LOGINสวนหลังคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 09:30 น.บรรยากาศยามสายในสวนหลังคฤหาสน์ที่เคยถูกชิงหลีขุดจนเละเทะเพื่อเอาฮิกันบานะออก เพราะไม่มีใครกล้ามานั่งเล่นในสวน บัดนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยรสนิยมอันเฉียบคมของหยางเป่ย กลิ่นหอมของดอกไม้เมืองหนาวแซมดอกกุหลาบสีแดงสดและเสียงน้ำพุเบาๆ ทำให้ที่นี่ดูเหมือนสรวงสวรรค์ที่ตัดขาดจากโลกอันโหดร้ายภายนอกสะใภ้ทั้งสี่แห่งตระกูลหยางนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะน้ำชาหินอ่อน ทุกคนต่างมีกลิ่นอายของนางพญาพยัคฆ์ในความงาม“สามีเธอนี่รสนิยมเฉียบขาดจริงๆ ชิงหลี ดีกว่าหยางซีของฉันอีก ที่บ้านมีแต่อะไรก็ไม่รู้ รกไปหมด” หลินอวิ่นเอ่ยทักขึ้นพลางจิบน้ำชาอย่างสุนทรีย์“ใช่ๆ จัดใหม่แล้วสวยจริงๆ นั่นแหละ” จ้าวเมิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันมาหรี่ตามองน้องสะใภ้คนเล็ก “แล้วไอ้ทุ่งดอกฮิกันบานะของเธอล่ะ ขุดไปไว้ที่ไหนแล้ว? คราวที่แล้วฉันมา มันยังแดงเถือกเต็มสวนอยู่เลยนะ แค่เดินผ่านยังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ”ชิงหลีฉีกยิ้มกว้างแล้วชี้นิ้วไปที่เนินดินเล็กๆ ทางทิศเหนือของสวน “ฉันนำพวกมันไปปลูกไว้บนดินที่ฝังพวกศัตรูหมดแล้วค่ะ ตรงเนินตรงนั้นแหละค่ะ... จะได้ดูสดใสหน่อย”“เธอนี่... ชอบอะไรแปลกๆ จริ
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...“ก็จริงอย่างที่แกพูดเป่ยตี้...” หยางซีแทรกขึ้นมาจากกองพิมพ์เขียว “แต่ถ้าลูกแกมันจะหลุดโลก ก็ให้มันหลุดมาทางแม่มันบ้างเถอะ ฉลาดเป็นเลิศแบบเนี้ย... ตระกูลหยางเราจะได้มีคนใช้สมองมากกว่าใช้ปืนซะที”“ฉันจะไปเผาร้านเน่าๆ นั้นซะ!” หยางเป่ยสบถลั่นเมื่อเห็นพี่ชายทั้งสองยังคงขำขันกับเรื่องของเขาไม่เลิกหยางหนานและหยางซีหัวเราะลั่นจนตัวโยน ดูเหมือนการได้แกล้งน้องชายคนเล็กจะเป็นความสุขเดียวท่ามกลางกองพิมพ์เขียวที่น่าปวดหัวทว่าหยางตงกลับเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “จริงๆ แล้ว... อารองไม่ควรเป็นอารองหรอกนะชิงหลี เขาควรจะเป็นอาสี่ต่างหาก”ชิงหลีเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน “ห๊ะ... ทำไมคะ?”“ก็เหมือนที่เธอพูดเรื่องยีนเด่นยีนด้อยนั่นแหละ” หยางตงอธิบาย “ก่อนที่อารองจะเกิด ย่าเคยให้กำเนิดเด็กแฝดคู่หนึ่งมาก่อน แต่แฝดคู่นั้นไม่มีโอกาสได้โต... พวกเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารกเพราะร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะรับภาระของสายเลือดนี้ได้”“ใช่ๆ เรื่องนี้ตาแก่เล่าให้ฟังบ่อยมากเลยนะ” หยางหนานรีบสมทบ ท่าทางขี้เล่นเมื่อครู่หายไปกลายเป็นความจริงจังขึ้นมา “ป๊าบอกว่ามั
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ... “คุณหนูหยางจิงอวี่งั้นเหรอ...” ชิงหลีพึมพำ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “ถ้าเธอรู้ว่าตำแหน่งคุณหนูที่เธอภูมิใจนักหนา มันแลกมาด้วยชีวิตของตายายและคราบน้ำตาของแม่เธอ... เธอจะรู้สึกยังไงน่ะ”“ต้องพูดว่าน่าสงสารมากสำหรับเฉียนเว่ยในตอนนั้น แต่พวกเราก็ไม่คิดเข้าไปยุ่ง เพราะถือว่าเป็นเรื่องของสามีภรรยา แต่กว่าต้าเกอจะรู้ว่าอาสามลงมือฆ่ายกครัวตระกูลเฉียนมันก็สายเกินไปที่พวกเราจะเข้าไปช่วยแล้ว” หยางซีเอ่ยเสริมหยางหนานสะบัดพัดจีบจนเกิดเสียง “ไม่ต้องถามเรื่องสามีเอ็งหรอกอีหนู ตอนนั้นเหล่าซื่อมันสนแค่ฆ่าคนกับลากผู้หญิงขึ้นเตียง มันไม่มาสนใจเรื่องแบบนี้หรอก”หยางเป่ยสะดุ้งทันที เมื่อถูกพี่ชายเอาเรื่องสมัยที่อายุสิบหกสิบเจ็ดมาพูดอีก แขนแกร่งดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดทันที “เอ้อร์เกอ...เฮียพูดบ้าอะไรออกมาน่ะ”หยางหนานเค้นเสียงหัวเราะ “พูดอะไรล่ะ ก็พูดเรื่องที่แกคิดแต่เรื่องแก้แค้นอารองนะสิ จะให้เฮียเล่าไหมว่าตาแก่ต้องจ่ายเงินไปเท่าไหร่ให้ครอบครัวฝ่ายหญิงที่ตามาเอาเรื่องเอ็งน่ะ”หยางเป่ยกระชับอ้อมกอดไว้แน่นขึ้น เขาก้มมองร่าบางที่ทำหน้าครุ่นคิด “มึงอย่าไปฟังเ
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงมวนบุหรี่ที่ค่อยๆ มอดไหม้ หยางตงสูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่าความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้พรมของตระกูลหยางมานานนับสิบปี“ถือว่าเป็นคราวซวยของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเลยทีเดียว...” หยางตงเกริ่นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เฮียไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนหรือหลังที่ชิงเย่จะเสียชีวิต หลังจากพวกเขาถูกเปลี่ยนให้เป็นเฉียนพวกเขาก็ดำรงชีวิตในแบบธรรมดา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลสายหลักเพื่อความปลอดภัย หรือเรียกตัวสำรองเมื่อสายหลักล้มลง ตระกูลเซี่ยที่ถือว่าสมองเป็นส่วนสำคัญยอมมีแผนการที่เตรียมการเอาไว้เสมอแหละ”หยางตงมองไปยังชิงหลี “ปราชญ์จอมปลอมแต่ถึงยังไงก็คือปราชณ์ และเมื่อเตรียมการเอาไว้แล้ว ตระกูลเฉียนก็เป็นเพียงคนทั่วไป และเด็กคนนั้น... หมายถึงแม่ของจิงอวี่ เธอก็กลายเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาทั่วไป เธอคงรู้ว่าตระกูลเรามีโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง เด็กคนนั้นเธอก็แค่หลานกตัญญูที่มาคอยดูแลย่าหรือยายที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลของเรา”หยางตงอัดนิโคตินเข้าปอดอีกครั้ง แววตาคมปลาบเหม่อมองไปในความว่างเปล่าราวกับกำลังดึงภาพจำเก่าๆ กลับมา “ตอนนั้นหยา
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 16:45 น.ชิงหลีนั่งขมวดคิ้วแน่นอยู่บนโซฟา ลมหายใจหอบถี่จนอกสั่น เธอรู้สึกโมโหจนแทบจะบ้า ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหยางเป่ยถึงพูดอะไรออกมาโดยไม่ยั้งคิดแบบนั้นออกมา คำว่าระบายกับมึงไม่ได้มันเป็นคำที่ทำร้ายความรู้สึกเมียอย่างเธอที่สุดหยางเป่ยที่วิ่งตามมาติดๆ รีบถลาเข้านั่งข้างกาย พร้อมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งเข้ามากอดแนบอกอย่างถือวิสาสะ“กูไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ นะ... กูแค่เครียดเรื่องคาสิโนที่จะสร้าง แล้วเรื่องนี้กูก็พูดกับมึงไม่ได้เพราะมันเสี่ยง กูหมายถึงแบบนี้!” หยางเป่ยแทบกระอักเลือด เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าพรรณนาเรื่องงานอยู่ดีๆ ทำไมชิงหลีถึงโยงไปเรื่องบนเตียงจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้ชิงหลีหันมาตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง แววตาวาววับ “ระบายกับฉันไม่ได้... ถ้าฉันระบายกับคุณไม่ได้บ้าง ฉันไประบายกับหุ่นฟิกเกอร์ตัวนั้น... ได้ไหมคะ!”หยางเป่ยชะงักค้างกะพริบตานึกถึงตามคำพูดของภรรยาสาว พอภาพหุ่นพลาสติกหน้าเหมือนเขาโผล่ขึ้นมาในหัว เขาก็เพิ่งตระหนักและเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าคำพูดของเขามันพาซวยขนาดไหน “กูขอโทษ...”เขาไม่รอให้เธอโต้ตอบ หยางเ
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...แต่แทนที่จะเกิดสงครามประสาท บรรยากาศกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อพี่ชายทั้งสามคนระเบิดหัวเราะออกมาอย่างหนักจนไหล่สั่นหยางเป่ยตวัดสายตาไปมองพี่ชายที่ยืนหัวเราะ เขาแทบกระอักเลือดออกมาในเวลาเดียวกันเพราะคำพูดจิกกัดของเมียตัวเอง “มึงจะพูดดีๆ กับผัวมึงหน่อยไม่ได้หรือไง”“ก็มันไม่ดีต่อสุขภาพนี่คะ แล้วอีกอย่างช่วงนี้คุณก็สูบหนักมากจริงๆ ดูที่โต๊ะคุณสิ” ชิงหลีชี้ไปที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะไม้กฤษณา ซึ่งอันที่เป็นของหยางเป่ยนั้นเต็มไปด้วยก้นบุหรี่สีดำทองกองเป็นพะเนินหยางเป่ยชะงักกึกเมื่อมองตามมือเมีย เขาเพิ่งสังเกตเห็นความโสโครกของก้นบุหรี่ที่เขาอัดเข้าไปเพื่อระบายความกดดัน เขาจึงยกมือนวดขมับอย่างคนจนปัญญา“ก็กูเครียด มึงจะให้กูทำยังไง... ระบายกับมึงก็ไม่ได้ กูก็ต้องสูบบุหรี่ไปก่อนนั่นแหละ” หยางเป่ยโพล่งตอบออกไปโดยไม่ทันได้กรองคำพูดกริบ...ห้องทำงานสีเข้มเงียบลงทันที เสียงหัวเราะเยาะหยันของเหล่าพี่ชายหยุดชะงักลง บรรยากาศที่เต็มไปเสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดพี่ชายทั้งสามถึงกับเบิกตาโพล่ง สบตากันอย่างรู้ชะตากรรมและอยากจะมุดรูหนีออกจากห้องนี้







