INICIAR SESIÓNและกุนซือแห่งต้าถัง ฝ่าบาทแต่งตั้ง หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เป็นผู้ช่วยผู้แทนพระองค์ เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างแสดงความคิดเห็นกันอื้ออึง แต่ทั้งสองพึ่งสร้างผลงานให้แก่ต้าถังอีกทั้งภูมิหลังของทั้งสองก็ไม่ธรรมดา ยากนักที่ขุนนางคนอื่นจะคัดค้าน หลังจากจบการประชุม ฝ่าบาทให้ หลี่จิ้ง ขุนพลฉิน จ่างซุน อู๋จี้ และเฒ่าเว่ย เข้าหารือในห้องทรงพระอักษรโดยไม่ลืมให้ตาม หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เข้าหารือด้วย ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินและเหล่าขุนนาง ยืนล้อมรอบแบบจำลองแม่น้ำเหลือง การหาวิธีแก้ไขปัญหาอุทกภัยยังไม่มีการถกปัญหาใด ๆ คนในห้องกำลังรอการมาของอีกบุคคลหนึ่ง เวลาผ่านไป 1 เค่อ บุรุษผู้หนึ่งย่างก้าวผ่านพ้นประตูห้องทรงพระอักษร เมื่อเขาเห็นฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง เขารีบทำความเคารพโดยเร็ว “ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น ๆ ปี ” หลี่ซื่อหมินสบัดมือเบา ๆ เชิงอนุญาตให้ลุกขึ้นได้ บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็คือ หลี่เฉิงเฉียน ขุนนางในห้องต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนที่ฝ่าบาทรอคอยจะเป็น หลี่เฉิงเฉียนมิใช่ปราชญ์ลี้ลับ หลี่เฉิงเฉียนลุกขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสทุกท่านในห้องทรงพระอักษร“ สาส์นด่วนส่ง
ขณะเดียวกัน นาหลุมก็ให้ผลผลิตที่มากกว่านาหว่านหลายเท่าตัว หลี่เฉิงเฉียนคำนวณแล้วว่าภายในเดือนหน้าข้าวชุดนี้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มีโอกาสเป็นไปได้มากว่าจะได้มากกว่า 6000 จินต่อไร่หลี่เฉิงเฉียนนำอ้อยที่ปอกเปลือกแล้วมาคั้นเอาน้ำได้ประมาณ 1 ไหใหญ่ กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเศษกากอ้อยออกเสร็จแล้วนำมาเคี่ยวบนไฟอ่อน ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วยาม เมื่อได้น้ำตาลอ้อยสีน้ำตาลเข้ม ยกลงจากเตากวนอีก 1 ชั่วยามจนน้ำตาลอ้อยคลายความร้อนแห้งเกาะกระทะ เสร็จแล้วขูดเอาน้ำตาลอ้อยที่ติดกระทะออกจะได้ผลึกสีน้ำตาลให้ความหวานหอมละมุนเมื่อได้น้ำตาลอ้อยแล้วหลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกานำไปมอบให้อู๋กงกง ให้พ่อครัวทำอาหารสักหนึ่งอย่างโดยมีน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งขึ้นถวายแด่่ฝ่าบาท ไม่นานอาหารทานเล่นก็ถูกนำขึ้นถวายแด่ฝ่าบาท หลี่ซื่อหมินชิมอาหารว่างที่อู๋กงกงนำขึ้นถวาย เขาพยักหน้าอยู่หลายครา อาหารจานนี้ใช้น้ำตาลอ้อยแทนน้ำผึ้งได้รสหวานที่กลมกล่อม หอมเป็นพิเศษ เหมาะแก่การทำมาเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งที่หายาก เป็นสัญญาณอันดีที่ต้าถังและซีเซี่ยจะมีการค้าระหว่างแคว้น หลี่ซื่อหมินมีบัญชาให้ออกราชองค์การให้คณะทูตซีเซี่ยเข้า
ยามพลบค่ำ ณ ค่ายทหารของหลี่จิ้ง การประลองของต้าถังและซีเซี่ยนั้นผ่านไปสามวันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในค่าย ขณะนี้หลี่เฉิงเฉียนนั่งมองผู้เข้าประลองทั้งห้าด้วยความโล่งใจ หลี่นาจาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย องค์หญิงฉางเล่อได้รับบาดเจ็บภายใน คนที่หนักที่สุดคงไม่พ้นหลี่เค่อเจ้าทึ่มร่างยักษ์ที่บัดนี้มีผ้าพันแผลเต็มตัว อีกทั้งแขนซ้ายยังหักหนึ่งข้าง นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ข้างฉินหวายอวี ส่วนเฉิงฉู่โม่นั้นไม่มีบาดแผลทางกายใด ๆแต่ทางจิตใจนั้นคงไม่แน่ เพราะหลี่เฉิงเฉียนสังเกตุเห็นเฉิงฉู่โม่ แอบมององค์หญิงฉางเล่อเป็นระยะ ๆ ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วง ค่ำคืนนี้หลี่เฉิงเฉียนลงมือทำหมูหันทั้งตัว รุ่นเยาว์ต้าถังต่างนั่งลายล้อมกองเพลิงที่ยามนี้มีหมูหันตัวใหญ่กำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมรัญจวน ยั่วยวนน้ำลายของเขาทั้งหลายหมูหันตัวใหญ่ส่งบัตรเชิญให้แก่แขกเหรื่อทั้งต้าถังและซีเซี่ย ฝ่ายต้าถังนำทีมมาโดย หลี่จิ้ง ขุนพลเฉิง อู๋กงกง ทางด้านซีเซี่ยนำทีมโดย แม่ทัพอันลู่ซาน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง และ รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง แม่ทัพอันลู่ซานเมื่อมาถึงชิ่งทำความเคารพ หลี่จิ้งก่อนเป็นคนแรก เขานับถือในควา
รอบนี้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงเตรียมตัวมาดี เขาชักหน้าไม้ยิงใส่เฉิงฉู่โม่ ที่กำลังไล่ตามเขามา เฉิงฉู่โม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ที่เป็นเลิศ เขาหลบได้ทันท่วงที เมื่อหลบได้หนึ่งครั้ง ครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็ตามมาเลื่อย ๆ รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงพยายามทิ้งระยะห่างให้มากขึ้น เมื่อปืนกลขงเบ้งอยู่ในระยะโจมตีของขวานบิน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงขว้างขวานบินเข้าใส่ปืนกลขงเบ้งทันที พลหอกเมื่อได้โอกาส ปาหอกพุ่งเขาหมายทำลายปืนกลขงเบ้ง“ ปั้งงงง.!!! ” ปืนกลขงเบ้งถูกทำลายไปอีกหนึ่งอัน พลทหารฝ่ายต้าถังเมื่อไม่มีปืนกลขงเบ้งจึงไม่สามารถต่อกรกับพลหอกได้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ไล่ทำลายปืนกลขงเบ้งอันแล้วอันเล่า เฉิงฉู่โม่ระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่แต่กับไม่เป็นผล เขาทำได้แค่ต้อนรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ให้ไปยังจุดที่ฉินหวายอวีกำหนดไว้รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง เมื่อมีชัยต่อหลี่เค่อแล้ว เขาและพลหอกออกไล่ล่ากำจัดปืนกลขงเบ้งทางป่าด้านบนไม่ให้เหลือแม้เพียงซาก รองแม่ทัพทั้งสองเมื่อกำจัดขวากหนามสำหรับพวกตนเสร็จแล้ว จึงออกมารวมกลุ่มกับ แม่ทัพอันลู่ซานขณะนี้การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายมาหยุดห่างจากหน้าป้อมใหญ่ฝั่งต้าถังเพียง 30 จั่ง แม่ทัพและร
หลี่นาจาพุ่งไปข้างหน้าแทงทวนกรีดนภาใส่แม่ทัพอันลู่ซาน กระบวนท่าต่อเนื่อง ไม่ให้พักหายใจหายคอ แม่ทัพอันลู่ซานก็ไม่น้อยหน้าสวนกลับได้ทันท่วงที กระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า ยังไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ ในระหว่างที่ทั้งสองกำลัง สัประยุทธ์กันอยู่นั่น “ ฟิ้ว..!! ฟิ้ว..!! ฟิ้ว..!! ”องค์หญิงน่าอันหลานที่คอยระวังหลัง ก็ถูกลอบโจมตีโดย องค์หญิงฉางเล่อ หน้าไม้ถูกยิ่งในระยะประชิด แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ส่งสัญญาณให้องค์หญิงน่าอันหลาน หลบอาวุธที่พุ่งมาหาตนได้ฉิวเฉียด นางสบัดแซ่ไปทางผู้โจมดี เสียงแส้ฟาดใส่อากาศดังสนั่น“ เปรี๊ยะ..!!! ”องค์หญิงฉางเล่อหมุนตัวหลบโดยง่าย ศึกระหว่างแม่เสือสาวทั้งสองกำลังจะเกิดขึ้น รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง จะเข้าไปช่วยองค์หญิงน่าอันหลาน กับถูกเฉิงฉู่โม่ยิงเกาทัณฑ์สกัดไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่งระหว่างศึกขององค์หญิงทั้งสอง รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงหันไปมองเฉิงฉู่โม่ แทนที่เขาจะพุ่งเข้าหาเฉิงฉู่โม่ แต่กับพุ่งเข้าป่าด้านล่างนำทหารพลหอกมุ่งหน้าสู่ป้อมใหญ่ของต้าถัง ถึงจะถูกปืนกลขงเบ้งยิงใส่ก็ไม่เป็นผล เพราะใช้แนวป่าเขา เป็นที่หลบลูกธนูองค์หญิงฉางเล่อ โจมตีต่อเนื่องด้วยหน้าไม้ องค์หญิงน่าอันหลานใ
“ ในอนาคตอันใกล้ท่านอาจจะต้องพบกับศึกครั้งใหญ่ในชีวิต จงใช้การประลองในครั้งนี้ลับสรรพศาสตร์ ที่ท่านได้ศึกษามาทั้งหมดให้แหลมคมเพื่อศึกนั้น ”เฉิงฉู่โม่ ออกจากห้วงคำนึงก่อนจะหันไปสั่งการ ทหารที่เหลือ“ จงคิดเสียว่านี่คือสงครามที่แท้จริง มิใช้การประลองอีกต่อไป ”“ ขอรับ ” ทหารที่เหลือตอบรับอย่างพร้อมเพียงณ ป้อมใหญ่ซีเซี่ย แม่ทัพอันลู่ซานกระฟัดกระเฟียดเพราะโกรธจัด เพราะความประมาทของพวกเขาจึงทำให้เสียท่าแก่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ซีเซี่ยเสียรองแม่ทัพไป 1 คน เสียทหารราบไป 40 คน รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง กางแผนที่สนามประลอง เขานำก้อนหินวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของจุดซุ่มยิง “ ต้าถังมีหน้าไม้ประหลาดสามารถยิงลูกธนูได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องขึ้นสาย ภายภาคหน้าอาวุธนี้อาจจะเป็นภัยต่อซีเซี่ย ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนต้องเอากลับไปซีเซี่ยให้ได้ ” แม่ทัพอันลู่ซานออกคำสั่งเด็ดขาดความหวั่นวิตกของหลี่จิ้งเริ่มเป็นผล เขาหวังให้ยุทโธปกรณ์ทั้งสองเป็นความลับ หากการประลองครั้งนี้มีอาวุธหลุดลอดไปได้ความได้เปรียบทางการทหารจะลดน้อยลงไม่น้อยบนอัฒจันทร์สูงผู้ชมฝั่งซีเซี่ยต่างเงียบงัน สายตาตรึงเครียดของคณ







