Mag-log inขันทีเการีบกับตำหนักตงกง ยื่นรางวัลที่ได้รับให้หลี่เฉิงเฉียน เขายังคงให้ 1 ตำลึงทองแก่ขันทีเกาเช่นเคย แม้ขันทีเกาจะบ่ายเบียงยังไง หลีเฉิงเฉียนก็ยังคงยัดเงินให้เขา หลี่เฉิงเฉียนไม่เคยมองว่าขันทีเกาเป็นทาส เขามองว่าเป็นสหายเสมอ
ทุกค่ำคืน เมื่อปลอดคน หลี่เฉิงเฉียนจะลงไปห้องลับ เขาสนใจตำราโบราณบนชั้นหลังโต๊ะทำงานยิ่งนัก เขาจะนั่งอ่านวันละ 1 ชั่วยามทุกคืน มีบันทึกตำราบางม้วนเป็นตำราการแพทย์ ตำราบางม้วนเก่าเก็บจนไม้ไผ่สึกกร่อน เช่นเดียวกับตำราที่อยู่ในมือเขานะตอนนี้ เป็นตำราเกี่ยวกับบันทึกการเดินทางของบันฑิตท่านหนึ่ง บันฑิตท่านนี้ได้บันทึกถึงโรคระบาดโรคหนึ่ง กล่าวว่าในตำบลหนึ่งเกิดโรคระบาดผู้คนล้มตายหลายหลังคาเรือน ผู้ที่ติดโรคจะมีตุ่มหนองขึ้นตามตัว หน้าเกียดหน้ากลัวมาก บางรายสามารถหายเองได้ บางรายเสียชีวิต แต่มีอยู่บ้านหนึ่งเป็นเด็กเลี้ยงวัว เพื่อนบ้านใกล้เคียงติดโรคหมด มีแต่เขาที่ไม่ติด สืบความได้ว่า เด็กเลี้ยงวัวบ้านยากจนเขามีวัวอยู่แค่ตัวเดียว วัวเขาเหมือนจะติดโรคระบาดกับผู้อื่นเหมือนกัน มันมีตุ่มหนองขึ้นตามตัว เด็กน้อยมิอาจตัดใจปล่อยให้มันตายได้ เขาเฝ้าประคบประหงมมัน ทั้งอาบน้ำเช็ดตัวให้มัน แม้มีตุ่มหนองก็ไม่คิดรังเกียด เขาเลี้ยงดูมันอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายวันก็ไม่มีอาการว่าจะเป็นอะไร ชาวบ้านเมื่อเห็นดังนั้นก็คิดว่าวัวที่เด็กน้อยเลี้ยงเป็นวัวศักดิ์สิทธ์ ทะยอยพาคนป่วยมากราบไหว้ มาลูบคลำ ชาวบ้านที่มาต่างมีอาการดีขึ้นภายใน 3 - 5 วัน ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำหนองของวัวสามารถรักษาโรคระบาดได้ ตำบลนั้นจึงผ่านพ้นการเป็นตำบลร้างไปได้.
เมื่ออ่านจบหลี่เฉิงเฉียน เทียบโรคระบาดที่ได้อ่านกับโรคระบาดที่เขาเคยศึกษามา ก็พบว่าโรคระบาดน่าจะเป็น โรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าในตำบลนั้นไม่บังเอิญเจอวิธีรักษา ถึงแม้จะรักษาตามความเชื่อก็ตามแต่ก็สามารถหยุดหายนะครั้งนั้นไว้ได้
วันรุ่งขึ้น กลางฤดูหนาวหิมะตกลงมาทับถมกันจนสูงปานหัวเข่า อากาศหนาวเหน็บ หลี่เฉิงเฉียนตื่นแต่เช้า กิจวัตรประจำวันของเขาคือ วิ่งรอบตำหนักตงกง เริ่มแรกวิ่งได้วันละรอบ วันหลังๆ ก็เพิ่มจำนวนรอบขึ้นเลื่อยๆ เขาต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้ทันรับการเดินทางไกลในภายภาคหน้า
ณ ห้องค้นคว้า ด้านนอกหนาวแต่ด้านในกับอบอุ่น พืชพันธุ์ที่ทดลองปลูกในห้องนี้ ต่างอาศัยความอบอุ่นจากเตียงเตา ต้นข้าวที่ปลูกไว้แตกยอดเติบโตสูงได้ประมาณ 1 ฉื่อแล้ว หลีเฉิงเฉียนวุ่่นวายอยู่กับการจดบันทึกการเจริญเติบโตของต้นข้าวลงบนผนังทั้ง 4 ด้าน ผนังแต่ละด้านจะปลูก ข้าวคนละสายพันธ์ุเพื่อกันการสับสนและให้เข้าใจง่าย ตอนนี้ข้าวยังไม่มีดอกช่วงนี้จึงยังไม่สำคัญนัก
ผักแต่ละชนิดที่หลี่เฉิงเฉียนปลูกจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 30-45 วัน จะมีก็แต่ถั่วงอกที่เก็บได้ทุก ๆ 3 วัน เมื่อปลูกผักมาได้ระยะเวลาหนึ่ง จำต้องมีปุ๋ยเพื่อเสริมสารอาหารในดิน หลีเฉิงเฉียนได้ไหเปล่าจากขันทีเกามาหลายใบ เขาจะนำมาหมักน้ำหมักชีวภาพ เขาใช้เศษหญาคา เศษอาหาร น้ำ และน้ำผึ้ง เป็นส่วนผสมปิดฝาไหทิ้งไว้ รอวันใช้งาน
ฤดูหนาว หิมะโปรยปราย ดอกเหมยฮว่าเบ่งบานท้าลมหนาว บ้างสีขาวนวล บ้างสีชมพูระเรื่อ จับกลุ่มเป็นพุ่มสวยงาม หลี่เฉิงเฉียนทดลองนำดอกเหมยฮว่ามาลองทำชา ได้ผลดีในระดับหนึ่ง กลิ่นหอมรัญจวน หวาน และชุ่มคอ
ถึงกำหนดส่งชาดอกเก๊กฮวย และถั่วงอกดิบ หลี่เฉิงเฉียนไม่ลืมที่จะให้นำชาเหมยฮว่า ไปนำเสนอแด่ฮองเฮา ขันทีเผิง(ต่อไปจะเรียกเผิงกงกง)
“ เผิงกงกง เจ้าค่ะ ขันทีจากตำหนักตงกงมาขอเข้าพบ ”
นางกำนัลยอบกาย
“ให้เขามาได้ ”
เผิงกงกงออกคำสั่ง นางกำนัลเดินนำหน้าพาขันทีเกาเข้ามาด้านในตำหนัก
“ ผู้น้อย คารวะเผิงกงกง ขอรับ ”
ขันทีเกาทำความเคารพ เผิงกงกงด้วยความนอบน้อม เผิงกงกงพยักหน้ารับ ขันทีเกายื่นของที่ขนมาให้เผิงกงกง พร้อมกับส่งชาดอกเหมยฮว่า ให้เผิงกงกง นี่เป็นชาใหม่ที่คุณชายทดลองทำขึ้นมา รสชาติดีไม่แพ้ชาดอกเก๊กฮวย ข้าน้อยจึงนำมาฝากเผิงกงกงชิม หากถูกปากคราวหน้าจะนำมาให้เพิ่ม เผิงขันทีพยักหน้าพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ
ทางด้านฮองเฮาทรงประทับอยู่ในตำหนัก กำลังจับของเล่นชิ้นหนึ่ง ทรงสี่เหลี่ยมแต่ละด้านจะมีลูกเต๋าเล็กๆ ติดกัน 9 ลูก สามารถหมุนได้หลายทิศทาง โจทย์ของมันคือการทำให้ ด้านแต่ละด้านมีสีเหมือนกัน แต่ละด้านมีสีเขียว เหลือง แดง ขาว น้ำเงิน และส้ม เจ้าลูกสี่เหลี่ยมนี้ได้มาจากซีเซี๊ยะ ฝ่าบาทเป็นผู้ประทานให้ หลังปีใหม่ 3 เดือน ซีเซี๊ยะ จะส่งคณะฑูตมาเยือน พร้อมกับส่งองค์หญิงน่าลามาพร้อมกับคณะฑูต เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และมีโจย์ 3 ข้อมาให้ฝ่าบาททรงแก้ปัญหาหากแก้ไขไม่ได้ เขาจะของเมืองหน้าด่านชายแดน 3 เมือง เป็นสิ่งตอบแทน ฮองเฮาทรงหมุนไปหมุนมาอยู่นานก็ไม่สามารถแก้ไขได้คงต้องให้ขุนนางท่านอื่นๆ ดูว่าน่าจะมีคนทำได้
ข่าวลูกสี่เหลี่ยม ขจรขจาย ไปทั่ววังหลวง ไม่พ้นแม่แต่ตำหนักตงกง ที่ตอนนี้เงี่ยบเหงา ไร้ผู้คน ขันทีเกาเล่าให้หลี่เฉิงเฉียนฟังถึงเหตุการณ์ด้านนอก ตามหาผู้มากความสามารถให้มาแก้โทย์ข้อนี้ หลี่เฉิงเฉียนได้ยินก็รู้ทันทีว่ามันคือ รูบิค ของเล่นชิ้นนี้เขาเล่นประจำ เขาชำนาญถึงขนาดสามารถสร้างมันขึ้นมาได้เลย ไม่คิดว่าจะมีใครเอามาเล่นกินบ้านกินเมืองกัน
ณ ตำหนักทรงพระอักษร ตำหนักไม้ทรงห้าเหลี่ยม เสาของตำหนักแกะสลักมังกรพันเสาอย่างวิจิตรบรรจง ท่าทางองอาจน่าเกรงขาม ด้านในตำหนักตกแต่งโอ่โถง มุกราตรีประดับอยู่เหนือกลางห้องส่องแสงสว่างปานเวลากลางวัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานเพิ่มสมาธิในการทำงานมากขึ้น ตรงข้ามประตูคือโต๊ะทรงงานปูด้วยผ้าไหมทองห้อยพู่ระย้าทรงคุณค่า หลี่ซื่อหมินกำลังนั่งสะสางราชกิจ อู๋กงกง คอยรับใช้อย่างใกล้ชิด เวลานี้สีหน้าของอู๋กงกงไม่ดีนัก สองจิตสองใจ จะรายงานสิ่งที่ได้รับฟังมาดีหรือปล่อยผ่านเลยดี หลี่ซื่อหมินเหมือนรู้ใจคนของตน
“ มีอะไรก็ว่ามา ”
หลี่ซื่อหมินเปิดประเด็นให้อู๋กงกง อู๋กงกงจึงกล้ากล่าวรายงาน เรื่องของคนในตำหนักตงกง 3 เดือนมานี้ คนในตำหนักตงกง มีท่าทีเปลี่ยนไป นำปลาเผาไปให้ตำหนักห้องเครื่อง ตำหนักกองสุรา และตำหนักคุนหนิง เรื่องชาดอกเก๊กฮวยที่ฝ่าบาททรงดื่มประจำก็มาจากตำหนักตงกง หลี่ซื่อหมินยังคงก้มหน้าก้มตาตอบฎีกา มือก็เขียน ตาก็ดู หูก็ฟัง ก่อนจะละจากพู่กัน หันไปสบตาอู๋กงกง พยักหน้าเข้าใจ
ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”
ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน
ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้
เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ
ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน







