LOGINตลอดการประชุมกว่าสองชั่วโมง นอกจะเซ็นสัญญาร่วมกันในการวางโครงการสร้างคอนโดใหม่ที่ตอนใต้ของประเทศไทยแล้ว คู่สัญญายังเสนอว่า อยากให้จัดการสัมมนานอกสถานที่และให้มีการจัดอบรมพนักงานของบริษัทในส่วนของประชาสัมพันธ์และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์เพื่อพัฒนาปรับปรุงด้านบุคลิกภาพ การบริการเพิ่มเติม และแน่นอนว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยเพราะทางบริษัทไม่ได้จัดสัมมนามานานมากแล้ว"ครับ ตกลงตามนี้นะครับผมจะให้เลขาจัดการเรื่องสัมมนาแล้วจะแจ้งเมล์ให้แต่ละบุคคลว่าใครจะได้ไป...เลิกประชุมครับ""เอาไว้เจอกันอีกทีก็งานสัมมนาเลยก็แล้วกันครับ" หุ้นส่วนรายใหม่พูดพร้อมกับจับมือ ก่อนจะเดินออกไปท่ามกลางพนักงานที่มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้"สวัสดีค่ะคุณน้ำป่า" น้ำเสียงที่หวานหยดย้อย เอ่ยทักทาย"สวัสดีครับ""จำปรายได้ไหมคะ ที่เราเจอกันที่ห้างสรรพสินค้า อืมที่ปรายเป็นอยู่ซอยเดียวกันกับน่านฟ้าไงคะ" ปรายคิดไม่ถึงว่าเธอจะมาเจอผู้ชายที่เธอเพ้อหาอีกครั้ง โชคดีเหลือเกินที่เธอได้มาเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลที่นี่ 'หรือว่าจะเป็นพรมหมลิขิตนะ'"ครับ" น้ำป่าตอบสั้นๆพลางจะก้าวขาออกไป แต่ต้องหยุดชะงักเพราะผู้หญิงตรงหน้ายังคงชวนคุยต่อ แต่ประเด็นคือ
"ผมคิดว่ายังไงเธอก็เลิกกับเขาไปแล้ว เธอก็ควรปล่อยเขาไปเพราะถ้าเขายังรักเธอเขาคงไม่ไปมีคนใหม่หรอก...ที่สำคัญเธอควรยินดีกับคุณน้ำป่าที่เขาได้เจอผู้หญิงที่ดีและดูเหมาะสมกันมาก น่าจะดีกว่านะอันเซล"อันเซลได้แต่มองหน้าของอองเดร์อย่างบอกไม่ถูก อันเซลคงต้องจำยอม 'คนอะไรแสนดีและคิดบวกไปหมดไม่ได้เรื่อง!! ถ้าอย่างนั้นขืนฉันยืมมือของอองเดร์ไปก็คงจะไม่ได้ผล ฉันคงต้องลุยเดี่ยว ฉันจะเอาคนของฉันคืน'"โอเค ฉันคงต้องกลับแล้ว วันนี้ต้องเข้าไปทำงานที่โซแอลกรุ๊ป" จบประโยคที่อันเซลพูด ทำให้อองเดร์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เพราะเขารู้มาว่าสามีของน่านฟ้าเป็นเจ้าของบริษัทนั้น"นี่เธอ...ทำงานที่เดียวกันกับเขาเหรอ""ใช่ ไปล่ะ" อันเซลเธอรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยลา ก่อนที่อองเดร์จะถามล้วงลึกไปกว่านี้"แปลก...เป็นไปไม่ได้ ไม่เชื่อว่าน่านฟ้าจะไปแย่งแฟนของอันเซลมา" อองเดร์พูดหลังจากที่อันเซลเดินออกไปจากร้านแล้ว"เห้อ...พรุ่งนี้ต้องกลับฝรั่งเศสอีกแล้ว" อองเดร์พูดในขณะที่สายตายังคงอ่านอีเมล์ของร้านและเมื่ออันเซลออกมาจากร้านเธอก็แสดงท่าทีที่หงุดหงิดพร้อมกับสบถออกมา เมื่อแผนแรกของเธอไม่ได้ผล"แม่งเอ้ย! ไม่ได้เรื่อง" อันเซ
"ขอโทษนะอองเดร์ที่ฉันต้องเอานายเข้ามาในแผนการของฉัน"ร่างเล็กในชุดนอนกางเกงขายาวลายการ์ตูนเดินมานั่งที่โซฟาแล้วกดเลือกหนังที่ตนเองต้องการดู...เพื่อฆ่าเวลารอเฮียป่า เพราะตั้งแต่อาบน้ำ กินข้าวเสร็จเฮียป่าก็ยังนั่งทำงานต่อในห้องทำงานยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาง่ายๆเสียด้วยหลังจากที่น่านฟ้าคิดอยู่นานว่าจะถามดีหรือไม่ถามดี จนในที่สุดเธอตัดสินใจแล้วว่าเธอต้องถามเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ได้ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไงก็ตาม ทุกอย่างมันต้องมีเหตุและผลของมันเธอเชื่ออย่างงั้นเกือบหนึ่งชั่วโมงที่น่านฟ้านั่งดูหนังรอน้ำป่า ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูน่านฟ้าก็หันไปส่งยิ้มหวานให้กับน้ำป่าทันที น้ำป่าเดินไปนั่งข้างๆกับน่านฟ้าก่อนจะถามออกไป"ทำไมยังไม่นอนครับ...""ดูหนังฆ่าเวลารอเฮียป่าค่ะ" น่านฟ้าเธอตอบยิ้มๆให้กับน้ำป่าแต่ทว่าแววตาที่มองน้ำป่านั่นมันกำลังสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน"หืม?...เรื่องเมื่อหัวค่ำใช่ไหม""ทำไมเฮียรู้ทัน ใช่ค่ะแล้วทำไมเฮียไปอยู่...ทำไมเฮียถึงอยู่กับคุณอันเซลคะ" เดิมทีเธอคิดจะไม่ถามตรงๆ แต่ก็เปลี่ยนใจเธอเลือกที่ถามออกไปตรงๆ เพื่อให้หายข้องใจ"...ขอโทษที่เฮียไม่ได้บอกก่อน เรื่องนี
ปี๊นนน....เอี๊ยดดด...เสียงบีบแตรยาวแล้วตามมาด้วยเสียงเหยียบเบรค ทำให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ศีรษะกระแทกกับเบาะหน้าแต่ก็ไม่แรงมากนักเพราะด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้รถวิ่งช้า"โอ๊ย!""จะบ้าหรือไงน่ะ อยู่ๆก็หักรถมาขวางแล้วมาเปิดไฟส่องอีก"เสียงของคนขับรถแท็กซี่บ่นทำให้น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองทันที ตอนนี้ที่ตรงหน้าเธอมีแสงไฟสว่างวาบจนทำให้เธอต้องหรี่ตามอง ภาพตรงหน้าค่อยๆชัดขึ้นเมื่อแสงสว่างได้ดับลง"เฮียป่า..." น่านฟ้าเธอเอ่ยเรียกชื่อน้ำป่าอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตจดจ้องคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังยืนขวางหน้ารถแท็กซี่ราวกับเป็นมนุษย์จอมพลังก็ไม่ปาน เธอยังคงจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาแล้วเสียงของการพยายามที่จะเปิดประตูรถแท็กซี่เขียวเหลืองก็ดังขึ้นพร้อมๆกับชื่อของเธอปึง ปึง เสียงเคาะรถให้เปิดประตู คนขับรถแท็กซี่จึงหันมาถามน่านฟ้าทันที"คุณรู้จักเเขาหรือเปล่า""ค่ะ หนูรู้จัก" คำตอบของน่านฟ้าทำให้คนขับรถแท็กซี่ปลดล็อคประตู"น่านฟ้า...ลงมาครับ" น้ำป่าเปิดประตูพร้อมกับยื่นมือไปรับให้น่านฟ้าลงมาจากรถ"อเลสซิโอจัดการต่อด้วยนะ""ครับนาย" อเลสซิโอจัดการจ่ายค่าโดยสารรวมไปถึงค่าปลอบขวัญ"จะพาน่านไปไหนคะ""ทำไมน
"...เฮียป่า...อันเซล" เธอจำได้ในทันที ผู้หญิงที่มีผมยาวเป็นลอนขนาดนั้น รวมถึงรูปร่างสัดส่วนแบบนั้น ต่อให้เธอเห็นใบหน้าแค่ครึ่งเดียวก็เถอะ'นี่น่ะเหรอนัดดินเนอร์กับลูกค้า' สีหน้าและแววตาของน่านฟ้าแสดงถึงความผิดหวังกับภาพที่เธอเห็น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเฮียป่าจะโกหกเธอ"อองเดร์คะ ขอน่านเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวนะคะ""ครับน่าน"เสียงที่เรียกชื่อเล็ดลอดออกมาจากปลายสายทำให้อันเซลยกยิ้ม ดวงตาเฉี่ยวฉายแววเจ้าเล่ห์ประกายแวววาวกับแผนการที่ประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน น้ำป่าก็เริ่มทำหน้าไม่พอใจ เพราะอันเซลให้เขาเดินมาส่งที่หน้าร้าน แต่พอมาถึงน้องสาวของอันเซลกลับโทรบอกอันเซลว่า นัดกับเพื่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งลงเครื่องจากเครื่องบินแท้ๆ"ไปกันเถอะป่า" อันเซลหันไปส่งยิ้มหวานให้กับคนที่กำลังทำหน้าขรึมใส่เธออยู่ และนั่นมันทำให้เธอกับหุบยิ้มทันที"อันเซล! ผมบอกว่าไง อย่าเรียกผมแบบนั้นอีก ชื่อนั้นผมให้คนในครอบครัวของผมเรียกเท่านั้น..""ค่ะ! อันเซลลืมไป ขอโทษน้ำป่าด้วยนะคะ""ทำไมคุณต้องดึงผมมายืนตรงนี้กับคุณด้วย...ช่างเถอะกลับได้แล้ว ผมคิดถึงภรรยาของผมแล้ว" น้ำป่าพูดอย่างหัวเสีย แต่ภาพตรงหน
"นายครับ คนที่จะขายตึกให้นายเขาขอผลัดเป็นวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงครับ" น้ำป่าวางปากกาในมือลงที่โต๊ะ หัวคิ้วขมวดกันเป็นปมอย่างใช้ความคิด ตารางงานวันนี้ของเขารวนก็เพราะลูกค้าคนนี้ นัดแล้วก็เลื่อน เลื่อนแล้วก็นัดใหม่เขารู้ว่าคนนี้ต้องการที่จะอัพราคาตึกให้สูงกว่าที่เป็น เลยทำนิสัยแบบนี้"ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้เข้าผับก่อนก็แล้วกัน ค่อยไปรับอันเซล""ความจริงนายให้ผมจัดการก็ได้นะครับ""ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็เป็นเพื่อนฉัน" น้ำป่าคิดแค่เพียงว่าอย่างน้อยเขาก็ควรทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้กับอันเซล จากบ้านมาไกลถึงประเทศไทยคงจะทำอะไรไม่ค่อยถูก"ครับนาย"ช่วงเวลาเกือบเย็นที่โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์RSA เก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าของโต๊ะทำงานน่านฟ้า มีร่างใหญ่นั่งทำหน้าอ้อนวอนเธออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง"ไหนคุณบอกกับผมว่าเราเป็นเพื่อนกันยังไงครับ" อองเดร์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ้อนสุดๆพร้อมกับกะพริบตาปริบๆใส่คนตัวเล็กที่เอาแต่ปฏิเสธเขา ที่เขาชวนเธอไปดินเนอร์ในมื้อเย็นวันนี้"ไปกันสองคนมันน่าเกลียดค่ะอองเดร์" ประโยคของน่านฟ้าทำเอาอองเดร์ถึงกับยิ้มหน้าบาน แสดงว่าเธอไม่ได้รังเกียจหรือโกรธเขาเลยแม้แต่น้อย ที่อยู่ๆวันนั







