เข้าสู่ระบบบนรถลีมูซีนส่วนตัว | เวลา 20:30 น.ย้อนกลับไปเมื่อสิบเก้าปีที่แล้ว...ต่อ... ปานันดวงตาเบิกกว้างอย่างเหลือเชื่อและตื่นตระหนก เขารีบเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงหน้าฉับพลัน พลางกวาดสายตาพยายามมองหาแววแห่งการหยอกล้อหรือประชดชันจากดวงตาสีเทาหม่นคู่นั้น ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าเยือกเย็น“เธอ... เธอ... ตะ... ตายแล้วงั้นเหรอครับ” ปานันมองดูใบหน้าคมสันดุดันของคนพูด“ใช่... ตายเมื่อปีที่แล้ว” ทว่าทันทีที่สิ้นคำ นัยน์ตาคมกริบสีเทาหม่นของเด็กหนุ่มผมเงินกลับสั่นวูบ สะท้อนแววอาวรณ์ร้าวรานระคนรู้สึกผิดออกมาอย่างปิดไม่มิดเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเอ่ยถามเสียงสั่น “ผม... ผมถามได้ไหมครับว่าคุณคือใคร... แล้วพี่เจียอวี่เธอตายได้ยังไง”ชายหนุ่มผมขาวจ้องลึกเข้าไปในตาของคนถาม “หยางเป่ย... แขวนคอตาย... ตายเพราะมีกูเป็นต้นเหตุ”คำสารภาพตรงไปตรงมาทำเอาปานันตาเบิกค้างเป็นรอบที่สอง เพราะก่อนตาย พ่อของเขาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าหลังจากเดินทางมาถึงและจัดการธุระกับญาติสาวเสร็จสิ้น ให้ลองไปสมัครงานขอมอบชีวิตทำงานรับใช้ที่ตระกูลหยาง “คุณคือ... คุณชายเล็กตระกูลหยาง”“ใช่... แกบอกว่าเป็นญาติของเจียอวี่
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...หยางเป่ยนั่งประคองกอดชิงหลีไว้บนเตียงไม่ยอมห่างกาย วินาทีนี้เขาลืมสิ้นทุกเรื่องราวโกรธเคืองก่อนหน้า ความอวดดีและทิฐิถูกแทนที่ด้วยความตระหนกจนแทบเสียสติ ภาพที่เธอทรุดลงพร้อมเลือดแดงฉานยังคงหลอนหลอกอยู่ในหัวใจ เขาโอบกอดร่างบางเอาไว้อย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นแก้วเจียระไนที่กำลังจะแตกสลายด้วยน้ำมือของเขาเองชิงหลีนั่งพิงอกแกร่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ความน้อยเนื้อต่ำใจและความเจ็บปวดแล่นริ้วจนพูดไม่ออก เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเพียงแค่เรื่องหุ่นจำลองที่เป็นรูปกายของเขา เหตุใดเขาต้องบันดาลโทสะร้ายแรงถึงเพียงนี้ปานันเดินนำหมอหัวเหิงหมอประจำตระกูลเข้ามาในห้อง ปานันทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอาให้กับความสัมพันธ์อันผกผันประเดี๋ยวรักประเดี๋ยวคิดจะฆ่ากันของเจ้านายและนายหญิงหมอหัวเหิงรีบเข้าไปตรวจดูบาดแผลที่ต้นแขนทันทีโดยไม่เอ่ยทักทายเหมือนปกติด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อสำรวจดูแผลแล้วแก็เงยหน้ามองหยางเป่ยทันที่พลางเอ่ยถาม “คุณชายเล็กครับ...ผมว่าคุณชายก็น่าก็จะรู้นะครับ ว่าบาดแผลนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัด เพราะอะไรครับคุณชายเล็ก”ชิงหลีกะพริบตา ไล่หยาดน้ำตาที่ไหล
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 18:00 น.ต่อ... “กูนั่งอยู่ตรงนี้! กูพูดอยู่ตรงนี้! แล้วมึงจะเอาหุ่นบ้านั่นมาทำไม! คนเป็นๆ ยืนหายใจอยู่ตรงนี้ มึงเป็นเหี้ยอะไรถึงต้องแอบไปสั่งทำหุ่นราคาเป็นล้านมาเพิ่ม!” หยางเป่ยตวาดลั่นจนเสียงสะท้อนไปถึงลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่ชั้นล่าง “อีกอย่างน่ะ อีชิงหลี...ถ้ามึงไม่ใช่เมียกู มึงคิดว่ากูจะยอมเสียเวลามานั่งตรวจเช็กเรื่องงี่เง่าที่มึงทำลงไปไหม! สมองน้อยๆ ของมึงหัดคิดบ้าง! มึงไปถามสิว่ากูเคยต้องมาวุ่นวายแบบนี้ไหม ป่านนี้มึงคงลงไปนอนในดินแล้วตั้งนานถ้ามึงไม่ใช่เมียกูอีโง่!”“ไอ้คนบ้า! ไอ้คนไม่มีหัวใจ!” ชิงหลีตะโกนด่ากลับเสียงหลง เธอไม่ฟังคำอธิบายอะไร ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว“มึงกลับมาเดี๋ยวนี้นะอีชิงหลี! ไม่งั้นกูจะจับมึงขังเอาไว้จริงๆ!” หยางเป่ยตะโกนไล่หลังตามปกติแล้ว หากถูกขู่ด้วยคำสั่งกักขัง ชิงหลีก็มักจะเดินคอตกกลับมาโดยง่าย ทว่าในวันนี้ ความน้อยเนื้อต่ำใจในอกกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด เธอยังคงวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจเสียงคำรามจากข้างหลัง มือบางยังคงเช็ดคราบน้ำตาไปตามโถงทางเดิน“อีชิงหลี! อีโสเภณี! มึงกลั
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 18:00 น.ต่อ...──── 𓆩 🖤 𓆪 ────เมื่อสามชั่วโมงก่อน...ปานันกำลังถือสายติดต่อกับหยางตง เฮียใหญ่ของตระกูลเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องรูปถ่ายที่นายหญิงส่งออกไปต่างประเทศ ให้บริษัทที่ชิงหลีสั่งทำหุ่นจำลอง ทันทีที่หยางตงได้รับรู้ต้นสายปลายเหตุผ่านปลายสาย เสียงหัวเราะดังลั่นก็รอดออกมาจนบอดี้การ์หนุ่มต้องถือสมาร์ทโฟนให้ห่างจากหู เนื่องจากเฮียใหญ่แห่งตระกูลหยางหัวเราะลั่นจนแทบหายใจไม่ทัน และพูดไม่ออกไปเกือบสิบนาที!หยางตงทั้งทึ้งทั้งขำในความใจกล้าบ้าบิ่นของน้องสะใภ้คนเล็ก ที่กล้าสั่งทำหุ่นจำลองของน้องชายจอมโหดของเขา ผู้ที่ใครๆ ก็เกรงขามจนแทบไม่กล้ามองหน้า แต่เธอดันส่งรูปกางเกงว่ายน้ำไปให้ช่างนั่งปั้นหุ่น จนทางท่าเรือไม่กล้าปล่อยผ่านเพราะกลัวโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ระดับโลก“ฮ่าๆ! ปานัน... มึงบอกซื่อตี้เลยน่ะ ว่ากูจะช่วยจัดการเรื่องรูปให้!” เสียงหยางตงลอดออกมาอย่างอารมณ์ดี “แต่มีข้อแม้ว่าหุ่นนั่นต้องส่งมาที่บ้านกูก่อนนะ กูอยากเห็นหน้าไอ้คนบ้าอำนาจตอนกลายเป็นตุ๊กตาพลาสติกจริงๆ ว่ะ ฮ่าๆ! กูว่าบรรพบุรุษคงโมโหที่มันไปเผาศาลเลยส่งน้องสะใภ้คนเล็กมาอยากับมั
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...ทว่าอารมณ์คุกรุ่นของพยัคฆ์หนุ่มยังไม่จบลงแค่นั้น เมื่อเขานึกถึงเอกสารบางอย่างที่ลูกน้องเอามาให้เขาตรวจสอบเมื่อเช้า “และที่สำคัญ... พัสดุกล่องยักษ์ของมึงติดอยู่ที่ท่าเรือต้นทาง จนศุลกากรมาเรียกร้องเอกสารของกูให้วุ่นวาย มึงสั่งอะไรมา! ทำไมค่าลิขสิทธิ์สับปรับนั่นถึงได้แพงระยับขนาดนี้! แถมทางฝั่งนู้นยังต้องการเอกสารยืนยันของกูให้วุ่นวายไปหมด! มันเป็นตัวเหี้ยอะไรที่มึงสั่งมา? แล้วไอ้ที่มึงบอกว่าเอาเงินแม่ของมึงไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์ใบหน้าน่ะ กูไปตรวจสอบสเตตเมนต์ในบัญชีธนาคารของมึงมาแล้ว ค่าใบหน้าเหี้ยอะไรราคาเป็นแสน! มึงบอกกูมาอีชิงหลี... ว่ามึงสั่งตัวเหี้ยอะไรมาก่อนที่กูจะสั่งคนเผามันทิ้งคาท่าเรือ!”ชิงหลีนั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป หญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าหยางเป่ยไม่ใช่นักธุรกิจทั่วไป แต่เป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลล้นมือ การที่เธอแอบไปสั่งทำฟิกเกอร์หุ่นจำลองรูปมนุษย์ของหยางเป่ยสเกลหนึ่งต่อหนึ่งมา ย่อมต้องถูกระบบรักษาความปลอดภัยตรวจสอบอยู่แล้ว เรื่องลิขสิทธิ์ใบหน้าของคนตระกูลหยางไม่ต้องพูดถึง แค่หยางเป่ยเอ่ยปากว่าจะฟ้องคำเดียว บริษัทที่รับงานนี้ให้เธอค
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...ชิงหลียอมปล่อยมือออกแต่โดยดีอย่างว่าง่าย หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาหรูตัวยาว แล้วล้วงสมาร์ทโฟนเครื่องหรูออกมากดเข้าแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์เลือกดูรองเท้าแบรนด์เนมอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ใบหน้างามผุดผาดแอบชำเลืองมองแผ่นหลังกว้างกำยำของสามีหนุ่มที่มักจะทำตัวเคร่งเครียดดุดันอยู่ตลอดเวลา แล้วยอมรับกับตัวเองในส่วนลึกของหัวใจเลยว่า... ความสุขสบายและความปลอดภัยทั้งหมดที่เธอมีกินมีใช้ในชีวิตทุกวันนี้ ก็มาจากผู้ชายป่าเถื่อนร้ายกาจคนนี้คนเดียวเท่านั้นบรรยากาศภายในห้องทำงานที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงได้ไม่นาน พลันแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ยามเมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอีกครั้ง และเป็นปานันลูกน้องคนสนิทก้าวเท้าเข้ามาเพื่อรายงานธุระสำคัญที่คั่งค้างอยู่หยางเป่ยถอนหายใจยาวเพื่อระบายความหงุดหงิด พลางตวัดสายตาคมกริบตรงไปยังลูกน้องคนสนิท “แกรู้แล้วหรือยัง ว่าพวกมันไปซุกหัวหลบอยู่ที่ไหน”“ครับ... ตอนนี้คนของเฮียสามกำลังเล่นกับพวกมันอยู่ครับ” ปานันรายงานเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับลอบสังเกตอากัปกิริยาของเจ้านายหนุ่มอย่างระมัดระวังหยางเป่ยยกมือนวดขมับแร







