LOGINเมื่อมาถึงคอนโด ไต้ฝุ่นก็รีบถอดรองเท้าออกอย่างลวกๆ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถืออกจากกระเป๋ากางเกงยีนด้วยความเร่งรีบ แล้วกดวิดีโอคอลไปหาคนตัวเล็กทันที
ไม่นานนัก เธอก็กดรับสาย ก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือพิงกับกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ทำไมวันนี้พี่คอลมาอะ”
“คิดถึง อยากเห็นหน้า” ไต้ฝุ่นตอบออกไปตามความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
เพราะวันนี้เขาไม่ได้ไปตามนัด จึงอดเห็นใบหน้าสวยของเธอที่เขาเฝ้ารอจะได้พบทุกวัน
“....” ชาร์มเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางจ้องมองเขาผ่านหน้าจอมือถือโดยไม่พูดอะไร
ทันใดนั้น คนตัวสูงก็เอ่ยถามขึ้น
“แล้วนี่ทำอะไรอยู่เหรอ?”
ร่างบางที่กำลังกดครีมทาผิว พอได้ยินคำถามของอีกฝ่าย เธอก็ตอบกลับทันควัน
“กำลังทาครีม เราเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”
“แย่จัง...พี่น่าจะโทรไปให้เร็วกว่านี้” เขาว่า พร้อมกับมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
สิ้นเสียงทุ้ม ชาร์มก็เงยหน้าไปมองจอมือถือ พลางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะย้อนถามกลับอย่างสงสัย
“ทำไมอ่า”
“ก็จะได้เห็นเธออาบน้ำไง”
คำพูดนั้น ทำเอาคนตัวเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พลางรีบรั้งคอเสื้อของตัวเองเข้าหากันแน่น ราวกับเป็นเกราะป้องกันจากสายตาของอีกฝ่าย ก่อนจะถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง
“ทะลึ่ง! ไอ้คนลามก”
ไต้ฝุ่นได้แต่ยกยิ้ม จ้องมองท่าทางของเธอด้วยสายตาเอ็นดู แล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“หึ! เขินพี่เหรอ หน้าแดงเชียว”
“เปล่าสักหน่อย” เธอตอบกลับทันควัน ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นไปนอนคุยกับเขาบนเตียง
ทว่าจู่ๆ ชายหนุ่มก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามออกมา
“เออ...พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
“อือ! ได้ดิ พี่จะถามอะไรเราเหรอ” เธอตอบเสียงใส พลางรอฟังคำถามจากเขาอย่างตั้งใจ
ไต้ฝุ่นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า แล้วเอ่ยออกไปอย่างไม่ลังเล
“ยังคบกับแฟนอยู่ไหม พี่ไม่เห็นเธอคุยกับแฟนเลยอะ”
“คบสิ! เราบอกพี่หรือยังนะว่าแฟนเราเรียนหมอ”
คำตอบของเธอ ทำเอาใจแกร่งวูบไหวเล็กน้อย แม้จะรู้อยู่เต็มอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย
“อืม” เขาพยักหน้ารับเบาๆ
“นั่นแหละ! เขาเลยยุ่งๆ วันหนึ่งเราคุยกับแฟนไม่กี่คำเอง” ชาร์มพูดพลางยิ้มบางๆ ราวกับเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่แฟนตัวเองเป็น
ทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ทันคิด
“คบกันนานหรือยังอะ?”
“ก็สอง...”
ทว่าคนตัวเล็กยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เขาก็รีบแทรกขึ้นทันที
“สองปี?” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ เพราะถ้าคบกันมานานถึงสองปีจริงๆ เขาคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดแทรกเข้าไปในหัวใจของเธอได้
“สองเดือน” ชาร์มตอบกลับเสียงเบา
สิ้นเสียงหวาน เขาก็เบิกตากว้างอีกครั้ง
“สองเดือน! ทำไมพี่ไม่เจอเธอให้เร็วกว่านี้วะ” ประโยคหลังเขาเอ่ยออกมาแผ่วเบา
“พี่พูดว่าอะไรนะ” เธอเลิกคิ้วถามกลับทันควัน
ไต้ฝุ่นยกยิ้มเล็กน้อย พลางส่ายหน้าเบาๆ แล้วตอบออกไปเสียงเรียบ
“เปล่า ไม่มีอะไรครับ”
หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็พูดคุยกันต่อสักพักหนึ่ง จนกระทั่งชาร์มขอตัวไปนอน แต่ไม่วายที่ไต้ฝุ่นจะขอวีดีโอคอลเฝ้าเธอหลับ
ซึ่งคนตัวเล็กได้ปฏิเสธออกไป ทว่าเขากลับไม่ยอม สุดท้ายเธอก็หลับลงไปโดยมีเขาเฝ้าอยู่แบบนั้น
ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยของเธออยู่นาน ความรู้สึกในใจพลุ่งพล่านจนเขาอดที่จะพึมพำออกมาอย่างนึกเสียดายไม่ได้
“แพ้คนที่เธอคบแค่สองเดือนเนี่ยนะ...แม่ง! น่าเจ็บใจว่ะ”
เช้าวันต่อมา
ชาร์มตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อโทรไปหาแฟนหนุ่มของเธอ แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่สาย อีกฝ่ายก็ไม่รับสายเลยสักครั้ง
“นี่ก็แปดโมงกว่าแล้วนะ วินยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย...” เธอพึมพำเสียงเบา พลางนั่งแต่งรูปคู่ของเธอกับกวินอย่างตั้งใจ
วันนี้เป็นวันครบรอบสองเดือนที่ทั้งคู่เริ่มคบหากัน แม้จะยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยก็ตาม เพราะทั้งสองรู้จักกันผ่านแอปหาคู่ แล้วพูดคุยกันมาตลอด จนตกลงเป็นแฟนกันในที่สุด
เมื่อแต่งรูปเสร็จเรียบร้อย เธอก็รีบส่งภาพให้แฟนหนุ่มทันทีด้วยความตื่นเต้น
ทว่าดวงตาคู่สวยของเธอกลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเธอดันส่งรูปนั้นไปให้ไต้ฝุ่นแทน
“อร้าย! ส่งผิดแชต แถมอ่านแล้วด้วย” เธอร้องเสียงหลง พลางรีบกดยกเลิกข้อความอย่างลนลาน
อีกฟากฝั่ง
ในขณะที่ไต้ฝุ่นกำลังเข้าแอปพลิเคชันสีเขียว เพื่อโทรไปปลุกแฟนปลอมๆ ของเขาตามปกติ จู่ๆ ก็มีรูปภาพเด้งเข้ามาจากแชตของเธอก่อน
ไม่รอช้า นิ้วหนารีบกดเข้าไปดูทันที
เมื่อเห็นรูปภาพที่คนตัวเล็กส่งมา ดวงตาคมก็หรี่ลงเล็กน้อย หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะกดซูมดูใบหน้าของผู้ชายในภาพชัดๆ
“ไอ้กวิน...”
ไม่กี่วินาทีต่อมา รูปนั้นก็ถูกลบออกจากแชต ซึ่งเขาจดจำใบหน้าของผู้ชายคนนั้นได้อย่างแม่นยำคือ กวิน รุ่นน้องวิศวะปีหนึ่ง ที่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้ และที่สำคัญมันมีแฟนแล้ว งั้นแสดงว่าเธอกำลังถูกหลอก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ไต้ฝุ่นก็ขบกรามแน่นทันที อารมณ์คุกรุ่นพลุ่งพล่านอยู่ในอกราวกับจะระเบิดความอัดอั้นออกมา
ไม่รอช้า เขารีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยด้วยความเร่งรีบ
ไต้ฝุ่นยืนพิงกำแพงอย่างเงียบๆ อยู่หลังตึกวิศวกรรมศาสตร์ จุดที่นักศึกษาปีหนึ่งมักจะรวมกลุ่มกันเป็นประจำ สายตาคมกริบกวาดมองไปบริเวณรอบๆ เพื่อมองหาใครบางคนอย่างร้อนใจ
ทันใดนั้น เสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็เรียกชื่อของเขาจากทางด้านหลัง
“ไอ้ฝุ่น! มึงมาทำเชี่ยอะไรตรงนี้วะ” เพลิงกัลป์เอ่ยถาม เมื่อเห็นเพื่อนสนิทยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่เพียงลำพัง
“ดักรอไอ้กวิน” เขาตอบเสียงเรียบ
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้วแน่นทันที ก่อนจะถามกลับด้วยความงุนงง
“มึงรอมันทำไมวะ?”
“ไอ้เชี่ยนั่นแม่ง...หลอกชาร์มว่ะ” เขาตอบออกไปอย่างหงุดหงิด
“ชาร์มคือใคร ใครคือชาร์ม?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วถามต่อ
ไต้ฝุ่นหันขวับมามองหน้าเพื่อน สีหน้าเริ่มฉุน ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
“ไอ้ควาย! ก็คนที่กูชอบไงล่ะ แล้วไอ้กวินแม่งเป็นแฟนของเธอ”
สิ้นเสียงของเขา เพลิงกัลป์ก็เบิกตากว้าง ก่อนจะโวยกลับทันที
“ไอ้สัส! กูหล่อขนาดนี้ ด่ากูควายได้ไงวะ”
สามปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวมาก ราวกับนิยาย...ในตอนนี้คุณแม่มือใหม่อย่างชาร์มได้คลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ชื่อว่าน้อง มาเบล วันนี้เป็นวันครบรอบสองขวบของเจ้าตัวเล็ก เธอกับไต้ฝุ่นจึงตัดสินใจพาน้องมาเบล ลูกสาวสุดที่รักไปเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้สนุกและเก็บความทรงจำดีๆ ในวันสำคัญเด็กน้อยในชุดกระโปรงลายดอกไม้กอดรัดคอคุณพ่อเอาไว้แน่น แก้มกลมๆ แนบอยู่กับบ่าของเขา ขณะชี้นิ้วเล็กๆ ไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมใสเปล่งประกายระยับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ“ปาป๊า” เสียงหวานใสเรียกคุณพ่อไม่หยุด ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่แล้ว“ครับลูก” ไต้ฝุ่นรับคำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกสาวอย่างมันเขี้ยว“ปาป๊า โน่น…” มาเบลชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของโซนเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นหลากสี“หนูอยากเล่นเหรอคะลูก” ชาร์มเอ่ยถามอย่างเอ็นดูทว่าเจ้าเด็กน้อยกลับไม่สนใจเธอเลย ไม่แม้แต่จะหันมามองกัน เพราะมาเบลติดคุณพ่อตั้งแต่ลืมตาดูโลก ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน ก็จะร้องเรียกหาแต่ปาป๊า ซึ่งกว่าไต้ฝุ่นจะได้ออกไปทำงานในแต่ละวัน ก็ต้องใช้เวลา
หลายเดือนผ่านไปชาร์มยืนหน้าหงิกงออยู่หน้ากระจกใส่บานใหญ่ เนื่องจากคนตัวเล็กพยายามติดกระดุมกางเกงยีนขาสั้นตัวโปรด ทว่าแขม่วพุงแล้วแต่ก็ยังติดไม่ได้สักที จนเธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เดินเข้ามาเห็นภรรยาทำหน้ามุ่ยพอดี ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไปโอบไหล่เล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรหืม? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันที พลางทำหน้าตาเง้างอน ราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ“เค้าอ้วนขึ้นอ่า ใส่กางเกงตัวนี้ไม่ได้แล้ว” เธอเอ่ยออกไปเสียงเบาจากนั้น ไต้ฝุ่นก็คว้ามือเล็กให้เดินตามเขามา ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนปลายเตียง พลางจับไหล่เล็กให้หมุนตัวช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“พี่ว่าไม่เห็นอ้วนเลย”คำพูดนั้น ทำเอาชาร์มขมวดคิ้วแน่น พลางมองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ“อ้วนสิ! กางเกงคับหมดแล้วเนี่ย เค้าติดกระดุมไม่ได้เลย” เธอว่า พร้อมกับพยายามติดกระดุมต่อหน้าเขา“กางเกงมันหดหรือเปล่า” ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น เพราะในสายตาเขา เธอก็ยังตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนทว่าร่างบางกลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที“จะหดได้ไง นี่
สองเดือนต่อมาในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...วันที่ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ชาร์มอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ผ้าลูกไม้บางเบาโอบล้อมรูปร่างอรชร เธอถือช่อดอกไม้สีขาวแนบอก ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่เอ่อล้นข้างกายของเธอคือไต้ฝุ่น ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำทรงเนี้ยบ เขายืนอยู่ด้วยท่าทีมั่นคง แต่ในแววตากลับอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าทั้งคู่หันไปมองสบตากัน พลางยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข เป็นรอยยิ้มที่สื่อได้มากกว่าคำพูดใดๆเวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของแขกเหรื่อที่ยังคงร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาที่สาวๆ รอคอย คือการโยนช่อดอกไม้ สาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานต่างพากันยืนรายล้อมอยู่ด้านหน้าเวทีด้วยสีหน้าตื่นเต้นชาร์มยืนอยู่กลางเวที พลางหันไปมองเพื่อนๆ ด้านล่างที่โบกมือส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง เธออดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความสุข“พร้อมนะสาวๆ” เธอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันใดนั้น สาวๆ ด้านล่างก็ตะโกนกลับมาเสียงดังลั่น“พร้อมแล้ว!”จากนั้น คนตัวเล็กก็หันหลังให้กลุ่มเพื่อน
เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ชาร์มเหลือบมองไปทางโต๊ะของไต้ฝุ่นอีกครั้ง ก็ยังเห็นเขานั่งก้มหน้ากดไอแพดอย่างตั้งใจทันใดนั้น เธอก็หันไปกระซิบกับเพลงขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆ “มึง! กูกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มารับด้วยล่ะ”“โอเค เจอกันพรุ่งนี้” เพลงขวัญตอบกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มบางๆจากนั้น ชาร์มก็เดินตรงไปหาไต้ฝุ่นที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนักทันทีคืนนี้เธอไม่ได้ดื่มมากนัก เพราะพรุ่งนี้มีแพลนจะไปเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนสาว คนตัวเล็กจึงสังสรรค์เพียงพอให้ครึกครื้นเท่านั้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของแฟนหนุ่ม แสงไฟสลัวจากผับสะท้อนลงบนหน้าจอไอแพด ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าจริงจังของเขาได้อย่างชัดเจน ชาร์มจึงแกล้งเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสองหวานหยดย้อย“มาคนเดียวเหรอคะ”“....” ไต้ฝุ่นนั่งนิ่ง ก้มหน้ากดไอแพดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอแม้แต่น้อยทันใดนั้น คนตัวเล็กจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสองอย่างออดอ้อน “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”“มีคนนั่งแล้วครับ” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอชาร์มได้แต่กลั้นยิ้ม ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ แล้วเอ่ยแหย่เขาเบาๆ“พี่นัดใครมานั่งด้วยเหรอคะ?”สิ้นเสียงหวานนั้น ไต้ฝุ่นก็เงยหน้าขึ้นมามอง
สามปีผ่านไปทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่ตอนที่ชาร์มกำลังจะขึ้นปีสอง จนตอนนี้คนตัวเล็กเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ และอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้วทางด้านไต้ฝุ่น หลังจากที่เรียนจบ เขาก็ไปเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างเพลิงกัลป์และช็อปเปอร์ ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่งภายใน ที่ค่อยๆ เติบโตจนเป็นที่รู้จักในวงการ นอกจากนั้น เขายังมีอู่ซ่อมรถของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กชีวิตของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยงานที่รัก และผู้หญิงที่เขาตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วยในอนาคต…เช้าวันใหม่วันนี้เป็นวันสอบจบการศึกษาวันสุดท้ายของชาร์ม เธอสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนดังขึ้นติ้ด ติ้ด ติ้ดคนตัวเล็กเอื้อมมือไปกดปิดด้วยความชำนาญ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะลุกลงจากเตียง คนข้างกายกลับรั้งเอวบางเข้าไปกอดแนบแน่น พร้อมกับพึมพำออกมาแผ่วเบา“ขอพี่กอดอีกแป๊บนะ”ชาร์มยิ้มบางๆ ก่อนจะพลิกตัวไปกอดอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าไต้ฝุ่นหลับสนิทแล้ว เสียงลมหายใจของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอจึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก แล้วลุกลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบร่างบางเดินเข้าไปลูบศ
หลังจากที่ทั้งคู่เปลือยเปล่า ไต้ฝุ่นก็นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวยาว มือหนาคว้าแขนเล็กให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งทันทีไม่รอช้า เขารั้งท้ายทอยของเธอลงมาประกบจูบอย่างรวดเร็ว พลางบดจูบตามแรงอารมณ์ความปรารถนา ก่อนจะขบเม้มกลีบปากล่างของเธอเบาๆ แล้วสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างโหยหาทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วริมฝีปากไม่นานนัก มือหนาก็เริ่มซุกซน จากที่บีบขยำตรงบริเวณเอวคอดกิ่ว ตอนนี้กลับเลื่อนขึ้นมากอบกุมเต้านุ่มนิ่ม พลางลงน้ำหนักมือตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~” ชาร์มครางอื้ออึงในลำคอเบาๆ จากนั้นไต้ฝุ่นจึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ขย่มพี่หน่อยครับ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ยกสะโพกกลมมนขึ้นเล็กน้อย พลางจับเจ้ามังกรยักษ์ตั้งตรง ก่อนจะค่อยๆ นั่งทับลงไปอย่างเชื่องช้า“อื้อ~” เสียงหวานร้องครางออกมาแผ่วเบา เมื่อเธอครอบงำแก่นกายของเขาจนเกือบสุดลำ“อ่าา ซี๊ดดด~” ชายหนุ่มเชิดหน้าครางออกมาด้วยความเสียดเสียวชาร์มเหลือบมองใบหน้าหล่อเ







