะออกมาน้อยๆ

“ไปแล้ว ไว้เจอกัน”

ร่างบางพยักหน้ารับก่อนมองตามอีกฝ่ายที่เดินออกไปจากห้องอาหาร ภมรพยายามผ่อนลมหายใจบังคับอารมณ์ให้เป็นปกติ ลินดามองแฟนของตนเองแล้วยิ้มให้อย่างเอาใจ

“ปลาอร่อยมากเลยค่ะ พี่ภมรต้องชอบแน่ๆ”

เขาเจ็บใจตัวเองที่เพียงแค่ได้ยินเสียงหวาน เอ่ยอ้อนนิดหน่อยก็ใจอ่อนแล้ว ภมรยิ้มให้หญิงสาวเพราะไม่อยากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นประเด็น เขาไม่อยากทะเลาะกับเธอ ไม่อยากสูญเสียเวลาดีๆ ไป

“พี่ชอบ ชอบคนตักให้” หยอดจนอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเขินเสียเอง

ทั้งสองนั่งรับประทานกันอย่างมีความสุข

พสุหัวเสียที่ผลงานเขาไม่เป็นอย่างที่หวังทั้งที่พี่ชายดูเหมือนจะโมโหแล้วแท้ๆ จึงตัดสินใจผละออกจากทั้งสองเดินไปยังห้องทำงานของคุณภูวนาถเจ้าของโรงแรม

“สวัสดีครับ ขอโทษที่ผมมาช้า” อีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไรเพราะนัดกะทันหัน ทั้งสองจึงคุยกันถึงการขยายโรงแรมในเขตเมืองเพราะต้องการรองรับแขกให้ได้มากกว่านี้ มันเป็นเรื่องยากด้วยพื้นที่ที่จำกัดจึงใช้เวลาคุยกันนานพอสมควรกว่าจะหาข้อสรุปได้

พสุไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้วทำงานเพลินจนลืมเวลา มองนาฬิกาบนข้อมือก็ตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว

..เขาคุยนานถึงสี่ชั่วโมงเลยหรือ

รีบบึ่งกลับบ้านก็พบว่าบ้านเงียบเปิดไว้เพียงไฟหน้าบ้านเท่านั้น เขานำรถมาจอดไว้โรงรถเดินเข้าบ้านได้ยินเสียงทีวีในห้องนั่งเล่นก็เดินไปดูพบนิทรานั่งถักนิตติ้งโดยที่สร้อยนั่งพับเพียบดูทีวีอยู่ เขารู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่มีคนรออยู่ ปกติถ้าเขามาดึกแม่กับพ่อก็นอนแล้ว จึงไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

“มาแล้วหรือ หิวข้าวไหม” เธอวางมือจากงานที่ทำลุกขึ้นมาหาพสุ

อีกฝ่ายก็พยักหน้าเพราะกินข้าวครั้งล่าสุดคือตอนเที่ยง

“พอดีเลย เราทำาผัดผักกับต้มจืด แล้วก็ไข่ทอดไว้ให้ด้วย” ร่างบางเดินนำไปที่ห้องครัว นิทราอยู่ในชุดนอนกระโปรงสีขาวแขนตุ๊กตายาวคลุมเข่า ดูน่ารักบอบบาง เขาเดินตามเธอไปยังห้องครัว “ไปรอที่โต๊ะสิ เดี๋ยวเราเอาไปให้”

พสุไม่เถียงเดินไปนั่งรอเธอจนกระทั่งสร้อยเอาข้าวมาเสิร์ฟให้ แค่ได้กลิ่นเขาก็หิวแล้วพออาหารครบก็ลงมือกินข้าวทันทีจนนิทราอดหัวเราะไม่ได้

“ไปอดข้าวมาจากไหนเนี่ย”

พสุไม่ตอบเอาแต่กินข้าวไม่หยุด นิทรามองหากล่องข้าวก็ไม่เห็นจึงถามขึ้น

“กล่องข้าวไปไหนหรือ เราจะเอาไปล้างให้”

พสุชะงักเขาลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายทำอาหารกลางวันให้เขา ตอนนี้มันคงอยู่บนรถเขาไม่ได้สนใจมากนักลืมไปด้วยซ้ำ

“บนรถ” นิทราพยักหน้ายิ้มรับจะเดินออกไปเอาแต่อีกฝ่ายก็คว้าแขนไว้ก่อน “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปเอาเอง”

..อะไรของเขา

พสุลุกเดินไปโรงรถหยิบกล่องข้าวขึ้นมาเปิดดูเห็นอาหารน่าตาน่าทานอยู่สองอย่างเลยจัดการแอบกินเพราะกลัวนิทราเห็น กินจากเมื่อกี้ก็อิ่มแล้วแต่เขายังต้องมากินข้าวกล่องอีก พสุพยายามยัดข้าวเข้าปากให้หมดแล้วกลืนลงไปทันที

“ทำไมไปนานจัง” เกือบจะออกไปหาแล้วถ้าพสุไม่เดินเข้ามาเสียก่อน เขายื่นกล่องข้าวให้เธอนิทรายิ้มรับเอาไปล้าง พสุเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารเพราะยังทานไม่หมดแม้ว่าจะอิ่มแล้วจึงรีบดื่มน้ำทันที นิทราเดินออกมาเห็นพสุไม่ทานต่อก็ถาม

“อิ่มแล้วหรือ”

“อิ่มแล้ว” พูดจบก็เดินไปนั่งดูทีวีปล่อยให้ภรรยาจัดการเก็บโดยมีสร้อยเป็นคนช่วย

นิทราไปหยิบผลไม้ในตู้เย็นให้เขา

“กินผลไม้หน่อยไหม”

ตอนนี้แม้จะแน่นแต่เพราะผลไม้ดูน่ากิน จึงไม่ปฏิเสธ เขานั่งกินผลไม้ไปดูละครไปด้วย แม้จะเป็นเวลากว่าห้าทุ่มละครก็ยังไม่จบทำเอาสร้อยต้องดูต่อเรื่องกำลังเข้มข้น นิทราเองก็นั่งถักนิตติ้งเพราะเห็นสามีสนใจละครเหลือเกิน

“ชอบเรื่องนี้หรือ” เห็นดูไม่กะพริบตาเชียว

พสุหันมามอง

“เปล่า ก็ดูไปงั้น” ที่จริงอาหารยังไม่ย่อยเขาเลยไม่อยากขึ้นไปบนห้อง ละครก็สนุกดีดูเพลินก่อนหันมาเห็นนิทรากำลังถักเสื้อ

“นั่นถักอะไร”

“ถักเสื้อ พสุชอบไหม”

เขาเกือบพยักหน้าแล้วแต่ต้องชะงัก

“ไม่ชอบ” ปฏิเสธเสียงแข็ง

นิทราก็หน้าหงอยลงไปทันที สร้อยที่ดูหนังหันมามองด้วยความไม่ชอบใจที่คุณเล็กว่าแบบนั้น

..พี่นิทอุตส่าห์นั่งถักทั้งวันมาพูดแบบนี้คนเขาเสียน้ำใจแย่

พสุนั่งกินไปได้สักพักก็ขึ้นห้องนิทรารอจนกว่าละครจบค่อยตามเขาขึ้นไป เห็นอีกฝ่ายกำลังอาบน้ำจึงหาผ้าห่มกับหมอนมานอนที่โซฟาจนกระทั่งเขาออกมาเห็นเธอล้มตัวลงนอน

“ทำไมไปนอนตรงนั้น” ถามด้วยความสงสัยเขาไม่ได้ไล่เธอไปอย่างแน่นอน ถึงไม่ชอบก็ไม่ได้ใจจืดใจดำให้ผู้หญิงไปนอนโซฟา

“มันสบายดี” เธอไม่อยากนอนกับผู้ชายที่ไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมา เรื่องนี้ยังโกรธไม่หายไม่อยากจะนอนใกล้เขาด้วยซ้ำ

“ตามใจ ดีเหมือนกันฉันจะได้นอนสบาย”

นิทราไม่ตอบพสุเลยเดินไปปิดไฟล้มตัวลงนอน ไม่นานทั้งสองก็จมอยู่ในห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

จนกระทั่งเช้าวันถัดมา นิทราตื่นเช้าเช่นเคยเพราะต้องทำอาหารและไปใส่บาตรพร้อมมารดา พสุได้ยินเสียงนิทราอาบน้ำก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียมองนาฬิกาก็พบว่าเพิ่งตีห้าครึ่ง ไม่ใช่เวลาตื่นของเขาเลยนอนต่อ

“ไปไหนน่ะ” ได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาเขาก็ผงกศีรษะขึ้นถามทั้งที่ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น

นิทรายิ้มเอ็นดูเหมือนเขาเป็นเด็กน้อย

“ทำกับข้าวใส่บาตร ไปด้วยไหม”

พสุส่ายหน้าพลางล้มลงนอนอีกครั้ง ร่างบางยิ้มขำก่อนเดินลงมาข้างล่าง ช่วยแม่บ้านทำอาหารเช้าก่อนจะเดินไปหามารดาที่บ้าน ช่วยกันถือของมาใส่บาตรแต่เช้าเหมือนทุกวัน

..ดีที่เธอแต่งงานกับพสุบ้านอยู่ใกล้กันมาหาแม่ตอนไหนก็ได้

“วันนี้แม่งานเยอะไหม” ตักบาตรเสร็จเดินเข้ามาเก็บของภาย ในบ้าน

“ไม่หรอก ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่” เห็นจะจริงอย่างที่ว่าเพราะห้องดูเรียบร้อยเหมือนไม่ได้ใช้งานหนัก

 นิทราช่วยแม่เก็บกวาดห้องครัวสักพักแล้วค่อยเดินกลับบ้านใหญ่มาทันพอดีกับที่ทุกคนกำลังรับประทานข้าวอยู่หญิงสาวชะงักเมื่อเจอใครอีกคนนั่งตรงกลางระหว่างพสุและภมร

“มากินข้าวหนูนิท” คุณดิลกชวนลูกสะใภ้นิทรายิ้มตอบรับแล้วเดินมานั่งข้างคุณวรรณนภา

..วันนี้พสุแต่งตัวเรียบร้อยคงจะเข้าบริษัท

“ลินขอมาฝากท้องด้วยนะวันนี้” ลินดาเอ่ยทักเพราะรู้ว่าอาหารเช้านิทราเป็นคนทำ เธอยิ้มน้อยๆ “อาหารที่นิททำอร่อยจริงๆ” ลินดาเอ่ยชมไม่ขาดปาก

คุณวรรณนภาก็ชวนสาวตรงหน้าคุยเพราะสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง

“เอาน้ำส้มคั้นมาสองแก้วนะ” พสุหันไปบอกสาวใช้ที่ยืนรออยู่

บรรยากาศบนโต๊ะดูกระอักกระอ่วนถ้าไม่ได้คุณผู้หญิงของบ้านชวนคุยคงเงียบ น้ำส้มสองแก้วมาเสิร์ฟตามที่คุณพสุสั่ง เขายื่นให้ลินดาที่นั่งข้างๆ อีกแก้วก็ดื่มเอง

“เราจำได้ว่าลินชอบ น้ำส้มอร่อยนะลองชิมดู” คำพูดนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไป

นิทราก้มหน้ากินข้าวต้มพยายามไม่สนใจ

“ขอบใจจ้ะ” พสุยิ้มให้คนข้างกายแล้วดื่มน้ำส้ม

ภมรพยายามข่มอารมณ์เอาไว้รู้ว่าน้องพยายามยั่วโมโหเขา ลินดาเองก็ทำอะไรไม่ถูกจึงยกน้ำส้มดื่มด้วยความอึดอัด ทั้งมองนิทราอย่างสงสารที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่สนใจแต่แววตาฉายความเจ็บปวด เมื่อทานข้าวหมดสามคนก็ต้องไปทำงาน

“ลินไปกับเราไหม” พสุยังไม่ปิดสงครามครั้งนี้ เขาถามขึ้นเมื่อดื่มน้ำเสร็จ

“ลินจะไปกับพี่ ไปกันเถอะ” ภมรเอ่ยเสียงนิ่ง เขาหายใจเข้าออกเป็นจังหวะระงับความโกรธที่แล่นขึ้นมาเมื่อมองหน้าพสุแล้วอีกฝ่ายยิ้มมุมปากให้เขา แววตาเย้ยหยันเต็มที่

“ลินไปกับผมทุกครั้ง คราวนี้ทำไมต้องไปกับพี่” ถามอย่างยียวนเพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ยังไม่รู้เรื่องพี่ชายคบกับลินดา

ฝ่ายหญิงสาวก็นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก แอบจับมือภมรไว้ให้เขา    ใจเย็น

“จะไปกับใครก็ให้หนูลินตัดสินใจเองเถอะ” คุณวรรณนภาเอ่ยขัดขึ้น มองบุตรชายทั้งสองด้วยความสงสัยไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ทำให้เกิดบรรยากาศอึดอัดขึ้นได้

นิทราวางช้อนลงมองพสุด้วยแววตาตัดพ้อทำเอาคนถูกมองต้องเบือนหน้าหนี

“ลินว่าไง” เขาหันมาถามลินดาที่ยังคงนั่งนิ่ง เธอมองภมรก่อนจะหันไปบอกพสุ “ลินไปกับพี่ภมร”

..ในที่สุดเขาก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือกอีกเช่นเคย

ร่างสูงลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าและสูทเดินออกไปจากห้องอาหารทันที

นิทราลุกตามเขาไม่ลืมเข้าไปหยิบกล่องอาหารกลางวันให้เขาด้วย พสุหัวเสียเดินขึ้นรถท้องไส้ก็ดูจะปั่นป่วนเหมือนต้องการจะเข้าห้องน้ำตลอดเวลา

“เดี๋ยวพสุ ข้าวกลางวัน”

“ไม่เอา วันหลังไม่ต้องทำไม่ได้ ต้องการเลยสักนิด”  เพราะหงุดหงิดจากเรื่องเมื่อครู่เขาใส่อารมณ์กับนิทราโดยไม่ได้ตั้งใจจนกระทั่งเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดสำนึกด้านดีก็เริ่มทำงานบ้าง เขาอึกอักอยากยื่นไปรับแต่ก็ต้องกำมือไว้แน่น

..เขาต้องใจแข็งผู้หญิงคนนี้ทำให้ชีวิตเขาพังไม่ใช่หรือ

“เข้าใจแล้ว” มือบางลดกล่องลง มองหน้าเขาพยายามฝืนยิ้มให้ “ขับรถดีๆนะ” คำพูดเพียงประโยคเดียวกลับทำให้เขารู้สึกผิดเหลือเกิน

พสุมองอีกคนพยักหน้าช้าๆ ค่อยเดินไปยังรถของตัวเอง ขับออกไปมองกระจกหลังที่นิทรายืนโบกมือให้เขา แปลกที่แวบหนึ่งของความรู้สึกเขากลับยินดีที่มีคนมาส่งไปทำงานทุกเช้าแบบนี้ก่อนจะไล่ความคิดนั้นออกไป

..ผู้หญิงคนนั้นร้ายจะตายเขาจะใจอ่อนให้กับเธอไม่ได้เด็ดขาด

“ว่ายังไงนะ”

นิทราที่เดินเข้ามาภายในห้องอาหารชะงักเมื่อพบว่าบรรยากาศดูจะเคร่งเครียดไป

“ผมกับลินคบกันครับ” คุณวรรณนภาเอามือทาบอก่อนถามเสียงสั่น “นานเท่าไหร่แล้ว” ตอนนี้เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้า  หากัน

“ก่อนพสุจะแต่งงานกับนิทครับ” ลินดาจับมือแฟนหนุ่มแน่นเพื่อให้กำลังใจ

บุพการีทั้งสองยังคงเงียบราวกับจับต้นชนปลายไม่ถูก พสุไปมาหาสู่กับลินดาจนคิดว่าจะตกล่องปล่องชิ้นกันหากเรื่องกลับตาลปัตรเป็นลินดาคบกับภมรเสียอย่างนั้น

“เดี๋ยวแม่ขอเวลาทบทวนก่อนนะ”

..เพราะว่าสองคนนี้คบกันลูกชายเธอรู้เลยช้ำกินเหล้าเมาไม่ได้สติจนขืนใจนิทราต้องแต่งงานกันอย่างนั้นใช่ไหม

คุณแม่ที่ดูละครมาเยอะปะติดปะต่อเรื่องได้เป็นฉากก่อนถอนหายใจมองคู่ชีวิตของเธอ

“คุณว่าอย่างไรคะ”

อดีตประธานบริษัทนิ่งคิดมองหน้าชายหญิงรุ่นลูก

“จะว่าอย่างไรได้ล่ะ คบกันก็อยู่ในขอบเขตแล้วกันนะ”

เมื่อประมุขใหญ่ของบ้านเอ่ยภมรก็ยิ้มออกมาทันที เขาหันไปมองแฟนสาวของตนเองด้วยความปลาบปลื้ม

“ขอบคุณค่ะ คุณลุงคุณป้า” หญิงสาวพนมมือไหว้ด้วยไม่คิดว่าท่านจะเมตตาอีกครั้งหลังทำให้บุตรชายคนเล็กผิดหวังทั้งยังมาควงบุตรชายคนโตอีก

คุณวรรณนภายิ้มให้สาวอีกคนที่ตนเอ็นดู เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้ ท่านดูออกว่าลินดาไม่ได้ชอบพอกับพสุเกินไปกว่าเพื่อนมีแต่ลูกชายเธอเท่านั้นที่คิดไปฝ่ายเดียว

..โง่เหลือเกินลูกคนนี้ ไม่ได้ดั่งใจแม่ไปเสียทุกเรื่อง

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำงานได้แล้ว จะสายเอา”

ทั้งสองจึงพากันลุกขึ้นเดินออกไปทำงาน นิทรายิ้มให้คู่รักด้วยความยินดี ไม่คิดว่าภมรกับลินดาจะคบกันอดสงสารพสุไม่ได้ที่ผิดหวัง

..เป็นอย่างนี้เองหรือวันนั้นเขาถึงได้เมามายเหลือเกิน

คิดก็อดสงสารไม่ได้ สงสารทั้งชายหนุ่มและตัวเธอเองที่ติดอยู่ในห้วงแห่งรัก ออกมายากเหลือเกิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๖

    ตกเย็นร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนเดินมานั่งที่ระเบียงมองบรรยากาศยามเย็นที่ตะวันลาลับฟ้าถูกแต้มให้กลายเป็นสีเข้มก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประตูเปิดออกเจอพนักงานหญิงถือกล่องขนาดกลางยื่นมาให้ตนเอง“คุณผู้ชายห้องข้างๆ ฝากมาให้ค่ะ บอกให้คุณ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๕

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันจัดกระเป๋าออกเดินทางไปยังสนามบินโดยให้เลขาจองตั๋วไว้ให้ ตอนนี้เขาได้สั่งให้นักสืบที่จ้างไปตามหานิทราจากข้อมูลที่ได้มาก็ทราบว่าเธอเช่ารีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อน แต่เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวจึงบอกมารดาว่าอยู่บ้านเพื่อนพสุถึงสนามบินจัดการธุระทุกอย

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๔

    วันต่อมานิทราตื่นเช้ามาใส่บาตรกับมารดาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบพสุกับคุณวรรณนภายืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ใจจะอยากเดินเข้าบ้านแต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะหนีเขาจึงทำหน้านิ่งเดินไปกางโต๊ะและนำของใส่บาตรวางไว้ ร่างสูงเดินมายืนข้างนิทราโดยที่มารดาไม่ต้องบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว“ใส่บาตรด้วยนะคะพี่ลดา”“มาสิวรรณ” หญิ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๓

    วันต่อมาพสุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเขาตรงไปยังห้องพักพิเศษซึ่งภรรยาของตนเองนอนอยู่ ร่างสูงผลักประตูเข้าไปพบเพียงนิทราที่นั่งทานอาหารอยู่บนเตียงคนเดียว ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบสายตาคมที่จ้องกลับมา ร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาว“กินข้าวหรือ” มันเป็นคำทักทายที่ดูไม่ได้เรื่องที่สุดเลย เขาก่นด่าตัวเองในใจขณะยืนข้างร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status