Beranda / รักโบราณ / ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์ / เรื่องหมูหมู ที่ไม่หมู

Share

เรื่องหมูหมู ที่ไม่หมู

last update Tanggal publikasi: 2026-08-12 21:25:23

อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์ จากศตวรรษที่ 20 อย่างเขายังไงก็ต้องทำให้ได้ ว่าแล้วไฟในกายให้ลุกโชน เขานำหมูที่ได้มาล้างด้วยเหล้าและเกลือ ก่อนจะรีดน้ำให้ออกมาจากเนื้อหมูให้ได้มากที่สุด ทำซ้ำๆ อยู่หลายรอบ เขาใช้ไม้ทุบให้หมูนุ่ม หมักด้วย ขิง เกลือ พริกไทย น้ำมันงา และสมุนไพรหลากชนิด หมักทิ้งไว้นาน 1 ชั่วยาม 

“ ฉ่าาาาา ” เสียงหมูทอดบนกระทะร้อนๆ น้ำมันแตกฟองเดือดปุดๆ  ควันลอยฟุ้งเหนือกระทะ หลี่เฉิงเฉียนทอดหมูอยู่ 1 เค่อ เมื่อหมูสุกได้ที่จึงตักน้ำมันออก ใส่น้ำลงไปใส่สมุนไพรจีนลงไปเพิ่ม ก่อนจะปิดฝาตุ๋นต่อให้เปื่อย

1 ชั่วยามผ่านไป ควันจากกระทะลอยละล่อง ดั่งเต้นระบำเคล้าคลอสายลม กลิ่นสมุนไพรหอมรัญจวนชวนให้ใหลหลงคล้ายต้องมนต์สะกด 

“ ปุด ปุด ๆ ” เสียงน้ำตุ๋นยาจีนกำลังขับร้องประสานเสียง ขับกล่อมจรรโลงใจผู้เฝ้ารอทั้งสอง เมื่อหลี่เฉิงเฉียนเปิดฝากระทะออก ควันดั่งหมานหมอกมายายามรุ่งอรุณ ค่อยๆ ลอยจางหายไป กลิ่นหอมสมุนไพรขจรขจายทั่วตำหนัก จากกลิ่นสาบไม่พึงประสงค์อวตารเป็นสุคนธรสเลิศล้ำเหนือสิ่งอื่นใด  เนื้อหมูตุ๋นสมุนไพรมันแวววาววิบวับอวดโฉมต่อหน้าคนทั้งสอง หลี่เฉิงเฉียนอดรนทนไม่ไหว รีบคีบหมูตุ๋นขึ้นมาหนึ่งชิ้นสูดดมหากลิ่นแปลกปลอม เมื่อไม่พบจึงนำเข้าปากเคี่ยวไปเป่าปากไป ชิ้นเนื้อที่ยังร้อน มิอาจทัดทานความกระหายของหลี่เฉิงเฉียนได้ 

“ อึก ” ขันทีเกาจ้องมองที่ปากของหลี่เฉิงเฉียน ตอนนี้กำลังละเมียดละไมเสพสุขจากหมูตุ๋นสมุนไพรจีน เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ใจจดจ่อรอคอยการบรรยายถึงความอร่อย หลี่เฉิงเฉียนคีบหมูให้ขันทีเกาลองชิมหนึ่งชิ้น ขันทีเการับมาชิมโดยไม่สนใจควันที่ลอยออกมาจากหมูชิ้นนั้น ดั่งต้องมนต์สะกด ความอร่อยของหมูตุ๋นสมุนไพรจีนกระแทกวิญญาณของขันทีเกาหลุดออกจากร่าง เคี่ยวไปเป่าปากไป อาการไม่ต่างจากหลี่เฉียงเฉียน ทั้งสองดั่งสหายร่วมเป็นร่วมตายอิ่มหนำกับหมูตุ๋นสมุนไพรีนมื้อนี้ หลี่เฉิงเฉียนยังไม่ลืมแสดงความกตัญญูต่อมารดาแบ่งหมูตุ๋นไว้ให้ฮองเฮาจานใหญ่ 

ยามอู่ หลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกา นำหมูตุ๋นสมุนไพรจีน ผัดเต้าหู้ถั่วงอก ชาดอกเก๊กฮวย และถั่วงอกสด ไปส่งที่ตำหนักคุณหนิง ขันทีเการีบเดินทางให้ทันก่อนมื้อเที่ยงของฮองเฮา 

“ ขันทีเผิงเจ้าคะ มีขันทีน้อยจากตำหนักตงกงมาขอพบ เจ้าค่ะ ” นางกำนัลรีบมารายงานขันทีอาวุโส

“ เชิญเขาเข้ามา ” ขันทีเผิงออกคำสั่ง  ไม่นานขันทีเกาก็เดินถือปิ่นโตและของพลุงพลังเข้ามาพร้อมกับทำความเคารพ ขันทีเกานำชาดอกเก๊กฮวยมาส่ง พร้อมกับนำอาหารและถั่วงอกมาถวายฮองเฮาโดยไม่ลืมอธิบายถึงอาหารทั้งสองชนิดว่า หลี่เฉิงเฉียนต้องการแสดงความกตัญญูต่อมารดา กลัวว่าหน้าหนาวมารดาจะได้กินแต่ผักดองไม่ได้กินผักสด จึงส่งถั่วงอกสดมาให้ ขันทีเผิงมีสีหน้าไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าหนึ่งในอาหารมีจานที่ทำจากเนื้อหมู 

“ เจ้าจะให้ฮองเฮาเสวยเนื้อชั้นต่ำเช่นนั้น รึ ” ขันทีเผิงตวาดเสียงดัง ขันทีเกาสะดุ้งโหยง รีบคุกเข่าโขกศีรษะซ้ำ 

“ ข้าน้อยมิกล้า ”

“ ข้าน้อยมิกล้า ” 

“ ข้าน้อยมิกล้า ” 

“ เกิดอะไรขึ้น ” เสียงสตรีสูงศักดิ์เอ่ยถาม เมื่อขันทีเผิงได้ยินึงรีบเข้าไปกราบทูลฮองเฮา เรื่องที่คนตำหนักตงกง ส่งชาดอกเก๊กฮวยมาให้ และมีอาหารมาถวาย พร้อมผักสด เมื่อฮองเฮาได้ยินว่ามีผักสด ด้วยความแปลกใจ จึงให้ขันทีน้อยเข้าเฝ้า

“ ถวายพระพรฮองเฮา พ่ะย่ะค่ะ ” ขันทีเการีบทำความเคารพด้วยอาการตัวสั่นเทา ขันทีเการีบอธิบายถึงเหตุที่มาเยือน เรียนฮองเฮาข้าน้อยนำชาดอกเก๊กฮวยมาส่งพ่ะย่ะค่ะ คุณชายเป็นห่วงพระองค์ หน้าหนาวต้าถังไม่มีผักสดกินได้แต่กินผักดอง คุณชายจึงเพาะถั่วงอก เป็นผักสดมาถวายพ่ะย่ะค่ะ และยังทำผัดเต้าหู้ถัวงอก และ หมูตุ๋นสมุนไพรจีน ถวายฮองเฮาเพื่อแสดงถึงความกตัญญูที่มีต่อฮองเฮาพ่ะค่ะย่ะ 

เมื่อฮองเฮาได้ฟังจนจบ จึงมีรับสั่งให้ตั้งโต๊ะและเอาอาหารทั้งสองรายการขึ้นโต๊ะด้วย ฮองเฮาคีบเต้าหู้ผัดถั่วงอกขึ้นมาชิม รู้สึกพอพระทัยยิ่งนัก หลายวันแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสผักสด ก่อนคีบเนื้อหมูตุ๋นยาจีนขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่อาหารจานนี้วางไว้บนโต๊ะฮองเฮาไม่ได้กลิ่นสาบของหมูเลย มีแต่กลิ่นหอมสมุนไพร ฮองเฮาค่อยๆ ละเมียดละไมหมูตุ๋นตรงหน้า เมื่อลิ้นสัมผัสเนื้อหมู รสชาติแปลกใหม่ ละมุนน่มลึก ทำให้ฮองเฮาตกอยู่ในภวังค์ชั่วคราว รสชาติดียิ่งนัก หากได้นำขึ้นถวายฝ่าบาทต้องเป็นที่พอพระทัยยิ่งนัก หากสามารถทำให้เนื้อหมูเป็นแพร่หลายในหมู่ราษฎรได้ จะช่วยให้ราษฎรมีชีวิตการกินที่ดีขึ้น เพราะเนื้อหมูราคาถูก เราขอขอบใจมากที่ยังมีใจคิดถึงเปิ่นกง อีกหนึ่งเดือนครึ่งจะถึงวันปีใหม่ เปิ่นกงอยากให้เจ้าส่งถั่วงอกให้ตำหนักคุนหนิงที่เหลือเปิ่นกงจะให้คนของเปิ่่นกงจัดการให้เรียบร้อย ก่อนจากฮองเอาพระราชทานเงินให้หนึ่งถุง ขันทีเกาออกมาจากตำหนักคุนหนิง รีบเดินกันไปหาหลี่เฉิงเฉียนที่ตำหนักตงกง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ปราชัยไร้ดินกลบหน้า 1

    ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ซีเจียงกรีฑาทัพ เฉิงฉู่โม่ใช้อุบายเฝ้าเมือง

    ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 2

    ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 2

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 1

    เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 1

    ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status