Masukณ พระราชวังต้าหมิงกง ปี ค.ศ. 2023 วันนี้ตรงกับวันเทศกาลเช็งเม้ง นักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมพระราชวัง เบาบางตาเพราะต้องไปพบปะญาติพี่น้องที่สุสานบรรพบุรุษของตนเอง อีกทั้งมีประกาศจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แจ้งว่าวันนี้จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก เกิดขึ้นพร้อมกันสองปรากฏการณ์นั่นคือ สุริยุปราคา และ ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ ตอนเวลาเที่ยงตรง
ตำหนักแห่งหนึ่ง ในพระราชวังต้าหมิงกง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของจักรพรรดิแต่ละพระองค์ ของราชวงศ์ถัง ด้านล่างตั้งโต๊ะวางป้ายวิญญาณของเชื้อพระวงศ์แต่ละพระองค์ ด้านหลังสุด ในมุม ๆ หนึ่งมีป้ายวิญญาณไร้ชื่ออยู่ป้ายหนึ่ง หากไล่รายชื่อป้ายของเชื้อพระวงศ์แล้วจะขาดไปหนึ่งชื่อคือ ป้ายวิญญาณของหลี่เฉิงเฉียนโอรสองค์โตของหลี่ซื่อหมิน ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏทรพี
วันนี้เฉกเช่นของทุกปี หลี่จงจะเขามาเยือนพระราชวังต้าหมิงกง เขายืนสงบไว้อาลัย ระลึกถึงบรรพบุรุษของตนเอง พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวจากบันทึกของบุตรหลาน สายตรงของหลี่เฉิงเฉียนในอดีต แต่ละช่วงชีวิตของการทำความดีงาม โดยไม่มีการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เขาทำแบบนี้มาหลายปีแล้วด้วยเกิดความคิดว่าควรเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเป็นการไถ่โทษให้แก้บรรพบุรุษของตน ปัจจุบันหลี่จง มีอายุ 28 ปี จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกาเป็นอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นคนฉลาดหลักแหลม เข้ากับผู้อื่นง่าย ใช้ชีวิตสบาย ๆ
วันนี้เป็นเรื่องราวของทายาทสายตรงลำดับที่ 9 ในระหว่างกำลังเล่าเรื่องราวอยู่นั้น ความมืดค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว สุริยุปราคากำลังเกิดขึ้น แสงสว่างถูกความมืดกลืนกินโดยสมบูรณ์ ตำหนักทั้งตำหนักตกอยู่ในความมืดมิด เหนือน่านฟ้า พระราชวังต้าหมิงกง ขบวนทัพฝนดาวตกนับล้านดวงกำลังเคลื่อนผ่าน ด้วยความเร็วสูง การเคลื่อนผ่านของฝนดาวตกนับล้านดวง ก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง ซ้อนทับกันเป็นจำนวนนับล้านวง
ตามตำนานเล่าขาน พระราชวังต้าหมิงกง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้องครึ่ง เนื่องจากองค์จักรพรรดิ์เป็นโอรสสวรรค์ ทรงประทับ ณ ตำหนักหมื่นห้อง แต่ไม่สามารถสร้างหมื่นห้องได้ เพราะบนสรวงสวรรค์มีตำหนักหมื่นห้องเช่นกัน จึงไม่สามารถสร้างทัดเทียมตำหนักบนสรวงสวรรค์ได้ ครึ่งห้องสุดท้ายเป็นเพียงแค่ประตูบานหนึ่งซึ่งไม่สามารถเปิดออกได้ โดยมีรูปเทพเหมินเสินติดอยู่ วันเวลาผันผ่านฤดูกาลเปลี่ยนผัน ไม้ที่ใช้ทำประตูก็เริ่มผุพัง ขุนนางช่างฝีมือจำต้องบูรณะซ่อมแซมใหม่ เศษชิ้นส่วนไม้ต่าง ๆ ก็ยังคงเก็บไว้ในกองคลัง
วันหนึ่ง เมื่อหลี่เฉิงเฉียนจากไปแล้ว ฮองเฮาจ่างซุน มีพระราชเสาวนีย์ให้ช่างฝีมือ ทำป้ายวิญญาณให้แก่ หลี่เฉิงเฉียน เมื่อความนี้ไปถึงพระกรรณของหลี่ซื่อหมิน จึงไม่พอพระทัยยิ่งนัก รับสั่งให้ทำแค่ป้ายวิญญาณ ไม่ให้จารึกชื่อลงบนป้ายวิญญาณ ขุนนางช่างฝีมือที่ทำป้ายวิญญาณไม่รู้ว่าไม้ที่นำมาทำเป็นเศษบานประตูเทพเหมินเสิน จึงทำป้ายวิญญาณถวายแด่ฮองเฮา จากวันนั้น ป้ายวิญญาณของหลี่เฉิงเฉียน ก็ได้มาตั้งอยู่ในพระราชวังต้าหมินกง จวบจนทุกวันนี้.
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง จากฝนดาวตกนับล้านดวง เกิดปฏิกิริยาต่อเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของหลี่เฉิงเฉียนที่สถิตอยู่ในป้ายวิญญาณ คลื่นแม่เหล็กและเศษเสี้ยววิญญาณหลอมรวมกันก่อเกิด ยุตวรรสทวาร ประตูสู่ห้องที่หนึ่งหมื่นแห่งพระราชวังต้าหมิงกงได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้ว มันคือประตูมิติแห่งกาลเวลา คลื่นแม่เหล็กและเศษเสี้ยววิญญาณร่วมมือกันก่อกบฏแหกกฏสวรรค์ จำต้องรับโทสะทัณฑ์จากฟากฟ้า เมฆทมิฬก่อตัวขึ้นเหนือพระราชวังต้าหมิงกง สายวัชระแหวกว่ายเมฆา
“ ครืนนนน ครืนนนน ”
“ เปรี้ยงงงงง !! ” เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องกัมปนาท สายวัชระพุ่งตกลงมาที่ พระราชวังต้าหมิงกง แต่ด้วยนวัตกรรมยุคใหม่ หลังคาแต่ละตำหนักติดตั้งสายล่อฟ้าทำให้สายฟ้ามิอาจทำอะไรพระราชวังได้
ป้ายวิญญาณของหลี่เฉิงเฉียน ปรากฏแสงสว่างวาบ ดึงดูดจิตวิญญาณของหลี่จง เข้าไปในมิติกาลเวลา เขารู้สึกตัวอีกที เหมือนมีคนกำลังสะกิดเรียก
“ คุณชาย คุณชายขอรับ ทำไมมานั่งตากหิมะอยู่ตรงนี้ขอรับ ” เสียงเล็กแหลมของขันทีน้อยปลุกให้หลี่จง ค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลี่จงนิ่งงันเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ รู้สึกมึนงงกับสิ่งแวดล้อมแปลกตาในขณะนี้ เมื่อได้สติหลี่จง ลุกพรวด.!!จากพื้นใช้สองมือตบหน้าของตัวเองซ้ำ ๆ
“ นี้เราอยู่ที่ไหน..? ”
“ หรือว่ากำลังฝันไป..? ”
“ แล้ว แล้ว ท่านเป็นใคร ? ”
“ เป็นคน หรือ เป็นผี ?”
คำถามมากมายหลุดออกจากปากหลี่จง เมื่อขันทีได้เห็นท่าทางของหลี่เฉิงเฉียน ที่ดูแปลกไป ก็ผงะถอยหลังออกไปสองสามก้าวตามสัญชาตญาณก่อนจะได้สติกับมา และคิดว่าที่คุณชายดูแปลกไปอาจจะเพราะตกใจที่มีคนมาปลุกให้ตื่นกระทันหัน จึงค่อย ๆ อธิบายให้เจ้านายของตนฟัง
“ วันนี้มีงานฉลองเนื่องในวันเหมายัน ที่ตำหนักหลิงเต๋อ นางกำนัลและขันทีห้องเครื่อง ออกไปดูละครงิ้วคณะหวงเหมยกันหมด ข้าน้อยกลัวคุณชายจะเหงาก็เลยแอบหยิบ สุราและของกินเล่นมาให้ขอรับ ”
หลี่จงทำใจดีสู้เสือ พยักหน้ารับ คนตรงหน้า ก่อนจะหันซ้ายแลขวาไปเจอโต๊ะอาหารด้านในตำหนัก
“ เอาไปวางไว้ข้างในก่อน ” หลี่จงพยายามเอ่ยคำออกมาไม่ให้มีพิรุธ ขันทีจึงเดินเข้าไปด้านในตำหนัก หลี่จงหายใจลึก ๆ เพื่อตั้งสติทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาคิดในใจว่า
“ นี้เราย้อนมาอยู่ในอดีต หรือ ทะลุมิติมาอยู่โลกคู่ขนานกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ มันคือเรื่องจริง ไม่ได้ฝันไป หากกลับไปได้คงต้องทำวิจัยทฤษฏีสัมพัทธภาพดู แต่ตอนนี้คงต้องตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ”
“ สุรา เตรียมไว้ให้คุณชายเรียบร้อยแล้วขอรับ ” ขันทีวางของไว้ที่โต๊ะและหันมาสนทนากับเจ้านาย
ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”
ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน
ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้
เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ
ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน







