Se connecterอู๋กงกงหันไปมองตามผนังก็เห็นจริงดั่งว่า
สิ่งที่ อู๋กงกงสงสัยอีกอย่างคือ ยู่หมี่ใช้เป็นอาหารม้าไม่มีใครรับประทานกับ คุณชายปลูกไว้ทำไม่ ? หลี่เฉิงเฉียนจึงกล่าวว่า
“ยู่หมี่คนก็สามารถทานได้ ทั้งฝักอ่อนนำไปผัด ฝักแก่ไปต้มหรือย่างก็อร่อย ตอนนี้ฝักยู่หมี่ยังไม่โตเต็มที่ถ้าโตเต็มที่แล้วจะทำเป็นอาหารให้ขันทีเกาไปส่งให้ ฮองเฮา และ อู๋กงกงที่ตำหนัก”
เมื่อเดินมาที่ห้องที่สอง ก็พบว่าในห้องเต็มไปด้วย ผักกาด ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง และถั่วงอก ผักทั้งหมดจะส่งให้ฮองเฮาเพื่อนำไปทำอาหารขึ้นโต๊ะให้ฝ่าบาท ในงานฉลองปีใหม่ที่จะถึง เป็นของขวัญที่บุตรคนหนึ่งจะทำเพื่อบิดา มารดาได้
ห้องสุดท้ายหลี่เฉิงเฉียน อนุญาติให้ฮองเฮา อู๋กงกง และเผิงกงกง เข้าได้เท่านั้น เพราะห้องนี้สำคัญกับตัวเขามาก เมื่อทั้งสามเข้ามาในห้อง ต้องแปลกใจกับสิ่งที่พบเห็น กงกงทั้งสองปากอ้าตาค้าง บัดนี้ในครรลองจักษุของอู๋กงกง มีต้นข้าวเขียวขจีเต็มไปทั้งห้อง หลี่เฉิงเฉียนอธิบายถึงสิ่งที่เขากำลังทำในห้องนี้
“ผู้น้อยกำลังค้นคว้าพัฒนาพันธุ์ข้าวของต้าถัง ให้สามารถปลูกได้ปริมาณที่มากขึ้น ผู้น้องต้องคอยเฝ้าทะนุถนอมต้นข้าวเหล่านี้ไม่ให้ห่างตา”
ฮองเฮาทอดพระเนตรเห็นเครื่องนอนบนเตียงเตา ก็เข้าใจได้ทันที่ว่าบุตรของตนอย่างน้อยต้องคลุกอยู่ที่นี้เป็นเวลานานแสนนาน
ในห้องนี้ไม่ได้มีต้นข้าวเพียงสายพันธุ์เดียว แต่มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ข้าวสาลี ข้าวเหนียวดำ ข้าวหอม ข้าวสาลีหากค้นคว้าได้สำเร็จ น่าจะได้ผลผลิตอย่างมากสุด ประมาณ 6,000 จินต่อไร่ เมื่อทั้ง 3 คนได้ฟังจำนวนผลผลิต ต่างต้องหันหน้าไปมองชายผู้อธิบาย ด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติข้าวสาลี 1 ไร่จะได้ผลผลิต 500 - 600 จินเท่านั้นแต่นี้ได้มากกว่าถึง 10 เท่า หากสามารถทำได้จริงความอดอยากของประชาชนชาวต้าถังจะต้องหมดไป ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น
อีกสองสายพันธุ์จะเป็นการผสมผสานระหว่างข้าวเหนียวดำ กับ ข้ามหอม หากทำสำเร็จจะได้ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มีในโลก
“ผู้น้อยตั้งชื่อว่า ข้าวหอมจักรพรรดิ์ เมล็ดข้าวจะเรียวยาวเหมือนข้าวหอม หุงง่ายมีสีแดงทับทิม ข้าวพันธุ์นี้ผู้น้อยตั้งใจถวายให้แด่องค์ฮองเต้ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูที่บุตร พึงมีต่อบิดา และมารดา ”
ทั้งสามได้ฟังปณิธานของหลี่เฉิงเฉียน ก็ให้แอบชื่นชมอยู่ในใจ นี้คืออัจฉริยะในรอบพันปี
ก่อนฮองเฮาจะกับ พระนางทอดพระเนตรเห็นโต๊ะน้ำชาตัวหนึ่ง
“เก้าอี้นั่งทำไมมีสามขา?”
“ เก้าอี้ตัวนั้นเป็นตัวที่ผู้น้อยนั่งเป็นประจำ เหตุที่เก้าอี้นั้นเหลือสามขา เพื่อตอกย้ำตนเองว่าชีวิตของคนเรานั้นมีหลายเส้นทาง อดีตผู้น้อยเคยเพียบพร้อมไปด้วย ยศถาบรรดาศักดิ์ ความใฝ่ฝันของผู้น้อย คือต้องการเดินตามรอยบิดาของตน ผู้น้อยเฝ้ามองแผ่นหลังของบิดา มองเห็นความทุ่มเท ความเอาใจใส่ ความเมตตาที่มีให้กับประชาชนชาวต้าถัง พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ดี แต่อาจจะไม่ใช้พ่อที่ดี เส้นทางการเป็นกษัตริย์ของผู้น้อยจบลงแล้วในอดีต สิ่งที่ผู้น้อยต้องการคือ ระหว่างที่ยังคงอยู่ในวังจะกตัญญูต่อ บิดามารดาให้มาก เมื่อออกไปแล้วจะกตัญญูต่อแผ่นดินต้าถังให้มาก ผู้น้อยจะช่วยเหลือประชาชนชาวต้าถังให้ได้มากที่สุด กษัตริย์มีอำนาจแต่ขาดอิสระเสรี ผู้น้อยไม่มีอำนาจแต่มีเสรี สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทุกที่ที่มีชาวต้าถัง ทุกที่ที่มีความยากลำบาก ผู้น้อยจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากนั้น”
ฮองเฮามองบุตรชายของตน ในตาของเขา ชั่งสดใส แจ่มแจ้ง และมุ่งมั่น เมื่อส่งเสด็จฮองเฮาเสร็จแล้ว หลี่เฉิงเฉียนนั่งจิบชาใจลอย วันนี้เขารู้สึกว่าร่างกายนี้ได้รับการเติมเต็มความต้องการบางอย่าง ดวงใจเบิกบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่ออู๋กงกง ออกจากตำหนักตงกง รีบทะยานกลับตำหนักทรงพระอักษรทันที อู๋กงกงรายงานเรื่องต่างๆ ที่พบเห็นการจับปลาโดยใช้ค่ายกลศึก อาหารมื้อกลางวันที่มีเนื้อหมูแต่ไม่มีกลิ่นสาบจากหมูเลย ห้องปลูกผักที่มีผักทั้ง 3 ชนิดอยู่เต็มห้อง ห้องค้นคว้าเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิต 6,000 จินต่อไร่ และเรื่องสุดท้ายคือ ปณิธานของหลี่เฉิงเฉียน
ฮ่องเต้เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เมื่อได้รับรู้ถึงความอัจฉริยะของบุตรชายคนโต หากเขาไม่ได้ทำผิด เขาจะเป็นความหวังแห่งต้าถัง เขาอาจจะเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าถังก็ได้ ฮ่องเต้ได้แต่ถอนใจ
เมื่อปลอดคนแล้ว หลี่เฉิงเฉียนก็เข้าไปห้องลับอย่างเคย เขาอ่านตำราบนชั้นจนจะครบทุกม้วนแล้ว วันนี้ตำราที่หยิบมาอ่านเป็นตำราวรยุทธ เขาไม่เชื่อเรื่องวรยุทธ เพราะโลกที่เขาจากมา วรยุทธเป็นสิ่งหลอกลวงเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตน เขาอ่านผ่านๆ ไม่ได้สนใจ อะไรที่เป็นประโยชน์เขาจะจดจำและนำไปใช้
วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ หลี่เฉิงเฉียนวิ่งวุ่นแต่เช้า เขารับปากฮองเฮาว่าจะเอาผักไปส่งให้ที่ตำหนักคุนหนิง รถลากคันหนึ่งบรรทุกผักสดไว้เต็มคัน ขันทีเกาและหลี่เฉิงเฉียนช่วยกันลากรถขนผักไปที่หน้าตำหนักตงกง เมื่อถึงหน้าตำหนักก็สิ้นสุดเขตที่หลี่เฉิงเฉียนจะไปได้ เขาจ้างวานองค์รักษ์เฝ้ายาม 1 ตำลึงทอง ให้ช่วยขันทีเกาเขนรถไปส่งของที่ตำหนักคุนหนิง เมื่อองค์รักษ์เปิดผ้าคุมรถลากออก ก็ให้ตกใจหลี่เฉิงเฉียนไปเอาผักมาจากไหนมากมายขนาดนี้ แม้สงสันแต่ก็ไม่เอ่ยปากถามเพราะมันไม่ใช้หน้าที่ของตน ขันทีเกาเขนรถนำผักมาส่งฮองเฮา หลีเฉิงเฉียนฝากถุงเกลือมาให้หนึ่งถุง
เผิงกงกง รับมาแล้วเปิดดูด้านให้เต็มไปด้วยเกลือ เมล็ดละเอียดขาวบริสุทธิ์ ผลึกเกลือสะท้อนแสงแวววาว เผิงกงกงชิมเกลือที่ได้มา รสชาติเค็มไม่มีรสขมให้พอใจในรสชาติยิ่งนัก เผิงกงกงรีบจัดแจงผักสดที่ได้รับมา ให้นางกำนัลนำไปส่งที่ครัวในตำหนัก เพราะวันนี้ฮองเฮาทรงลงครัวด้วยตนเอง พระนางต้องการให้ฝ่าบาท เชื้อพระวงศ์ และขุนนางทั้งหลาย ประหลาดใจกับรายการอาหารค่ำคืนนี้.
ดวงตะวันแผดเผาอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพทั้งสอง ท่านเจ้าเมืองคาดคะเนระยะห่างทัพของตน กับทัพของฝางเสวียนหลิงห่างกันประมาณ 50 จั่ง เขาต้องเคลื่อนพลให้เข้าใกล้ระยะยิงของเกาทัณฑ์ให้มากขึ้นทางด้านฝางเสวียนหลิง สั่งทหารม้าควบกลับไปแจ้งข่าวแนวหลังให้พลธนู ทวาชา ธนูฝนดาวตก ถอยร่นเข้าหลบอยู่ชายป่า ใช้พุ่มไม้อำพรางไม่ให้เห็นตัวตน เมื่อได้รับพลุสัญญาณให้จุดชนวนทันทีฝางเสวียนหลิงควบม้าเยาะ ๆ เดินวกไปเวียนมาหน้ากองทหารต้าถัง เขาเชิดหน้าขึ้นพร้อมประกาศกร้าว“ ท่านเจ้าเมืองซีเจียง ท่านกำลังหลงผิดกลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย ”“ ฝันไปเถอะ..!!! ทหารม้า บุกกกกก..!!! ”เจ้าเมืองซีเจียงปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งทหารม้าเข้าจู่โจมทันที ทหารม้าควบอาชาห้อตะบึงฝุ่นตลบฝางเสวียนหลิง หรี่ตาคะเนระยะทางที่กำลังลดลงเลื่อย ๆ เขาแผดเสียงดังก้อง“ 45 ลี้ ”
ทหารส่งสารถูกนำตัวเข้ารักษา ท่านเจ้าเมืองกระวนกระวายใจ เดินไปเดินมาหน้าห้องรักษา หมอทหารเปิดประตูห้องรักษายังไม่ทันที่จะก้าวออกจากห้อง ท่านเจ้าเมืองปรี่เข้ามาถามอาการของคนเจ็บว่าเป็นอย่างไรบ้างหมอทหารอธิบายถึงอาการของคนไข้ เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น เหตุที่สลบไปเพราะต้องเร่งรีบเดินทางทั้งที่ตนได้รับบาดเจ็บ พักไม่นานก็ได้สติเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทหารส่งสารเมื่อได้สติรีบลุกขึ้นถามหาท่านเจ้าเมืองเป็นสิ่งแรก ทหารเฝ้าไข้เมื่อเห็นทหารส่งสารได้สติ จึงรีบแจ้งท่านเจ้าเมืองทันใด ท่านเจ้าเมืองเมื่อรู้ข่าวกุลีกุลาดเข้าไปถามทหารส่งสารถึงต้นสายปลายเหตุทหารส่งสารเล่าเหตุการณ์ถูกโจรป่าบนเขาคุนหลุนดักปล้นให้เจ้าเมืองทราบ เมื่อได้ฟังเจ้าเมืองหน้าถอดสี แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ เขามีความลับบนเขาคุนหลุนที่ไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้เจ้าเมืองซีเจียงกระวนกระวายใจยิ่งนัก เมื่อเฉิงฉู่โม่ทราบข่าวว่าขบวนขนส่งถูกโจรปล้นก็รีบเดินทางเข้าพบท่านเจ้าเมืองทัน
ขณะนี้ หลี่เฉิงเฉียน ฉินหวายอวี เฉิงฉู่ไม่ หลี่นาจา หวังอี้ป๋อ และไท่ซ่างหวง นั่งหารือกันอยู่ในจวนหลังหนึ่ง เขากางแผนที่เมืองซีเจียง อธิบายแผนการต่าง ๆ รวมถึงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคนว่ามีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ไท่ซ่างหวง นั่งมองหลานของตนด้วยดวงตาทอประกายชื่นชม เขามั่นใจว่าจะสามารถฝากฝังให้หลี่เฉิงเฉียนดูแลต้าถังได้อีกแรงฉินหวายอวีเสริมแผนของหลี่เฉิงเฉียนหลายจุด เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ลับที่ท่านเจ้าเมืองมีต่อราชวงศ์สุ่ย เมื่อไท่ซ่างหวงได้ยินคำนี้ แววตาที่เคยมีเมตตาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของไท่ซ่างหวง บรรยากาศในห้องเย็นลงทันใด ราชวงศ์สุ่ยกดขี่ข่มเหงราษฏรเขาในฐานะแม่ทัพจำต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อประชาชน อีกอย่างราชวงศ์สุ่ยมีการก่อสงครามแย่งอำนาจกันเอง ไท่ซ่างหวงจึงมีชัยเหนือราชวงศ์สุ่ย และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมาแทนเวลาผ่านไปหลายปีต้าถังสงบสุข สุ่ยหลบลี้ไท่ซ่างหวงยังคิดอยู่เสมอว่าราชวงศ์สุ่ยเพียงแค่รอวันกลับมาเท่านั้น ไม่คิดว่าราชวงศ์สุ่ยจะเป็นปัญหาใต้พรมของราชวงศ์ถังของเขาได้ขนาดนี้กำหนดการแลกเปลี่ยนสินค้ามาถึง เจ้าเมืองซีเจียงให้บุตรชายของตนเป็นผู้ดำเนินการลำ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงหารือกันถึงเรื่องข้าวสาลีและอ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงก็ยืนยันหนักแน่นว่าอ้อยของซีเซี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน จะมีก็แต่ข้าวสาลีที่มีปัญหา เขาเอาข้าวสาลีที่ยังไม่แกะปากกระสอบมาด้วย บนกระสอบยังคงมีตราประทับแคว้นต้าถังติดอยู่ เพื่อเป็นพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลี่นาจาลองชั่งแล้วน้ำหนักน้อยกว่าปกติจริง ๆ ข้าวสาลี 1 กระสอบจะมีน้ำหนัก 50 จิน แต่กระสอบนี้กับมีแค่ 40 จินเท่านั้น หลี่นาจาลองเปิดปากกระสอบก็พบว่า ข้าวในกระสอบมีกลิ่นอับของเชื้อรารุนแรง เหม็นฟุ้งกระจายทั่วห้อง หลี่เฉิงเฉียนได้แต่คิดในใจ นี้มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ การทำเช่นนี้มีความผิดเข้าข่ายยุยงให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นได้เลยหลี่เฉิงเฉียนขอเก็บข้าวกระสอบนี้ไว้เป็นหลักฐาน หลี่เฉิงเฉียนเล่าถึงแผนการจับขโมยในครั้งนี้ให้กับรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงฟัง เขาต้องการให้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงติดต่อเจ้าเมืองซีเจียงเพื่อขอแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยอีกครั้ง เพื่อที่หลี่เฉิงเฉียนจะได้ส่งสายลับเข้
เมื่อนางได้เห็นหยกประจำตัวของฉินหวายอวี แววตาของนางพลันเจิดจ้าเป็นประกาย นางได้แต่คิดในใจ คุณชายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องแต่งตัวเช่นนี้ นางยังคงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ไม่ผิดที่นางจะมีความคิดเช่นนี้เพราะที่ที่นางอยู่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรดฉายากุนซือเจ้าสำราญของฉินหวายอวีเริ่มทำงาน เขาใช้วิธีพร่ำเพ้อพรรณนาถึงโลกภายนอกให้ อี้จีเสวียซู่ซู่ ฟังทุกวัน วันนี้เรื่องเมืองฉางอัน อีกวันเรื่องในเมืองซานโจว ทำซ่ำ ๆ จนนางเกิดความใคร่รู้ พัฒนาเป็นความต้องการอันแรงกล้าที่อยากจะออกจากกรงทองแห่งนี้อี้จีเสวียซู่ซู่ รู้ว่าการเดิมพันกับฉินหวายอวีนั้นมีความเสี่ยงแต่เขาก็พร้อมที่จะลอง ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่เสียไปทางด้านเฉิงฉู่โม่ ขณะนี้กำลังนำเกวียนบรรทุกข้าวสาลีเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของ เฉิงฉู่โม่ ให้ทหารอารักขาข้าวสาลีอย่างเข้มงวด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องส่งมอบข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าเมืองซีเจียงเจ้าเมืองซีเจียงจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเฉิงฉู่โม่อย่างยิ่งใหญ่ เฉิ
ยามราตรีดึกสงัด พระราชวังหลวง เมืองฉางอัน เพลานี้ตำหนักน้อยใหญ่ต่างดับไฟกันหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักทรงพระอักษรที่ยังคงสว่างไสวอยู่ เสียงหรีดหริ่งเรไรกล่อมพฤกษา ขัดกับบรรยากาศในห้องทรงงานยิ่งนัก แม้นมีแสงสว่างแต่ผู้อยู่ด้านในกับรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวใจยิ่ง ขุนนางบู๊บุ๋นยืนใจเต้นระทึก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง หลี่ซื่อหมินส่งรายงานลับจากหลี่เฉิงเฉียนให้เหล่าขุนนางบู๊บุ๋นอ่าน แต่ละคนต่างมีอากัปกริยาที่แตกต่างกันไป บ้างยืนหลับตาสงบนิ่ง บ้างโมโหโกรธา หลี่ซื่อหมินหันไปถามความคิดเห็นของมหาเสนาบดี“ จ่างซุน อู๋จี้ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง ”“ จากรายงานเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นพะยะค่ะ เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ไม่สามารถปรักปรำเจ้าเมืองซีเจียงได้ หม่อมฉันคิดว่าเราควรติดต่อซีเซี่ย เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้าวสาลีกับอ้อยกันอีกครั้ง หากเป็นอย่างที่รายงานส่งมาจริง น่าจะสามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้ พะยะค่ะ ”ขุนพลเฉิงขันอาสานำขบวนส่งข้าวสาลีให้ซีเซี่ย แต่กับถูกเว่ยเจิ้งขัดจังหวะเสียก่อน เพราะการขนส่งข้าวสาลีหากให้ระดับขุนพลเป็นผู้คุมการเดินทาง เหมือนฆ่าไก่ ไยต้องใช้มีดฆ่าโค ทำเช่นนี้จะดูมีพิรุธเกิน







