Share

มารดาพบบุตร 2

last update publish date: 2026-08-13 07:00:50

หลี่ซื่อหมิน ทรงอนุญาติให้ฮองเฮาเข้าตำหนักตงกงได้ โดยให้อู๋กงกงไปด้วย ขอบพระทัยเพค่ะฝ่าบาท อาหารมื้อนี้เป็นที่พอพระทัยยิ่งนัก หลายเดือนแล้วที่หลี่ซื่อหมินไม่ได้เสวยผัดสด ความสดของผักทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยยิ่งนัก

เมื่อได้รับพระราชานุญาติจากฝ่าบาท ฮองเฮาจ่างซุนจึงนั่งเกี้ยวมุ่งหน้าสู่ตำหนักตงกง ประมาณ 1 เค่อ ขบวนเสด็จของฮองเฮาก็มาถึงหน้าตำหนัก เผิงกงกงประกาศแจ้งเตือนถึงผู้มาเยือน อู๋กงกงเข้าไปแจ้งองครักษ์หลวงเฝ้ายาม ว่าฮองเฮาได้รับพระราชานุญาติ ให้สามารถเข้าตำหนักตงกงได้ 

เสียงประกาศของเผิงกงกง ดังก้องกังวาน แม้อยู่นอกตำหนัก แต่ก็ทำให้หลี่เฉิงเฉียนสะดุ้งตื่นจากการพักผ่อนกลางวัน หลี่เฉิงเฉียนรีบลุกขึ้นจัดแจงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนจะพอขันทีเกาเดินไปรับเสด็จที่ตำหนักกลาง หลี่เฉิงเฉียนยืนรอไม่นาน ก็เห็นขบวนเสด็จที่กำลังค่อยๆ เดินทางมาถึง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งลงจากเกี้ยว เมื่อหลี่เฉิงเฉียนเห็น หญิงวัยกลางคนผู้นั้นยืนอยู่ตรงหน้า ดั่งตกอยู่ในภวังค์ร่างกายไม่ยอมทำตามใจต้องการ ยืนแข็งทื่อร่างกายไม่ยอมขยับอยู่นาน อู๋กงกงแผดเสียงด้วยความไม่พอใจ 

“ เห็นฮองเฮาทำไมไม่คุกเข่า .!! ”

 หลี่เฉิงเฉียนได้สติหลุดออกจากภวังค์ รีบหมอบกราบหน้าผากติดพื้น

“ ถวายบังคมฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พันปี พันพันปี ” 

หลี่เฉิงเฉียนทำความเคารพปากสั่นตัวสั่น น้ำตาอาบสองแก้ม เหมือนร่างกายนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม  ความเศร้า ความเหงา ความเสียใจ ความถวิลหา ความรู้สึกต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาในใจไม่รู้จบ เขาสะอื้นร่ำไห้เหมือนเด็กน้อยอยู่นาน สายตาหลายคู่จับจ้อง คนเบื้องหน้าที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจตาย  บ้างสงสาร บ้างเวทนา บ้างสะเทือนใจ

ฮองเฮาจ่างซุน เข้าไปประคองหลี่เฉิงเฉียนให้เงยหน้า สองมือลูบหน้าด้วยความรักใคร่เป็นห่วง มารดายังคงเป็นมารดาวันยันค่ำ ฮองเฮาพยุงบุตรของตนเข้าตำหนัก ทอดพระเนตรเห็นตำหนักที่เคยโอ่อ่า บัดนี้มีแต่ฝุ่นหยากไย่ พยุงบุตรนั่งบนโต๊ะกลางห้อง 

“ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ฮองเฮาถามบุตรด้วยความเป็นห่วง 

“ ผู้น้อยสบายดีขอรับ ” หลี่เฉิงเฉียนตอบกับฮองเฮา 

“ ทูลฮองเฮาตำหนักกลางนี้ผู้น้อยตั้งชื่อใหม่ว่า ตำหนักสุญตา คือความว่างเปล่า ” 

หลี่เฉิงเฉียนทอดมองด้านนอกตำหนัก หลังจากถูกขังอยู่ในตำหนักเป็นเวลานาน ผู้น้อยปล่อยวางจากทุกอย่าง ถ้าจะผิดก็ผิดที่ผู้น้อยไม่เข้าใจชีวิต คิดว่าตัวเองเกิดมาพร้อมกับเงินทอง อำนาจ ความสูงศักดิ์ รวมถึงราชบัลลังก์ สิ่งเหล่านี้ห่อหุ้มผู้น้อยให้ยึดติดอยู่กับภาพมายา หากถอดยศศักดิ์ออกเราก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา เบื้องหน้าของผู้น้อย ก็คือ มารดา ส่วนด้านหน้าของฮองเฮาก็แค่บุตรคนหนึ่ง 

วันนี้มารดามาหาบุตร คงเพราะผักสดเหล่านั้น หากมารดายังไม่ทานมื้อกลางวันมา ลูกจะขอตอบแทนมารดาสักมื้อ แล้วลูกจะไขข้อสงสัยของมารดาทุกคำถามที่มารดาอยากรู้ ฮองเฮาพยักหน้ารับ เดิมทีอู๋กงกงจะตักเตือนถึงสถานะของหลี่เฉิงเฉียน แต่ฮองเฮาใช้สายพระเนตรห้ามไว้

หลี่เฉิงเฉียน ลงครัวด้วยตนเอง มีขันทีเกา และนางกำนัลจากตำหนักคุนหนิงเป็นลูกมือ รายการอาหารมีดังนี้ ผักกาดขาวห่อหมูราดซอส ต้มจืดหมูสับผักกาดขาว ผักกวางตุ้งราดซอส ผัดผักบุ้งหมูกรอบ กลิ่นหอมลอยตลบอบอวนทั่วตำหนัก นางกำนัลทั้งหลายต่างประหลาดใจที่หมูของคุณชายไม่มีกลิ่นสาบเลยสักนิด แค่ดมกลิ่นก็ชวนให้น้ำลายสอ อาหารทั้งหมดจัดวางขึ้นโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ สองแม่ลูกนั่งทานข้าวคนละฝั่ง หลี่เฉิงเฉียนปรนนิบัติมารดาของตนโดยไม่ให้ใครคอยช่วยเหลือ เขารู้ดีว่าเวลาของตนกำลังเหลือน้อยลงทุกที สิ่งเดียวที่พอทำให้ได้คือ กตัญญูต่อมารดาของตนให้มาก 

อาหารกลางวันมื้อนี้ ช่วยเติมเต็มจิตใจให้อิ่มเอิบ ยศถาบรรดาศักดิ์ถูกถอดกองไว้ เหลือเพียงสายสัมพันธ์ฉันแม่ลูก หลี่เฉิงเฉียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตำหนักตงกง มีทั้งเรื่องขำขัน และชวนให้สงสาร ยกเว้นเรื่องห้องลับของเขา 

ฮองเฮาเปรมปรีดิ์กับเรื่องที่ได้ฟัง เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ฮองเฮาทรงอยากทอดพระเนตรโรงปลูกผักของหลี่เฉิงเฉียน ซึ่งหลี่เฉิงเฉียนก็ไม่อิดออด เขาลุกขึ้นเป็นมัคคุเทศก์ นำฮองเฮาเที่ยวชม 

ฮองเฮา และข้าราชบริพาร เดินตามการนำทางของเจ้าของตำหนัก เดินผ่านสระบัว ปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายธารา ฮองเฮาทอดพระเนตรเห็นกองก้อนหินแปลกเรียงรายกัน อดสงสัยไม่ได้จำต้องเอ่ยถาม 

“ กองก้อนหินที่เรียงกันในสระบัวนั้นคืออะไร รึ ” 

หลี่เฉิงเฉียนหันมองตามสายพระเนตรของฮองเฮา จึงอธิบายถึงที่มา 

“ นั้นคือค่ายกลไว้สำหรับจับปลาพ่ะย่ะค่ะ ปลาสามารถเข้าออกได้น้ำในค่ายกลจะตื้นกว่าน้ำในสระ ถ้าเราต้องการจับปลาก็แค่ปิดทางน้ำเข้าปลาก็ไม่สามารถออกจากค่ายกลได้พ่ะย่ะค่ะ ” 

ฮองเฮาพยักหน้าอย่างพอพระทัย อู๋กงกง และข้าราชบริพาร ต่างอัศจรรย์ใจกับสิ่งที่ได้เห็น อู๋กงกงแอบชื่นชมหลี่เฉิงเฉียนอยู่ในใจ เดินลัดเลาะมาทางตำหนักปีกซ้าย มีลักษณะเป็นห้องยาว 3 ห้องติดกัน ห้องแรกที่พบเจอ 

หลีเฉิงเฉียนแนะนำฮองเฮา และข้าราชบริพาร 

“ห้องนี้เรียกว่าห้องยู่หมี่พ่ะย่ะค่ะ”

 เมื่อทั้งหมดเดิมมาถึงหน้าห้อง ทุกคนต่างรับรู้ถึงกลิ่นดินอ่อนๆโชยมา มองเข้าไปด้านในต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น ต้นยู่หมี่(ข้าวโพด)ขึ้นเขียวขจี กำลังออกผลอ่อน นับได้ร่วม 70 ต้น

“ ทะ ทะ ท่าน ท่านทำได้อย่างไร ” 

อู๋กงกงเก็บความประหลาดใจไว้ไม่อยู่ หลี่เฉิงเฉียนหันไปหาขันทีอาวุโส เขาทำความเคารพก่อนจะอธิบายให้คลายข้อสงสัย 

“เหตุที่ไม่สามารถปลูกพืชหน้าหนาวได้เป็นเพราะดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย  ผู้น้อยใช้วิธีสร้างฤดูปลูกพืชขึ้นมาในห้องนี้โดยใช้ประโยชน์จากเตียงเตา ทำให้ห้องนี้มีสภาพอากาศ ที่ใกล้เคียงกับอากาศที่พืชต้องการ ดินผู้น้อยใช้ตะกร้าหวายแทนกระถางใส่ดิน  น้ำที่ใช้รดพืชผักต้องเป็นน้ำอุ่น ผู้น้อยเฝ้าประคบประหงมต้นพืชเหล่านี้ดังลูกของตนเอง แต่ละวันผู้น้อยจะบันทึกการเจริญเติบโตของต้นพืช ท่านจะเห็นผนังทั้ง 4 ด้านจะมีรอยการจดบันทึกไว้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   เดินทางล่วงหน้า 1

    ณ ห้องพักสถานพักม้า แสงไฟสลัวจากเทียนไขกลางห้อง หลี่เฉิงเฉียนที่ยังคงปลอมตัวเป็นหวังอี้ป๋อนั่งหารือกับ หลี่นาจา ฉินหวายอวี และหมอหลวงจาง อยู่ในห้อง เขาใช้นิ้วชีลงที่โต๊ะพร้อมอธิบายแผนการเดินทางในวันรุ่งขึ้นหลี่เฉิงเฉียน จะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยมี หลี่นาจา และองครักษ์อีก 20 นายตามไปด้วย เขาต้องการหมอรักษา 3 คน ในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งหมดจะต้องนำเงินติดตัวไปด้วย เขาอาจจะต้องซื้อข้าวสารจากอำเภอต่าง ๆ ที่ยังไม่ประสบภัยและอาจต้องจ้างสำนักคุ้มภัยขนข้าวสาร และยาไปส่งให้ที่ซานโจว ทุกคนต่างเห็นด้วยหลี่นาจามีหน้าที่ สืบสวนหากพบการฉ้อโกงของขุนนางท้องถิ่น และส่งข่าวสารให้แก่ฝ่าบาท หลี่จิ้งให้นกพิราบสื่อสารแก่หลี่นาจาสำหรับรายงานการทำงานทุก ๆ วัน ระหว่างการเดินทางหลี่เฉิงเฉียนจะส่งข่าวคราวให้ฉินหวายอวีที่อยู่แนวหลังหากพบเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการเดินทางขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้น พวกเขาหารู้ไม่ว่ามีผู้เฒ่าชุดดำท่านหนึ่งกำลังนอนไขว่ห้างแอบฟังอยู่บนหลังคา จะบอกว่าแอบฟังก็คงไม่ได้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 2

    หากขั้นร้ายแรงมีผู้คนล้มตายจากน้ำท่วมใหญ่ อาจทำให้เกิดโรคระบาดตามมาอาจต้องเผาอำเภอทั้งทำเภอทิ้งเพื่อกันไม่ให้โรคระบาดลามไปที่อื่นแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ราชสำนักจะต้องเข้มงวดเรื่องราคาสินค้า ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องนุ่งหม่ ไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินความจำเป็น อีกทั้งยังต้องจัดสรรหมอจำนวนมากเพื่อออกช่วยรักษาชาวบ้านตามหัวเมืองที่เกิดภัยน้ำท่วม ทางด้านการทหารในแต่ละเมืองให้ทหารออกมาคอยดูแลความปลอดภัยทั้งยามกลางวัน และยามกลางคืน หาที่พักและโรงหมอสำหรับคนเร่ร่อน ในการก่อสร้างเขื่อนนั้นให้ใช้งบประมาณจ้างชาวบ้านมาสร้างเขื่อนโดยให้มีข้าวกินทั้งสามมื้อ มีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากงานก่อสร้าง ประกาศรับเฉพาะผู้ชายวัยทำงาน ส่วนผู้หญิงประกาศรับเพื่อเป็นคนงานโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้แรงงานเพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะมีรายได้ มีที่พักมีอาหารการกิน หากคนงานไม่พอสามารถนำทหารมาใช้ในงานก่อสร้างเขื่อนได้เพราะราชสำนักให้เบี้ยหวัดรายเดือนแก่ทหารอยู่แล้วหลี่ซื่อหมินเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเช่นนี้ แต่ยังติดที่งบประมาณที่ต้องใช้ในการสร้างเขื่อนนั้นจะเอามาจากที่ไหน ในเมื่อการเยียวยาชาวบ้านจำเป็นต้อ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 1

    และกุนซือแห่งต้าถัง ฝ่าบาทแต่งตั้ง หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เป็นผู้ช่วยผู้แทนพระองค์ เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างแสดงความคิดเห็นกันอื้ออึง แต่ทั้งสองพึ่งสร้างผลงานให้แก่ต้าถังอีกทั้งภูมิหลังของทั้งสองก็ไม่ธรรมดา ยากนักที่ขุนนางคนอื่นจะคัดค้าน หลังจากจบการประชุม ฝ่าบาทให้ หลี่จิ้ง ขุนพลฉิน จ่างซุน อู๋จี้ และเฒ่าเว่ย เข้าหารือในห้องทรงพระอักษรโดยไม่ลืมให้ตาม หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เข้าหารือด้วย ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินและเหล่าขุนนาง ยืนล้อมรอบแบบจำลองแม่น้ำเหลือง การหาวิธีแก้ไขปัญหาอุทกภัยยังไม่มีการถกปัญหาใด ๆ คนในห้องกำลังรอการมาของอีกบุคคลหนึ่ง เวลาผ่านไป 1 เค่อ บุรุษผู้หนึ่งย่างก้าวผ่านพ้นประตูห้องทรงพระอักษร เมื่อเขาเห็นฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง เขารีบทำความเคารพโดยเร็ว “ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น ๆ ปี ” หลี่ซื่อหมินสบัดมือเบา ๆ เชิงอนุญาตให้ลุกขึ้นได้ บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็คือ หลี่เฉิงเฉียน ขุนนางในห้องต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนที่ฝ่าบาทรอคอยจะเป็น หลี่เฉิงเฉียนมิใช่ปราชญ์ลี้ลับ หลี่เฉิงเฉียนลุกขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสทุกท่านในห้องทรงพระอักษร“ สาส์นด่วนส่ง

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 2

    ขณะเดียวกัน นาหลุมก็ให้ผลผลิตที่มากกว่านาหว่านหลายเท่าตัว หลี่เฉิงเฉียนคำนวณแล้วว่าภายในเดือนหน้าข้าวชุดนี้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มีโอกาสเป็นไปได้มากว่าจะได้มากกว่า 6000 จินต่อไร่หลี่เฉิงเฉียนนำอ้อยที่ปอกเปลือกแล้วมาคั้นเอาน้ำได้ประมาณ 1 ไหใหญ่ กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเศษกากอ้อยออกเสร็จแล้วนำมาเคี่ยวบนไฟอ่อน ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วยาม เมื่อได้น้ำตาลอ้อยสีน้ำตาลเข้ม ยกลงจากเตากวนอีก 1 ชั่วยามจนน้ำตาลอ้อยคลายความร้อนแห้งเกาะกระทะ เสร็จแล้วขูดเอาน้ำตาลอ้อยที่ติดกระทะออกจะได้ผลึกสีน้ำตาลให้ความหวานหอมละมุนเมื่อได้น้ำตาลอ้อยแล้วหลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกานำไปมอบให้อู๋กงกง ให้พ่อครัวทำอาหารสักหนึ่งอย่างโดยมีน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งขึ้นถวายแด่่ฝ่าบาท ไม่นานอาหารทานเล่นก็ถูกนำขึ้นถวายแด่ฝ่าบาท หลี่ซื่อหมินชิมอาหารว่างที่อู๋กงกงนำขึ้นถวาย เขาพยักหน้าอยู่หลายครา อาหารจานนี้ใช้น้ำตาลอ้อยแทนน้ำผึ้งได้รสหวานที่กลมกล่อม หอมเป็นพิเศษ เหมาะแก่การทำมาเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งที่หายาก เป็นสัญญาณอันดีที่ต้าถังและซีเซี่ยจะมีการค้าระหว่างแคว้น หลี่ซื่อหมินมีบัญชาให้ออกราชองค์การให้คณะทูตซีเซี่ยเข้า

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 1

    ยามพลบค่ำ ณ ค่ายทหารของหลี่จิ้ง การประลองของต้าถังและซีเซี่ยนั้นผ่านไปสามวันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในค่าย ขณะนี้หลี่เฉิงเฉียนนั่งมองผู้เข้าประลองทั้งห้าด้วยความโล่งใจ หลี่นาจาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย องค์หญิงฉางเล่อได้รับบาดเจ็บภายใน คนที่หนักที่สุดคงไม่พ้นหลี่เค่อเจ้าทึ่มร่างยักษ์ที่บัดนี้มีผ้าพันแผลเต็มตัว อีกทั้งแขนซ้ายยังหักหนึ่งข้าง นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ข้างฉินหวายอวี ส่วนเฉิงฉู่โม่นั้นไม่มีบาดแผลทางกายใด ๆแต่ทางจิตใจนั้นคงไม่แน่ เพราะหลี่เฉิงเฉียนสังเกตุเห็นเฉิงฉู่โม่ แอบมององค์หญิงฉางเล่อเป็นระยะ ๆ ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วง ค่ำคืนนี้หลี่เฉิงเฉียนลงมือทำหมูหันทั้งตัว รุ่นเยาว์ต้าถังต่างนั่งลายล้อมกองเพลิงที่ยามนี้มีหมูหันตัวใหญ่กำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมรัญจวน ยั่วยวนน้ำลายของเขาทั้งหลายหมูหันตัวใหญ่ส่งบัตรเชิญให้แก่แขกเหรื่อทั้งต้าถังและซีเซี่ย ฝ่ายต้าถังนำทีมมาโดย หลี่จิ้ง ขุนพลเฉิง อู๋กงกง ทางด้านซีเซี่ยนำทีมโดย แม่ทัพอันลู่ซาน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง และ รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง แม่ทัพอันลู่ซานเมื่อมาถึงชิ่งทำความเคารพ หลี่จิ้งก่อนเป็นคนแรก เขานับถือในควา

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกตัดสินชี้ชะตา 2

    รอบนี้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงเตรียมตัวมาดี เขาชักหน้าไม้ยิงใส่เฉิงฉู่โม่ ที่กำลังไล่ตามเขามา เฉิงฉู่โม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ที่เป็นเลิศ เขาหลบได้ทันท่วงที เมื่อหลบได้หนึ่งครั้ง ครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็ตามมาเลื่อย ๆ รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงพยายามทิ้งระยะห่างให้มากขึ้น เมื่อปืนกลขงเบ้งอยู่ในระยะโจมตีของขวานบิน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงขว้างขวานบินเข้าใส่ปืนกลขงเบ้งทันที พลหอกเมื่อได้โอกาส ปาหอกพุ่งเขาหมายทำลายปืนกลขงเบ้ง“ ปั้งงงง.!!! ” ปืนกลขงเบ้งถูกทำลายไปอีกหนึ่งอัน พลทหารฝ่ายต้าถังเมื่อไม่มีปืนกลขงเบ้งจึงไม่สามารถต่อกรกับพลหอกได้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ไล่ทำลายปืนกลขงเบ้งอันแล้วอันเล่า เฉิงฉู่โม่ระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่แต่กับไม่เป็นผล เขาทำได้แค่ต้อนรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ให้ไปยังจุดที่ฉินหวายอวีกำหนดไว้รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง เมื่อมีชัยต่อหลี่เค่อแล้ว เขาและพลหอกออกไล่ล่ากำจัดปืนกลขงเบ้งทางป่าด้านบนไม่ให้เหลือแม้เพียงซาก รองแม่ทัพทั้งสองเมื่อกำจัดขวากหนามสำหรับพวกตนเสร็จแล้ว จึงออกมารวมกลุ่มกับ แม่ทัพอันลู่ซานขณะนี้การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายมาหยุดห่างจากหน้าป้อมใหญ่ฝั่งต้าถังเพียง 30 จั่ง แม่ทัพและร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status