LOGINเพราะเหตุการในโลกใบใหม่ของเธอช่างเหมือนเหตุการณ์ที่เคยเจอในโลกเดิม พ่อแม่หายสาบสูญ ญาติรุมทึ้งเอาสมบัติ แต่โทษทีเธอเนี่ยมือตบแห่งซีอานเชียวนะ ต่อให้ต้องขึ้นศาลไทฟงสักสิบรอบ เธอก็จะสั่งสอนคนโลภให้เข็ด!
View More“อย่างไรบิดานางก็ตายไปแล้ว มีประโยชน์อันใดจะเอานางไว้ให้รกหูรกตากัน” เสียงคนพูดคุยหารือมาร่วมชั่วโมงทำร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงนอนนิ่งๆฟังและจับใจความได้คร่าวๆ
“ถึงกระนั้นก็เถอะสัญญาการแต่งงานก็ยังอยู่ สู้เราแต่งนางออกไปแล้วฮุบบ้านนี้เป็นสมบัติไม่ดีกว่าหรือ” “นั่นสิ บ้านหลังนี้ขายน่าจะได้หลายตำลึงทีเดียว ขายแล้วนำมาแบ่งกันแจกจ่ายน่าจะดีไม่น้อย” “ข้าเห็นด้วยแม้ในบันทึกจะไม่มีส่วนให้พวกเราแต่เราคือพี่น้องสกุลเซี่ยนางจะกล้ามีปากเสียงเชียวหรือ” “พวกเจ้าพูดแต่จะให้นางแต่งงานหารู้ไม่คนสกุลเยว่ไปปราถนาแต่งนางเข้าตระกูล ว่ากันว่านางมีดวงกินผัว” เซี่ยอันหนิงที่ไม่รู้ว่าตนเองมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง ทำเพียงนอนหลับนิ่งๆมาสามวันแล้วเพื่อเก็บข้อมูล และจากที่ฟังการถกเถียงกันทุกวันที่มาเยี่ยมนาง ได้ความว่าร่างเดิมที่นางมาอาศัยอยู่นี้ ใช้ชื่อแซ่เดียวกับนางคือ เซี่ยอันหนิง เป็นบุตรสาวเศรษฐีขายอัญมณี ที่ญาติกำลังตามหาจุดเก็บอัญมณีที่ซ่อนไว้อยู่ แต่กลับไม่พบสักที เนื่องจากการร่องเรือขายสินค้าถูกพายุถล่ม บิดาหายสาบสูญ สมบัติที่มีในบ้านถูกญาติๆปอกลอกจนหมดตัว เหลือเพียงบ้านหลังใหญ่ ที่รอเวลาให้นางแต่งงานออกเรือนจะได้ฮุบได้สำเร็จ แต่เหมือนสวรรค์ไม่เป็นใจเมื่อ… “อัยหยา หนังสือขอยกเลิกการหมั้นหมาย ลงตราประทับโดยฮ่องเต้ แย่แล้วๆ นางเป็นบุคคลไร้ความสามารถ” เสียงเอะอะทำนางยกยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจพร้อมพยักหน้าให้สาวใช้ที่ทำหน้างงๆ แต่เมื่อนางถอนหายใจพร้อมเลิกคิ้วให้ก็ฉีกยิ้มกว้าง “สามวันมานี้เจ้าเก่งมากที่เก็บความลับได้เป็นอย่างดี” ตลอดเวลาที่นางมาอยู่ในร่างนี้ซึมซับสิ่งรอบตัวมาพอสมควร รู้ว่าทั้งเรือนแห่งนี้มีเพียงถิงถิงสาวใช้ที่เป็นพวกของนาง คอยแอบป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา มาตลอด นางสั่งให้เก็บเรื่องที่นางฟื้นแล้วเป็นความลับ รอแค่เวลา เวลาที่นางจะถูกคู่หมั้นถอนหมั้น “คุณหนูจะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ” นางยกยิ้ม “ต่อจากนี้อันหนิงที่เคยอ่อนหวานอ่อนแอจะไม่มีอีกแล้ว เจ้าเตรียมสิ่งที่ข้าให้จัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” สาวใช้พยักหน้าก่อนยื่นกระดาษหลายแผ่นให้นางเปิดดู มือบางพลิกหน้าเอกสารไปเรื่อยๆก่อนจะยกยิ้มพอใจ “ทำดีมาก ไปเถอะ ไปเตรียมตัวเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเรากัน” นางลุกขึ้นพร้อมแต่งตัวให้เรียบร้อย โดยมาสาวใช้เตรียมให้ทุกอย่างด้วยความดีใจที่บัดนี้คุณหนูจะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม “ข้าคือเซี่ยอันหนิง สตรีผู้ไม่ยอมให้ใครมาข่มเหง โลกเดิมข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านทูต โลกนี้ข้าเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ร่ำรวย แล้วพวกเจ้าเป็นใครกันถึงกล้ามายุ่งย่ามกับชีวิตข้า” นางพูดกับกระจกบานเล็ก โลกเดิมนางเป็นถึงคุณหนูที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในซีอาน ทำธุระกิจโด่งดัง แต่เพราะญาติที่วางแผนฆ่าเอาบริษัท หลังพ่อแม่ตายเพราะเครื่องบินตก นางจึงนอนเป็นผักอยู่หลายเดือน ชีวิตช่างเหมือนกับร่างเดิมไม่มีผิด แต่…เมื่อมีโอกาสได้แก้ตัว มีหรือที่นางจะยอมให้เป็นเหมือนเดิม ถ้าไม่จบ ก็ไปเจอกันที่ศาลหน้าวังหลวง กลองร้องทุกข์อยู่ที่ไหนนางจะไปตีให้สะเทือนแผ่นดินเกาจงเสียงร้องโอดครวญทำคนบ้านใหญ่สะเทือนใจนัก แต่เซี่ยอันหนิงเห็นว่านี่ยังน้อยไป“เชิญ!!” เขาพยักหน้าให้ซือหม่าเข้ามาอ่านคำร้องอีกข้อ“เรียนท่านใต้เท้าและเหล่าผู้พิพากษาทั้งหลาย แม้คดีวางยาพิษจบไปแล้ว แต่คำร้องของแม่นางเซี่ยยังมีอีก เนื่องจากพ่อค้าเซี่ยทำการค้ากับราชวงศ์มาเนิ่นนานจนถึงวันที่จากไปยังทิ้งหน้าที่ให้คนสนิทนำของที่ต้องค้าขายมาตีตราที่จวนเซี่ย แต่…ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงตอนนี้ รายการของที่ต้องค้าขายให้แคว้นซางนั้นหายไปจำนวนทั้งหมด แม่นางเซี่ยในฐานะบุตรสาว ร้องขอให้ทางการตรวจสอบ” เสียงประกาศของซือหม่าทำคนบ้านใหญ่บีบมือแน่น“เหตุใดข้าจึงไม่รู้ว่าของที่ส่งมาจากท่าเรือคือสินค้าที่ต้องส่งไปค้าขายให้แคว้นอื่นขอรับ!!“ บุตรเขยคนเล็กกระซิบถามแม่ยาย เขามีตำแหน่งเป็นนายอำเภอ วันนี้ที่ถูกชวนมาด้วยเพราะต้องการช่วยเหลือภรรยา แต่เมื่อพี่สาวภรรยารับกรรมเขาจึงไม่ท้วงเพราะถือว่า บ้านตนเองยังไม่เสียหาย”ข้าเองคิดว่านางเพียงแค่ข่มขู่เท่านั้น!!“ ปัง! ปัง! ปัง!”เบิกความ!!“”เรียนท่านใต้เท้า ก่อนหน้าที่บิดาข้าจะผจญกับพายุ ท่านส่งจดหมายหาข้า ให้ช่วยตรวจตราสินค้าที่จะส่งไปแคว้นซาง พร้อมทั้งมอบตราประทับให้ห
ปึง! ปึง! ปึง!“ข้านั่งอยู่ตรงนี้ ความเกรงใจต่อข้าไม่มีสักนิดเลยหรือ” เสียงดุดันดังขึ้นจนคนที่ขาดสติคุกเข่าลงพร้อมปล่อยโฮ“ท่านใต้เท้าบุตรชายข้ามีอายุเพียงสี่หนาว บัดนี้ตายอย่างไม่เป็นธรรม ขอให้ท่านช่วยพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยเถิด“ นางหวังก้มหน้าเอาหัวโขลกพื้นอย่างหมดสิ้นหนทาง”ใต้เท้าอย่าไปฟัง ตั้งแต่เมื่อวานที่บุตรชายนางจมน้ำ ลูกสะใภ้ข้าคนนี้สติเลอะเลือน แม้อาเจี่ยนจะเป็นเพียงอนุ แต่นางดูแลคนในจวนอย่างดี มีแต่เมียเองอย่างนางหวังที่เป็นคนสร้างเรื่องราวให้ใหญ่โต“ สตรีสูงอายุเดินมาพร้อมสาวใช้ ก่อนทำความเคารพใต้เท้าและมองลูกสะใภ้เอกอย่างแค้นเคืองที่กล้าเอ่าเรื่องในบ้านมาร้องทุกข์”เรียกเมียเอกว่านางหวัง เรียกเมียน้อยว่าอาเจี่ยน ดูก็รู้ว่าบ้านนี้มีปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้แน่นอน“ เซี่ยอันหนิงที่นั่งรอคิดการพิจารณาคดีกระซิบบอกสาวใช้ แต่ซุนกวงที่อยู่ไม่ไกลกลับกระซิบบอก”เดิมทีคนบ้านหวังไม่ปราถนาให้บุตรสาวแต่งงานกับพ่อค้าเกลือรายนี้อยู่แล้วขอรับ แต่ลักลอบได้เสียกันจนตั้งครรภ์ บุตรยังไม่ทันคลอด แม่สามีแต่งอนุเข้าเรือนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง เห็นว่า…เป็นสตรีที่ตระกูลหมายปอง“ นางพยักหน้ารับ เช่นนั้นชีวิตใน
“แล้ว…คุณหนูปฏิเสธหรือเจ้าคะ” ไม่นานสาวใช้นางก็กลับมาพร้อมอาหารและเครื่องปรุงหลายอย่าง รีบสำรวจเนื้อตัวเจ้านายสาวเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีจึงวางใจ ก่อนที่นางจะเล่าทุกอย่างให้ฟังรวมถึงเรื่องใต้เท้าอวี๋“ข้าแบ่งรับแบ่งสู้ ถิงถิง ใต้เท้าอวี๋เป็นใคร แล้วข้าเป็นใคร ข้าไม่เหลือผู้ใหญ่ในบ้านให้ชี้แนะ เจ้าเห็นหรือไม่” นางหยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดกินอย่างกลัดกลุ้ม“แต่ว่า การที่ท่านแต่งงานเข้าสกุลใหญ่จะทำให้คุณหนูรอดพ้นจากคนพวกนั้นนะเจ้าคะ” นางพยักหน้าเห็นด้วย“วันนี้คนคุ้มกันหนาแน่น นางยังเลือกเวลาตอนเปลี่ยนเวรเข้ามาหาเรื่องถึงในเรือน คราวหน้าหากนางพาคนอื่นมารุมทำร้ายท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ใบหน้างุ้มงอของถิงถิงแสดงออกให้เห็นว่า อย่างไรต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน“ก็ถูกของเจ้า แต่การจะพิชิตใจให้เขามาแต่งงานกับข้าเป็นเรื่องที่ยากนัก คนเย็นชาเช่นนั้นเจ้าคิดว่าเขาจะเปิดโอกาสให้ข้าหรือ” ไม่ใช่นางไม่คิด แต่เอาตัวเองให้รอดจากคนบ้านใหญ่นางก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว“ต้องมีสักทางเจ้าค่ะ”ทางฝั่งคนที่ถูกท่านย่าและมารดาเรียกมากินข้าวที่จวน กำลังกวาดตาดูอาหารมากมายตรงหน้าพร้อมฟังคำตัดพ้อของฮูหยินใหญ่สกุลอวี๋ด้วยท่าทางนิ
“มาเถอะ คันไม้คันมืออยู่พอดี” นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ หากมาหาเรื่องนาง รับรองว่า นางจะเอาคืนที่มารดาของเซี่ยอินหรงตบหน้านางเมื่อเช้าแน่นอน“หึ!! คิดว่าคนอ่อนแอเช่นเจ้าคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับข้าเสียแล้ว” เซี่ยอินหรงเป็นบุตรสาวของท่านป้า นางไม่รู้จักนิสัยใจคอนัก แต่ดูจากท่าทางเช่นนี้คงไม่ได้มาดี“ข้าใช้ชีวิตอยู่บนความถูกต้อง มีสิ่งใดให้ต้องกลัวกัน แต่ข้าเองอยากจะถามเจ้ามากกว่า มารดาเจ้าจนตรอกถึงขนาดลักขโมยของบิดาข้าเชียวหรือ” สายตาของนางเปลี่ยนไปทันที มองแขกผู้มาเยือนอย่างดูแคลน“อันหนิง!! มันจะมากไป เจ้าเป็นเพียงเด็กกำพร้ากล้าดีอย่างไรมากล่าวล่วงมารดาข้า” นางยกมือขึ้นกอดอกมองดูคนที่โวยวายนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มคล้ายเยาะเย้ย“คนสกุลเยว่ที่เจ้าอยากได้ ตอนนี้ไร้พัธนาการจากข้าแล้ว เชิญเจ้าเอาไปเชยชมได้เลย ข้าเป็นคน ไม่ถนัดขอส่วนบุญร่วมกับสัมพเวสี” เรื่องนี้ต้องขอยคุณสาวใช้นางที่รายงานทุกเรื่อง ทุกคน เกี่ยวกับสกุลเซี่ย“จะ เจ้า!! เจ้ารู้หรือ” คนที่ปกปิดความลับมานาน ตั้งใจรอให้เรื่องเงียบจึงจะคบกันเปิดเผยกับคุณชายเยว่ร้อนรน“ข้ารู้ คนอื่นก็รู้ เสียอย่างเดียวที่มารดาเจ้าไม่รู้ อินหรง…ข้าจะบอกอะไรเจ้าใ











