登入สามปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวมาก ราวกับนิยาย...ในตอนนี้คุณแม่มือใหม่อย่างชาร์มได้คลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ชื่อว่าน้อง มาเบล วันนี้เป็นวันครบรอบสองขวบของเจ้าตัวเล็ก เธอกับไต้ฝุ่นจึงตัดสินใจพาน้องมาเบล ลูกสาวสุดที่รักไปเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้สนุกและเก็บความทรงจำดีๆ ในวันสำคัญเด็กน้อยในชุดกระโปรงลายดอกไม้กอดรัดคอคุณพ่อเอาไว้แน่น แก้มกลมๆ แนบอยู่กับบ่าของเขา ขณะชี้นิ้วเล็กๆ ไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมใสเปล่งประกายระยับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ“ปาป๊า” เสียงหวานใสเรียกคุณพ่อไม่หยุด ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่แล้ว“ครับลูก” ไต้ฝุ่นรับคำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกสาวอย่างมันเขี้ยว“ปาป๊า โน่น…” มาเบลชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของโซนเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นหลากสี“หนูอยากเล่นเหรอคะลูก” ชาร์มเอ่ยถามอย่างเอ็นดูทว่าเจ้าเด็กน้อยกลับไม่สนใจเธอเลย ไม่แม้แต่จะหันมามองกัน เพราะมาเบลติดคุณพ่อตั้งแต่ลืมตาดูโลก ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน ก็จะร้องเรียกหาแต่ปาป๊า ซึ่งกว่าไต้ฝุ่นจะได้ออกไปทำงานในแต่ละวัน ก็ต้องใช้เวล
หลายเดือนผ่านไปชาร์มยืนหน้าหงิกงออยู่หน้ากระจกใส่บานใหญ่ เนื่องจากคนตัวเล็กพยายามติดกระดุมกางเกงยีนขาสั้นตัวโปรด ทว่าแขม่วพุงแล้วแต่ก็ยังติดไม่ได้สักที จนเธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เดินเข้ามาเห็นภรรยาทำหน้ามุ่ยพอดี ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไปโอบไหล่เล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรหืม? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันที พลางทำหน้าตาเง้างอน ราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ“เค้าอ้วนขึ้นอ่า ใส่กางเกงตัวนี้ไม่ได้แล้ว” เธอเอ่ยออกไปเสียงเบาจากนั้น ไต้ฝุ่นก็คว้ามือเล็กให้เดินตามเขามา ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนปลายเตียง พลางจับไหล่เล็กให้หมุนตัวช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“พี่ว่าไม่เห็นอ้วนเลย”คำพูดนั้น ทำเอาชาร์มขมวดคิ้วแน่น พลางมองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ“อ้วนสิ! กางเกงคับหมดแล้วเนี่ย เค้าติดกระดุมไม่ได้เลย” เธอว่า พร้อมกับพยายามติดกระดุมต่อหน้าเขา“กางเกงมันหดหรือเปล่า” ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น เพราะในสายตาเขา เธอก็ยังตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนทว่าร่างบางกลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที“จะหดได้ไง นี่
สองเดือนต่อมาในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...วันที่ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ชาร์มอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ผ้าลูกไม้บางเบาโอบล้อมรูปร่างอรชร เธอถือช่อดอกไม้สีขาวแนบอก ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่เอ่อล้นข้างกายของเธอคือไต้ฝุ่น ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำทรงเนี้ยบ เขายืนอยู่ด้วยท่าทีมั่นคง แต่ในแววตากลับอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าทั้งคู่หันไปมองสบตากัน พลางยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข เป็นรอยยิ้มที่สื่อได้มากกว่าคำพูดใดๆเวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของแขกเหรื่อที่ยังคงร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาที่สาวๆ รอคอย คือการโยนช่อดอกไม้ สาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานต่างพากันยืนรายล้อมอยู่ด้านหน้าเวทีด้วยสีหน้าตื่นเต้นชาร์มยืนอยู่กลางเวที พลางหันไปมองเพื่อนๆ ด้านล่างที่โบกมือส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง เธออดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความสุข“พร้อมนะสาวๆ” เธอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันใดนั้น สาวๆ ด้านล่างก็ตะโกนกลับมาเสียงดังลั่น“พร้อมแล้ว!”จากนั้น คนตัวเล็กก็หันหลังให้กลุ่มเพื่อน
เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ชาร์มเหลือบมองไปทางโต๊ะของไต้ฝุ่นอีกครั้ง ก็ยังเห็นเขานั่งก้มหน้ากดไอแพดอย่างตั้งใจทันใดนั้น เธอก็หันไปกระซิบกับเพลงขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆ “มึง! กูกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มารับด้วยล่ะ”“โอเค เจอกันพรุ่งนี้” เพลงขวัญตอบกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มบางๆจากนั้น ชาร์มก็เดินตรงไปหาไต้ฝุ่นที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนักทันทีคืนนี้เธอไม่ได้ดื่มมากนัก เพราะพรุ่งนี้มีแพลนจะไปเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนสาว คนตัวเล็กจึงสังสรรค์เพียงพอให้ครึกครื้นเท่านั้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของแฟนหนุ่ม แสงไฟสลัวจากผับสะท้อนลงบนหน้าจอไอแพด ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าจริงจังของเขาได้อย่างชัดเจน ชาร์มจึงแกล้งเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสองหวานหยดย้อย“มาคนเดียวเหรอคะ”“....” ไต้ฝุ่นนั่งนิ่ง ก้มหน้ากดไอแพดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอแม้แต่น้อยทันใดนั้น คนตัวเล็กจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสองอย่างออดอ้อน “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”“มีคนนั่งแล้วครับ” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอชาร์มได้แต่กลั้นยิ้ม ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ แล้วเอ่ยแหย่เขาเบาๆ“พี่นัดใครมานั่งด้วยเหรอคะ?”สิ้นเสียงหวานนั้น ไต้ฝุ่นก็เงยหน้าขึ้นมามอง
สามปีผ่านไปทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่ตอนที่ชาร์มกำลังจะขึ้นปีสอง จนตอนนี้คนตัวเล็กเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ และอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้วทางด้านไต้ฝุ่น หลังจากที่เรียนจบ เขาก็ไปเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างเพลิงกัลป์และช็อปเปอร์ ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่งภายใน ที่ค่อยๆ เติบโตจนเป็นที่รู้จักในวงการ นอกจากนั้น เขายังมีอู่ซ่อมรถของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กชีวิตของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยงานที่รัก และผู้หญิงที่เขาตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วยในอนาคต…เช้าวันใหม่วันนี้เป็นวันสอบจบการศึกษาวันสุดท้ายของชาร์ม เธอสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนดังขึ้นติ้ด ติ้ด ติ้ดคนตัวเล็กเอื้อมมือไปกดปิดด้วยความชำนาญ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะลุกลงจากเตียง คนข้างกายกลับรั้งเอวบางเข้าไปกอดแนบแน่น พร้อมกับพึมพำออกมาแผ่วเบา“ขอพี่กอดอีกแป๊บนะ”ชาร์มยิ้มบางๆ ก่อนจะพลิกตัวไปกอดอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าไต้ฝุ่นหลับสนิทแล้ว เสียงลมหายใจของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอจึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก แล้วลุกลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบร่างบางเดินเข้าไปลูบศ
หลังจากที่ทั้งคู่เปลือยเปล่า ไต้ฝุ่นก็นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวยาว มือหนาคว้าแขนเล็กให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งทันทีไม่รอช้า เขารั้งท้ายทอยของเธอลงมาประกบจูบอย่างรวดเร็ว พลางบดจูบตามแรงอารมณ์ความปรารถนา ก่อนจะขบเม้มกลีบปากล่างของเธอเบาๆ แล้วสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างโหยหาทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วริมฝีปากไม่นานนัก มือหนาก็เริ่มซุกซน จากที่บีบขยำตรงบริเวณเอวคอดกิ่ว ตอนนี้กลับเลื่อนขึ้นมากอบกุมเต้านุ่มนิ่ม พลางลงน้ำหนักมือตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~” ชาร์มครางอื้ออึงในลำคอเบาๆ จากนั้นไต้ฝุ่นจึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ขย่มพี่หน่อยครับ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ยกสะโพกกลมมนขึ้นเล็กน้อย พลางจับเจ้ามังกรยักษ์ตั้งตรง ก่อนจะค่อยๆ นั่งทับลงไปอย่างเชื่องช้า“อื้อ~” เสียงหวานร้องครางออกมาแผ่วเบา เมื่อเธอครอบงำแก่นกายของเขาจนเกือบสุดลำ“อ่าา ซี๊ดดด~” ชายหนุ่มเชิดหน้าครางออกมาด้วยความเสียดเสียวชาร์มเหลือบมองใบหน้าหล่อเ







