Se connecterเช้าวันต่อมา
ชาร์มสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงเรียกเข้าของใครบางคนดังขึ้นข้างหู เธอเลือกที่จะเพิกเฉย ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะราวกับต้องการตัดขาดจากโลกภายนอก
ทว่าเสียงนั้นยังคงดังรบกวนอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด จนคนตัวเล็กต้องเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมากดรับสายด้วยความรำคาญ
“ฮัลโหล...” เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิท
(ยังไม่ตื่นเหรอ?) ปลายสายย้อนถามกลับทันควัน
สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็หรี่ตามองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป
“เสียงง่วงขนาดนี้ตื่นแล้วมั้ง แล้วพี่มีอะไรโทรมาหาเราแต่เช้าเลยเนี่ย”
(โทรปลุกไง เป็นแฟนที่ดีปะ) ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น
ชาร์มได้แต่ส่ายหน้าไปมาช้าๆ แค่แฟนปลอมๆ เขาต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ? ทั้งบอกฝันดีและโทรปลุก
แฟนตัวจริงของเธอ ยังไม่เคยทำสักครั้ง…
“หึ! เรามีเรียนบ่าย” เธอตอบออกไป เพราะตอนนี้มันเพิ่งจะแปดโมง
(อ้าว! พี่ไม่รู้อะ ขอโทษนะ) ปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“อือ ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่มีอะไรอีกไหม เราจะได้นอนต่อ”
(งั้นพี่ไม่กวนแล้ว เย็นนี้เจอกันครับ)
หลังกดวางสายจากอีกฝ่าย ชาร์มก็หลับตาลงทันที เธอเป็นคนหลับง่าย ไม่นานก็จมหายเข้าสู่ห้วงความฝันอีกครั้ง
อีกฟากฝั่ง
ไต้ฝุ่นนั่งยิ้มให้กับหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอมีคนในใจอยู่แล้ว รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา
“อยากเห็นหน้าแฟนเธอว่ะ” เขาพึมพำเสียงเบา ก่อนจะลุกลงจากเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการอาบน้ำและแต่งตัวไปเรียน
ในระหว่างที่ไต้ฝุ่นกับกลุ่มเพื่อนกำลังนั่งรออาจารย์เข้าสอนอยู่นั้น นิ้วหนาก็กดพิมพ์ข้อความส่งไปหาใครบางคนพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ อดเอ่ยถามไม่ได้
“มึงมีสาวเหรอวะไอ้ฝุ่น ช่วงนี้ทำตัวแปลกๆ” เพลิงกัลป์ว่า พลางจ้องมองหน้าเขาอย่างจับพิรุธ
“เออ! เลิกเรียนก็รีบกลับก่อน เหมือนรีบไปหาใคร” ช็อปเปอร์เอ่ยเสริมทันที
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“พวกมึงอย่าคิดเองเออเอง กูยังไม่มีใคร” ถึงแม้ในใจจะอยากเป็นมากกว่านั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าคงไม่มีวันได้โอกาสนั้น
จู่ๆ ใบหน้าหล่อเหลาก็หม่นหมองลงทันที ราวกับความคิดบางอย่างได้ฉุดเขากลับไปยังความเป็นจริง
ช็อปเปอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง ก่อนจะเอ่ยถามออกมา
“แล้วมาทำหน้าเศร้าทำไมวะ หรือมึงแอบชอบคนที่เขามีแฟนแล้ว”
คำพูดนั้น เหมือนจี้ปมบางอย่างในใจของเขา ไต้ฝุ่นได้แต่นั่งนิ่ง โดยไม่ตอบอะไรกลับไป ดวงตาคมเหม่อลอยไปข้างหน้า ขณะที่ในใจกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้
“มันเงียบว่ะ” เพลิงกัลป์ว่า พร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เขา
“ไม่เถียงซะด้วย อย่าบอกว่าจริง” ช็อปเปอร์เสริมขึ้นทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอยากรู้
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างผิดสังเกต ทั้งสองคนสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่เพลิงกัลป์จะเบิกตากว้าง ราวกับเพิ่งปะติดปะต่ออะไรบางอย่างได้ แล้วรีบคะยั้นคะยอถามเขาอย่างตื่นเต้น
“ไอ้ฝุ่น! ใครวะ มึงชอบใคร สาวคณะไหนวะ”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบออกไปเสียงเบา
“ไม่ใช่มอเรา”
“เชี่ย! ใครกันที่ทำให้มึงตกหลุมรักได้ อยากเห็นหน้าเลยว่ะ” ช็อปเปอร์ว่า
ไต้ฝุ่นหันไปมองหน้าเพื่อน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“กูคงทำได้แค่รักข้างเดียวว่ะ เพราะเธอมีแฟนแล้ว”
เพลิงกัลป์กับช็อปเปอร์สบตากันโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเพื่อนที่นั่งทำสีหน้าตัดพ้ออย่างเห็นใจ
“แฟนเขาดีไหมล่ะ ถ้าไม่ดีมึงก็แย่งมา” ช็อปเปอร์ชี้แนะออกไป
ทันใดนั้น ผิงผิงเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มที่นั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยขึ้น
“เปอร์! มึงก็แนะนำเพื่อนดีๆ หน่อยดิ”
“กูเห็นด้วยกับไอ้เปอร์นะ นานๆ ทีไอ้ฝุ่นมันจะเจอคนที่ถูกใจ ถ้าแฟนเขาไม่ดี มึงก็แค่แย่งมาแล้วดูแลแทน” เพลิงกัลป์ว่า
“ใช่! กูคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ ถ้าเห็นคนที่เรารักต้องเจอผู้ชายเหี้ยๆ” ช็อปเปอร์เสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ไต้ฝุ่นเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับพยายามใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“แต่กูไม่รู้เลยว่ะ ว่าแฟนเธอเป็นคนดีหรือเปล่า” เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าใครคือแฟนของเธอ
“มึงก็หลอกถามดิ ฉลาดหน่อยสิครับเพื่อน อยากได้เขาอย่ามัวทำตัวเป็นพระเอก” เพลิงกัลป์ว่า
จากนั้น ช็อปเปอร์ก็เอ่ยถามทันที
“ผู้หญิงที่มึงชอบเรียนมอไหนวะ?”
“หยุดพูดกันก่อน อาจารย์มาแล้ว” ผิงผิงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นอาจารย์เดินเข้ามาภายในห้อง
หลังจากนั้นทุกคนก็ชะงักนิ่งไป ก่อนจะตั้งใจเรียนอย่างจริงจังทันที
เวลา 17.00 น.
ไต้ฝุ่นยืนรอชาร์มอยู่ตรงโรงจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเหมือนเช่นทุกครั้ง
ไม่นาน คนตัวเล็กก็เดินทางมาถึง
“หิวไหม?” เขาเอ่ยถามทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ
“อือ” เธอพยักหน้ารับเบาๆ
เขาจ้องมองใบหน้าสวยด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือไปหยิบใบไม้ออกจากบนศีรษะเล็ก พร้อมกับเอ่ยถาม
“อยากกินอะไร ปิ้งย่างหรือชาบู หืม?”
ชาร์มเม้มริมฝีปากเล็กน้อยกับการกระทำของเขาเมื่อครู่ แล้วตอบเสียงเบา
“เราอยากกินบะหมี่เกี๊ยวอ่า”
“พี่มีร้านประจำอยู่ เจ้านี้อร่อยมาก ไปปะ?” ไต้ฝุ่นถามกลับทันควัน
“อือ งั้นพี่ขับนำเราไปเลย” เธอว่า ก่อนจะหันหลังเปิดประตูรถ
ทันใดนั้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้คนตัวเล็กชะงักทันที
“ไปด้วยได้ไหม เดี๋ยวพี่ขับรถให้”
ชาร์มหันขวับมามองเขา พลางเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยถาม
“พี่จะทิ้งรถไว้ที่นี่เหรอ?”
“อืม เดี๋ยวค่อยกลับมาเอา”
หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลบางอย่างในใจ
แต่แล้วไต้ฝุ่นก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลางแบมือไปตรงหน้าเธอ
“พี่ขอกุญแจรถหน่อย”
ชาร์มมองสบตาเขาตรงๆ ก่อนจะยื่นกุญแจรถให้กับอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย แล้วหมุนตัวเดินไปนั่งฝั่งข้างคนขับทันที
ใช้เวลาไม่นานนัก ไต้ฝุ่นก็พาคนตัวเล็กมาถึงยังร้านบะหมี่เกี๊ยวชื่อดังที่เขาชอบทานเป็นประจำ ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยของเขาและเธอ
“ร้านนี้เหรอ? คนเยอะมากเลย เราจะได้กินกี่โมงเนี่ย” ชาร์มเอ่ยขึ้น ขณะเดินมาหยุดอยู่หน้าร้าน ดวงตาคู่สวยจ้องมองเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
“ตามพี่มา! เดี๋ยวก็ได้กิน”
พูดจบ ไต้ฝุ่นก็คว้าข้อมือเล็กให้เดินตามเขาเข้าไปอย่างไม่รีรอ
“กินอะไร เดี๋ยวพี่ไปสั่งให้” เขาเอ่ยถาม เมื่อเธอนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว
“เราเอาบะหมี่เกี๊ยวต้มยำ ไม่ใส่กระเทียม”
“อืม นั่งรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ”
ชาร์มพยักหน้ารับเบาๆ หลังจากนั้นไต้ฝุ่นก็เดินเข้าไปสั่งกับป้าคนขายที่อยู่ด้านในทันที
“ผู้หญิงโต๊ะด้านหน้าแม่งสวยฉิบหาย”
สามปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวมาก ราวกับนิยาย...ในตอนนี้คุณแม่มือใหม่อย่างชาร์มได้คลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ชื่อว่าน้อง มาเบล วันนี้เป็นวันครบรอบสองขวบของเจ้าตัวเล็ก เธอกับไต้ฝุ่นจึงตัดสินใจพาน้องมาเบล ลูกสาวสุดที่รักไปเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้สนุกและเก็บความทรงจำดีๆ ในวันสำคัญเด็กน้อยในชุดกระโปรงลายดอกไม้กอดรัดคอคุณพ่อเอาไว้แน่น แก้มกลมๆ แนบอยู่กับบ่าของเขา ขณะชี้นิ้วเล็กๆ ไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมใสเปล่งประกายระยับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ“ปาป๊า” เสียงหวานใสเรียกคุณพ่อไม่หยุด ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่แล้ว“ครับลูก” ไต้ฝุ่นรับคำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกสาวอย่างมันเขี้ยว“ปาป๊า โน่น…” มาเบลชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของโซนเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นหลากสี“หนูอยากเล่นเหรอคะลูก” ชาร์มเอ่ยถามอย่างเอ็นดูทว่าเจ้าเด็กน้อยกลับไม่สนใจเธอเลย ไม่แม้แต่จะหันมามองกัน เพราะมาเบลติดคุณพ่อตั้งแต่ลืมตาดูโลก ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน ก็จะร้องเรียกหาแต่ปาป๊า ซึ่งกว่าไต้ฝุ่นจะได้ออกไปทำงานในแต่ละวัน ก็ต้องใช้เวลา
หลายเดือนผ่านไปชาร์มยืนหน้าหงิกงออยู่หน้ากระจกใส่บานใหญ่ เนื่องจากคนตัวเล็กพยายามติดกระดุมกางเกงยีนขาสั้นตัวโปรด ทว่าแขม่วพุงแล้วแต่ก็ยังติดไม่ได้สักที จนเธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เดินเข้ามาเห็นภรรยาทำหน้ามุ่ยพอดี ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไปโอบไหล่เล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรหืม? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันที พลางทำหน้าตาเง้างอน ราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ“เค้าอ้วนขึ้นอ่า ใส่กางเกงตัวนี้ไม่ได้แล้ว” เธอเอ่ยออกไปเสียงเบาจากนั้น ไต้ฝุ่นก็คว้ามือเล็กให้เดินตามเขามา ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนปลายเตียง พลางจับไหล่เล็กให้หมุนตัวช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“พี่ว่าไม่เห็นอ้วนเลย”คำพูดนั้น ทำเอาชาร์มขมวดคิ้วแน่น พลางมองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ“อ้วนสิ! กางเกงคับหมดแล้วเนี่ย เค้าติดกระดุมไม่ได้เลย” เธอว่า พร้อมกับพยายามติดกระดุมต่อหน้าเขา“กางเกงมันหดหรือเปล่า” ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น เพราะในสายตาเขา เธอก็ยังตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนทว่าร่างบางกลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที“จะหดได้ไง นี่
สองเดือนต่อมาในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...วันที่ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ชาร์มอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ผ้าลูกไม้บางเบาโอบล้อมรูปร่างอรชร เธอถือช่อดอกไม้สีขาวแนบอก ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่เอ่อล้นข้างกายของเธอคือไต้ฝุ่น ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำทรงเนี้ยบ เขายืนอยู่ด้วยท่าทีมั่นคง แต่ในแววตากลับอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าทั้งคู่หันไปมองสบตากัน พลางยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข เป็นรอยยิ้มที่สื่อได้มากกว่าคำพูดใดๆเวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของแขกเหรื่อที่ยังคงร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาที่สาวๆ รอคอย คือการโยนช่อดอกไม้ สาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานต่างพากันยืนรายล้อมอยู่ด้านหน้าเวทีด้วยสีหน้าตื่นเต้นชาร์มยืนอยู่กลางเวที พลางหันไปมองเพื่อนๆ ด้านล่างที่โบกมือส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง เธออดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความสุข“พร้อมนะสาวๆ” เธอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันใดนั้น สาวๆ ด้านล่างก็ตะโกนกลับมาเสียงดังลั่น“พร้อมแล้ว!”จากนั้น คนตัวเล็กก็หันหลังให้กลุ่มเพื่อน
เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ชาร์มเหลือบมองไปทางโต๊ะของไต้ฝุ่นอีกครั้ง ก็ยังเห็นเขานั่งก้มหน้ากดไอแพดอย่างตั้งใจทันใดนั้น เธอก็หันไปกระซิบกับเพลงขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆ “มึง! กูกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มารับด้วยล่ะ”“โอเค เจอกันพรุ่งนี้” เพลงขวัญตอบกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มบางๆจากนั้น ชาร์มก็เดินตรงไปหาไต้ฝุ่นที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนักทันทีคืนนี้เธอไม่ได้ดื่มมากนัก เพราะพรุ่งนี้มีแพลนจะไปเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนสาว คนตัวเล็กจึงสังสรรค์เพียงพอให้ครึกครื้นเท่านั้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของแฟนหนุ่ม แสงไฟสลัวจากผับสะท้อนลงบนหน้าจอไอแพด ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าจริงจังของเขาได้อย่างชัดเจน ชาร์มจึงแกล้งเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสองหวานหยดย้อย“มาคนเดียวเหรอคะ”“....” ไต้ฝุ่นนั่งนิ่ง ก้มหน้ากดไอแพดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอแม้แต่น้อยทันใดนั้น คนตัวเล็กจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสองอย่างออดอ้อน “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”“มีคนนั่งแล้วครับ” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอชาร์มได้แต่กลั้นยิ้ม ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ แล้วเอ่ยแหย่เขาเบาๆ“พี่นัดใครมานั่งด้วยเหรอคะ?”สิ้นเสียงหวานนั้น ไต้ฝุ่นก็เงยหน้าขึ้นมามอง
สามปีผ่านไปทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่ตอนที่ชาร์มกำลังจะขึ้นปีสอง จนตอนนี้คนตัวเล็กเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ และอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้วทางด้านไต้ฝุ่น หลังจากที่เรียนจบ เขาก็ไปเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างเพลิงกัลป์และช็อปเปอร์ ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่งภายใน ที่ค่อยๆ เติบโตจนเป็นที่รู้จักในวงการ นอกจากนั้น เขายังมีอู่ซ่อมรถของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กชีวิตของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยงานที่รัก และผู้หญิงที่เขาตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วยในอนาคต…เช้าวันใหม่วันนี้เป็นวันสอบจบการศึกษาวันสุดท้ายของชาร์ม เธอสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนดังขึ้นติ้ด ติ้ด ติ้ดคนตัวเล็กเอื้อมมือไปกดปิดด้วยความชำนาญ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะลุกลงจากเตียง คนข้างกายกลับรั้งเอวบางเข้าไปกอดแนบแน่น พร้อมกับพึมพำออกมาแผ่วเบา“ขอพี่กอดอีกแป๊บนะ”ชาร์มยิ้มบางๆ ก่อนจะพลิกตัวไปกอดอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าไต้ฝุ่นหลับสนิทแล้ว เสียงลมหายใจของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอจึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก แล้วลุกลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบร่างบางเดินเข้าไปลูบศ
หลังจากที่ทั้งคู่เปลือยเปล่า ไต้ฝุ่นก็นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวยาว มือหนาคว้าแขนเล็กให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งทันทีไม่รอช้า เขารั้งท้ายทอยของเธอลงมาประกบจูบอย่างรวดเร็ว พลางบดจูบตามแรงอารมณ์ความปรารถนา ก่อนจะขบเม้มกลีบปากล่างของเธอเบาๆ แล้วสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างโหยหาทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วริมฝีปากไม่นานนัก มือหนาก็เริ่มซุกซน จากที่บีบขยำตรงบริเวณเอวคอดกิ่ว ตอนนี้กลับเลื่อนขึ้นมากอบกุมเต้านุ่มนิ่ม พลางลงน้ำหนักมือตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~” ชาร์มครางอื้ออึงในลำคอเบาๆ จากนั้นไต้ฝุ่นจึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ขย่มพี่หน่อยครับ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ยกสะโพกกลมมนขึ้นเล็กน้อย พลางจับเจ้ามังกรยักษ์ตั้งตรง ก่อนจะค่อยๆ นั่งทับลงไปอย่างเชื่องช้า“อื้อ~” เสียงหวานร้องครางออกมาแผ่วเบา เมื่อเธอครอบงำแก่นกายของเขาจนเกือบสุดลำ“อ่าา ซี๊ดดด~” ชายหนุ่มเชิดหน้าครางออกมาด้วยความเสียดเสียวชาร์มเหลือบมองใบหน้าหล่อเ



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



