Home / รักโบราณ / ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์ / อัจฉริยะในรอบพันปี

Share

อัจฉริยะในรอบพันปี

last update publish date: 2026-08-13 07:10:53

 อู๋กงกงหันไปมองตามผนังก็เห็นจริงดั่งว่า 

สิ่งที่ อู๋กงกงสงสัยอีกอย่างคือ ยู่หมี่ใช้เป็นอาหารม้าไม่มีใครรับประทานกับ คุณชายปลูกไว้ทำไม่ ? หลี่เฉิงเฉียนจึงกล่าวว่า 

“ยู่หมี่คนก็สามารถทานได้ ทั้งฝักอ่อนนำไปผัด ฝักแก่ไปต้มหรือย่างก็อร่อย ตอนนี้ฝักยู่หมี่ยังไม่โตเต็มที่ถ้าโตเต็มที่แล้วจะทำเป็นอาหารให้ขันทีเกาไปส่งให้ ฮองเฮา และ อู๋กงกงที่ตำหนัก”

 เมื่อเดินมาที่ห้องที่สอง ก็พบว่าในห้องเต็มไปด้วย ผักกาด ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง และถั่วงอก ผักทั้งหมดจะส่งให้ฮองเฮาเพื่อนำไปทำอาหารขึ้นโต๊ะให้ฝ่าบาท ในงานฉลองปีใหม่ที่จะถึง เป็นของขวัญที่บุตรคนหนึ่งจะทำเพื่อบิดา มารดาได้

ห้องสุดท้ายหลี่เฉิงเฉียน อนุญาติให้ฮองเฮา อู๋กงกง และเผิงกงกง เข้าได้เท่านั้น เพราะห้องนี้สำคัญกับตัวเขามาก เมื่อทั้งสามเข้ามาในห้อง ต้องแปลกใจกับสิ่งที่พบเห็น กงกงทั้งสองปากอ้าตาค้าง บัดนี้ในครรลองจักษุของอู๋กงกง  มีต้นข้าวเขียวขจีเต็มไปทั้งห้อง หลี่เฉิงเฉียนอธิบายถึงสิ่งที่เขากำลังทำในห้องนี้ 

“ผู้น้อยกำลังค้นคว้าพัฒนาพันธุ์ข้าวของต้าถัง ให้สามารถปลูกได้ปริมาณที่มากขึ้น ผู้น้องต้องคอยเฝ้าทะนุถนอมต้นข้าวเหล่านี้ไม่ให้ห่างตา” 

ฮองเฮาทอดพระเนตรเห็นเครื่องนอนบนเตียงเตา ก็เข้าใจได้ทันที่ว่าบุตรของตนอย่างน้อยต้องคลุกอยู่ที่นี้เป็นเวลานานแสนนาน

ในห้องนี้ไม่ได้มีต้นข้าวเพียงสายพันธุ์เดียว แต่มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ข้าวสาลี  ข้าวเหนียวดำ ข้าวหอม ข้าวสาลีหากค้นคว้าได้สำเร็จ น่าจะได้ผลผลิตอย่างมากสุด ประมาณ 6,000 จินต่อไร่ เมื่อทั้ง 3 คนได้ฟังจำนวนผลผลิต ต่างต้องหันหน้าไปมองชายผู้อธิบาย ด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติข้าวสาลี 1 ไร่จะได้ผลผลิต 500 - 600 จินเท่านั้นแต่นี้ได้มากกว่าถึง 10 เท่า หากสามารถทำได้จริงความอดอยากของประชาชนชาวต้าถังจะต้องหมดไป ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น 

อีกสองสายพันธุ์จะเป็นการผสมผสานระหว่างข้าวเหนียวดำ กับ ข้ามหอม หากทำสำเร็จจะได้ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มีในโลก 

“ผู้น้อยตั้งชื่อว่า ข้าวหอมจักรพรรดิ์ เมล็ดข้าวจะเรียวยาวเหมือนข้าวหอม หุงง่ายมีสีแดงทับทิม ข้าวพันธุ์นี้ผู้น้อยตั้งใจถวายให้แด่องค์ฮองเต้ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูที่บุตร พึงมีต่อบิดา และมารดา ”

ทั้งสามได้ฟังปณิธานของหลี่เฉิงเฉียน ก็ให้แอบชื่นชมอยู่ในใจ นี้คืออัจฉริยะในรอบพันปี 

ก่อนฮองเฮาจะกับ พระนางทอดพระเนตรเห็นโต๊ะน้ำชาตัวหนึ่ง 

“เก้าอี้นั่งทำไมมีสามขา?”

“ เก้าอี้ตัวนั้นเป็นตัวที่ผู้น้อยนั่งเป็นประจำ เหตุที่เก้าอี้นั้นเหลือสามขา เพื่อตอกย้ำตนเองว่าชีวิตของคนเรานั้นมีหลายเส้นทาง อดีตผู้น้อยเคยเพียบพร้อมไปด้วย ยศถาบรรดาศักดิ์ ความใฝ่ฝันของผู้น้อย คือต้องการเดินตามรอยบิดาของตน ผู้น้อยเฝ้ามองแผ่นหลังของบิดา มองเห็นความทุ่มเท ความเอาใจใส่ ความเมตตาที่มีให้กับประชาชนชาวต้าถัง พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ดี แต่อาจจะไม่ใช้พ่อที่ดี เส้นทางการเป็นกษัตริย์ของผู้น้อยจบลงแล้วในอดีต สิ่งที่ผู้น้อยต้องการคือ ระหว่างที่ยังคงอยู่ในวังจะกตัญญูต่อ บิดามารดาให้มาก เมื่อออกไปแล้วจะกตัญญูต่อแผ่นดินต้าถังให้มาก ผู้น้อยจะช่วยเหลือประชาชนชาวต้าถังให้ได้มากที่สุด กษัตริย์มีอำนาจแต่ขาดอิสระเสรี ผู้น้อยไม่มีอำนาจแต่มีเสรี สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทุกที่ที่มีชาวต้าถัง ทุกที่ที่มีความยากลำบาก ผู้น้อยจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากนั้น”

ฮองเฮามองบุตรชายของตน ในตาของเขา ชั่งสดใส แจ่มแจ้ง และมุ่งมั่น เมื่อส่งเสด็จฮองเฮาเสร็จแล้ว หลี่เฉิงเฉียนนั่งจิบชาใจลอย วันนี้เขารู้สึกว่าร่างกายนี้ได้รับการเติมเต็มความต้องการบางอย่าง ดวงใจเบิกบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

เมื่ออู๋กงกง ออกจากตำหนักตงกง รีบทะยานกลับตำหนักทรงพระอักษรทันที อู๋กงกงรายงานเรื่องต่างๆ ที่พบเห็นการจับปลาโดยใช้ค่ายกลศึก อาหารมื้อกลางวันที่มีเนื้อหมูแต่ไม่มีกลิ่นสาบจากหมูเลย ห้องปลูกผักที่มีผักทั้ง 3 ชนิดอยู่เต็มห้อง ห้องค้นคว้าเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิต 6,000 จินต่อไร่ และเรื่องสุดท้ายคือ ปณิธานของหลี่เฉิงเฉียน

ฮ่องเต้เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เมื่อได้รับรู้ถึงความอัจฉริยะของบุตรชายคนโต หากเขาไม่ได้ทำผิด เขาจะเป็นความหวังแห่งต้าถัง เขาอาจจะเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าถังก็ได้ ฮ่องเต้ได้แต่ถอนใจ

เมื่อปลอดคนแล้ว หลี่เฉิงเฉียนก็เข้าไปห้องลับอย่างเคย เขาอ่านตำราบนชั้นจนจะครบทุกม้วนแล้ว วันนี้ตำราที่หยิบมาอ่านเป็นตำราวรยุทธ เขาไม่เชื่อเรื่องวรยุทธ เพราะโลกที่เขาจากมา วรยุทธเป็นสิ่งหลอกลวงเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตน เขาอ่านผ่านๆ ไม่ได้สนใจ อะไรที่เป็นประโยชน์เขาจะจดจำและนำไปใช้ 

วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ หลี่เฉิงเฉียนวิ่งวุ่นแต่เช้า เขารับปากฮองเฮาว่าจะเอาผักไปส่งให้ที่ตำหนักคุนหนิง รถลากคันหนึ่งบรรทุกผักสดไว้เต็มคัน ขันทีเกาและหลี่เฉิงเฉียนช่วยกันลากรถขนผักไปที่หน้าตำหนักตงกง เมื่อถึงหน้าตำหนักก็สิ้นสุดเขตที่หลี่เฉิงเฉียนจะไปได้ เขาจ้างวานองค์รักษ์เฝ้ายาม 1 ตำลึงทอง ให้ช่วยขันทีเกาเขนรถไปส่งของที่ตำหนักคุนหนิง เมื่อองค์รักษ์เปิดผ้าคุมรถลากออก ก็ให้ตกใจหลี่เฉิงเฉียนไปเอาผักมาจากไหนมากมายขนาดนี้ แม้สงสันแต่ก็ไม่เอ่ยปากถามเพราะมันไม่ใช้หน้าที่ของตน ขันทีเกาเขนรถนำผักมาส่งฮองเฮา หลีเฉิงเฉียนฝากถุงเกลือมาให้หนึ่งถุง 

เผิงกงกง รับมาแล้วเปิดดูด้านให้เต็มไปด้วยเกลือ เมล็ดละเอียดขาวบริสุทธิ์ ผลึกเกลือสะท้อนแสงแวววาว เผิงกงกงชิมเกลือที่ได้มา รสชาติเค็มไม่มีรสขมให้พอใจในรสชาติยิ่งนัก เผิงกงกงรีบจัดแจงผักสดที่ได้รับมา ให้นางกำนัลนำไปส่งที่ครัวในตำหนัก เพราะวันนี้ฮองเฮาทรงลงครัวด้วยตนเอง พระนางต้องการให้ฝ่าบาท เชื้อพระวงศ์ และขุนนางทั้งหลาย ประหลาดใจกับรายการอาหารค่ำคืนนี้.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   เดินทางล่วงหน้า 1

    ณ ห้องพักสถานพักม้า แสงไฟสลัวจากเทียนไขกลางห้อง หลี่เฉิงเฉียนที่ยังคงปลอมตัวเป็นหวังอี้ป๋อนั่งหารือกับ หลี่นาจา ฉินหวายอวี และหมอหลวงจาง อยู่ในห้อง เขาใช้นิ้วชีลงที่โต๊ะพร้อมอธิบายแผนการเดินทางในวันรุ่งขึ้นหลี่เฉิงเฉียน จะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยมี หลี่นาจา และองครักษ์อีก 20 นายตามไปด้วย เขาต้องการหมอรักษา 3 คน ในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งหมดจะต้องนำเงินติดตัวไปด้วย เขาอาจจะต้องซื้อข้าวสารจากอำเภอต่าง ๆ ที่ยังไม่ประสบภัยและอาจต้องจ้างสำนักคุ้มภัยขนข้าวสาร และยาไปส่งให้ที่ซานโจว ทุกคนต่างเห็นด้วยหลี่นาจามีหน้าที่ สืบสวนหากพบการฉ้อโกงของขุนนางท้องถิ่น และส่งข่าวสารให้แก่ฝ่าบาท หลี่จิ้งให้นกพิราบสื่อสารแก่หลี่นาจาสำหรับรายงานการทำงานทุก ๆ วัน ระหว่างการเดินทางหลี่เฉิงเฉียนจะส่งข่าวคราวให้ฉินหวายอวีที่อยู่แนวหลังหากพบเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการเดินทางขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้น พวกเขาหารู้ไม่ว่ามีผู้เฒ่าชุดดำท่านหนึ่งกำลังนอนไขว่ห้างแอบฟังอยู่บนหลังคา จะบอกว่าแอบฟังก็คงไม่ได้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 2

    หากขั้นร้ายแรงมีผู้คนล้มตายจากน้ำท่วมใหญ่ อาจทำให้เกิดโรคระบาดตามมาอาจต้องเผาอำเภอทั้งทำเภอทิ้งเพื่อกันไม่ให้โรคระบาดลามไปที่อื่นแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ราชสำนักจะต้องเข้มงวดเรื่องราคาสินค้า ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องนุ่งหม่ ไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินความจำเป็น อีกทั้งยังต้องจัดสรรหมอจำนวนมากเพื่อออกช่วยรักษาชาวบ้านตามหัวเมืองที่เกิดภัยน้ำท่วม ทางด้านการทหารในแต่ละเมืองให้ทหารออกมาคอยดูแลความปลอดภัยทั้งยามกลางวัน และยามกลางคืน หาที่พักและโรงหมอสำหรับคนเร่ร่อน ในการก่อสร้างเขื่อนนั้นให้ใช้งบประมาณจ้างชาวบ้านมาสร้างเขื่อนโดยให้มีข้าวกินทั้งสามมื้อ มีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากงานก่อสร้าง ประกาศรับเฉพาะผู้ชายวัยทำงาน ส่วนผู้หญิงประกาศรับเพื่อเป็นคนงานโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้แรงงานเพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะมีรายได้ มีที่พักมีอาหารการกิน หากคนงานไม่พอสามารถนำทหารมาใช้ในงานก่อสร้างเขื่อนได้เพราะราชสำนักให้เบี้ยหวัดรายเดือนแก่ทหารอยู่แล้วหลี่ซื่อหมินเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเช่นนี้ แต่ยังติดที่งบประมาณที่ต้องใช้ในการสร้างเขื่อนนั้นจะเอามาจากที่ไหน ในเมื่อการเยียวยาชาวบ้านจำเป็นต้อ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 1

    และกุนซือแห่งต้าถัง ฝ่าบาทแต่งตั้ง หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เป็นผู้ช่วยผู้แทนพระองค์ เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างแสดงความคิดเห็นกันอื้ออึง แต่ทั้งสองพึ่งสร้างผลงานให้แก่ต้าถังอีกทั้งภูมิหลังของทั้งสองก็ไม่ธรรมดา ยากนักที่ขุนนางคนอื่นจะคัดค้าน หลังจากจบการประชุม ฝ่าบาทให้ หลี่จิ้ง ขุนพลฉิน จ่างซุน อู๋จี้ และเฒ่าเว่ย เข้าหารือในห้องทรงพระอักษรโดยไม่ลืมให้ตาม หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เข้าหารือด้วย ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินและเหล่าขุนนาง ยืนล้อมรอบแบบจำลองแม่น้ำเหลือง การหาวิธีแก้ไขปัญหาอุทกภัยยังไม่มีการถกปัญหาใด ๆ คนในห้องกำลังรอการมาของอีกบุคคลหนึ่ง เวลาผ่านไป 1 เค่อ บุรุษผู้หนึ่งย่างก้าวผ่านพ้นประตูห้องทรงพระอักษร เมื่อเขาเห็นฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง เขารีบทำความเคารพโดยเร็ว “ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น ๆ ปี ” หลี่ซื่อหมินสบัดมือเบา ๆ เชิงอนุญาตให้ลุกขึ้นได้ บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็คือ หลี่เฉิงเฉียน ขุนนางในห้องต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนที่ฝ่าบาทรอคอยจะเป็น หลี่เฉิงเฉียนมิใช่ปราชญ์ลี้ลับ หลี่เฉิงเฉียนลุกขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสทุกท่านในห้องทรงพระอักษร“ สาส์นด่วนส่ง

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 2

    ขณะเดียวกัน นาหลุมก็ให้ผลผลิตที่มากกว่านาหว่านหลายเท่าตัว หลี่เฉิงเฉียนคำนวณแล้วว่าภายในเดือนหน้าข้าวชุดนี้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มีโอกาสเป็นไปได้มากว่าจะได้มากกว่า 6000 จินต่อไร่หลี่เฉิงเฉียนนำอ้อยที่ปอกเปลือกแล้วมาคั้นเอาน้ำได้ประมาณ 1 ไหใหญ่ กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเศษกากอ้อยออกเสร็จแล้วนำมาเคี่ยวบนไฟอ่อน ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วยาม เมื่อได้น้ำตาลอ้อยสีน้ำตาลเข้ม ยกลงจากเตากวนอีก 1 ชั่วยามจนน้ำตาลอ้อยคลายความร้อนแห้งเกาะกระทะ เสร็จแล้วขูดเอาน้ำตาลอ้อยที่ติดกระทะออกจะได้ผลึกสีน้ำตาลให้ความหวานหอมละมุนเมื่อได้น้ำตาลอ้อยแล้วหลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกานำไปมอบให้อู๋กงกง ให้พ่อครัวทำอาหารสักหนึ่งอย่างโดยมีน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งขึ้นถวายแด่่ฝ่าบาท ไม่นานอาหารทานเล่นก็ถูกนำขึ้นถวายแด่ฝ่าบาท หลี่ซื่อหมินชิมอาหารว่างที่อู๋กงกงนำขึ้นถวาย เขาพยักหน้าอยู่หลายครา อาหารจานนี้ใช้น้ำตาลอ้อยแทนน้ำผึ้งได้รสหวานที่กลมกล่อม หอมเป็นพิเศษ เหมาะแก่การทำมาเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งที่หายาก เป็นสัญญาณอันดีที่ต้าถังและซีเซี่ยจะมีการค้าระหว่างแคว้น หลี่ซื่อหมินมีบัญชาให้ออกราชองค์การให้คณะทูตซีเซี่ยเข้า

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 1

    ยามพลบค่ำ ณ ค่ายทหารของหลี่จิ้ง การประลองของต้าถังและซีเซี่ยนั้นผ่านไปสามวันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในค่าย ขณะนี้หลี่เฉิงเฉียนนั่งมองผู้เข้าประลองทั้งห้าด้วยความโล่งใจ หลี่นาจาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย องค์หญิงฉางเล่อได้รับบาดเจ็บภายใน คนที่หนักที่สุดคงไม่พ้นหลี่เค่อเจ้าทึ่มร่างยักษ์ที่บัดนี้มีผ้าพันแผลเต็มตัว อีกทั้งแขนซ้ายยังหักหนึ่งข้าง นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ข้างฉินหวายอวี ส่วนเฉิงฉู่โม่นั้นไม่มีบาดแผลทางกายใด ๆแต่ทางจิตใจนั้นคงไม่แน่ เพราะหลี่เฉิงเฉียนสังเกตุเห็นเฉิงฉู่โม่ แอบมององค์หญิงฉางเล่อเป็นระยะ ๆ ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วง ค่ำคืนนี้หลี่เฉิงเฉียนลงมือทำหมูหันทั้งตัว รุ่นเยาว์ต้าถังต่างนั่งลายล้อมกองเพลิงที่ยามนี้มีหมูหันตัวใหญ่กำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมรัญจวน ยั่วยวนน้ำลายของเขาทั้งหลายหมูหันตัวใหญ่ส่งบัตรเชิญให้แก่แขกเหรื่อทั้งต้าถังและซีเซี่ย ฝ่ายต้าถังนำทีมมาโดย หลี่จิ้ง ขุนพลเฉิง อู๋กงกง ทางด้านซีเซี่ยนำทีมโดย แม่ทัพอันลู่ซาน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง และ รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง แม่ทัพอันลู่ซานเมื่อมาถึงชิ่งทำความเคารพ หลี่จิ้งก่อนเป็นคนแรก เขานับถือในควา

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกตัดสินชี้ชะตา 2

    รอบนี้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงเตรียมตัวมาดี เขาชักหน้าไม้ยิงใส่เฉิงฉู่โม่ ที่กำลังไล่ตามเขามา เฉิงฉู่โม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ที่เป็นเลิศ เขาหลบได้ทันท่วงที เมื่อหลบได้หนึ่งครั้ง ครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็ตามมาเลื่อย ๆ รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงพยายามทิ้งระยะห่างให้มากขึ้น เมื่อปืนกลขงเบ้งอยู่ในระยะโจมตีของขวานบิน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงขว้างขวานบินเข้าใส่ปืนกลขงเบ้งทันที พลหอกเมื่อได้โอกาส ปาหอกพุ่งเขาหมายทำลายปืนกลขงเบ้ง“ ปั้งงงง.!!! ” ปืนกลขงเบ้งถูกทำลายไปอีกหนึ่งอัน พลทหารฝ่ายต้าถังเมื่อไม่มีปืนกลขงเบ้งจึงไม่สามารถต่อกรกับพลหอกได้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ไล่ทำลายปืนกลขงเบ้งอันแล้วอันเล่า เฉิงฉู่โม่ระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่แต่กับไม่เป็นผล เขาทำได้แค่ต้อนรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ให้ไปยังจุดที่ฉินหวายอวีกำหนดไว้รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง เมื่อมีชัยต่อหลี่เค่อแล้ว เขาและพลหอกออกไล่ล่ากำจัดปืนกลขงเบ้งทางป่าด้านบนไม่ให้เหลือแม้เพียงซาก รองแม่ทัพทั้งสองเมื่อกำจัดขวากหนามสำหรับพวกตนเสร็จแล้ว จึงออกมารวมกลุ่มกับ แม่ทัพอันลู่ซานขณะนี้การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายมาหยุดห่างจากหน้าป้อมใหญ่ฝั่งต้าถังเพียง 30 จั่ง แม่ทัพและร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status