Share

ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์
ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์
Penulis: บัวหลวง

ลาลับอย่างเดียวดาย

last update Tanggal publikasi: 2026-08-10 18:22:11

ศักราชเจิ้นกวน พระจักรพรรดิถังไท่จง (หลี่ซื่อหมิน) ขึ้นครองราชย์ปีที่ 8 หลังจากการก่อกบฏไม่สำเร็จ ของหลี่เฉิงเฉียน จึงถูกจองจำอยู่ในตำหนักตงกง เพราะไม่อยากสร้างความบอบช้ำทางจิตใจเพิ่มเติมให้แก่ ไท่ซ่างหวง และเพราะความรักที่มีให้แก่ ฮองเฮาจ่างซุนจึงงดโทษประหารชีวิต เป็นเนรเทศไปชายแดนแทน อีกทั้งฮองเฮาจ่างซุนยังขอประทานอนุญาตให้เลื่อนการเนรเทศออกไปชั่วคราว เพราะหลี่เฉิงเฉียนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน ราษฎรทั้งใน และนอกเมืองหลวงต่าง ก้นด่าสาปแช่งอยากให้หลี่เฉิงเฉียนตายในเร็ววัน แต่ด้วยความเป็นมารดาผู้เฝ้าถนอมเลี้ยงดู หลี่เฉิงเฉียนมาตั้งแต่เล็กยากทำใจ ปล่อยให้โอรสถูกเนรเทศทั้งสภาพเช่นนั้น 

พระตำหนักคุนหนิง ตำหนักประทับสำหรับฮองเฮาจ่างซุน ตำหนักที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนวิจิตรบรรจง  แต่งแต้มสีสันด้วยมวลพฤกษานานาพันธุ์ ดั่งตำหนักแห่งสรวงสวรรค์ แต่สำหรับฮองเฮาจ่างซุนแล้ว ตำหนักนี้ช่างว้าเหว่เดียวดาย ในฤทัยหม่นหมองยิ่งนัก พระองค์นั่งเอนกายอยู่ภายในตำหนัก ดวงตาเหม่อลอยทอดมองออกไปด้านนอก

 

“ ฝ่าบาทเสด็จ !!” 

เสียงขันทีป่าวประกาศ แจ้งเตือนถึงผู้มาเยือนตำหนักคุนหนิง ฮองเฮาจ่างซุนตื่นจากภวังค์ รีบเข้ามารับเสด็จพระสวามีโดยพลัน 

“ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี ” 

ฮองเฮาจ่างซุน นำนางกำนัล และ ขันทีน้อยใหญ่ ยอบกายทำความเคารพต่อหลี่ซื่อหมินโอรสสวรรค์ 

“ ตามสบายไม่ต้องมากพิธี ”

เมื่อโอรสสวรรค์กล่าวจบ ก็เข้าประคองฮองเฮาของต้นขึ้น พร้อมกับพากันเดินเข้าตำหนัก ประทับนั่งโต๊ะกลางตำหนักทั้งสองพระองค์ หลี่ซื่อหมินทอดพระเนตร แววตาของฮองเฮาจ่างซุนก็รู้ว่าในใจนั้นเป็นกังวลเรื่อง หลี่เฉิงเฉียน ทำได้เพียงจับมือคนรัก พร้อมปลอบประโลม และให้คำมั่น

“ เจิ้น รับปากว่าจะให้ หลี่เฉิงเฉียน พักรักษาตัวภายในตำหนักตงกง เป็นเวลา 2 ปี  มัน!! จะถููกปลดเป็นสามัญชนธรรมดา หากภายใน 2 ปี ยังไม่หายให้ส่งเนรเทศทันทีไม่มีข้อยกเว้น ”

หลี่ซื่อหมิน กล่าวคำมั่น ด้วยอารมณ์เดือดดาล พร้อมกับลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากตำหนักคุนหนิง ด้วยสีหน้าถมึงทึง 

“ ขอบพระทัยฝ่าบาท ”

ฮองเฮาจ่างซุน ก้มลงหมอบกราบ ส่งเสด็จพระสวามี ด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม

ด้วยบัญชาแห่งโอรสสวรรค์ ราชโองการที่ทำให้ต้าถัง สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น คงหนีไม่พ้น การจองจำ หลี่เฉิงเฉียน ในตำหนักตงกง เป็นเวลา 2 ปี ถอดยศถอดตำแหน่งเป็นสามัญชนคนธรรมดา พ้นสองปีแล้วให้เนรเทศไปชายแดน ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์ลับหลังโอรสสวรรค์ ด้วยกลัวอาญาแผ่นดิน 

หลี่เฉิงเฉียนถูกนำตัวออกจากคุกหลวง สู่ตำหนักตงกง เวลานี้ตำหนักตงกงถูกสั่งปิดตาย ไม่ให้ใครเข้าออกภายในตำหนัก ยกเว้นขันทีผู้ทำหน้าที่ส่งอาหาร และหมอหลวงผู้ได้รับอนุญาต ให้เขามารักษาได้เดือนละ 1 ครั้งนอกนั้นต้องได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้เท่านั้น

ณ ตำหนักตงกง ตำหนักประจำองค์รัชทายาท สถานที่ที่เคยงดงามโอ่โถง คลาคล่ำไปด้วยนางกำนัล ขันทีน้อยใหญ่ เดินกันพลุกพล่าน มาบัดนี้กับเงี่ยบเหงาไร้ผู้คน เหมือนดังภาพฝันสลายดั่งหมอกควันในพริบตา 

“ แอ๊ดดด !! ” 

ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก ขันทีน้อยกำลังยกสำรับอาหารวางไว้ที่โต๊ะกลมกลางห้อง พร้อมกับค่อยๆ ย่องเข้าไปหาหลี่เฉิงเฉียน สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากขอทาน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น นอนสลบอยู่บนเตียง 

“ คุณชาย คุณชาย ”  ขันทีร้องเรียก หลี่เฉิงเฉียน เพราะถูกถอดยศ จึงไม่สามารถเรียก รัชทายาทได้อีกแล้ว แต่ขันทีก็ยังคงให้เกียรติหลี่เฉิงเฉียน เพราะการอยู่ในวังหลวงเขาต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา หากทำอะไรผิดพลาดไป แม้เรื่องเล็กน้อยก็อาจมีโทษถึงแก่ชีวิตได้ อีกทั้งแม้เป็นสามัญชน แต่ก็มีมารดาเป็นถึงฮองเฮา ร่างบนเตียงค่อยๆ ขยับพร้อมตอบรับ 

“ น้ำาาา ” เสียงแหบพร่าของหลี่เฉิงเฉียน ระคนความเจ็บปวด ขันทีน้อยรีบรินน้ำชาอุ่นๆ พร้อมประคองหลี่เฉิงเฉียน ให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ค่อยๆ ป้อนน้ำชาเข้าปากทีละนิด

“ อึก ๆ ” หลี่เฉิงเฉียนดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย 

“ ดื่มยาที่หมอหลวงสั่งให้ก่อนนะขอรับ อาการจะได้ดีขึ้น ” ขันทีน้อยป้อนยาให้หลี่เฉิงเฉียนดื่ม เมื่อเสร็จธุระแล้ว ขันทีน้อยจัดท่าทางให้หลี่เฉิงเฉียนนอนพักให้สบายมากขึ้น หลี่เฉิงเฉียงนอนหยอดน้ำข้าวต้ม นานอยู่ 3 เดือน จึงพอมีแรงลุกขึ้นมานั่งเองได้ บาดแผลที่ได้รับจากการลงทัณฑ์ ลึกถึงกระดูกบาดแผลทางกายพอรักษาให้หายได้  แต่บาดแผลทางใจนั้นอยากรักษา

วันเวลาผันผ่าน ตำหนักตงกง ที่เคยสวยงามก็มีสภาพไม่ต่างจากตำหนักเย็น ต้นหญ้าขึ้นรกรุงรัง หยากไย่แมงมุมเกาะตามมุมต่าง ๆ ของตำหนัก นกน้อยหลากหลายพันธุ์ เริ่มทะยอยเข้ามาทำรัง เพราะมันสัมผัสได้ว่าที่นี้ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมานานแล้ว อีกทั้งการเข้มงวดกวดขันของทหารเฝ้าตำหนัก ยังคงแน่นหนาสัตว์มีพิษนานาชนิดมิอาจเข้าใกล้ 

“ เฮ้อ…. ” เสียงถอนหายใจของหมอหลวงจาง ผู้ได้รับคำบัญชาให้มาตรวจอาการให้หลี่เฉิงเฉียนทุกๆ เดือน อดเป็นห่วงไม่ได้ นี้ก็ผ่านมา 6 เดือนแล้ว บาดแผลทางร่างกายเริ่มสมานกันดีแล้ว จะเหลือก็บาดแผลทางใจ ด้วยไม่ได้เตรียมใจไว้สำหรับความพ่่ายแพ้ ทำให้จิตตกอยู่ในภวังค์เศร้าหมอง กลายเป็นโรคใจยากจะรักษา หากยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไปคงอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวปีนี้

วันเหมายันมาเยือน พระราชวังฉางอาน มีการจัดงานสังสรรค์ ขุนนางต่างเข้าเฝ้าหน้าท้องพระโรง เพื่อถวายคำอวยพรแด่โอรสสวรรค์ ตั้งแต่เช้าครั้นยามโหย่ว ( 17:00-19:00 น.) มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ณ พระตำหนักหลินเต๋อ บรรดาแขกรับเชิญ ทั้งเชื้อพระวงศ์ ขุนนางขั้น 5 ขึ้นไป อีกทั้ง ฮูหยินผู้เฒ่าตราตั้ง ฮูหยินใหญ่ บุตร ธิดา ขุนนางต่าง ๆ ที่มาในงานครั้งนี้ ต่างแต่งตัวสวยงาม ภูมิฐานเพื่อให้สมพระเกียรติที่ได้รับเชิญมางานนี้

ในมุม ๆ หนึ่งที่แสงแห่งความรื่นเริงส่องมาไม่ถึง หลี่เฉิงเฉียน นั่งเหม่อลอยพิงเสาอยู่หน้าตำหนักตงกง ได้ยินเพียงเสียงของงานสังสรรค์ นางกำนัล และ ขันทีน้อยใหญ่ ต่างให้ความสนใจ พยายามเข้าใกล้ ตำหนักหลินเต๋อ ให้ได้มากที่สุด ภาพวันวานแห่งความสุขหวนให้คนึงหา ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์จวบจนโตเป็นหนุ่ม น้ำตาไหลนองหน้า โรคใจกัดกินเวลาชีวิตของหลีเฉิงเฉียนมาถึงวาระสุดท้ายของเขาแล้ว อากาศวันนี้ช่างเหน็บหนาวเสียเหลือเกิน หิมะเริ่มตกโปรยปรายลงมา เปลือกตาค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ พร้อมกับการเปล่งเสียงเบา ๆ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับหายไป

“ ท่านแม่ข้าขอโทษ ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ปราชัยไร้ดินกลบหน้า 1

    ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ซีเจียงกรีฑาทัพ เฉิงฉู่โม่ใช้อุบายเฝ้าเมือง

    ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 2

    ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 2

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   จับโจรต้องถอนรากถอนโคน 1

    เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกครั้งนี้รอก็แค่เวลา 1

    ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status