Share

ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง
ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง
Penulis: กะปอมพ่นไฟ

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-06-30 04:37:37

บทนำ

เรือนรับรอง

ภายในห้องด้านในสุดของเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง สตรีผู้มีใบหน้าอันงามล้ำกลับมีเนื้อตัวแดงก่ำด้วยต้องพิษราคะจากคนเลว ลมหายใจหอบถี่ด้วยความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในกายจนมิอาจถอดถอนได้ อาภรณ์งามที่สวมใส่ถูกฝ่ามือหนาของบุรุษตรงหน้าดึงทึ้งจนหลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวกายอันขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม

"ปะ ปล่อยข้า! อย่ามาแตะต้องตัวข้า อ่า..."

"ฮ่าฮ่าฮ่า ผิวของเจ้าช่างนุ่มลื่นยิ่งนัก ข้าคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ใช้ยานี้กับเจ้า หากให้ข้าต้องรอนานถึงครึ่งปี มิสู้ข้าตีตราจองเจ้าก่อนเลยดีหรือไม่"

บุรุษหนุ่มกระหยิ่มยิ้มเมื่อเห็นสตรีที่เขาพึงใจดิ้นพล่านอยู่บนเตียง เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ไม่แม้แต่จะสนใจว่าผ้าไหมเนื้อดีที่ได้จากของกำนัลจะฉีกขาดหรือเสียหาย เพราะเวลานี้ร่างกายของเขามันร้อนรุ่มด้วยปรารถนาสตรีตรงหน้านี้มากเหลือเกิน ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานกึ่งกลางกายพลันตั้งตระหง่านทันที เขาโน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวอันหอมกรุ่นอย่างไม่รอช้า

"อะ ออกไปนะ ฮึก ๆ"

สตรีผู้ตกอยู่ในห้องราคะดีดดิ้นด้วยความไม่ยินยอม นางรังเกียจกลิ่นกายและสัมผัสจากบุรุษผู้นี้มากเหลือเกิน ก่อนที่นางจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายโน้มหน้ากัดไปที่ใบหูของเขาเต็มแรง กลิ่นคาวของเลือดพลันคละคลุ้งในโพรงปากเล็กทันที

"โอ๊ย! กล้ากัดข้าหรือนังแพศยา"

เพียะ!!

ฝ่ามือหนาพลันตบเข้าที่แก้มนวลเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ เขาผละร่างออกมาเล็กน้อยพร้อมกับจับใบหูที่เกือบขาดด้วยความตกใจ

"ฮึ ๆ สะ สมควรแล้วเจ้าชาติชั่ว!!"

นางด่าหยาบชายตรงหน้าอย่าวงไม่ไว้หน้า ต่อให้เขาจะมีบิดาผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองฉางชิงหนุนหลัง ทว่าตอนนี้นางก็หาได้เกรงกลัวไม่ ปิ่นปักผมถูกดึงจากบนมวยผม นางชี้ไปยังชายผู้นั้นอย่างไม่หวาดหวั่น เลือดในกายร้อนฉ่าด้วยพิษกำหนัดและความโกรธ

"เหอะ! คิดว่าปิ่นแค่นี้จะทำอันใดข้าได้หรือไร ช่างไร้เดียงสานัก หากเจ้ายอมคลานเข่ามาขอโทษข้าเสียแต่โดยดี ข้าสัญญาว่าจะยังแต่งเจ้าเข้าจวนเป็นภรรยาเอกอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่! สกุลไป๋ของเจ้าก็เตรียมล่มจมได้เลย"

ชายผู้นั้นเดินไปนั่งตรงเก้าอี้อย่างถือดี เขาหยิบผ้าขึ้นมาซับเลือดตรงใบหูอย่างไม่รีบร้อนนัก ด้วยเขามีเวลาทั้งคืนที่จะเล่นสนุกกับนาง ยิ่งนางพยศเขายิ่งชอบใจเหลือเกิน

"ฮึ! เจ้าคิดง่ายไปแล้วเจ้าเดรัจฉาน ข้ารู้ดีว่าแรงสตรีมิอาจทำร้ายเจ้าได้ แต่ข้าก็มีแรงมากพอที่จะปลิดชีพตนเองเพื่อหลีกหนีความอัปยศในวันนี้"

"เจ้าจะทำอะไร!"

ชายผู้นั้นลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ เขารีบตรงเข้ามาหานางด้วยความกลัวและเสียดาย ทว่าเพียงแค่เขาถลาเข้ามาปิ่นในมือของนางก็ตรงเข้าปักดวงตาข้างขวาของเขาอย่างแม่นยำ เรือนร่างบอบบางที่ดูไร้เรี่ยวแรงกลับผุดลุกขึ้นยืน นางเินไปตรงหน้าของชายผู้ก้มลงไปกุมดวงตาของตนด้วยความเจ็บปวด ท่าทางของนางเวลานี้ราวกับราชสีห์ที่กำลังเล่นกับเหยื่อเสียอย่างนั้น

"ฮึ ๆ คิดว่าตนเองสามารถทำร้ายผู้อื่นได้เพียงฝ่ายเดียวหรือ ข้าเองก็สามารถทำร้ายคนชั่วช้าเลวทรามต่ำช้าเช่นเจ้าได้เหมือนกัน"

แววตาของนางแข็งกร้าวด้วยความโกรธ ฝ่าเท้าเล็กถีบไปยังใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดอย่างแรงจนร่างของเขากระเด็นไปติดกับผนังห้อง

"โอ๊ย ๆๆๆ เจ้ามันบ้าไปแล้ว หากทำร้ายข้า ท่านพ่อของข้าต้องไม่ปล่อยเจ้าและสกุลไป๋ไปอย่างแน่นอน คิดลองดีกับจวนเจ้าเมืองอย่างนั้นหรือ"

แม้เขาจะเจ็บจนแทบลุกไม่ขึ้นแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะข่มขู่นาง ด้วยหวังว่านางจะยอมหยุดเพียงแค่นี้แล้วปล่อยเขาไป เมื่อเขารอดไปได้ค่อยคิดบัญชีกับนางย้อนหลังก็ยังไม่สาย อย่างไรนางก็ยังต้องอยู่ที่เมืองฉางชิงไปจนตาย

"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าทำกับเจ้าถึงเพียงนี้ยังคิดว่าข้าจะหวาดกลัวบิดาผู้คดโกงของเจ้าอยู่อีกหรือ เจ้ามันก็แค่เศษสวะไร้ค่าเท่านั้น คนอย่างเจ้ามิสมควรเป็นสามีหรือบิดาใครทั้งนั้น เพราะเจ้าน่ะมันเลวจนเกินจะเยียวยาแล้ว"

จบคำนางก็ปักปิ่นที่เปื้อนเลือดไปยังหว่างขาของเขาทันที ปลายปิ่นปักฉึกไปยังท่อนเนื้อที่อ่อนยวบอย่างรุนแรง

"อ๊ากกกกก!!"

เลือดสีแดงสดพลันไหลออกจากบาดแผลราวกับน้ำไหล นางมิเพียงปักลงไปแค่ครั้งแรก แต่ยังดึงปิ่นออกมาแล้วปักซ้ำลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งจนพอใจ นางถึงได้หยุดเพียงเท่านี้

บุรุษผู้นั้นสลบเหมือดตั้งแต่นางปักปิ่นลงไปบนแท่งหยกของเขาครั้งแรกแล้ว ร่างสูงนอนจมอยู่บนกองเลือดอย่างน่าสยดสยอง หากผู้ใดมาพบเข้าคงตกใจจนแทบสิ้นสติเป็นแน่

"ฮึ! อ่อนหัดนัก ไร้น้ำยาเพียงนี้แล้วยังคิดอยากจะเป็นสามีของข้าอีก แค่คนเช็ดรองเท้าเจ้ายังไม่คู่ควรเลย"

นางโยนปิ่นลงไปบนตัวของเขาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตนออกไปจากห้องแห่งนี้ ยาลูกกลอนที่นางกินเข้าไปสามารถต้านพิษกำหนัดได้เพียงแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น นางจะต้องรีบไปหาท่านพ่อท่านแม่หรือจื่อรั่ว ทว่าสติของนางกลับเริ่มเลือนรางขึ้นมาอีกแล้ว ร่างกายร้อนรุ่มราวกับตกอยู่บนกองเพลิง กายสาวพลันร้อนผ่าวยิ่งนัก โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นที่ฉ่ำเยิ้มจนนางรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะ...

"อ๊า... จะไม่ไหวแล้ว อื้อ..."

นางหยุดเดินแล้วยืนพิงตรงเสาด้วยความทรมาน และก่อนที่นางจะทานทนพิษราคะไม่ไหวอยู่แล้ว กลับมีเงาร่างที่คุ้นเคยเดินตรงมาหานางด้วยท่าทางรีบร้อน ด้านหลังของเขายังมีสาวใช้ตัวน้อยและคนของเขาติดตามมาไม่ห่าง นางผุดยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจและดีใจ ร่างบอบบางพลันพุ่งเข้าไปกอดเขาทันที

"ท่านมาได้เสียที... ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด อ่า... ข้าไม่ไหวแล้ว!!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   ตอนพิเศษ 2 สามีเอาอกเอาใจ

    ตอนพิเศษ 2สามีเอาอกเอาใจไป๋มู่เหยาปรับตัวเข้ากับวงสังคมชั้นสูงได้อย่างรวดเร็ว อนึ่งเพราะนางมีไทเฮาและฮูหยินของฝ่ายไทเฮาและฮ่องเต้คอยให้การสนับสนุน กอปรกับความมีไหวพริบและรู้จักมองสถานการณ์ว่าควรอ่อนน้อมหรือแข็งข้อ ทำให้เวลานี้ตัวนางเองได้กลายเป็นสตรีที่มีอิทธิพลในชนชั้นสูงมิน้อยเลย วันนี้เองนางก็ได้รับเชิญให้ไปดื่มชาชมดอกโบตั๋นที่จวนของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย"วันนี้มู่ฮูหยินก็แต่งกายได้งดงามมากเลย มิทราบว่าอาภรณ์นี้ตัดที่ร้านใดหรือ" ฮูหยินของขุนนางขั้นสามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น"จางฮูหยินเอ่ยชมเกินไปแล้ว อาภรณ์นี้เป็นท่านกั๋วกงที่สั่งตัดที่ร้านอาภรณ์นภาจันทร์ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าผ้าที่ใช้เป็นไหมของอะไร""ขอให้ข้าจับดูได้หรือไม่" ลั่วฮูหยินผู้มีความรู้เรื่องผ้าไหมเอ่ยถามด้วยความสนใจ ตั้งแต่เห็นไป๋มู่เหยาเดินเข้ามานางก็จดจ้องไม่วางตาแล้ว ไม่รู้ว่าจะใช่ผ้าไหมที่นางคิดในใจหรือไม่"ย่อมได้อยู่แล้ว"ไป๋มู่เหยายื่นแขนให้กับฮูหยินของท่านรองเสนาบดีกรมตุลาการ ทันทีที่อีกฝ่ายสัมผัสเนื้อผ้าของนางก็ดวงตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น "นี่คือผ้าไหมน้ำค้างแข็งแห่งแดนเหนือไม่ผิดแน่ ผ้าไหมที่ทั้งเรียบลื่

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   ตอนพิเศษ 1 ออดอ้อนภรรยา

    ตอนพิเศษ 1ออดอ้อนภรรยา"ท่านพี่ ข้าจั๊กจี้นะเจ้าคะ หยุดได้แล้วเจ้าค่ะ"ไป๋มู่เหยาพยายามหลบจมูกโด่งที่ซุกไซ้ซอกคอขาวของนางไม่หยุด ทว่าไม่ว่านางจะพยายามเบือนหน้าหนีเพียงใด แต่ก็มิอาจรอดพ้นริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาไปได้เลย ทั้งยังถูกเขาจับคางของนางให้หันกลับมามองเขาเสียด้วย ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะฉกวูบลงมาที่เรียวปากนุ่มของตน ดูดเม้มไปมาก่อให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วนในท้องน้อย"อือ... ยังหวานมิเปลี่ยนไปเลยนะน้องหญิง เมื่อไหร่เจ้าจะทำงานเสร็จเสียทีเล่า พี่รอเจ้ามานานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว" ใบหน้าอันหล่อเหลาผละออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองสตรีที่นั่งอยู่บนตักอย่างแสนรัก จมูกโด่งพลันกดฟอดลงไปที่แก้มนุ่มนิ่มหลายที"ข้าขอเวลาอีกแค่หนึ่งถ้วยชานะเจ้าคะ ขอจัดการบัญชีตรงนี้ชั่วครู่หนึ่งก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะ""เฮ้อ... ตัวข้านั้นสำคัญน้อยกว่าบัญชีพวกนี้ใช่หรือไม่"ไป๋มู่เหยากับท่าทางแสนงอนของสามี นางวางพู่กันในมือลงแล้วหันไปจุ๊บแก้มสากของสามีแผ่วเบา "ท่านพี่ของข้าย่อมต้องสำคัญที่สุดอยู่แล้วเจ้าค่ะ ที่ข้าเร่งทำงานให้เสร็จโดยไวก็เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่กับท่านพี่นาน ๆ นี่เจ้าคะ""เช่นนั้นก็ได้ งั้นพี่ไปรอที่ห้

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   บทที่ 16 งานแต่งงานอันชื่นมื่น (ตอนจบ)

    บทที่ 16งานแต่งงานอันชื่นมื่นหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองฉางชิงได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง หลังจากการสอบจอหงวนในเมืองหลวงได้ผ่านพ้นไปแล้ว ฮ่องเต้ได้ทรงแต่งตั้งทั่นฮวาคนใหม่ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองแห่งเมืองฉางชิง และผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นไป๋อวี้หยุน บุตรชายคนโตของสกุลไป๋นั่นเองคนสกุลไป๋ได้กลายเป็นสกุลที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองทันที ทว่าคนสกุลไป๋กลับประพฤติตัวอย่างเช่นที่เคยเป็นมา นั่นยิ่งทำให้ชาวเมืองรักและเทิดทูนคนสกุลไป๋มากขึ้นไปอีก ยิ่งเจ้าเมืองคนใหม่ทั้งหล่อเหลาและชาญฉลาดมากถึงเพียงนี้ด้วยแล้ว นับว่าเป็นโชควาสนาของคนเมืองฉางชิงโดยแท้ในวันที่อากาศแจ่มใสเหมาะแก่การเก็บผลลิ้นจี่ลูกสีแดงสวย สวนลิ้นจี่ของสกุลไป๋เต็มไปด้วยคนงานที่เวลานี้กำลังวุ่นวายกับการเริ่มเก็บผลลิ้นจี่ในสวน ไป๋มู่เหยาต้องมาควบคุมงานด้วยตนเองเพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาด ผลลิ้นจี่ที่เก็บแล้วจะถูกส่งไปยังลานกว้างเพื่อคัดแยกต่อไป ผลลูกใหญ่สวยจะถูกนำไปขาย ส่วนผลเล็กจะถูกเก็บไปทำสุราลิ้นจี่"คุณหนูเจ้าคะ นายท่านให้มาตามคุณหนูกลับจวนเจ้าค่ะ""มีเรื่องอะไรหรือไม่""บ่าวเองก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ เพียงแต่เห็นรถม้าหลายคั

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   บทที่ 15 สามีภรรยารวมใจเป็นหนึ่ง 2/2

    "ท่านพ่อ ฮือ ๆ ทำร้ายคนดีแล้ว เป็นพวกเจ้าที่ทำร้ายพี่ชายข้าและท่านพ่อ"เฉินหยู่ถงที่ถูกพาตัวเข้ามายังศาลกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ ขณะที่เฉินฮูหยินนั่งตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แม้นางจะไม่ใช่สตรีที่ฉลาดมากนัก แต่ก็มองออกว่าบัดนี้พวกนางสกุลเฉินถึงคราวซวยแล้วปัง!"ข้าเตือนเจ้าแล้วนะเฉินฟู่ว่าถ้ายังพ่นคำหยาบคายจะต้องเจอกับอะไร"โม่เซวียนพยักหน้าให้กับอวี่ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาพร้อมกับถือดาบเข้ามาใกล้ เฉินฟู่ตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ"ขะ ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ ข้าน้อยเพียงแค่โกรธที่นางกลับขาวเป็นดำก็เท่านั้นเอง ท่านมู่กั๋วกงโปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วยขอรับ ข้าน้อยจะไม่พูดแล้ว""ข้าจะยังไม่ตัดลิ้นเจ้าหรอกเฉินฟู่ เพียงแต่ว่าเจ้าสมควรได้รับคำเตือนที่ขึ้นใจ"ฉึก!"โอ๊ยยยย"ใบหูข้างซ้ายของเฉินฟู่ถูกตัดกระเด็นตกลงพื้นข้างตัวของเขา เลือดสีแดงเข้มพลันไหลกระฉูดออกมาราวกับม่านน้ำไหล เฉินฟู่ทั้งตกใจและหวาดกลัวจนตัวสั่น เขาทำได้แค่กุมหูที่เลือดไหลไม่หยุดของตน"เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเงียบเสียงแล้วเช่นนั้นข้าจะมาตัดสินเรื่องนี้เสียที พาตัวเฉินเย่เซียว เฉินหยู่ถงมาด้านหน้านี้""ขอรับ"คนของศาลว่าการ

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   บทที่ 15 สามีภรรยารวมใจเป็นหนึ่ง 1/2

    บทที่ 15สามีภรรยารวมใจเป็นหนึ่งสามวันถัดมาหน้าจวนที่ว่าการอำเภอเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายที่มารอชมเรื่องสนุก ภาพที่เฉินฟู่ถูกลากตัวกลายเป็นเรื่องขบขันของคนทั้งเมือง มีผู้คนไม่น้อยที่ออกมาด่าทอและขว้างปาสิ่งของใส่ร่างของอดีตเจ้าเมืองผู้โลภมาก เพราะที่ผ่านมาเขาปกครองเมืองฉางชิงไม่ดีนัก เอื้ออำนวยต่อพวกพ้องและรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างหน้าไม่อาย ที่ผ่านมาพวกเขาต้องเจ็บช้ำกับการปกครองเมืองของเฉินฟู่มามากมายนัก ในที่สุดก็มีวันที่พวกเขาจะได้รับอิสระจากการถูกกดขี่ข่มเหงแล้ว"เปิดศาล!"ทันทีที่สิ้นเสียงของเจ้าหน้าที่ศาลว่าการ เหล่าชาวเมืองก็เงียบเสียงลงในฉับพลัน ร่างสูงสง่าของโม่เซวียนในชุดขุนนางสีแดงเลือดนกก้าวไปนั่งยังตำแหน่งสูงสุด เขากวาดตามองทุกผู้คนก่อนจะหยุดสายตาไปยังที่ไป๋มู่เหยาที่มาในฐานะผู้ร้องทุกข์ มุมปากหยักพลันปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันร้อนแรงที่ผ่านมา"นำตัวนักโทษเฉินฟู่เข้ามาได้""ขอรับ"ชั่วอึดใจร่างอันทรุดโทรมที่แทบจดจำไม่ได้ก็เดินเข้ามายังกลางลาน มือและเท้าของเขาถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กอันหนักอึ้ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง ทั้งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าลอยคลุ้งมา

  • ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง   บทที่ 14 จัดการคนสกุลไป๋ 2/2

    "ผู้ที่คิดจะก่อกบฏเกรงว่าจะเป็นพวกเจ้าคนสกุลเฉินต่างหากเล่า"น้ำเสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นมาจากทางหน้าประตู ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีแดงอร่ามปรายตามองทั้งหมดด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ลวดลายเมฆมงคลบนชุดปักด้วยด้ายทองคำอย่างสง่างาม ในมือยังถือแส้เหล็กที่ประดับด้วยทองคำอันหรูหรา เพียงแค่เขาก้าวเข้ามาก็ทำให้ผู้คนตกตะลึงจนพูดคำใดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวเขาให้ความรู้สึกสูงสง่าและกดดันเป็นอย่างมาก"บังอาจ! เห็นท่านมู่กั๋วกงแล้วยังไม่คุกเข่าอีก"อวี่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีดำตวาดเสียงดังก้อง เมื่อนั้นทุกคนจึงได้ล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของโม่เซวียน แท้จริงแล้วตัวตนของเขาก็ยิ่งใหญ่มากถึงเพียงนี้เชียวท่านมู่กั๋วกงผู้เป็นพระญาติฝั่งพระมารดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้น้อย มารดาของเขาคือน้องสาวของไทเฮา ทั้งเขายังเป็นไท่ฝูผู้คอยให้คำชี้แนะแด่ฮ่องเต้น้อยที่พระชนมายุเพียง 13 พรรษาเท่านั้น เขาคือผู้ที่ควบรวมอำนาจให้กับฮ่องเต้น้อย เป็นผู้ที่ฮ่องเต้และไทเฮาให้ความไว้วางใจมากที่สุด"ทะ ท่านมู่กั๋วกงอย่างนั้นหรือ ปะ เป็นไปไม่ได้"เฉินฟู่มองดูโม่เซวียนด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ เขาส่ายหน้าไปมาด้วยมิอาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้ พ่อค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status